“แต่คงจะไม่ตื่นเต้นเท่าครั้งแรกหรอกมั้ง ตอนนี้เธอเก่งขึ้นแล้วนี่”
“ตื่นเต้นสิคะ” โพนี่แสร้งยิ้มละมุน “ไม่ว่าจะคอนเสิร์ตครั้งที่เท่าไหร่ จะเล็กหรือใหญ่โพนี่ก็ตื่นเต้นทุกครั้งแหละค่ะ ยังไม่ได้เก่งเท่าที่คุณอัศวินคิดหรอกนะคะ” แม้จะพยายามให้ดูเป็ปกติเท่าไหร่แต่เธอก็ซ่อนความเชือดเฉือนในน้ำเสียงนั้นไว้ไม่อยู่
อัศวินยิ้มรับชักมือออกจากกระเป๋ากางเกง เลขาหนุ่มรู้งานทันทีเขารีบยื่นดอกไม้ช่อโตให้เ้านาย “นี่ครับ ยินดีกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วยนะ พาแฟนๆสนุกให้เต็มที่เลยนะครับ” ไม่ได้มีแค่โพนี่คนเดียวที่แสร้งปั้นหน้า ถ้าคนแถวๆนั้นไม่ตามัวจนเกินไปก็ต้องมองออกว่าตัวอัศวินเองก็ฝืนทำเช่นเดียวกัน เขาโน้มตัวไปโอบเ้าของคอนเสิร์ตแบบหลวมๆเพื่อถ่ายรูปก่อนจะเดินไปโซนหน้าเวที
โพนี่รับช่อดอกไม้ไว้ในอ้อมแขน กระดาษสีขาวใบน้อยที่เสียบอยู่ท่ามกลางดอกพีโอนีสีชมพูอมม่วง ช่างดึงดูดสายตาให้เปิดอ่าน
‘ยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ หวังว่าครั้งหน้าเราจะได้สร้างมันร่วมกันอีกนะครับ’ ไม่จำเป็ต้องให้ใครมาแปลโพนี่ก็พอเข้าใจได้เองว่าคำอวยพรนี้แฝงข้อความทวงถามการต่อสัญญาที่ใกล้หมด
ไมโครโฟนมูลค่าหกหลักประดับด้วยคริสตัลสีม่วงพาสเทลแซมด้วยคริสตัลสีทองซึ่งเป็สีโปรดของเธอและเป็สีประจำแฟนด้อมนอนรอพร้อมใช้งานอยู่ในกล่องบุด้วยฟองน้ำอย่างดี อินเอียร์ที่ประดับด้วยคริสตัลแบบเดียวกันถูกโพนี่หยิบใส่หูรอฟังสัญญาณ
ทั้งฮอลล์กลายเป็สีดำสนิท เห็นไฟสีขาว้าเป็เพียงจุดเล็กๆให้พอรู้ตำแหน่งแต่ละโซน เสียงดนตรีเปิดตัวดังกระหึ่มพร้อมเหล่าแดนเซอร์ออกมาเอ็นเตอร์เทนคนดูใน่อินโทรก่อนวิ่งไปยืนที่จุดของตัวเองตามที่ซ้อมไว้ สปอตไลต์ดวงโตจับโฟกัสไปที่กลางเวที นักร้องสาวค่อยๆขึ้นมาจากพื้นไฮดรอลิคพร้อมกับเสียงกรี๊ดต้อนรับจากผู้ชมที่ดังสนั่นแทบจะกลบเสียงดนตรี ถึงครั้งนี้จะเป็คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่สองแต่ก็ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนๆ และแน่นอนอย่างที่ทุกๆคนที่ติดตามรู้ดีว่าคอนเสิร์ตของโพนี่ไม่มี....แขกรับเชิญ
เธอให้เหตุผลง่ายๆว่าทุกคนซื้อบัตรมาเพื่อดูตัวเธอ งั้นก็ไม่มีความจำเป็อะไรที่จะต้องเชิญคนอื่นมาเพื่อดึงความสนใจเพิ่ม เพราะฉะนั้นสองชั่วโมงนับจากนี้เพลงทุกเพลง โชว์ทุกโชว์มีเพียงโพนี่คนเดียวที่จะนำพาคนทั้งฮอลล์เข้าสู่โลกแห่งความสนุกและดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนอบอุ่นที่เธอตั้งใจสรรสร้างมาอย่างดี
ถึงจะดูเป็ไปได้ยากที่คนๆเดียวจะสามารถตรึงผู้คนหลักพันหลักหมื่นให้หันมาสนใจที่จุดเดียวกันได้นานถึงสองชั่วโมง แต่โพนี่ทำได้! เสียงะโร้องเพลงดังคลอไปกับทุกเพลงที่เธอร้อง เสียงกรี๊ดสนั่นเมื่อเธอเต้นกรีดกรายได้อย่างเผ็ดร้อนสะใจผู้ชม พื้นฮอลล์ส่งเสียงคำรามะเืตามจังหวะที่ผู้คนะโและออกท่าทางเต้นไปพร้อมกับเธอ
ภาพตรงหน้าคือสิ่งโพนี่ฝันถึง ภาพที่ได้เห็นทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันในทุกโชว์ ร้องไปด้วยกัน เต้นไปด้วยกัน แฟนๆแต่งตัวตามชุดในเอ็มวี โชว์สิ่งของที่แสดงถึงสัญลักษณ์ของด้อมพร้ะโกนเรียกชื่อเธอ นี่คือคอนเสิร์ตของโพนี่อย่างสมบูรณ์
สามในสี่ส่วนของโชว์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังจบเบรกสามทีมงานรีบพานักร้องสาวลงเวทีกลับไปห้องพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ปล่อยให้หน้าจอฉายภาพของการทำงานในสตูดิโอ ภาพส่วนตัวที่ถ่ายระหว่างไปทัวร์ต่างประเทศ ภาพการรักษาและฟื้นฟูร่างกายที่าเ็จากการทำงานและฝึกซ้อม และภาพเื้ัในการเตรียมคอนเสิร์ตครั้งนี้
“วีดีโอเหลืออีกห้านาที เตรียมขึ้นเลยนะคะ” ทีมสเตจผลักประตูเข้ามาบอกก่อนรีบวิ่งออกไปสวนทางกับเบ็กกี้ที่เพิ่งกลับมา เธอวางถุงกระดาษปั๊มแบรนด์จิวเวลรี่สัญชาติฝรั่งเศสที่หน้ากระจก โพนี่เอื้อมมือไปหยิบกล่องเครื่องประดับข้างใน
สร้อยโรสโกลด์เส้นบางที่ปลายข้างหนึ่งมีจี้เพชรรูปดอกไม้สีทองและอีกข้างหนึ่งมีจี้เพชรรูปดอกไม้สีโรสโกลด์ และเมื่อนำจี้ดอกไม้ในวงกลมสีเงินอีกอันมาล็อคปลายทั้งสองเข้าด้วยกันจะเหมือนจี้กลมนั้นมีระย้าห้อยลงมาสองเส้นวางเรียบร้อยอยู่ในกล่องมาพร้อมกำไลและต่างหูจากคอลเล็คชั่นเดียวกัน โพนี่ยิ้มพอใจเพราะเธอคิดมาอย่างดีแล้วว่าเครื่องประดับเซ็ทนี้มันเข้ากันกับชุดเดรสไหมออแกนซ่าสีฟ้าอ่อนอย่างลงตัว สีของชุดจะช่วยขับให้เครื่องประดับเหล่านี้ดูเด่นขึ้น
ขณะที่ฝ่ายคอสตูมจัดแจงความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและทรงผมไม่ให้หลุดรุ่ยหรือเกะกะระหว่างนักร้องต้องขึ้นบนสลิงในโชว์ปิดท้าย โพนี่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติอยู่อย่างหนึ่ง เบ็กกี้ที่ปกติจะช่างพูดช่างคุยกลับนั่งเงียบทำหน้าเคร่งเครียดบนโซฟาด้านหลัง เธอจึงให้บรรดาทีมเสื้อผ้าและผู้ช่วยคนอื่นออกจากห้องให้หมด
“เป็อะไรรึเปล่าพี่เบ็กกี้ นั่งเงียบั้แ่มาถึงละ”
เบ็กกี้สบตาโพนี่ในกระจก “พี่เห็นแล้วนะ” เธอพูดด้วยแววตาข่มความรู้สึก “จดหมายเชิญจากค่ายซันนี่น่ะ พี่เห็นหมดแล้วนะ”
ความเย็นพุ่งผ่านสันหลังขึ้นต้นคอของโพนี่เร็ววาบ เื่ที่เธออยากให้เป็ความลับตอนนี้ดันมีคนเข้ามาล่วงรู้ซะแล้ว