ขณะนี้ กู่เหยียนและพวกนักปรุงยาวิเศษสามารถกลั่นยาที่ช่วยเพิ่มพลังวิญญาณได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นขึ้นชื่อว่ายาสะสมพลังวิญญาณ ประสิทธิภาพของมันจำกัดจำเขี่ยนักยาเสริมพลังวิญญาณสามชนิดที่เนี่ยหลีเพิ่งร่ายยาวออกมานี้หายสาบสูญไปนานแล้วประสิทธิภาพของพวกมันได้ผลกว่ายาสะสมพลังวิญญาณนับสิบ หรือแม้กระทั่งนับร้อยๆ เท่า
ในยุคอาณาจักรเสินเซิ่ง ยาสะสมพลังวิญญาณเป็นเพียงหนึ่งในยาคุณภาพต่ำยาเสริมพลังวิญญาณเป็นยาระดับกลาง ประสิทธิภาพของมันแรงกว่ายาสะสมพลังวิญญาณสิบเท่ายารวมสมาธิเป็นยาระดับสูงมีประสิทธิภาพมากกว่ายาสะสมพลังวิญญาณอย่างน้อยนับร้อยเท่า ส่วนยาสงบอารมณ์นั้นถือเป็นยาชั้นยอดประสิทธิภาพของมันต้องมากกว่ายาสะสมพลังวิญญาณอย่างน้อยพันเท่า แม้กระทั่งผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งก็ยังกินอย่างได้ผลที่ดีเยี่ยม
ส่วนยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนั้นก็เป็นยาที่มีมูลค่านับหมื่นเหรียญสามารถกลั่นกล้ามเนื้อและบำรุงพรสวรรค์ของนักสู้ผู้หนึ่งได้อย่างยิ่งยวดในช่วงยุคอาณาจักรเสินเซิ่ง มีนักสู้มากมายสามารถก้าวเข้าสู่ระดับตำนานได้ทั้งหมดเป็นผลจากยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ แต่เวลานี้ไม่ต้องพูดถึงระดับตำนานแค่ว่าจะก้าวขึ้นถึงระดับทองดำก็ยังเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากยิ่ง
สำหรับยาแปรรูปเก้าขั้น มันเป็นยาระดับตำนานขนานหนึ่งหากมียาแปรรูปเก้าขั้น ยามเมื่อบาดเจ็บสาหัสสามารถกินยาแปรรูปเก้าขั้นและอาการบาดเจ็บก็จะค่อยๆ ได้รับการฟื้นฟู นี่เป็นยารักษาชีวิตอย่างหนึ่ง!
ทุกๆปีมีนักสู้และผู้ควบคุมจิตอสูรมากมายที่ต้องต่อสู้เป็นตายกับพวกสัตว์อสูรหากมียาแปรรูปเก้าขั้น ก็ไม่รู้ว่าจะสามารถรักษาชีวิตคนไว้ได้มากมายเท่าไหร่แล้ว!
“ท่านปรมาจารย์มีสูตรยาทั้งห้าชนิดนี้อยู่ในมือจริงๆ หรือ?” น้ำเสียงของกู่เหยียนสั่นเล็กน้อยเขารู้ซึ้งดีถึงความสำคัญของสูตรยาทั้งห้าชนิดต่อเมืองกวงฮุยแห่งนี้
“แน่นอน อาจารย์ของข้าเดินทางไปทั่วแผ่นดินเซิ่งหลิง มีความรู้กว้างขวางจนเมื่อหลายปีก่อนจึงเดินทางมาถึงเมืองกวงฮุย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ปรารถนาจะเปิดเผยตัวตนดังนั้นจึงส่งข้ามาเป็นตัวแทน! ในบรรดาสูตรยาทั้งห้าชนิดนี้ยาเสริมพลังวิญญาณสามารถใช้นักปรุงยาฝึกหัดระดับกลางกลั่นยาได้ยารวมสมาธิสามารถใช้นักปรุงยาฝึกหัดระดับสูงกลั่นได้ส่วนยาสงบอารมณ์และยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนั้น จำต้องใช้อาจารย์นักปรุงยาขั้นต้นเป็นผู้กลั่น ส่วนยาแปรรูปเก้าขั้น ต้องใช้อาจารย์นักปรุงยาขั้นสูงจึงจะสำเร็จ!”เนี่ยหลีพูดจาอย่างฉะฉาน
“ท่านปรมาจารย์เดินทางไปทั่วแผ่นดินเซิ่งหลิงและมาถึงเมืองกวงฮุยเมื่อหลายปีก่อนรึ?” กู่เหยียนตะลึงงันไม่แปลกใจที่เขาไม่เคยได้ยินว่ามีบุคคลเช่นนี้อยู่ในเมืองกวงฮุยมาก่อนหากมีคนเช่นนี้อยู่ในเมืองกวงฮุยย่อมโชคดีมหาศาลแล้ว!
“อาจารย์ของข้าเดิมทีอยากส่งมอบสูตรยาทั้งห้านี้ให้แก่สมาคมนักปรุงยาวิเศษแต่ทว่า...” เนี่ยหลีหยุดชะงักลง
“แต่อะไรหรือ?” กู่เหยียนกังวลเล็กน้อยเผลอถูมือสองข้างไปมาเขารู้ดีถึงประโยชน์อันใหญ่หลวงของสูตรยาทั้งห้าชนิดนี้ว่าจะมีผลกระทบต่อเมืองกวงฮุยทั้งเมือง!
สถานการณ์ของเมืองกวงฮุยในขณะนี้ไม่ค่อยดีนัก มีสัตว์อสูรอยู่ทุกหนทุกแห่งบนเทือกเขาเซิ่งจู่โดยเฉพาะมีสัตว์อสูรวายุเหมันต์ระดับตำนานอยู่ถึงสามตัว แม้กระทั่งท่านเยี่ยโมก็ไม่อาจรับมือกับพวกมันได้โชคดีเวลานี้สัตว์อสูรวายุเหมันต์ระดับตำนานทั้งสามตัวนี้กำลังจำศีลอยู่หากพวกมันตื่นขึ้นมาเมื่อใด เมืองกวงฮุยก็จะต้องตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายใหญ่หลวงยิ่งนัก
ในประวัติศาสตร์แห่งเมืองกวงฮุย ที่นี่เกือบถูกทำลายลงหลายหน!
และท่านเยี่ยโม่ก็ค่อยๆ ชราภาพขึ้นทุกขณะ อีกทั้งยังไม่มีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานรุ่นใหม่ๆถือกำเนิดขึ้นเลย
“อาจารย์ของข้าปรารถนาที่จะทำการวิจัยการปรุงยาต่อไปจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากมายและต้องใช้เงินเหรียญจิตอสูรเป็นจำนวนมากดังนั้นสูตรยาทั้งห้าชนิดนี้จึงไม่อาจส่งมอบให้ทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษเปล่าๆ ได้ต่อไปเมื่อสมาคมนักปรุงยาวิเศษกลั่นยาทั้งห้าชนิดนี้เงินที่ได้จากการขายยาเหล่านี้ อาจารย์ของข้าต้องการส่วนแบ่งสามสิบส่วนไม่ทราบว่าท่านประธานกู่เหยียนมีความคิดเห็นอย่างไร? ต่อให้อาจารย์ของข้าได้รับส่วนแบ่งสามสิบส่วนทางสมาคมก็ยังสามารถทำกำไรได้อย่างน้อยสามสิบส่วน” เนี่ยหลีพูดขึ้นอย่างคล่องแคล่วผลกำไรจากการขายยาวิเศษนั้นมีมูลค่าสูงยิ่งนักกำไรหกสิบส่วนถือเป็นจำนวนน้อยมากแล้ว บางครั้งยังสามารถทำกำไรได้ถึงเก้าสิบส่วน
“นี่เป็นเรื่องสมควรแล้ว!” กู่เหยียนรีบตอบ “สมาคมนักปรุงยาวิเศษของพวกเราจะส่งมอบส่วนแบ่งห้าสิบส่วนให้แก่ท่านปรมาจารย์!”
หากคำนวณดูเล่นๆ สูตรยาทั้งห้าชนิดนี้หายสาบสูญไปนานแล้วหากกลั่นยาออกมาและนำออกมาประมูล แต่ละเม็ดคงต้องขายได้ในราคาแพงลิบลิ่วผลกำไรจะต้องน่าตกใจอย่างแน่นอน ดังนั้นต่อให้แบ่งกำไรออกมาห้าสิบส่วนพวกเขาก็ยังคงมีกำไรมหาศาล
หากพวกเขาสามารถกลั่นยาสงบอารมณ์ ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงและยาแปรรูปเก้าขั้นออกมาได้สำเร็จ เกรงว่าแม้กระทั่งผู้ควบคุมจิตอสูรเยี่ยโม่ก็ยังต้องรีบมาซื้อหายาจากพวกเขาไม่ต้องพูดถึงพวกครอบครัวมีฐานะและพวกชนชั้นสูง! ทรัพย์สมบัติของพวกครอบครัวชั้นสูงเหล่านั้นมิใช่สิ่งที่ครอบครัวธรรมดาจะจินตนาการถึงได้!
เนี่ยหลียิ้มแย้มพูดว่า “อาจารย์ของข้าเพียงต้องการสามสิบส่วนหากท่านประธานกู่เหยียนยินดี ท่านประธานกู่เหยียนสามารถใช้เงินส่วนหนึ่งไปเป็นทุนสนับสนุนให้แก่เด็กสามัญชนที่สนใจจะศึกษาการปรุงยา”
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี สีหน้าของกู่เหยียนพลันแสดงความยอมรับนับถือ “ท่านปรมาจารย์ช่างเป็นผู้อาวุโสที่มีคุณธรรมและบารมีสูงส่งนักท่านปรมาจารย์วางใจได้ เรื่องพวกนี้ข้าจะจัดการให้เป็นอย่างดีการให้ทุนสนับสนุนการศึกษาก็ถือเป็นการขยายความสนใจศึกษาให้แก่สมาคมนักปรุงยาวิเศษอีกด้วย!”
กู่เหยียนต้องการส่งเสริมการศึกษาด้านการปรุงยาในเมืองกวงฮุยเสมอมาฟื้นฟูจากสภาพตกต่ำของสมาคมนักปรุงยาวิเศษทว่าทรัพยากรมนุษย์และการเงินไม่เคยเพียงพอหากมีสูตรยาทั้งห้าชนิดที่เนี่ยหลีมอบให้ พวกเขาก็จะได้รับผลกำไรอย่างมหาศาลในอนาคตข้างหน้าสามารถทุ่มเทกำลังให้กับสิ่งเหล่านี้อย่างเต็มที่!
“ส่วนกระบวนการซื้อขาย ท่านปรมาจารย์สามารถส่งคนมาให้คำแนะนำได้หากมีสิ่งใดไม่เป็นที่พอใจ พวกเรายินดีที่จะแก้ไขให้ถูกต้องทันที!” กู่เหยียนพูดขึ้นอย่างนอบน้อม เมื่อส่งมอบการค้ามูลค่ามหาศาลเช่นนี้ให้แก่สมาคมนักปรุงยาวิเศษเช่นนี้ย่อมเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะบังเกิดความกังวล
“ทั้งหมดนี้ขอมอบให้ท่านประธานกู่เหยียนและท่านผู้อำนวยการหยางเป็นผู้ดูแลแล้วอาจารย์ของข้าเชื่อใจพวกท่านทั้งสอง! และข้ายังเชื่อว่าพวกท่านทั้งสองคงเป็นผู้ที่มีสายตากว้างไกล!”เนี่ยหลียิ้มบางๆ
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน!” กู่เหยียนรีบพยักหน้า มีปรมาจารย์ท่านหนึ่งมอบการค้ามูลค่ามหาศาลเช่นนี้ให้พวกเขาพวกเขายังจะไม่ตั้งใจทำให้ดีได้อย่างไร? ในมือของปรมาจารย์ท่านนั้นคงยังต้องมีสูตรยาวิเศษเหล่านี้อีกมากมาย!
“เอาล่ะ นี่เป็นสูตรและขั้นตอนการกลั่นยาทั้งห้าชนิดนี้ ท่านกู่เหยียนโปรดอ่านดู!”เนี่ยหลีส่งมอบสูตรยาให้แก่กู่เหยียน
เห็นสูตรยาเหล่านี้แล้วกู่เหยียนก็พลันตะลึงงันไปชั่วขณะเขาคิดไม่ถึงว่าสมุนไพรที่ใช้ในการกลั่นยาเหล่านี้ช่างดูสามัญยิ่งนัก แม้กระทั่งยังมีพวกสมุนไพรประจำบ้านราคาก็ยิ่งต่ำลงไปอีก! เมื่อกู่เหยียนทบทวนความคิดก็พลันคิดขึ้นมาได้ก็เหมือนหญ้าจื่อหลันเหล่านั้น ก่อนที่เนี่ยหลีจะส่งบทความนั้นมาให้ใครจะคิดว่าหญ้าจื่อหลันราคาถูกๆ จะมีคุณสมบัติมากมายถึงปานนี้?
เห็นรายการสมุนไพรเหล่านี้แล้วกู่เหยียนก็เข้าใจในทันที สิ่งแรกที่ทางสมาคมนักปรุงยาวิเศษต้องทำก็คือการรวบรวมสมุนไพรเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้อย่างไรก็ตาม ในสมาคมนักปรุงยาวิเศษไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากนักยังมีผู้อาวุโสท่านอื่นที่มีสิทธิมีอำนาจ ทว่าตราบใดที่กู่เหยียนควบคุมสูตรยาอย่างสงบอารมณ์นั้นยากลั่นร่างสีแดงเพลิง และยาแปรรูปเก้าขั้นอำนาจของเขาในสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็จะดีขึ้นกว่าเดิม และอาจทำให้สมาคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้นกว่าเดิม
ผ่านไปครู่หนึ่ง หยางซินนำหนังสือประจำตัว ตราประจำตำแหน่งและชุดประจำตำแหน่งอาจารย์ขั้นสูงมาถึง
“ต่อไปภายภาคหน้าหากมีปัญหาอะไรสหายน้อยเนี่ยหลีสามารถมาหาผู้อำนวยการหยางได้โดยตรงทุกเมื่อนางจะต้องช่วยสหายน้อยจัดการเรื่องราวทุกอย่างอย่างดีที่สุดแน่นอน!”
“ขอรับ” เนี่ยหลีพยักหน้าหงึกๆ
“เสื้อชุดนี้ตัวใหญ่เกินไปสำหรับเจ้า หากชุดใหม่มาถึงข้าจะรีบส่งไปให้ด้วยตัวเองเลยเชียวไม่ทราบว่าเจ้าพักอยู่ที่ไหน อีกหน่อยข้าจะติดต่อกับเจ้าได้อย่างไร?” หยางซินเอ่ยถามเนี่ยหลี
“ข้าเป็นนักเรียนอยู่ที่โรงเรียนเซิ่งหลัน ชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นต่อไปท่านสามารถไปหาข้าได้ที่โรงเรียนเซิ่งหลัน” เนี่ยหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบคำถามกลับไป
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี หยางซินอ้าปากกว้างใครจะคิดถึงว่าเนี่ยหลีเป็นเพียงนักเรียนชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นของโรงเรียนเซิ่งหลัน?คิดถึงความรู้อันน่าอัศจรรย์มากมายของเนี่ยหลี หยางซินได้แต่ฝืนยิ้มเจื่อนๆเนี่ยหลีอยู่ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นนี่ออกจะน่าเสียดายพรสวรรค์เกินไปหน่อยแล้ว!
“หากน้องเนี่ยหลีต้องการเข้าเรียนที่ชั้นเรียนสำหรับอัจฉริยะของโรงเรียนเซิ่งหลันข้าสามารถไปช่วยพูดกับท่านอาจารย์ใหญ่ได้ด้วยตนเอง!” หยางซินพูดนางเป็นผู้อำนวยการสมาคมนักปรุงยาวิเศษ และมีฐานะสูงส่งอยู่ในเมืองกวงฮุย ทุกๆปีโรงเรียนเซิ่งหลันจะส่งนักเรียนมาที่สมาคมเพื่อศึกษาการปรุงยา
“ไม่จำเป็นหรอกขอรับ!” เนี่ยหลียิ้มบางๆ พร้อมกับพูดเขามีแผนของตน การเรียนการสอนในโรงเรียนสำหรับเขาย่อมมิใช่เรื่องน่าสนใจอะไรอีกต่อไปแล้วแล้วเหตุผลเดียวที่เขายังอยู่ในโรงเรียนก็เพราะเยี่ยจื่ออวิ๋นอีกอย่างก็เพื่อสมบัติล้ำค่าในโรงเรียนเซิ่งหลัน!
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีหยางซินเข้าใจว่าเหตุผลที่เนี่ยหลียังอยู่ในชั้นเรียนการต่อสู้เบื้องต้นก็เพื่อปกปิดตัวตนเขาคงต้องมีเหตุผลบางอย่างเป็นแน่
“ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน หากมีอะไรเพิ่มเติม ข้าจะมาที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษใหม่!”เนี่ยหลีพูดกับกู่เหยียนและหยางซิน
“ได้ ผู้อำนวยการหยาง ท่านไปส่งสหายน้อยเนี่ยหลีเถอะ!” กู่เหยียนพูดขึ้น
“เจ้าค่ะ! หยางซินพยักหน้า
ระหว่างที่เดินไปด้วยกันกับหยางซิน เนี่ยหลีเดินตรงไปด้านนอกของสมาคมนักปรุงยาวิเศษกู่เหยียนจ้องมองแผ่นหลังของเนี่ยหลีที่หายลับไปจากประตู จากนั้นก็หันมาจ้องมองสูตรยาในมือและมองคำถามต่างๆ บนกำแพงซึ่งถูกเนี่ยหลีตอบเอาไว้ กู่เหยียนก็พลันรู้สึกราวกับตนกำลังฝันไปความรู้สึกตื่นเต้นในใจยากจะสงบระงับลงได้อยู่เป็นนาน
หลังจากที่เนี่ยหลีจากไป ทั้งสมาคมก็ลุกเป็นไฟ
อาจารย์นักปรุงยาระดับต้นกลุ่มหนึ่งพบว่าปัญหาที่พวกเขาเขียนทิ้งไว้บนกำแพงบัดนี้ล้วนถูกใครบางคนไขคำตอบให้และเมื่อพวกเขากลับไปตรวจสอบ ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงอย่างใหญ่หลวงเพราะคำตอบเหล่านั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีเกินกว่าที่พวกเขาจะนึกถึงได้
ทุกคนพากันตกใจ หรือว่าระหว่างนี้ท่านประธานกู่เหยียนมีความก้าวหน้าจนได้เลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ท่านหนึ่งแล้ว?คำถามมากมายเหล่านี้ท่านประธานกู่เหยียนไม่เคยตอบได้มาก่อนเหตุใดจึงได้คำตอบออกมากะทันหันเช่นนี้?
พวกเขาทุกคนล้วนต้องการเข้าพบท่านประธานกู่เหยียนเพื่อยืนยันข้อสงสัยของตนทว่าต่างก็ต้องผิดหวัง ท่านประธานกู่เหยียนปิดประตูกลั่นยาอย่างจดจ่อกะทันหันผู้อำนวยการหยางซึ่งรับผิดชอบดูแลเรื่องราวทั่วไปของสมาคมนักปรุงยาวิเศษก็มีความเคลื่อนไหวแปลกๆบางอย่าง นางเริ่มระดมซื้อสมุนไพรมากมายหลายอย่างและเป็นจำนวนมากสมุนไพรบางอย่างไม่มีประโยชน์ต่อการกลั่นยาแม้แต่น้อย จะบอกว่าพวกมันเป็นหญ้าขยะก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรดังนั้นพวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าผู้อำนวยการหยางส่งคนออกไปซื้อสมุนไพรเหล่านี้เพื่ออะไรกัน
สมาคมนักปรุงยาวิเศษเริ่มรวบรวมหญ้าสมุนไพรที่ไร้ประโยชน์ปริมาณมากชาวบ้านทั่วไปในเมืองกวงฮุยก็พากันตื่นเต้น ทุกๆวันจะมีคนมากมายออกไปเก็บสมุนไพรที่ทางสมาคมซื้อ แม้ราคาซื้อนั้นจะถูกมากแต่ก็ยังพอเก็บกำไรเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง
สมุนไพรหลากหลายชนิดค่อยๆ ถูกเก็บสะสมภายในสมาคมนักปรุงยาวิเศษ นักปรุงยาทุกคนตั้งแต่ระดับผู้ฝึกหัดขั้นกลางขึ้นไปถูกเรียกมารวมตัวกัน...