“โครงการสเปซออฟไปถึงไหนแล้ว”
หญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวยในชุดรัดรูปสีทองเอ่ยถามขึ้นกลางวงประชุมที่เต็มไปด้วยผู้ชายห้องประชุมแห่งนี้ใช้วัสดุใสคล้ายกระจกบานใหญ่ติดอยู่กับฝั่งทางเดินด้านนอก อีกสามด้านเป็ผนังธรรมดาที่ถูกทาทับด้วยสีขาวเพื่อที่จะได้ประหยัดไฟฟ้าในการให้แสงสว่างโต๊ะประชุมนั้นมีลักษณะสี่เหลี่ยมยาวสามารถใช้เป็จอเพื่อเปิดไฟล์งานต่างๆตอนประชุมได้ ส่วนเก้าอี้ของทุกคนมีลักษณะโค้งรับกับสรีระเป็นวัตกรรมล่าสุดที่ดาวดวงนี้ซื้อมาจากดาวเพื่อนบ้านในระบบเดียวกันสีของมันเป็สีเขียวอ่อนซึ่งตัดกับสีของห้องอย่างเด่นชัดวัสดุที่ใช้ก็เป็มิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะทำจากสารสกัดธรรมชาติที่มีอย่างมากมายในดวงดาวเ้าของผลิตภัณฑ์
“ขออภัยจริงๆครับ”
ชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยรีบยืนขึ้นรายงานอย่างลุกลี้ลุกลน
“ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของการทดลองครับ”
หญิงสาวหันมามองชายคนดังกล่าวด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ก่อนที่จะเขวี้ยงแก้วเครื่องดื่มทรงยาวไปที่ผนังห้องจนแก้วนั้นแตกกระจาย
“ใจเย็นๆก่อนครับคุณแอนนา” ชายร่างเตี้ยละล่ำละลักบอกพลางเหลือบไปมองเศษแก้วที่กระจายอยู่เกลื่อนพื้นห้องสีขาว
“เป็พวกคุณก็พูดได้นี่!ลองมาเป็ฉันดูบ้างสิ”
ทุกคนในห้องประชุมเงียบกริบไม่มีใครกล้าเงยหน้าสบตากับหญิงสาวที่ชื่อว่าแอนนาคนนี้เลยสักคน ไม่ใช่ว่าเพราะกลัวที่เธอโมโหแต่ทุกคนกลัวบารมีบิดาของเธอซึ่งเป็ถึงประธานบริษัทและยังเป็หุ้นส่วนใหญ่ของโครงการสเปซออฟสิทธิ์ขาดในการล้มโครงการสเปซออฟหรือแม้กระทั่งการสั่งไล่พนักงานคนใดออกขึ้นอยู่กับคาลอส...บิดาของเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกทุกคนหันไปมองเป็ตาเดียวกัน แล้วก็ต้องรีบพากันลุกขึ้นยืนในทันทีเพราะบุคคลที่เข้ามาขัดจังหวะการประชุมที่กำลังตึงเครียดก็คือคาลอสประธานบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีนั่นเอง
คาลอสเป็ชายวัยห้าสิบเศษมีผมสีขาวโพลนทั้งศีรษะ ใบหน้าของเขานั้นดูแก่กว่าวัย เนื่องจากในวัยหนุ่มทำงานอยู่ในเหมืองแร่อวกาศมานานนับสิบปีโดยที่แร่ตัวนั้นมีชื่อว่า ‘คาทา’
คาทาเป็แร่ที่มีสีเขียวแกมน้ำเงินแข็งมากกว่าเพชรสิบเท่า การที่จะขุดหรือกะเทาะมันขึ้นมาต้องใช้แรงงานทั้งคนและเครื่องจักรมหาศาลเหมืองแร่จึง้าแรงงานทั้งชายและหญิงมากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ซึ่งคาลอสคือหนึ่งในนั้น เขาทำงานในเหมืองอยู่นานจนซึมซับเอารังสีของแร่เ่าั้เข้าสู่ร่างกาย ซึ่งมีผลทำให้เซลล์ในร่างกายเสื่อมถอยไปไวกว่าที่ควรจะเป็แต่แร่พวกนั้นมีมูลค่าทางการตลาดค่อนข้างสูง และยังเป็เชื้อเพลิงที่สำคัญต่อกระบวนการผลิตพลังงานป้อนให้แก่‘ดาวเรนต้า’ แห่งนี้ ตัวของแร่ยังสามารถใช้กับระบบขับเคลื่อนของยานอวกาศทำให้เป็ที่้าสำหรับทุกคนบนดาวเคราะห์รวมทั้งยังเอื้อประโยชน์ต่ออาณานิคมตามดาวต่างๆ เป็อย่างมากอีกด้วยยิ่งแร่เป็ที่้ามากเท่าไหร่ ก็ต้องเพิ่มจำนวนคนงานให้มากขึ้นตามไปด้วยเท่านั้นเป็เงาตามตัว
เหมืองแร่พวกนี้ให้ค่าแรงที่งามจึงเป็อีกปัจจัยหนึ่งที่คนหนุ่มสาวของเรนต้าและดาวใกล้เคียงต่างพยายามเสาะแสวงหาหนทางที่จะได้มาทำงานในเหมือง...แล้วที่เหมืองแร่แห่งนี้เอง...ที่คาลอสได้พบกับลูกสาวเ้าของบริษัทขนส่งแร่ระหว่างเรนต้ากับเหมืองในขณะนั้นด้วยความที่คาลอสเองเป็คนขยันจึงได้รับโอกาสในหน้าที่การงานที่ดีขึ้นเรื่อยๆไม่นานนักก็ได้รับความไว้วางใจจากบิดาของหญิงสาวให้เข้ามาช่วยดูแลกิจการขนส่งแร่จนในที่สุดคนทั้งสองก็ตกหลุมรักกัน แล้วแต่งงานอยู่กินกันจนกระทั่งมีแอนนาในเวลาต่อมา
“เสียงดังไปถึงข้างนอกอีกแล้วนะแอนนา”
ประธานใหญ่หันไปทางลูกสาวของตนเอ่ยปรามด้วยน้ำเสียงกึ่งเอ็นดูอยู่ในที
“ก็คนของคุณพ่อน่ะสิคะไม่ได้เื่สักคน”หญิงสาววัยยี่สิบห้าบอกผู้เป็บิดา
“เงินเราหมดไปกับโครงการบ้าๆนี่หลายร้อยล้านฟาเรนแล้วนะคะ”
แอนนากระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหัวโต๊ะประชุมพร้อมกับสั่งให้เลขาส่วนตัวไปเอาเครื่องดื่มมาให้เธอใหม่อีกแก้ว
คาลอสได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆอย่างอ่อนใจ เขาเข้าใจในเจตนาของลูกสาวดี แต่สำหรับคนอื่น...คงไม่
คาลอสไม่ค่อยมีเวลาได้อบรมลูกสาวส่วนภรรยาของเขานั้นก็ตายจากไปนานแล้วทำให้แอนนาต้องอยู่แต่กับพี่เลี้ยงจนโตพอที่จะทำงานได้คาลอสถึงได้ดึงแอนนาเข้ามาเป็รองประธานโครงการสเปซออฟแต่นั่นมันก็ไม่ใช่เื่ง่ายนักเนื่องจากผู้ถือหุ้นในโครงการนี้ล้วนแต่เป็ผู้ชายแถมยังไม่มีใครชอบนิสัยของแอนนาเลยสักคน
“เอาน่า”ผู้เป็พ่อเดินไปลูบศีรษะลูกสาว
“พวกเขาก็ทำกันเต็มที่แล้ว”
“คุณพ่อแน่ใจแบบนั้นเหรอคะ”แอนนาหันไปรับแก้วเครื่องดื่มจากเลขา “เท่าที่หนูสังเกตดูมันไม่ได้เป็แบบนั้นเลยค่ะ”
“งั้นลูกออกไปรอข้างนอกก่อนพ่อขอคุยกับทุกคนในห้องนี้ตามลำพังหน่อย”
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกจากเก้าอี้เดินบ่นงึมงำออกไปพร้อมเลขาส่วนตัว
“ผมต้องขอโทษแทนลูกสาวด้วย”คาลอสบอกกับสมาชิกทุกคนที่อยู่ในห้องหลังจากที่แอนนาออกไปแล้ว “ถ้ามีเวลาผมสัญญาว่าจะอบรมเธออย่างแน่นอน”
“พวกเราเข้าใจคุณแอนนาดีครับ”ชายร่างเตี้ยพูดขึ้น “ว่าแต่ท่านมีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงได้มาด้วยตัวเองวันนี้”
คาลอสวางมือขวาทาบลงบนโต๊ะด้านหน้าแล้วแป้นตัวเลขแบบโปร่งแสงก็ปรากฏขึ้น
“พวกคุณต้องใช้งบอีกเท่าไรโครงการนี้ถึงจะลุล่วง”
คาลอสเงยหน้าขึ้นมาถามทุกคนในห้องประชุมหันไปกระซิบกันอยู่สักพักก่อนจะให้ชายร่างเตี้ยคนเดิมเป็ตัวแทนตอบ
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะอีกสองร้อยล้านครับ”
ประธานใหญ่พยักหน้าแล้วทำการกดตัวเลขเท่าจำนวนเงินที่คนในห้องประชุม้า
“แต่ว่าท่านครับคือเื่เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของพวกเราหรอกครับ พวกเรา เอ่อเป็ห่วงเื่อื่นมากกว่า”
คาลอสเงยหน้าจากแป้นพิมพ์สบมองคู่สนทนาที่ยังคงรายงานต่อว่า“คนที่จะร่วมออกเดินทางไปยังดาวเป้าหมายน่ะครับ จนป่านนี้ยังไม่มีใครมาสมัครเลยอย่างว่าครับโครงการนี้มันมีความเสี่ยงสูงต้องเดินทางไปยังดาวดวงอื่นที่ห่างไกลหลายหมื่นปีแสงแถมยังไม่แน่ชัดว่าต้องไปปะทะกับชาวเผ่าพื้นเมืองของที่นั่นหรือเปล่าเลยไม่มีใครกล้ารับภารกิจนี้เลยสักคน” ชายร่างเตี้ยอธิบายเหตุผลให้เ้านายใหญ่ฟัง
เมื่อคาลอสได้ยินดังนั้นก็หลับตาลงเขาใช้เวลาพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่หนึ่งแล้วต้องถอนใจออกมา
“เื่นั้นผมจะจัดการเอง...วันนี้ก็พอเท่านี้แล้วกันเลิกประชุมได้”
ทุกคนในห้องประชุมต่างทยอยกันลุกออกไปจากห้องเหลือก็แต่ชายร่างเตี้ยที่เหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
“มีอะไรหรือเปล่าเจสัน”คาลอสเอ่ยถาม
“ถ้าท่านจะอนุญาตให้ผมพูด...”เจสันเหลือบมองที่ประตูลักษณะเหมือนกลัวใครจะมาได้ยิน
คาลอสพยักหน้าเป็เชิงอนุญาตและบอกให้เจสันนั่งเก้าอี้ใกล้กับตนเพื่อที่จะได้เอ่ยถึงสิ่งที่้าอย่างที่ไม่ต้องกลัวคนอื่นจะมาได้ยิน
หลังจากที่แอนนาถูกบิดาเชิญออกจากห้องประชุมเธอก็กลับมายังห้องทำงานของตัวเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องประชุมนักห้องทำงานของแอนนาถูกตบแต่งด้วยโทนสีฟ้าสว่างต่างไปจากห้องประชุม เพราะเป็สีที่แอนนาชื่นชอบส่วนตัวภายในห้องมีวางต้นไม้ต้นเล็กๆ อยู่สามต้น และอุปกรณ์ต่างๆ ถูกจัดไว้มุมเดียวกันส่วนบริเวณโต๊ะทำงานสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ตั้ง อยู่กลางห้องขณะนี้มีหญิงสาวเ้าของห้องนั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานสีหน้าบูดบึ้งแทบดูไม่ได้
ทั้งที่แอนนาอายุเพิ่งจะยี่สิบห้าแต่พอเธอโมโหทีไรมักมีคนบอกว่าดูอายุปาเข้าไปสี่สิบ แต่แอนนาคิดว่าคนพวกนั้นโกหกจึงไม่เคยคิดใส่ใจสีหน้าของตนเวลาที่อยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราด...อย่างเช่นตอนนี้!
“ลิซ่าคิดว่าพ่อของฉันทำถูกไหม ที่ไม่ยอมล้มเลิกโครงการผลาญงบบริษัทแบบนี้”
แอนนาถามเลขาส่วนตัวที่ยืนก้มหน้าอยู่
“ขอไม่ออกความเห็นได้ไหมคะ”ลิซ่า...เลขาของแอนนาเป็หญิงสาวผมสีเขียว ั์ตาสีฟ้าและมีอายุเท่ากับแอนนาเอ่ยอย่างกล้าๆ กลัวๆ “ถ้าท่านประธานมาได้ยินเข้าดิฉันจะถูกไล่ออกเอา”
“โอ๊ย!ไม่ได้เื่ ไม่ได้เื่สักคน!”
ลูกสาวท่านประธานโวยวายลั่นห้องเขวี้ยงปาข้าวของบนโต๊ะ ทำราวกับว่าตัวเองยังเป็เด็กน้อยที่เอาแต่ใจก็ไม่ปาน
โครงการผลาญงบที่แอนนาบ่นถึงก็คือโครงการสเปซออฟนั่นแหละซึ่งบริษัทคาลอสเอนเนอร์จีเป็ต้นคิด และหัวเรือใหญ่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนบิดาของเธอกับหุ้นส่วนซึ่งเป็พวกนักธุรกิจในเรนต้า โครงการที่ว่านี้เป็การลงทุนออกสำรวจและเก็บเอาตัวอย่างของสินแร่หรือแหล่งพลังงานใหม่ๆมาป้อนให้กับดาวเคราะห์ พร้อมทั้งส่งไปยังอาณานิคมตามดาวต่างๆที่ไม่มีแหล่งพลังงานเป็ของตนเอง
แต่ทว่าโครงการนี้ดำเนินการมาแล้วห้าปี!และยังไม่ประสบผลเป็ที่น่าพอใจนัก ทีมสำรวจชุดแรกๆที่ออกเดินทางต่างกลับมามือเปล่า ไม่มีสินแร่หรือเชื้อเพลิงใดให้ขนกลับมาทำให้ทีมงานสเปซออฟต้องเพิ่มระยะการค้นหาออกไปให้ไกลกว่าเดิมขึ้นไปอีกเมื่อยิ่งไกลมาก ความเสี่ยงก็ยิ่งมีมาก แม้จะจ้างด้วยอัตราที่สูงจนน่าใจหายก็ตามแต่กลับไม่มีใครยอมรับงานนี้เลยถ้าภายในอีกสามปียังออกค้นหาแหล่งพลังงานใหม่ไม่ได้ ดาวเรนต้าก็จะต้องดับสูญทันทีเรียกได้ว่าวิกฤตของดาวขึ้นอยู่กับโครงการนี้ก็ไม่ผิดนัก
ดาวเรนต้านั้นแต่เดิมเคยมีแหล่งพลังงานทั้งจากภายในดาวเองและจากแหล่งภายนอกซึ่งก็คือดาวที่มีความร้อนเหมือนกับดวงอาทิตย์ในระบบสุริยะแต่ดวงอาทิตย์ของระบบนี้เล็กเป็หนึ่งในสามของระบบสุริยะและให้พลังงานน้อยลงตลอดระยะเวลาหลายร้อยปีที่ผ่านมา ส่วนพลังงานจากภายในดาวเองต่างก็ถูกสูบ ถูกขุดถูกถลุงไปใช้กันจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือตามที่ทางหน่วยงานภาครัฐบอกทำให้ดาวเคราะห์แห่งนี้เกิดวิกฤตมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ฟื้นฟูได้หลังจากที่ใช้แร่จากนอกดาวเรนต้าซึ่งถูกขนส่งโดยบริษัทของผู้เป็ตาของแอนนาต่อมาคาลอสก็เปลี่ยนมาใช้ชื่อของเขาตั้งเป็ชื่อบริษัทแทนแล้วทำการค้นคว้าวิจัยพัฒนาศักยภาพของแร่ให้ดียิ่งขึ้นจนสามารถที่จะฐานการผลิตพลังงานป้อนให้กับดาวไว้แต่เพียงบริษัทเดียว
“แล้วคุณหนูจะเอายังไงต่อล่ะคะ”ลิซ่าเอ่ยถามผู้เป็เ้านาย
“จะลองคุยกับท่านประธานอีกครั้งหรือจะกลับที่พักเลย”
แอนนาหันมามองลิซ่าซึ่งเป็ทั้งลูกน้องและเพื่อนสนิทั้แ่วัยเด็ก
“กลับบ้าน”บอกแล้วแอนนาก็โยนแท่งเก็บไฟล์ข้อมูลขนาดเท่านิ้วชี้ให้ลิซ่าถือไว้ส่วนตัวเองเดินออกจากห้องไปตัวเปล่า
“แล้วจะแวะไหนก่อนไหมคะ”ลิซ่ารีบเดินตามเ้านายสาวให้ทัน “ถ้าคุณท่านโทร.มาจะได้ตอบถูก”
“คุณพ่อไม่โทร.มาหรอกคืนนี้คงอยู่คุยกับเจสันทั้งคืนนั่นแหละ”
ลิซ่าได้แต่ส่ายหน้าเธออยากให้พ่อลูกคู่นี้จับเข่าคุยกันนัก คนพ่อก็อ้างไม่มีเวลาคนลูกก็อ้างว่าพ่อไม่เข้าใจ เธอซึ่งเป็คนกลางก็เริ่มจะอิดหนาระอาใจแล้วแต่คืนนี้คงต้องปล่อยให้เ้านายสาวได้พักผ่อนบ้างส่วนตัวเธอเองก็เหนื่อยมาทั้งสัปดาห์แล้วเหมือนกัน ขอนอนหลับให้เต็มอิ่มสักคืนพรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากันใหม่