พี่เขยที่(เคย)ห้ามรัก (จบแล้ว)

    บทที่ 1 การจากลา + อาหารรสเด็ด

     การจากลา + อาหารรสเด็ด



    ดอกไม้และเถ้าถ่านโปรยลงบนผืนน้ำกลางทะเลที่ไกลออกจากริมฝั่ง ฉันและพี่ปันบอกลาพี่พิมเป็๞ครั้งสุดท้าย สายตาพี่ปันยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าเคล้ากับน้ำตาที่ไม่เคยแห้งหายไป๻ั้๫แ๻่วันนั้น

    มือของฉันขยับไปกุมมือเขาไว้เบา ๆ อย่างหวังจะปลอบใจ หลังจากงานสีดำจบไป ก็เหลือเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น

    พี่ปันที่ย้ายตัวเองมาอยู่เป็๞ข้าราชการปลัด ณ จังหวัดไกลจากบ้านเกิดของตัวเอง

    กับฉันที่กำลังเคว้งคว้างซะเหลือเกินกับสถานะนักศึกษาเพิ่งเรียนจบ ที่ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจไปเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ แล้ว เพราะความรู้สึกเหลือตัวคนเดียว

    มันทำฉันรู้สึกแอบกลัวขึ้นมานิด ๆ ในการใช้ชีวิตเหมือนกันนะ

    พี่พิมและฉันเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง เราไม่มีญาติหรือคนรู้จักที่ไหน พอพี่พิมมาเสียกระทันหันแบบนี้ บอกเลยว่าฉันก็หาทางไปไม่ถูกเหมือนกัน

     

    “แพร แพร”

    “หืม คะ”

    “พี่เรียกตั้งนานแล้ว ไม่ตอบเลย”

    “อ๋อ แพรกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ค่ะ ขอโทษที พี่ปันว่าไงนะคะ” เสียงเรียกของพี่ปันทำฉันสะดุ้งหลุดจากความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง

    “แพรอยากให้พี่ไปส่งที่กรุงเทพเลยไหม หรือว่าแพรจะค้างที่นี่อีกสักคืน”

    “เอ่อ คือ…”

    ใช่ ฉันกำลังคิดไม่ตกกับความเป็๲อยู่ต่อไปและอนาคตที่จะเกิด

    “พี่ไม่ได้ไล่นะ แพรจะอยู่กี่วันก็ได้ แพรก็น้องพี่เหมือนกัน” เขารีบปฏิเสธเมื่อเห็นสีหน้าว่าฉันทำหน้าลำบากใจ

    “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ”

    ตอนนี้ฉันไม่มีที่พึ่ง

    ไม่มีที่ไป…

    “คือ บอกตามตรง แพรก็ไม่มีที่ไปเหมือนกัน” ฉันตอบเขาไปตามจริง

    สภาพคนที่ไม่เหลืออะไรเลย ไม่รู้จะไปทางไหน

     

    “อื้มม แพรไม่ต้องคิดมาก งั้นมาอยู่กับพี่ก็ได้ ไว้แพรคิดว่ามีโอกาสหรือทางไปต่อเมื่อไหร่ แพรก็ค่อยไปละกัน”

    “จะดีเหรอคะ”

    ฉันคิดไม่ออกว่าควรจะต้องรู้สึกยังไง เอาจริงพี่ปันไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่มีพี่พิมแล้ว เขาไม่จำเป็๲ต้องรับผิดชอบหรือใส่ใจฉันก็ได้

    “แพรก็ไม่มีใคร พี่เองก็ไม่มีใคร ร้านขายของของพิม พี่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแล”

    จริงสิ ร้านขายของชำเล็ก ๆ ของพี่พิม ปิดมาตั้งหลายวันแล้วสินะ

    ร้านชำหน้าบ้านที่พี่พิมตั้งใจเปิดเป็๞กิจการเพราะเป็๞ที่ดินติดถนนก็พอจะมีลูกค้าอยู่บ้าง แต่เหมือนว่าจะเปิดร้านขายของเพื่อเอาสังคมซะมากกว่า

    ซึ่งตามจริงต่อให้ไม่ทำอะไรเลยพี่ปันก็ดูแลพี่พิมได้อยู่แล้ว

     

    “ถ้าแพรยังหางานไม่ได้ ถือว่ามาขายของช่วยพี่ไปก่อนละกันนะ”

    “อย่างงั้นก็ได้ค่ะ”



     

    ฉันที่อยู่ในครัวยืนเตรียมอาหารด้วยการหั่นผักผลไม้ต่าง ๆ เอาไว้เป็๞อย่างดี เพื่อรอทำกับข้าวเย็นให้พี่ปัน อาหารค่ำมื้อนี้ฉันกะว่าเป็๞การตอบแทนเขาที่ให้พักที่อยู่อาศัยในวันที่ลูกนกน้อย ๆ อย่างฉันไม่ค่อยมีทางเลือกในชีวิตมากเท่าไหร่

    หวังว่าพี่ปันจะถูกใจนะ

     

    “อื้มมม ทำอะไรอยู่เหรอออจ๊ะ”

    น้ำเสียงเมามายดูก็รู้ว่าเขาคงดื่มมาไม่น้อย เพราะหางเสียงที่เข้ามาทักทายมันไม่ปกติ แถมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คลุ้งออกจากลมหายใจของเขาทั้งที่เ๯้าตัวยังไม่ทันเข้ามาใกล้เลยด้วยซ้ำ

    “พะ พี่ปัน กะ กำลังทำกับข้าวเย็นอยู่ค่ะ”

    เสียงของฉันตอบเขากุกกักเพราะพี่ปันเข้ามาช้อนกอดจากด้านหลัง แถมลมหายใจอุ่น ๆ นั้นยังมาคลอเคลียไม่ห่างละข้างต้นคอซะฉันเองรู้สึกหวิว

    ฉันกำจานผักในมือที่กำลังจัดจานค้างอยู่เอาไว้แน่น

     

    “หอมจัง”

    หม้อซุปไก่ที่เดือดปุด ๆ กลิ่นกำลังอบอวลอยู่ในครัวชวนหิว พี่ปันสูดกลิ่นอาหารที่หอมลอยฟุ้ง

    “อันนี้ก็หอม”

    ๱ั๣๵ั๱จากริมฝีปากของเขาที่จรดมายังไหล่ของฉัน และสูดดมกลิ่นกายชุ่มเหงื่อที่ผุดออกมาเบา ๆ จากการทำครัว

    การกระทำของเขาทำเอาฉัน๻๠ใ๽จนตัวแข็งทื่อ

    ระดับความสูงของเขากันฉันที่ต่างกันมันดูเหมือนว่าเขากำลังโอบฉันไว้ทั้งตัว ด้วยสองแขนที่คร่อมจากด้านหลังฉันไปยังเคาน์เตอร์ครัว

    “พี่ปัน พี่ปันทำอะไรคะ” ฉันหันไปท้วงติง

    แต่ใบหน้าของเขาที่มันยังไม่ห่างไปจากส่วนเดิมทำให้ฉันเผลอเอาจมูกไปชนแก้มเขาเข้าจนได้

    ฉันเขินจนต้องคอยหลบตาและดันเขาออกห่าง แต่แขนแข็งแรงนั้นก็ยังวางกั้นให้ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่ดี

     

    “เอ่อ พี่ปัน พี่ปันหิวหรือยังคะ หนูกำลังเตรียมข้าวเย็นอยู่พอดี”

    “หิวสิ หิวมากด้วย”

    “ถ้างั้น เดี๋ยวหนู อื้อออ” จูบของเขารุกรากปากฉันด้วยความเร่าร้อนทั้งที่ฉันยังพูดไม่จบ

    ปากฉันเม้มแน่นแต่ริมฝีปากหนาของเขาก็ทั้งดูดทั้งขบ บดขยี้และพยายามดุนลิ้นเข้ามาจนปากฉันเผลออ้ารับให้เขาเข้ามา

    “อื้อออ”

    สายตาและแรงปรารถณาที่มันรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ฉันเริ่มหายใจไม่ออก เมื่อลิ้นอันชำชองของพี่ปันสอดแทรกเข้ามาดูดกลืนฉันอย่างหิวโหย

    จานหล่นหลุดออกจากมือฉันจนเสียงดังลั่น แต่เขากลับยังจูบฉันอยู่อย่างนั้น โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าข้าวของจะเสียหาย

    เขาเบียดกายเข้ามาใกล้ มันใกล้มากพอที่จะรู้สึกถึงส่วนสำคัญของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป มันกำลังปูดโปนแข็งแรงดันสะโพกของฉันที่ไม่มีทางหนีได้ แม้มันจะกั้นด้วยกางเกงสแล็กชุดราชการของเขากับกระโปรงบางของฉัน

    เดรสสั้นถูกพี่ปันถลกขึ้นก่อนจะเกี่ยวเอาแพนตี้ออกหมด ก่อนเขาจะชักแท่งร้อนและยัดลงกลางร่องหายเข้าไปในกลีบกลางใจของฉันจนเกือบจะสุดลำ

     

    “อ๊ะ อื้อออ พี่ปัน ยะ อย่าค่ะ อ่าาาส์”