่เย็นในรั้วมหา'ลัย กว่าการบรรยายในคลาสวิชาสุดท้ายจะสิ้นสุดลง ท้องฟ้าด้านนอกตึกคณะก็แปรเปลี่ยนเป็สีดำทะมึน สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ลมพายุพัดเอาความเย็นฉ่ำของหยาดน้ำฝนมาปะทะตัวอาคารจนเสียงดังอื้ออึง นักศึกษาคนอื่นๆ เริ่มทยอยเบียดเสียดกันกลับบ้าน แต่สำหรับโฟล์คและน้ำหวาน พวกเขายังคงติดอยู่ใต้โถงตึกคณะจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึง่ค่ำ
"ทุ่มกว่าแล้ว ฝนยังไม่มีทีท่าว่าจะซาเลยเนี่ย"
น้ำหวานก้มมองนาฬิกาข้อมือพลางทำหน้างอ มือเล็กกอดกระเป๋าเป้แนบตัวเพราะเริ่มรู้สึกหนาวจากไอฝน
โฟล์คหันไปมองฝ่าความมืดและสายฝนที่สาดส่องลงบนพื้นถนน เม็ดฝนหนาทึบจนมองเห็นทางข้างหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก ยิ่งดึกบรรยากาศรอบๆ มหาวิทยาลัยก็ยิ่งเปลี่ยวและเงียบเหงาลงเรื่อยๆ ความเป็ห่วงแฟนสาวเริ่มเกาะกุมหัวใจของเด็กหนุ่ม
"หวาน หอพักหวานอยู่ไกลจากหน้ามอมากไหม?" โฟล์คเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เดินเข้าซอยข้างมอไปประมาณห้านาทีก็ถึงแล้วจ้ะ แต่ทาง่ค่ำมันจะค่อนข้างมืดหน่อย" เธอบอกพลางชี้มือไปทางทิศทางของหอพัก
"งั้นเดี๋ยวเราไปส่ง"
โฟล์คพูดพร้อมกับหยิบร่มพับคันเล็กที่เขาพกติดกระเป๋าไว้ขึ้นมากางออกจนสุด แม้ขนาดของมันจะไม่ใหญ่พอสำหรับคนสองคน แต่เขาก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้แฟนสาวต้องเดินกลับคนเดียวในสภาพแบบนี้
"แต่ฝนตกหนักขนาดนี้ โฟล์คจะลำบากหรือเปล่า กว่าจะกลับถึงบ้านอีก" น้ำหวานเงยหน้ามองด้วยแววตาเกรงใจ
"ไม่ลำบากหรอก หวานเป็แฟนเรานะ มืดค่ำฝนตกแบบนี้จะปล่อยให้เดินกลับคนเดียวได้ยังไง"
โฟล์คส่งยิ้มอบอุ่นเพื่อให้อีกฝ่ายคลายกังวล มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของน้ำหวานให้ขยับเข้ามาชิดกาย
"มาเถอะ ขยับเข้ามาใกล้ๆ ร่มคันเล็กเดี๋ยวจะเปียกเอา"
น้ำหวานหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟสลัวของตึกคณะ เธอขยับกายเข้าไปซุกอยู่ใต้ร่มคันเดียวกับเขา ััได้ถึงแผ่นอกกว้างและไออุ่นจากตัวของนักกีฬาหนุ่มที่ช่วยบดบังกระแสลมหนาวได้อย่างดี ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินฝ่าสายฝนออกจากตึกมุ่งหน้าไปยังหอพักท่ามกลางความมืด
ตลอดทางเดิน โฟล์คเอียงร่มไปทางน้ำหวานจนไหล่กว้างของตัวเองเริ่มเปียกโชกไปด้วยหยาดฝน แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเลยสักนิด เพราะมืออีกข้างที่ว่างอยู่ได้เกาะกุมมือเล็กของน้ำหวานเอาไว้แน่น ความเงียบท่ามกลางเสียงฝนตกกระทบผืนร่มกลายเป็พื้นที่ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความละมุนและปลอดภัย เป็ค่ำคืนวันฝนตกที่แสนธรรมดาแต่กลับทำให้ใจของเด็กหนุ่มสาวทั้งสองดวงผูกพันกันลึกซึ้งยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงใต้หอพักท่ามกลางสายฝนที่ยังคงเทกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด แสงไฟนีออนสีส้มดวงเล็กตรงประตูทางเข้าสะท้อนให้เห็นสภาพของโฟล์คที่ไหล่เสื้อและกางเกงเปียกโชกไปซีกหนึ่งเพราะคอยเอียงร่มบังฝนให้เธอตลอดทาง
น้ำหวานหันกลับมามองแฟนหนุ่มด้วยแววตาที่เป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด ความเป็ห่วงพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองของสาวน้อย ทั้งกลัวว่าเขาจะต้องเดินกลับทางเปลี่ยวๆ ในเวลามืดค่ำคนเดียว และกลัวว่าร่างกายกำยำของนักกีฬาหนุ่มจะต้านทานความหนาวเย็นไม่ไหวจนจับไข้ไปเสียก่อน
"โฟล์ค... เสื้อเปียกหมดเลยเนี่ย"
น้ำหวานพึมพำพลางเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อที่ชุ่มน้ำของเขา ก่อนจะช้อนสายตาเรียวรีขึ้นมองด้วยความลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มแ่เบา
"คืนนี้... พักกับเราก่อนก็ได้นะ ฝนตกหนักขนาดนี้แถมนี่ก็มืดมากแล้วด้วย ทางกลับบ้านโฟล์คก็เปลี่ยว"
เธอก้มหน้าลงซ่อนแก้มที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ
"โฟล์คนอนตรงโซฟาในห้องได้ไหม... คงไม่เป็ไรหรอกเนอะ"
คำชวนที่คาดไม่ถึงทำเอาโฟล์คชะงักไป หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที ความเป็สุภาพบุรุษและความน่าเอ็นดูของแฟนสาวที่แสดงความห่วงใยอย่างซื่อตรง ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก เขามองใบหน้าจิ้มลิ้มของน้ำหวานที่กำลังยืนลุ้นกับคำตอบจนตัวเกร็ง
"จะดีเหรอหวาน... เรากลัวหวานจะอึดอัด"
โฟล์คแกล้งถามหยั่งเชิงด้วยรอยยิ้มละมุน
"ดีสิ... เราเป็ห่วงโฟล์คนะ ไม่อยากให้ตากฝนกลับตอนนี้เลย" น้ำหวานเงยหน้าขึ้นยืนยัน แววตาใสซื่อแฝงความจริงใจเต็มเปี่ยม
"งั้น... คืนนี้เราขอรบกวนหน่อยนะครับ นอนโซฟาก็ได้ สบายมากอยู่แล้ว" โฟล์คตอบตกลงในที่สุด พลางหุบร่มคันเล็กลง
น้ำหวานยิ้มกว้างด้วยความโล่งอกก่อนจะเดินนำเขาขึ้นบันไดไปยังห้องพักชั้นบน ชีวิตรักวัยใสในห้องพักส่วนตัวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในคืนฝนตก โดยที่โฟล์คไม่ได้รู้เลยว่า การตัดสินใจไม่กลับบ้านในค่ำคืนนี้ กำลังจะทำให้ใครบางคนที่นั่งรออยู่ที่บ้านหลังใหญ่เริ่มอยู่นิ่งไม่ได้ด้วยความร้อนรุ่มและสงสัย
ภายในห้องพักขนาดกะทัดรัดของน้ำหวาน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กและน้ำยาปรับผ้านุ่ม โฟล์คที่เพิ่งยืมเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นของน้ำหวานมาใส่หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ กำลังนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็กด้วยความรู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เด็กหนุ่มที่เคยผ่านสมรภูมิรักอันร้อนแรงแบบสามคนที่บ้านมาแทบทุกวัน บัดนี้กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องมาอยู่ตามลำพังกับแฟนสาวคนแรกในพื้นที่ส่วนตัว ความรู้สึกในใจของเขาตีกันวุ่นวาย ทั้งความเขินอายในความรักอันบริสุทธิ์สะอาดสะอ้าน และสัญชาตญาณความ้าตามประสาชายหนุ่มที่อยากจะสาวหมวยตรงหน้าในคราวเดียวกัน
โฟล์คมองไปที่เตียงนอนหลังเล็กที่มีน้ำหวานนั่งพับผ้าอยู่ แสงไฟสีนวลในห้องยิ่งขับให้ผิวขาวของเธอสว่างตาน่าหลงใหล ความเ้าเล่ห์ที่ติดตัวมาจากเื่เล่าในอดีตเริ่มทำงาน โฟล์คแสร้งยกมือขึ้นกุมขมับพลางส่งเสียงครางแ่ๆ ในลำคอ
"หวานครับ... เราว่าเราเริ่มปวดหัวตึบๆ แล้วอ่ะ สงสัยไข้จะขึ้นแน่เลย นอนตรงโซฟามันหนาวไอฝนด้วย"
โฟล์คทำเสียงออดอ้อนพลางช้อนตาคมเข้มขึ้นมองด้วยท่าทางน่าสงสาร
น้ำหวานรีบหันมามองด้วยความใ
"อ้าว จริงเหรอโฟล์ค? เพราะตากฝนมาส่งเราแท้ๆ เลย"
"หวาน... คืนนี้เราขอนอนบนเตียงด้วยคนได้ไหมครับ?" โฟล์คขยับเข้าไปใกล้เตียง แสร้งทำหน้าตาน่าเอ็นดูพลางชูนิ้วก้อยขึ้นมา
"เราสัญญาเลยว่าจะนอนเฉยๆ จะไม่ทำอะไรหวานเลยจริงๆ นะครับ"
คำขอตรงๆ ทำให้น้ำหวานใจเต้นตุบตับจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีแดงจัดจนถึงใบหู เธอรู้ดีว่าโฟล์คเป็ผู้ชายตัวโตและเป็แฟนหนุ่มที่เธอเพิ่งคบหา แต่ความห่วงใยและสายตาเว้าวอนของเขาก็ทำให้เธอปฏิเสธไม่ลง สาวน้อยสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ
"อื้อ... ก็ได้จ้ะ ขยับมานอนข้างในสิ"
ทันทีที่ทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างกันบนเตียงแคบ โฟล์คก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เขากระเถิบกายเข้าไปชิดจนได้กลิ่นหอมกรุ่นจากตัวเธอ หนุ่มนักกีฬาเริ่มใช้ลูกอ้อนซุกหน้าลงกับไหล่บางของน้ำหวาน
"ขอบคุณนะครับแฟนใครก็ไม่รู้น่ารักที่สุดเลย"
ไม่พูดเปล่า แขนแกร่งวาดไปโอบดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น ััจากร่างกายที่นุ่มนิ่มทำให้อารมณ์รักเริ่มพลุ่งพล่าน ฝ่ามือหนาเริ่มขยับลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและเอวคอดของเธออย่างย่ามใจ โฟล์คเชิดคางมนของน้ำหวานขึ้นช้าๆ สายตาคมเข้มสบประสานกับดวงตาเรียวรีที่สั่นระริก ก่อนที่เขาจะก้มลงไปมอบจูบที่นุ่มนวลและอ่อนโยนลงบนริมฝีปากบาง
"อื้อ..."
ััที่จู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้กวางน้อยใสซื่อตื่นตระหนก หัวใจของน้ำหวานเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวต่อสิ่งแปลกใหม่ ร่างกายของเธอเกร็งขึ้นมาทันที สองมือเล็ก รีบยกขึ้นยันแผงอกกว้างของโฟล์คออกอย่างสุดแรงจนริมฝีปากแยกจากกัน
"โฟล์ค... อย่าเพิ่ง... หวานยังไม่พร้อม"
น้ำหวานพูดเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นกลัวระคนขอความเห็นใจ
เสียงเตือนสติและท่าทางหวาดหวั่นของน้ำหวานเหมือนน้ำเย็นที่ราดลงบนกองไฟราคะ โฟล์คชะงักไปชั่วครู่ ความเป็สุภาพบุรุษและความรักที่มีต่อเธอทำให้เขาได้สติ เขารู้ดีว่าน้ำหวานไม่ใช่รัญจวนอย่างอาย และเธอคือผู้หญิงที่เขาต้องทะนุถนอม ไม่ใช่เพลิงราคะเหมือนที่บ้าน
"ขอโทษครับหวาน... โฟล์คขอโทษนะ ไม่ร้องนะคะ"
โฟล์คผ่อนลมหายใจยาว ขยับมือมาลูบหัวปลอบโยนสาวน้อยอย่างอ่อนโยน เขาลดความร้อนแรงลงเหลือเพียงความอบอุ่น จัดแจงกระชับอ้อมกอดรวบร่างของน้ำหวานมาแนบอกเบาๆ โดยไม่มีการล่วงเกินใดๆ อีก
"คืนนี้โฟล์คจะนอนกอดหวานเฉยๆ ตามสัญญาครับ นอนเถอะนะคนดี"
น้ำหวานที่เห็นแฟนหนุ่มยอมหยุดตามคำขอ ยอมซบหน้าลงกับอกกว้างของเขาด้วยความสบายใจและรู้สึกปลอดภัย ค่ำคืนฝนตกในห้องพักหลังเล็กจึงผ่านพ้นไปด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่นของความรักวัยใส โดยไม่มีบทรักร้อนแรงเข้ามาเจือปน มีเพียงความผูกพันของหัวใจสองดวงที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นพร้อมๆ กัน