สามวันต่อมา
ยามซื่อ (09.00-11.00น.) เหม่ยหลัวเดินเข้ามาด้านในเรือนของยายเฒ่าหลานอีด้วยถูกจื่อรั่วฝากวานให้เข้ามาดูท่านยายที่นอนป่วยอยู่เพียงลำพังเพราะนางต้องเข้าไปทำงานที่จวนนายอำเภอั้แ่เช้า หลายวันมานี้อาการของยายเฒ่าไม่ค่อยดีนักจึงต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด
"ท่านยายเป็อย่างไรบ้างวันนี้ข้าต้มซุปเห็ดมาให้ท่านด้วยนะจื่อรั่วนางออกไปทำงานที่จวนนายอำเภอั้แ่เช้าเลยฝากให้ข้ามาดูท่าน" เหม่ยหลัวเดินเข้ามายังภายในห้องที่ยายเฒ่าหลานอีนอนอยู่ก่อนจะวางถ้วยซุปเห็ดไว้บนโต๊ะแล้วเดินเข้ามาดูนางใกล้ๆ ต้องใเมื่อยายเฒ่าหลานอีนอนนิ่งลมหายใจเริ่มแ่เบา
"ท่านยาย ท่านอย่าเพิ่งเป็อะไรไปนะ" เหม่ยหลัวเขย่าร่างที่นอนนิ่งเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงใก่อนจะโล่งใจเมื่อร่างของยายเฒ่าหลานอีเริ่มขยับเล็กน้อย จากนั้นเหมยหลัวจึงได้วิ่งออกมาด้านนอกะโร้องเรียกให้จั่วหลิวผู้เป็สามีไปแจ้งข่าวแก่จื่อรั่วที่จวนนายอำเภอเพราะดูท่าทียายเฒ่าเริ่มไม่ไหวแล้ว เพียงไม่นานจั่วหลิวก็มาถึงยังหน้าที่ทำการนายอำเภอแต่หากจะเข้าไปแจ้งแก่จื่อรั่วโดยตรงคงจะเป็เื่ยากเพราะด้านหน้ามีทหารยืนเฝ้าอยู่หลายนายจึงได้ฝากความให้ทหารเข้าไปแจ้งแก่จื่อรั่วส่วนจั่วหลิวก็ยืนรออยู่ด้านหน้าประตูอย่างร้อนใจก่อนจะมีทหารเดินออกมาบอกให้เขากลับไปก่อน
"นายอำเภอขอรับมีคนมาแจ้งว่ายายเฒ่าหลานอีป่วยหนักบอกให้แม่นางผู้นี้รีบกลับไปโดยด่วนขอรับ" ลู่จิ่วเดินเข้ามาภายในห้องทำงานก่อนแจ้งให้หลิวหยางทราบ
"แล้วอาการของท่านยายเป็อย่างไรบ้าง" หลิวหยางไม่คาดคิดว่าอาการของยายเฒ่าหลานอีจะทรุดหนักรวดเร็วขนาดนี้
"คนผู้นั้นยังเน้นย้ำให้นางรีบกลับโดยด่วนขอรับจากการบอกเล่าอาจไม่พ้นคืนนี้" ลู่จิ่วบอก
"ท่านว่าอะไรนะ ท่านยายของข้าป่วยหนักอย่างนั้นหรือเหตุใดถึงเป็เช่นนี้วันก่อนท่านยังอาการดีๆ อยู่เลย" จื่อรั่วที่เพิ่งเดินเข้ามาก็ต้องใเมื่อได้ยินคำที่ลู่จิ่วเอ่ยกับหลิวหยาง
"ใช่แล้วแม่นางจื่อรั่วเมื่อครู่มีคนมาแจ้งแก่ทหารด้านนอกหน้าประตูให้เ้ารีบกลับเรือนโดยด่วน" ลู่จิ่วหันมาบอกนางตามตรงก่อนที่จื่อรั่วจะรีบหุนหันเดินออกไปอย่างร้อนใจ
"เดี๋ยวก่อนข้าจะไปกับเ้าด้วย ลู่จิ่วเตรียมรถม้าด่วน" หลิวหยางรีบเอ่ยห้ามเอาไว้ก่อนจะสั่งให้ลู่จิ่วรีบเอารถม้าออกทันที
"ขอรับ" ลู่จิ่วรับคำแล้วจึงรีบออกไป ทั้งสองเดินออกมาขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ด้านหน้าประตูมุ่งหน้าไปยังเรือนของจื่อรั่วโดยทันทีใช้เวลาเพียงไม่นานจื่อรั่วก็มาถึงเรือนพร้อมกับนายอำเภอหลิวหยางก่อนจะรีบเดินตรงเข้าไปยังห้องนอนของท่านยายทันที
"น้าเหม่ยหลัวท่านยายเป็อย่างไรบ้าง" จื่อรั่วรีบเอ่ยถามอย่างร้อนใจจากเหม่ยหลัวที่ยืนหน้าเศร้าอยู่มุมห้อง
"เหตุใดจึงไม่มีใครตามหมอมาดูอาการของท่านยายหรือ" หลิวหยางเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอาการของยายเฒ่าหลานอีไม่สู้ดี
"ไม่มีประโยชน์หรอกเ้าค่ะ" ยายเฒ่าหลานอีเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ท่านห้ามพูดแบบนั้นสิท่านยาย ยังไงเสียท่านก็ต้องหายเดี๋ยวข้าจะไปตามหมอมาดูอาการของท่านเดี๋ยวนี้" จื่อรั่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้นก่อนจะลุกขึ้นแต่ถูกมือของยายเฒ่าหลานอีรั้งเอาไว้
"นายอำเภอหลิวข้ามีเื่อยากคุยกับท่านและจื่อรั่ว" เหม่ยหลัวได้ยินดังนั้นจึงได้เดินออกจากห้องปล่อยให้ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกัน
"ขอรับท่านยาย" หลิวหยางนั่งลงข้างเตียงนอนของยายเฒ่า ก่อนที่มืออันไร้เรี่ยวแรงจะยื่นมากุมมือของหลิวหยางและจื่อรั่วเข้าไว้ด้วยกัน
"ข้าขออะไรท่านนายอำเภอสักอย่างได้หรือไม่ ข้ารู้ตัวเองดีว่าอยู่ได้อีกไม่นานหากข้าไม่อยู่แล้วท่านช่วยดูแลจื่อรั่วแทนข้าได้หรือไม่ นางกำพร้ามาั้แ่เด็กนางไม่มีผู้ใดนอกจากข้าท่านรับปากข้าได้หรือไม่" หลิวหยางรีบรับปากทันทีเข้าใจได้ว่านี่อาจเป็คำสั่งเสียจากนางเขาจึงได้เอ่ยปากตกลงรับคำสั่งเสียนั้นอย่างไม่ลังเลเพื่อให้ท่านยายได้หมดห่วง
"เหตุใดท่านยายถึงได้พูดแบบนี้เล่า ท่านต้องอยู่กับข้าตลอดไปท่านห้ามเป็อะไรเด็ดขาด" ได้ยินดังนั้นน้ำใสๆ เอ่อล้นขอบดวงตาก่อนจะค่อยๆ ไหลอาบสองแก้มความรู้สึกเสียใจพรั่งพรูออกมาอย่างอดกลั้นไม่ได้
"เ้าอย่าได้เสียใจไปเลยมีพบก็ต้องมีจากเป็ธรรมดาของชีวิตคนเรานับเป็วาสนาของข้าที่ได้พบเจอเ้าจนวาระสุดท้าย เ้าดูแลตัวเองให้ดีเ้าต้องเชื่อฟังคำของท่านนายอำเภอให้มากนะ" ยายเฒ่าหลานอียิ้มให้จื่อรั่วก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงลมหายใจรวยรินก่อนจะค่อยๆ สงบนิ่งไปในที่สุด จื่อรั่วพยักหน้ารับคำสะอื้นไห้ตัวโยนน้ำตาไหลเป็สายน้ำจนหลิวหยางต้องเข้ามาประคองให้ลุกขึ้น เขาปล่อยให้เธอได้ร้องไห้จนพอใจหากแต่ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงง่ายๆ
"เ้าอย่าได้เสียใจไปเลยท่านยายไปสบายแล้ว" หลิวหยางเอ่ยปลอบจื่อรั่วที่นั่งร้องไห้อยู่ด้านนอกเรือนเพียงลำพัง
"ข้ารู้ แต่ข้าก็ยังเสียใจอยู่ดี" จื่อรั่วพูดไปสะอื้นไปเหตุใดเธอต้องรู้สึกเสียใจขนาดนี้ทั้งที่ยายเฒ่าหลานอีก็ไม่ใช่สายเืที่แท้จริงคงเป็เพราะความผูกพันที่เธอคอยดูแลนางมา ยิ่งเขาได้เห็นน้ำตาของการสูญเสียบุคคลอันเป็ที่รักเขายิ่งรู้สึกเศร้าไปกับนางด้วยหลิวหยางจึงได้แต่นั่งอยู่ข้างๆ เท่านั้น
"นี่ท่านไม่มีอะไรต้องไปทำหรืออย่างไรถึงได้มีเวลามานั่งอยู่เป็เพื่อนข้าอย่างนี้" เห็นว่าหลิวหยางนั่งอยู่นานแล้วเขายังไม่ลุกไปไหนจึงได้เอ่ยถามขึ้น
"......" เขาได้แต่ส่ายหน้าเหตุใดเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องอยากอยู่ใกล้ๆ เวลาที่นางเสียใจ เมื่อเห็นว่าเขาเงียบเธอจึงได้แต่ปล่อยให้เขานั่งอยู่เป็เพื่อนเธอหากว่าเขาอยากกลับก็คงจะไปเองแต่จื่อรั่วกลับรู้สึกอุ่นใจที่มีเขาอยู่ใกล้ในยามที่เธอเสียใจอย่างนี้หากเป็ไปได้อยากให้เขาได้อยู่ข้างเธอแบบนี้เรื่อยไปไม่ว่าเธอจะทุกข์หรือสุข