เห็นสีหน้าปั้นยากของน้องชายเมิ่งซานก็ถอนหายใจก่อนจะตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆแทนที่จะอยู่ที่นี่แล้วทุกใจไม่สู้แยกตัวออกจากปัญหาั้แ่เนิ่นๆดีกว่า
“คืนนี้ข้าจะเรียกรวมตัวผู้าุโในตระกูลมาพูดคุยเื่นี้เ้าเองก็คิดให้ดี”เมิ่งเหยียนกล่าว
“ฟังที่ท่านพ่อบอกเถอะเพื่อลูกชายของเ้าควรจะแยกตัวออกไปอย่าให้เขามารับรู้เื่สกปรกของโลกมนุษย์เลย”เมิ่งซานกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วรอให้ฉีเอ๋อกลับมาถึงข้าจะพูดกับพวกเขาแล้วแยกตัวออกไปทันที”เมิ่งคงกล่าว
“ดีสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมือนในอดีตแล้วแคว้นสุ่ยถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องถดถอยหรือเลวร้ายสุดอาจจะล่มสลาย”เมิ่งเหยียนกล่าว
ขณะเดียวกันด้านนอกเมืองได้มีนักพรตชราคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับหญิงสาวที่งดงามสองคนคนหนึ่งคือลูกศิษย์ของนักพรตชราส่วนอีกคนกลับไม่ใช่
“เหตุใดผู้าุโถึงพาข้ามาที่นี่”หญิงสาวที่งดงามสวมชุดสีฟ้ากล่าวขึ้น
“อาจารย์เ้าไม่ได้บอกอะไรเลยงั้นเหรอ”นักพรตชราหันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแปลกใจ
“ท่านอาจารย์บอกแค่ว่าให้ข้าตามผู้าุโมาเท่านั้น”หญิงสาวกล่าว
“เ้านั่นเป็คนยังไงกันแน่นะเื่สำคัญแบบนี้ก็ควรจะบอกลูกศิษย์ของตัวเองสักหน่อยไม่ใช่หรือกลับต้องให้ข้ามาคอยอธิบายอีกทั้งๆที่ข้านำเื่ดีๆมาให้เ้านั่นแท้ๆ”นักพรตชรากล่าว
“คือว่าท่านอาจารย์พบตัวอัจฉริยะที่มีร่างศักดิ์สิทธิ์ที่อาจารย์ของเ้าตามหาเจอแล้วจึงบอกข้อมูลแก่อีกอาจารย์ของเ้าแต่เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ของเ้ากำลังยุ่งจึงไม่อาจแยกตัวออกมาได้จึงให้เ้าติดตามท่านอาจารย์และข้ามารับตัวนางกลับไปแทน”ลูกศิษย์ของนักพรตชรากล่าว
“แบบนี้นี่เองแสดงว่าหญิงสาวคนนั้นมีกายาเทพอัคคีงั้นเหรอ” หญิงสาวชุดฟ้าใ
“ใช่แล้วแม้ตอนนี้กายศักดิ์สิทธิ์ของนางจะยังไม่ตื่นขึ้นแต่อีกไม่นานแล้ว”ศิษย์ของนักพรตชรากล่าว
“ั้แ่ที่ทวยเทพดับสูญสรวง์ถูกทำลายมหามรรคาก็เหมือนกับไหลคืนสู่ต้นกำเนิดและตกลงมาสู่โลกมนุษย์เวลาหมื่นปีมานี้อยู่ๆในสามเผ่าก็มีกายศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”นักพรตชราถอนหายใจ
“ท่านอาจารย์ศิษย์ไม่เข้าใจทำไมท่านถึงทิ้งตำราห้วงความฝันและยันต์แผ่นนั้นให้กับศิษย์น้องด้วยหากศิษย์น้องใช้มันละก็เกรงว่า....”
“เพราะศิษย์น้องของเ้าจิตใจใสสะอาดเกินไปความเป็เทพสมบูรณ์ของเขาเป็ทั้งพรและภัยให้กับตัวเองหากเป็ยุคที่ทวยเทพยังอยู่ความเป็เทพสมบูรณ์ของเขาแน่นอนว่าสามารถกลายเป็เทพได้โดยตรงแต่ว่ายุคนี้ไม่มีเทพอีกต่อไปแล้วมีแต่มนุษย์ที่ค่อยๆฝึกฝนและก้าวสู่ระดับเทพเท่านั้นและมนุษย์ที่บรรลุระดับเทพไม่ถือว่าเป็เทพที่บริสุทธิ์”นักพรตชรากล่าว
“ดังนั้นท่านอาจารย์แค่อยากจะฝึกจิตใจของศิษย์น้องใช่หรือไม่”
“แน่นอนแต่ว่าเ้าเด็กนี่ค่อนข้างโชคดีมากเกินไปไม่คิดว่าจะฝึกอะไรล้วนแต่โชคดีฝึกสำเร็จได้ง่ายๆขนาดเดินออกนอกบ้านยังเหยียบสมบัติได้ง่ายๆเลย” นักพรตชราพ่นเสียงออกมาเพราะหลายอย่างไม่เป็ไปตามที่ตนคิด
“เดี๋ยวก่อนความเป็เทพสมบูรณ์ โชคดี ศิษย์น้อง นี่มันเื่อะไรกัน” หญิงสาวชุดฟ้าแสดงสีหน้าใ
“อั้ยหยาเ้าอย่าพึ่งบอกเื่ที่ข้ารับศิษย์คนสุดท้ายกับอาจารย์ของเ้าเด็ดขาดหากเขารู้เขาจะต้องมาโวยวายกับข้าแน่”นักพรตชรากล่าว
“แต่นี่มันเื่ใหญ่มากเลยนะเมื่อสิบปีก่อนอยู่ๆโชคชะตาทั่วโลกก็ตื่นตัวอย่าว่าแต่เผ่ามนุษย์เลยแม้แต่เผ่าปีศาจยังส่งคนออกตามหาต้นตอของเหตุการณ์นั้นลูกศิษย์ของผู้าุโคงไม่ใช่ว่า...” หญิงสาวชุดฟ้าหยุดกล่าวทันทีเพราะเห็นอีกฝ่ายใช้นิ้วชี้มาวางไว้ที่ปากบอกเป็ในว่าไม่ต้องกล่าวอะไรแล้ว
“ผู้เยาว์เข้าใจแล้ว”หญิงสาวชุดฟ้าแทบอยากจะร้องให้ หากอีกฝ่ายไม่อยากให้ตนรู้จะพูดเื่นี้ออกมาทำไมเห็นได้ชัดว่าคิดจะดึงตนมาเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดเพื่อปิดบังอาจารย์ของนาง
“เพราะงั้นอาจารย์ของเ้าถึงได้เอ็นดูเ้ามากที่สุดเพราะเ้าฉลาดและรู้ความยังไงละฮ่า ฮ่า” นักพรตชรากล่าว
“ผู้าุโร่างที่ท่านแสดงอยู่ในตอนนี้ใช้ความฝันหรือไม่” หญิงสาวชุดฟ้ากล่าว
“ถูกต้องแล้วร่างจริงของท่านอาจารย์คงนอนหลับอยู่ที่ไหนสักแห่งอย่างไม่ต้องสงสัยและร่างของอาจารย์ก็กำลังฝันว่าทำสิ่งต่างๆอย่างเช่นตอนนี้สำหรับท่านอาจารย์ก็เป็การฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น”ศิษย์ของนักพรตชรากล่าว
“เื่ของข้าเ้าจะสนใจไปทำไมตอนนี้เรามาถึงแล้วแต่ขอข้าคำนวณดูก่อนว่าตอนนี้สถานการณ์ของทั้งสองเป็อย่างไรบ้าง” พรตชรานับนิ้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มีปัญหา”หญิงสาวชุดฟ้าเห็นชายชราขมวดคิ้วก็ใจกระตุก
“ไม่คิดว่าจะเป็ศิษย์ของเ้านั่นถึงขั้นกล้าแยกดวงจิตมาจำแลงเป็นักพรตคนหนึ่งเพื่อมาพิสูจน์มรรคาในแคว้นเล็กๆแห่งนี้แถมยังใช้ผู้คนในแคว้นมาพิสูจน์มรรคาอีกด้วย”นักพรตชราเค้นเสียง
“แล้วศิษย์น้องจะเจอปัญหาหรือไม่”
“ข้าคำนวณไม่ได้หลายปีมานี้โชคชะตาของเ้าเด็กนี่นับว่าเริ่มน่ากลัวขึ้นมาแล้วขนาดข้าหากคิดจะแอบดูโชคชะตาของเขายังต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงมากไม่คุ้ม ไม่คุ้มเลย” นักพรตชรากล่าว
“แล้วศิษย์น้องของข้าละ”หญิงสาวชุดฟ้ากล่าว
“ไม่มีปัญหาแต่ว่านับจากนี้สายเต๋าของเ้าและสายเต๋าที่สองน่าจะต้องเกลียดขี้หน้ากันแล้ว”นักพรชรายิ้ม
“ศิษย์น้องเล็กมีความแค้นกับสายเต๋าที่สองงั้นหรือ”หญิงชุดฟ้าแปลกใจ
“ใช่เป็ความแค้นที่สังหารบิดามารดาและครอบครัวเลยละ” นักพรตชรากล่าว
“เช่นนั้นข้าก็คงไม่อาจอยู่เฉยได้แล้วข้าจะไปสั่งสอนเ้านั่นเดี๋ยวนี้” หญิงสาวชุดฟ้าบิดข้อมือเตรียมตรงไปยังเมืองหลวงทันที
“เดี๋ยวก่อนอย่าพึ่งลงมือข้าอยากจะใช้ศิษย์ของเ้านั่นมาขัดเกลาจิตใจเ้าตัวดีของข้าเสียหน่อย”นักพรตชรายกยิ้มชั่วร้าย
ทั้งสามเดินเข้ามาในเมืองโดยที่ไม่มีใครมองเห็นจากนั้นก็เดินผ่านตระกูลเมิ่งเข้าไปได้อย่างง่ายดายจนมาถึงจวนของเมิ่งเจี้ยนเฉินซึ่งในลานกว้างเซี่ยชิงอี้กำลังฝึกกระบี่ส่วนเมิ่งเจี้ยนเฉิน....กำลังนอนอยู่
“อุบ!!!!!!เหมือนท่านอาจารย์เลย”
“แน่นอนอยู่แล้วลูกศิษย์คนสุดท้ายของข้าย่อมต้องเหมือนข้าแต่ว่าการฝึกตนโดยที่ไม่มีใครชี้แนะแต่ทำได้ถึงขนาดนี้ก็เข้าขั้นน่ากลัวแล้วนะ”นักพรตชรากล่าว
“ศิษย์น้องเปิดเส้นลมปราณถึงสองร้อยกว่าเส้นเลยงั้นเหรอสุดยอดขนาดไม่มีใครคอยช่วยนะเนี่ย”
“ชิงเสวี่ยเ้าคิดว่าศิษย์น้องของเ้าในตอนนี้เป็อย่างไร”นักพรตชรากล่าว
“อืมในความคิดของข้านับว่าเพียงพอแล้ว” ชิงเสวี่ยกล่าว
“พอบ้าอะไรของเ้าศิษย์น้องของเ้ามีความเป็เทพสมบูรณ์เส้นปราณควรจะถูกเปิดอย่างสมบูรณ์ถึงจะถูกแถมนี่มันอะไรเขาฝึกฝนแค่เส้นทางเต๋าเท่านั้น ไม่ดี ไม่ดีเลยไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องทำลายและสร้างใหม่” นักพรตชรากล่าว
“เอ่อผู้าุโท่านจะทำอย่างไรกับแม่ทัพเทพตนนั้น” หญิงสาวชุดฟ้ามองไปยังแม่ทัพเทพที่ค่อยๆลืมตาขึ้นมองมายังพวกตน
“เ้าหนะหัดรู้ซะบ้างว่าข้าคือใครข้าคืออาจารย์ของเ้านายเ้านะ” นักพรตชราหันไปมองอีกฝ่ายแต่แม่ทัพเทพกลับไม่ได้หลับตาและยังมองมายังทั้งสามเพียงแค่ไม่ได้ลงมือเท่านั้น
“นี่มันอะไรกันในจวนของศิษย์น้องทำไมสมบัติโบราณถึงมากขนาดนี้” ชิงเสวี่ยมองรอบๆด้วยแววตาตื่นตระหนก
“ข้าถึงบอกไงว่าโชคขี้หมาของเ้าเด็กนี่ค่อนข้างน่าใตัวไม่เคยออกจากเมืองมาก่อนแต่สมบัติกลับเดินทางมาหาถึงที่ มีอย่างที่ไหนกัน”นักพรตชราเค้นเสียง
“อืมใครนิดทาข้ากันระวังจะถูกกระบี่บินเสียบก้นนะ” เสียงของเมิ่งเจี้ยนเฉินดังขึ้นเห็นได้ชัดว่ากำลังละเมอ
“แย่แล้ว”นักพรตชรามองไปยังท้องฟ้ามีกระบี่เล่มหนึ่งตกลงมาพุ่งมาหาตนทันที
หญิงสาวชุดฟ้าและชิงเสวี่ยใต่างพากันถอยหลังออกไปนักพรตชรายื่นฝ่ามือออกไปม้วนกระบี่เล่มนั้นแล้วปักลงพื้น
“นี่มันไม่จริงใช่ไหม”หญิงสาวชุดฟ้ากล่าว
“หากศิษย์เปลี่ยนจากกระบี่เป็ดวงดาวสักดวงเกรงว่าเมืองนี้ไม่ถูกทำลายไปเลยงั้นเหรอ”ชิงเสวี่ยกลืนน้ำลายนางตัดสินใจว่าในอนาคตนางจะไม่แกล้งศิษย์น้องของนางอย่างเด็ดขาดน่ากลัวเกินไปแล้ว
“ดูสิโชคขี้หมาจริงด้วยกระบี่เล่มนี้เคยเป็กระบี่ของเทพบางองค์มาก่อนแค่นอนละเมอก็ได้กระบี่ล้ำค่ามาแล้วเล่มหนึ่ง”นักพรตชราม้วนกระบี่เก็บไว้ในชายแขนเสื้อโดยไม่สนใจสายตาของหญิงสาวทั้งสองเลย
“ท่านอาจารย์นี่ท่าน”ชิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าอาจารย์ของนางไร้ยางอายเกินไปแล้ว
“เ้าตัวดีของสมบัติมากมายขนาดนี้เขาไม่สนใจแค่ของเล็กน้อยพวกนี้หรอกอีกอย่างในร่างของเ้าตัวดีก็มีของล้ำค่าที่น่ากลัวซ่อนอยู่อีกด้วยเอาละจากนี้พวกเรารอดูเื่สนุกก็พอ” นักพรตชรากล่าว
“แล้วข้าควรพาศิษย์น้องของข้ากลับไปหาอาจารย์เลยหรือไม่”หญิงสาวชุดฟ้ากล่าว
“อย่าพึ่งสิไว้รอให้เื่นี้จบก่อน”นักพรตชรายกยิ้ม
ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มชายหนุ่มห้าคนเดินเข้ามาในเมืองชิงแต่ละคนสวมชุดของสำนักเจินอูเมิ่งฉีที่ออกไปฝึกตนนานหลายปีในที่สุดก็กลับมาและยังพาศิษย์ของสำนักเจินอูกลับมาด้วยถึงสี่คน
ทันทีที่พวกเมิ่งฉีมาถึงคนของตระกูลเมิ่งก็ออกมาต้อนรับผู้าุโหลายคนต่างเสนอหน้าออกมา
“ยินดีต้อนรับคุณชายฉีในที่สุดท่านก็กลับมา”
“หลายปีมานี้คุณชายฉีสง่างามขึ้นหลายส่วนทีเดียว”
“ตอนนี้คุณชายฉีอยู่ระดับที่เท่าไหร่แล้ว”หลายคนต่างล้อมเมิ่งฉีด้วยสีหน้าประจบ
“เรียนผู้าุโทุกท่านตอนนี้ข้าอยู่ขั้นสร้างรากฐานขั้นสูงแล้ว”เมิ่งฉีกล่าวด้วยสีหน้าภูมิใจ
“สมกับเป็ลูกของแม่ท่านปู่ของเ้าจะต้องภูมิใจมากแน่คืนนี้เองก็จะมีงานฉลองพอดี” มารดาของเมิ่งฉีเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้ามุมปากโค้งขึ้น
เมิ่งคงเองก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าซับซ้อนในตอนแรกแต่ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันทีเดินเข้าหาบุตรชายแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“ทุกท่านนี่คือสหายของข้าในสำนักเจินอูพวกเขาติดตามข้ากลับมาเพราะหลังจากนี้ข้าต้องออกไปหาประสบการณ์ด้านนอกกับพวกเขา”เมิ่งฉีกล่าว
“เช่นนี้นี่เองข้าจะให้คนรีบไปจัดเตรียมห้องดี๋ยวนี้”มารดาของเมิ่งฉียิ้มสั่งสาวใช้ให้รีบมาต้อนรับแขก
สาวใช้ที่งดงามถูกมารดาของเมิ่งฉีเรียกให้มารับแขกทันทีพวกศิษย์ของสำนักเจินอูยกยิ้มขึ้นสาวใช้เหล่านี้ค่อนข้างงดงามเลยทีเดียวเมิ่งคงขมวดคิ้วมองไปยังภรรยาของตนหลังจากรู้ความจริงกับสิ่งที่นางทำก็ทำให้จิตใจของเมิ่งคงไม่เหมือนเดิม
เมิ่งคงพาเมิ่งฉีเดินกลับจวนของตนเองและนั่งคุยกันส่วนภรรยาของเมิ่งคงก็เข้าครัวไปทำอาหารด้วยตัวเอง
“เป็อย่างไรบ้างฝึกตนในสำนักลำบากหรือไม่”เมิ่งคงกล่าว
“ไม่เลยท่านอาจารย์บอกว่าพร์ของข้าดีจึงไม่ลำบากเท่ากับคนอื่น”เมิ่งฉียิ้มอย่างภูมิใจ
ขณะที่ตระกูลเมิ่งกำลังยินดีที่เมิ่งฉีกลับมามีเพียงจวนของเมิ่งเจี้ยนเฉินที่เงียบสงบคนหนึ่งนอนหลับไม่ยอมตื่นคนหนึ่งร่ายรำกระบี่และมีสามคนที่ซ่อนตัวดูทั้งสองอย่างเงียบๆ