การจากลา + อาหารรสเด็ด
ดอกไม้และเถ้าถ่านโปรยลงบนผืนน้ำกลางทะเลที่ไกลออกจากริมฝั่ง ฉันและพี่ปันบอกลาพี่พิมเป็ครั้งสุดท้าย สายตาพี่ปันยังคงเต็มไปด้วยความเศร้าเคล้ากับน้ำตาที่ไม่เคยแห้งหายไปั้แ่วันนั้น
มือของฉันขยับไปกุมมือเขาไว้เบา ๆ อย่างหวังจะปลอบใจ หลังจากงานสีดำจบไป ก็เหลือเพียงแค่เราสองคนเท่านั้น
พี่ปันที่ย้ายตัวเองมาอยู่เป็ข้าราชการปลัด ณ จังหวัดไกลจากบ้านเกิดของตัวเอง
กับฉันที่กำลังเคว้งคว้างซะเหลือเกินกับสถานะนักศึกษาเพิ่งเรียนจบ ที่ตอนนี้ไม่มีกระจิตกระใจไปเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ แล้ว เพราะความรู้สึกเหลือตัวคนเดียว
มันทำฉันรู้สึกแอบกลัวขึ้นมานิด ๆ ในการใช้ชีวิตเหมือนกันนะ
พี่พิมและฉันเหลือกันแค่สองคนพี่น้อง เราไม่มีญาติหรือคนรู้จักที่ไหน พอพี่พิมมาเสียกระทันหันแบบนี้ บอกเลยว่าฉันก็หาทางไปไม่ถูกเหมือนกัน
“แพร แพร”
“หืม คะ”
“พี่เรียกตั้งนานแล้ว ไม่ตอบเลย”
“อ๋อ แพรกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ค่ะ ขอโทษที พี่ปันว่าไงนะคะ” เสียงเรียกของพี่ปันทำฉันสะดุ้งหลุดจากความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง
“แพรอยากให้พี่ไปส่งที่กรุงเทพเลยไหม หรือว่าแพรจะค้างที่นี่อีกสักคืน”
“เอ่อ คือ…”
ใช่ ฉันกำลังคิดไม่ตกกับความเป็อยู่ต่อไปและอนาคตที่จะเกิด
“พี่ไม่ได้ไล่นะ แพรจะอยู่กี่วันก็ได้ แพรก็น้องพี่เหมือนกัน” เขารีบปฏิเสธเมื่อเห็นสีหน้าว่าฉันทำหน้าลำบากใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ”
ตอนนี้ฉันไม่มีที่พึ่ง
ไม่มีที่ไป…
“คือ บอกตามตรง แพรก็ไม่มีที่ไปเหมือนกัน” ฉันตอบเขาไปตามจริง
สภาพคนที่ไม่เหลืออะไรเลย ไม่รู้จะไปทางไหน
“อื้มม แพรไม่ต้องคิดมาก งั้นมาอยู่กับพี่ก็ได้ ไว้แพรคิดว่ามีโอกาสหรือทางไปต่อเมื่อไหร่ แพรก็ค่อยไปละกัน”
“จะดีเหรอคะ”
ฉันคิดไม่ออกว่าควรจะต้องรู้สึกยังไง เอาจริงพี่ปันไม่ใช่ญาติพี่น้อง ไม่มีพี่พิมแล้ว เขาไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบหรือใส่ใจฉันก็ได้
“แพรก็ไม่มีใคร พี่เองก็ไม่มีใคร ร้านขายของของพิม พี่ก็ไม่รู้ว่าจะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแล”
จริงสิ ร้านขายของชำเล็ก ๆ ของพี่พิม ปิดมาตั้งหลายวันแล้วสินะ
ร้านชำหน้าบ้านที่พี่พิมตั้งใจเปิดเป็กิจการเพราะเป็ที่ดินติดถนนก็พอจะมีลูกค้าอยู่บ้าง แต่เหมือนว่าจะเปิดร้านขายของเพื่อเอาสังคมซะมากกว่า
ซึ่งตามจริงต่อให้ไม่ทำอะไรเลยพี่ปันก็ดูแลพี่พิมได้อยู่แล้ว
“ถ้าแพรยังหางานไม่ได้ ถือว่ามาขายของช่วยพี่ไปก่อนละกันนะ”
“อย่างงั้นก็ได้ค่ะ”
ฉันที่อยู่ในครัวยืนเตรียมอาหารด้วยการหั่นผักผลไม้ต่าง ๆ เอาไว้เป็อย่างดี เพื่อรอทำกับข้าวเย็นให้พี่ปัน อาหารค่ำมื้อนี้ฉันกะว่าเป็การตอบแทนเขาที่ให้พักที่อยู่อาศัยในวันที่ลูกนกน้อย ๆ อย่างฉันไม่ค่อยมีทางเลือกในชีวิตมากเท่าไหร่
หวังว่าพี่ปันจะถูกใจนะ
“อื้มมม ทำอะไรอยู่เหรอออจ๊ะ”
น้ำเสียงเมามายดูก็รู้ว่าเขาคงดื่มมาไม่น้อย เพราะหางเสียงที่เข้ามาทักทายมันไม่ปกติ แถมกลิ่นแอลกอฮอล์ที่คลุ้งออกจากลมหายใจของเขาทั้งที่เ้าตัวยังไม่ทันเข้ามาใกล้เลยด้วยซ้ำ
“พะ พี่ปัน กะ กำลังทำกับข้าวเย็นอยู่ค่ะ”
เสียงของฉันตอบเขากุกกักเพราะพี่ปันเข้ามาช้อนกอดจากด้านหลัง แถมลมหายใจอุ่น ๆ นั้นยังมาคลอเคลียไม่ห่างละข้างต้นคอซะฉันเองรู้สึกหวิว
ฉันกำจานผักในมือที่กำลังจัดจานค้างอยู่เอาไว้แน่น
“หอมจัง”
หม้อซุปไก่ที่เดือดปุด ๆ กลิ่นกำลังอบอวลอยู่ในครัวชวนหิว พี่ปันสูดกลิ่นอาหารที่หอมลอยฟุ้ง
“อันนี้ก็หอม”
ััจากริมฝีปากของเขาที่จรดมายังไหล่ของฉัน และสูดดมกลิ่นกายชุ่มเหงื่อที่ผุดออกมาเบา ๆ จากการทำครัว
การกระทำของเขาทำเอาฉันใจนตัวแข็งทื่อ
ระดับความสูงของเขากันฉันที่ต่างกันมันดูเหมือนว่าเขากำลังโอบฉันไว้ทั้งตัว ด้วยสองแขนที่คร่อมจากด้านหลังฉันไปยังเคาน์เตอร์ครัว
“พี่ปัน พี่ปันทำอะไรคะ” ฉันหันไปท้วงติง
แต่ใบหน้าของเขาที่มันยังไม่ห่างไปจากส่วนเดิมทำให้ฉันเผลอเอาจมูกไปชนแก้มเขาเข้าจนได้
ฉันเขินจนต้องคอยหลบตาและดันเขาออกห่าง แต่แขนแข็งแรงนั้นก็ยังวางกั้นให้ฉันอยู่ในอ้อมกอดของเขาอยู่ดี
“เอ่อ พี่ปัน พี่ปันหิวหรือยังคะ หนูกำลังเตรียมข้าวเย็นอยู่พอดี”
“หิวสิ หิวมากด้วย”
“ถ้างั้น เดี๋ยวหนู อื้อออ” จูบของเขารุกรากปากฉันด้วยความเร่าร้อนทั้งที่ฉันยังพูดไม่จบ
ปากฉันเม้มแน่นแต่ริมฝีปากหนาของเขาก็ทั้งดูดทั้งขบ บดขยี้และพยายามดุนลิ้นเข้ามาจนปากฉันเผลออ้ารับให้เขาเข้ามา
“อื้อออ”
สายตาและแรงปรารถณาที่มันรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทำให้ฉันเริ่มหายใจไม่ออก เมื่อลิ้นอันชำชองของพี่ปันสอดแทรกเข้ามาดูดกลืนฉันอย่างหิวโหย
จานหล่นหลุดออกจากมือฉันจนเสียงดังลั่น แต่เขากลับยังจูบฉันอยู่อย่างนั้น โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าข้าวของจะเสียหาย
เขาเบียดกายเข้ามาใกล้ มันใกล้มากพอที่จะรู้สึกถึงส่วนสำคัญของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป มันกำลังปูดโปนแข็งแรงดันสะโพกของฉันที่ไม่มีทางหนีได้ แม้มันจะกั้นด้วยกางเกงสแล็กชุดราชการของเขากับกระโปรงบางของฉัน
เดรสสั้นถูกพี่ปันถลกขึ้นก่อนจะเกี่ยวเอาแพนตี้ออกหมด ก่อนเขาจะชักแท่งร้อนและยัดลงกลางร่องหายเข้าไปในกลีบกลางใจของฉันจนเกือบจะสุดลำ
“อ๊ะ อื้อออ พี่ปัน ยะ อย่าค่ะ อ่าาาส์”