ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่จันทร์เ้า ออกมาดูแสงสีในยามค่ำคืน เพราะ 20 กว่าปีที่ผ่านมา เธอต้องทำหน้าที่ดูแลหลานสาวที่รักเหมือนลูกในไส้ ั้แ่เ้าขาอายุ 3 เดือนเท่านั้น พี่ชายคนเดียวในชีวิตได้เอาลูกมาทิ้งไว้ให้ตอนที่เธออายุได้เพียงแค่ 18 ปี ั้แ่นั้นมาเธอต้องทำหน้าที่เลี้ยงดูหลานสาวคนนี้ ยอมทำงานหนักทุกอย่าง ส่งเสียดูแลจนเรียนจบปริญญาตรีอย่างที่เธอตั้งใจ จวบกระทั่งตอนนี้หลานรักของเธอแต่งงานส่งตัวเข้าห้องหอไปในวันนี้
เวลาผ่านมาช่างรวดเร็ว ถึงตอนนี้อายุก็ย่างเข้า 43 ปี ผ่าน่ชีวิตวัยสาวมาอย่างยาวนาน ครั้นถึง่เวลาอิสระ แต่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวตามลำพังก็อดเสียไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความเงียบเหงา ถึงหลานสาวจะชวนให้ย้ายไปอยู่ที่บ้านด้วยกันก็ตาม แต่ก็ต้องกล่าวปฏิเสธไป เพราะไม่อยากไปรบกวนชีวิตคู่ของทั้งสองคน
งานเลี้ยงในโรงแรมเลิกแล้ว แต่ถนนด้านล่างยังคงคึกคัก แสงสีในยามค่ำคืนเสียงดนตรีอันไพเราะช่างดึงดูดให้อยากแวะสำรวจบรรยากาศรอบๆ สักหน่อย เดินผ่านไปได้ไม่ไกลนัก หลอดไฟเล็กๆ ส่องแสงนวลตาที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง มีเสียงดนตรีคลอเสียงเบาๆ บรรยากาศดูผ่อนคลาย ยิ่งสะกดให้ลองแวะเข้าไปดู
จันทร์เ้าในชุดกระโปรงผ้าไหมสีครีม กับทรงผมที่รวบตึงเอาไว้ง่ายๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ พร้อมกับมองดูผู้คนรอบๆตัว ก็พบว่าการแต่งตัวของเธอตอนนี้ช่างดูไม่เหมาะกับสถานที่แห่งนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
สภาพของเธอตอนนี้ คงจะยิ่งกว่าป้าแก่ๆ คนหนึ่งที่มานั่งเฝ้ารอบุตรหลานในสถานที่ยามค่ำคืนแบบนี้กระมัง
"เอ่อ…ไม่ทราบว่าคุณพี่จะรับอะไรดีครับ"
บริกรชายเข้ามาทักทายด้วยความไม่แน่ใจ เพราะสถานที่แห่งนี้ส่วนมากจะเป็วัยรุ่นคนหนุ่มสาวเท่านั้นที่เข้ามาฟังดนตรีสดแล้วนั่งจิบเบียร์ ส่วนคนที่มีอายุมากหน่อยก็มีสาวๆนั่งรายล้อมคลอเคลีย แต่ไม่มีผู้หญิงมาคนเดียวแต่งตัวเต็มยศด้วยชุดผ้าไหมมานั่งดื่มเบียร์ที่นี่แน่นอน แต่เพราะต้องทำหน้าที่บริการเขาถึงต้องเข้ามาถามลูกค้าทุกคนอย่างปฏิเสธไม่ได้
"เอาเบียร์สดมาให้พี่ 1 เหยือกก่อนแล้วกัน แล้วเอาของทานเล่นอย่างอื่นอะไรก็ได้ มาให้พี่อีกสองสามอย่าง ขอบใจนะ"
"ได้ครับคุณผู้หญิง รอสักครู่นะครับ"
ไม่นานบริกรหนุ่มก็เอาอาหารพร้อมเครื่องดื่มมาเสิร์ฟสตรีที่แต่งตัวแตกต่าง จนสายตาคนรอบข้างมองเธอด้วยความสงสัย
จันทร์เ้าทอดสายตามองนักร้องที่กำลังร้องเพลงสดด้านหน้าเวทีด้วยความรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย ชีวิตที่รู้สึกถึงความเป็อิสระครั้งแรก ในใจครุ่นคิดว่าจะทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง หลังจากที่ต้องใช้ชีวิตเพื่อคนอื่นมาทั้งชีวิตแล้ว
เธอมองดูมือที่หยาบกร้านทั้งสองข้าง ก็อดไม่ได้ที่จะภาคภูมิใจ เพราะด้วยสองมือนี้เอง ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเรียนจบแค่ชั้นม.6 ธรรมดา แต่สามารถพึ่งพาตัวเอง จนกระทั่งเปิดภัตตาคารที่มีอาหารหลากหลายประเทศ ภายใต้ชื่อภัตตาคารจันทร์เ้าขา เปิดสาขาในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มากถึง 22 สาขา
จากเคยเป็เด็กเสิร์ฟในร้านอาหารเล็กๆ เป็ผู้ช่วยพ่อครัว จนกระทั่งกลายเป็แม่ครัวประจำร้าน แล้วอาศัยประสบการณ์ที่มี ย้ายไปทำงานในโรงแรมที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ยอมกลับไปทำงานเป็ลูกมือในห้องครัวอีกครั้ง เพื่อจะได้เรียนรู้การทำอาหารจากพ่อครัวมืออาชีพจากทั่วโลก
จนกระทั่งสองปีที่แล้ว เงินสะสมก้อนหนึ่งจากที่ได้เก็บหอมรอมริบไว้และประสบการณ์ที่มีหลายสิบปี จึงได้เปิดภัตตาคารจันทร์เ้าขา และขยายสาขาไปอย่างรวดเร็วจากลูกค้าที่มาอุดหนุนร้านและประทับใจแนะนำลูกค้าบอกต่ออย่างมากมาย
มีลูกศิษย์หลายคนที่เคยติดตามช่วยงาน ส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้ร่ำเรียนสูง เมื่อมีความตั้งใจอยากเป็เ้าของร้าน เธอก็สอนถ่ายทอดความรู้ให้หมด แถมยกร้านในบางสาขาของเธอเอง ให้ไปบริหารจนกระทั่งประสบความสำเร็จมากถึงทุกวันนี้ได้ ก็เพราะความขยันหมั่นเพียร ใจกว้าง และสองมือที่หยาบกร้านคู่นี้จริงๆ
ดื่มเบียร์สดไปเพียงสองแก้ว กลับรู้สึกมึนหัวหนักมาก ด้วยความที่เธอไม่ใช่นักดื่ม และวันนี้เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกอยากลองทำอะไรแปลกใหม่ๆดูบ้าง เพื่อคลายความรู้สึกเหงาภายในจิตใจ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ผู้หญิงคนเดียวจะมานั่งดื่มเมาหลับก็คงดูไม่เหมาะ ถึงเวลากลับบ้านแล้วสินะ
ระหว่างที่ออกจากร้านกำลังจะรอขึ้นรถกลับบ้าน มีวัตถุบางอย่างชนเข้าที่แขนของเธออย่างแรง บริเวณข้อมือเจ็บแสบร้อนไปหมดแทบยกแขนขึ้นไม่ไหว เธอทรุดตัวลงกับพื้น
"คุณเป็อะไรหรือเปล่า ให้เรียกรถพยาบาลไหมคะ"
สามีภรรยาที่เดินผ่านมาแถวนั้น เห็นสตรีนั่งทรุดกับพื้นจับกุมแขนตัวเองด้วยสีหน้าเ็ปทรมาน ก็นึกเป็ห่วงจึงได้เข้ามาสอบถาม ในขณะนั้นเองจันทร์เ้ากลับรู้สึกหายเ็ปขึ้นในทันที เธอได้แต่ประหลาดใจ เมื่อสักครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
"ไม่เป็ไรแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ ถ้าไม่เป็การรบกวน ช่วยเรียกรถแท็กซี่ให้หน่อยได้ไหมคะ เพราะฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ"
"ได้ค่ะ คุณไปเรียกแท็กซี่ให้คุณพี่เขาหน่อย หาคนที่ท่าทางน่าไว้วางใจหน่อยนะ เพราะดูแล้วคุณพี่ท่านนี้คงจะดื่มมา" หญิงสาวคนนั้นหันไปพูดกับสามีที่มาด้วยกันอย่างมีน้ำใจ ผู้เป็สามีก็ทำตามอย่างว่าง่าย
ไม่นานนักแท็กซี่ก็มารับ จันทร์เ้าขอบคุณในน้ำใจของสองสามีภรรยาหลายประโยค พอกลับถึงบ้านด้วยการดื่มมา เธอก็นอนหลับสนิททันที โดยที่ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า มีแสงบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ิั บนข้อมือของเธอเองอย่างช้าๆ จนกระทั่งแสงนั้นหายเข้าไปในร่างกายของเธอเอง
จันทร์เ้าลืมตาตื่นขึ้นมา รู้สึกปวดหัว จึงพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนหัวเตียง รู้สึกเลยว่าตัวเองมีอาการผิดปกติ จึงกินยาแก้ปวดลงไป เพื่อบรรเทาอาการปวดของตัวเอง รู้เลยว่าตัวเองกำลังล้มป่วย จึงได้โทรไปสั่งงานกับผู้จัดการร้าน ว่าวันนี้เธอคงไม่เข้าร้านอาหาร
ร่างหญิงสาวผอมบาง เดินโซซัดโซเซเข้าไปอาบน้ำเพื่อเรียกสติของตัวเองให้กลับมาสดใสเหมือนเดิม ระหว่างที่ถูสบู่อยู่นั้น ก็พบว่ามีสีแดงนูนขึ้นมาที่ข้อมือ หรือว่าเมื่อคืนเธอคงถูกแมลงอะไรสักอย่างต่อยเข้าแน่ ถึงได้บวมแดงขนาดนี้ แต่พอลองลูบดูตรงส่วนที่นูนขึ้นมา กลับเห็นภาพเป็ห้องว่างเปล่ากว้างขนาดพื้นที่เท่ากับห้องนอนห้องหนึ่งเลยทีเดียว อารามใ จันทร์เ้าปล่อยมือออกจากรอยนูนนั้น ภาพตรงหน้าก็เลือนหายไปในทันที
สิ่งนี้มันคืออะไรกันแน่ ด้วยความสงสัย เธอจึงลองวางมือลงบนจุดนั้นอีกครั้ง ภาพก็ปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิมไม่มีผิด ห้องสว่างวาบคล้ายห้องลับในโลกมิติพิศวง เธอต้องเรียกสติตัวเองอีกครั้ง ไม่ให้ตื่นตระหนกโดยเร็วที่สุด จากการที่ต้องมาพบเจอเื่ราวแปลกประหลาดครั้งใหญ่ในชีวิต เธอรีบอาบน้ำแต่งตัว โดยที่ไม่ได้ััรอยนูนนั้นอีกเลย พลางครุ่นคิดสงสัยเมื่อมานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เฝ้าจ้องมองรอยนูนแดงตรงข้อมือ แทบตาไม่กระพริบ
มันคือพื้นที่ห้องว่างเปล่าอะไร มีไว้สำหรับใส่อะไรกันแน่ จันทร์เ้านึกลองเอาหวีแปรงผมของตัวเอง วางลงบนจุดรอยนูนนั้นก็พบว่า หวีแปรงผมอันนั้นหายวับเข้าไปอยู่ในห้องเปล่า พอลองััรอยนูนแดงแล้วคิดว่าจะหยิบแปรงหวีผมอันนั้นออกมา ก็สามารถหยิบหวีแปรงผมออกมาได้ทันที พอจ้องมองเข้าไปในห้องแห่งนั้นก็พบว่าในห้องว่างเปล่า ยังมีหวีแปรงผมแบบเดียวกันอยู่ แถมในมือของเธอยังมีหวีแปรงผมอีกชิ้น
นั่นหมายความว่า ถ้าหากเธอเอาสิ่งของอะไรเข้าไปในนั้น ของสิ่งนั้นก็จะเพิ่มขึ้นจำนวนมากขึ้นอีก 1 ชิ้น เพื่อยืนยันความคิดของตัวเอง จันทร์เ้าก็ลองเอาของเข้าไปในนั้นหลายสิ่งหลายอย่าง จนพบว่าไม่ว่าจะเป็สิ่งของขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่มากแค่ไหน ทุกอย่างก็เป็เหมือนกันหมด ห้องว่างแห่งความลับนั้น จะมีสิ่งของเก็บไว้ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
'ช่างมหัศจรรย์นัก แล้วทำไมสิ่งนี้ถึงมาอยู่กับเราได้นะ แปลกจริง'
"คุณจันทร์ตื่นแล้วเหรอคะ จะทานข้าวต้มเลยไหมคะ เดี๋ยวป้าเอามาให้"
"ขอบคุณค่ะป้า แต่เดี๋ยวจันทร์ไปตักเองดีกว่า ป้ากำลังจะออกไปตลาดใช่ไหมคะ จันทร์จะฝากซื้อกล้วยหอมกลับมาด้วยนะคะ กำลังอยากทานพอดี"
พูดเสร็จ จันทร์เ้าเดินไปหยิบเงินยื่นให้กับป้านุ่ม ที่ทำหน้าที่ดูแลบ้านให้เธอมานานหลายปี พอป้านุ่มออกไปแล้วเธอก็เดินเข้าไปในครัว เพื่อตักข้าวต้มมากินเพราะกำลังหิว พอตักข้าวต้มเสร็จ ก็ลองเอาอาหารเข้าไปในช่องว่างเพื่อทอลองบางอย่าง ก็พบว่าหม้อข้าวต้มมีขนาด 2 หม้อ เหมือนเดิมอย่างที่คิดเอาไว้
คราวนี้จันทร์เ้าเริ่มรู้สึกสนุกขึ้น นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่เธอทำอะไรนอกกรอบของตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเธอต้องวางตัวให้เหมาะสมที่จะเป็ผู้ปกครองให้กับหลานสาว
จันทร์เ้าลองเอาเครื่องปรุงรสทุกอย่างที่อยู่ในครัว ใส่เข้าไปในช่องว่างทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่มีดและเขียง จานชาม พอทุกอย่างเติมใส่ลงไปหมดแล้ว มองเข้าไปภายใน ก็เห็นข้าวของที่มีในครัวทั้งหมดตอนนี้ มีเก็บอยู่ในช่องว่างของเธอเหมือนกัน
หรือเป็เพราะเทวดาฟ้าดินคงคิดสงสาร ถึงได้มอบสิ่งวิเศษนี้มาให้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีเหตุผลก็เถอะว่าเพราะอะไร นึกจนหัวจะแตกก็ยังไม่เข้าใจ เพราะตอนนี้ชีวิตของเธอไม่ได้เดือดร้อนลำบากเหมือนกับเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ว่าแต่ว่าเทวดาให้เื่วิเศษเธอมาช้าไปหรือเปล่านะ แต่ก็ช่างเถอะยังดีกว่าไม่ได้เลย
จันทร์เ้านั่งลงกินข้าวยังอารมณ์ดี มีความสุขที่สุดในชีวิตที่เกิดมา กำลังนึกถึงเื่สิ่งมหัศจรรย์ที่ได้มากับตัวเอง แล้วคิดว่าวันนี้จะลองเอาทุกอย่างใส่เข้าไปในช่องว่างนั้น ดูซิว่ามันจะบรรจุได้มากแค่ไหน
แต่ถ้าหากจะให้ได้ของครบจริงๆ คงต้องไปที่ห้างสรรพสินค้า เพราะที่นั่นมีครบทุกอย่าง ตอนนี้จันทร์เ้ารู้สึกสนุกราวกับว่าตัวเองกลับไปเป็เด็กอีกครั้ง ต่อไปนี้เธอจะมีข้าวของทุกอย่างติดตัวโดยไม่ต้องแบก
เธอสามารถไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ โดยไม่ต้องพกพาสิ่งของไปด้วยแม้แต่ชิ้นเดียว ความฝันสมัยเป็วัยรุ่นอยากไปเดินป่า เที่ยวชมธรรมชาติ ดูน้ำตกและูเา คงเป็จริงในคราวนี้ เพราะไม่ต้องมีภาระที่ต้องดูแลหลานสาวแล้ว
เวลาต่อมาจันทร์เ้าก็ทำตามในสิ่งที่ตัวเองคิด เธอเดินทางไปแทบจะทุกแผนกในห้างสรรพสินค้า และพยายามเอาสินค้าเข้าไปเติมในช่องว่างตามที่เธออยากได้ แล้วรีบเอากลับมาวางคืนที่เดิม
ทำแบบนี้เรื่อยๆ จนกระทั่งมีครบทุกอย่างที่เธอ้า มีเพียงยาบางอย่างเท่านั้น ที่ต้องซื้อแล้วเอาเข้าไปไว้ในช่องว่าง ไม่ต้องกลัวว่าใครจะรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะเธอไม่ได้ขโมยสิ่งของใดๆ เพียงแต่ก็อปปี้ สิ่งของ ไว้ใช้เท่านั้นเอง
ใครจะนึกได้ล่ะ จะมีคนเอาของมากมาย เก็บใส่ข้อมือตัวเองเดินไปเดินมา โดยไม่ต้องพกกระเป๋าเลยสักใบ แถมใช้เวลาเก็บเพียงเสี้ยวนาทีเท่านั้น
"ป้านุ่มจันทร์ฝากบ้านด้วยนะจ๊ะ หากเ้าขาโทรมา ช่วยบอกเ้าขาด้วยนะคะว่า จันทร์ไปเชียงราย จันทร์ขึ้นไปพักบนเขา ที่นั่นอาจไม่มีสัญญาณ บอกเ้าขาว่าไม่ต้องเป็ห่วง เดี๋ยวตอนกลับจันทร์จะซื้อของมาฝากนะคะ จันทร์ไปก่อนนะคะป้านุ่ม"
จันทร์เ้าขนเสื้อผ้าไปขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อไปขึ้นเครื่องบิน ด้วยกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว เพราะเธอมีสิ่งของทุกอย่างอยู่ในช่องว่างลับทั้งหมดแล้ว ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ
ตอนนี้ทีมนำทางเดินป่า รอรับเธออยู่ที่สนามบนเชียงรายแล้ว หญิงวัยกลางคนผู้เป็อิสรภาพ เริ่มคิดถึงการผจญภัยอย่างมีความสุข
โดยที่ไม่รู้เลยว่า การที่เดินทางไปท่องเที่ยวผจญภัยในครั้งนี้ จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล