สองวันต่อมา หลังจากใช้เงินเบิกทางอัดฉีดผ่านบริษัททัวร์จนกระบวนการที่แสนเชื่องช้าของรัฐบาลจีนถูกเร่งความเร็วระดับวีไอพี วีซ่าท่องเที่ยวประเทศไทยของเยว่จั้งและเซเลน่าก็ได้รับการอนุมัติอย่างราบรื่น
ที่ชั้นล่างของอพาร์ตเมนต์ เยว่จั้งในชุดลำลองสวมแว่นกันแดดสีเข้ม กำลังสั่งเสียการงานกับเนี่ยเสี่ยวฉี ทนายความสาวที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ร่างกายของเธอได้รับการฟื้นฟูจากระบบจนกลับมาสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หน้าท้องแบนราบไร้รอยแผลเป็ราวกับไม่เคยผ่านการผ่าตัดใดๆ มาก่อน
ลูกชายคนที่สองเนี่ยเทียนลู่ และลูกชายคนแรกอเล็กซานเดอร์ถูกฝากฝังไว้ในการดูแลของป้าหวังและพี่เลี้ยงเด็กระดับมืออาชีพอีกคนที่เยว่จั้งเพิ่งจ้างมาเพิ่มด้วยเงินเดือนสูงลิ่ว
“่ที่ผมไม่อยู่ ฝากคุณดูแลความเรียบร้อยของอพาร์ตเมนต์ด้วยนะ เสี่ยวฉี”
เยว่จั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้น เขาจงใจปลดปล่อยพร์อินคิวบัสออกมา คลื่นเสียงของเขาแหบพร่าและแฝงไปด้วยแรงสั่นะเืที่พุ่งตรงเข้าสู่จิตใต้สำนึก ฟีโรโมนแห่งบุรุษเพศที่ทรงเสน่ห์เหนืุ์แผ่กระจายออกไปปกคลุมร่างของทนายสาว
เนี่ยเสี่ยวฉีสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของเธอสะดุดกึก พวงแก้มขาวเนียนซับสีเืขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ั์ตาที่เคยเฉียบคมและหยิ่งยโส กลับหยาดเยิ้มและเต็มไปด้วยความโหยหา เธอเผลอกัดริมฝีปากล่าง สองมือบีบเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรุ่มร้อนที่ปะทุขึ้นในช่องท้อง
“ขะเข้าใจแล้วค่ะคุณเยว่จั้ง เดินทางปลอดภัยนะคะ ฉันจะรอคุณกลับมา” เสียงของเธออ่อนระทวยและเต็มไปด้วยความเชื่อฟังอย่างสมบูรณ์แบบ
เยว่จั้งยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ อำนาจของพร์ระดับ S ช่างหอมหวานและอันตรายอย่างแท้จริง มันทำให้ผู้หญิงที่แข็งกร้าวที่สุดกลายเป็ลูกแมวเชื่องๆ ได้เพียงแค่เขาเอื้อนเอ่ย
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ โดยมีเซเลน่าที่สวมเสื้อโค้ทตัวใหญ่เพื่ออำพรางสรีระนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
......................................
ณ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย
วันที่ 2 ตุลาคม ปี 2005
เครื่องบินโดยสารจากแผ่นดินใหญ่ร่อนลงแตะรันเวย์อย่างนุ่มนวล ในยุคที่สนามบินสุวรรณภูมิยังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ดอนเมืองคือประตูบานใหญ่ที่สุดที่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้าสู่แดนสยาม ทันทีที่ก้าวออกจากงวงช้าง ไอความร้อนชื้นอันเป็เอกลักษณ์ของประเทศไทยก็ปะทะเข้ากับผิวหน้า
เซเลน่าเดินเกาะแขนเยว่จั้งแน่น หญิงสาวชาวรัสเซียตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศที่แปลกใหม่ แม้ใบหน้าของเธอจะดูอิดโรยจากการแพ้ท้องใน่แรก แต่ความตื่นเต้นก็ทำให้ดวงตาสีฟ้าครามทอประกาย
“คุณเยว่คะ เราไม่โทรบอกญาติของคุณให้มารับที่สนามบินเหรอคะ” เธอเงยหน้าถามด้วยความสงสัย
เยว่จั้งส่ายหน้า สมองวัย 46 ปีของเขาคำนวณทุกอย่างไว้หมดแล้ว
“ไม่ต้องหรอก ลุงกีเซงแกเปิดร้านค้าส่งอยู่ที่ต่างจังหวัดน่ะ ขืนให้แกขับรถมารับถึงกรุงเทพฯ คงลำบากแย่ อีกอย่างเราต้องจัดการเื่โรงพยาบาลและที่พักให้เรียบร้อยก่อน”
แน่นอนว่านั่นคือข้ออ้าง เหตุผลที่แท้จริงคือเขาไม่สามารถให้ญาติคนไหนมารับได้เด็ดขาด ขืนลุงเซงเห็นเซเลน่าที่เพิ่งท้องได้ไม่กี่วัน แต่หน้าท้องกลับเริ่มป่องนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด ความลับเื่ครรภ์เร่งรัด 1 เดือนคงถูกตั้งข้อสงสัย และอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายที่เขาควบคุมไม่ได้ การแฝงตัวอยู่ในเมืองหลวงที่ไม่มีใครรู้จักนี่แหละ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
เมื่อเดินมาถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ตม. แถวของนักท่องเที่ยวต่อคิวกันยาวเหยียด เยว่จั้งพาเซเลน่าไปหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ที่มีเ้าหน้าที่ ตม. หญิงวัยกลางคนนั่งหน้ามุ่ยประทับตราพาสปอร์ตอยู่
เมื่อถึงคิวเยว่จั้งยื่นพาสปอร์ตของเขาให้ เ้าหน้าที่หญิงรับไปพลิกดูด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เตรียมจะอ้าปากถามคำถามสัมภาษณ์เป็ภาษาอังกฤษสำเนียงไทยตามหน้าที่
ทว่าเยว่จั้งไม่รอให้เธอได้อ้าปาก ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปใกล้ช่องกระจก ถอดแว่นกันแดดออก เผยให้เห็นั์ตาสีเข้มที่ทรงเสน่ห์ลึกล้ำ
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง พวกเรามาฮันนีมูนที่ประเทศไทยครับ หวังว่าประเทศที่สวยงามของคุณ จะมอบความทรงจำที่วิเศษที่สุดให้กับพวกเรานะครับ”
เสียงทุ้มต่ำ นุ่มลึก และเต็มไปด้วยคลื่นพลังแห่งอินคิวบัสถูกส่งผ่านช่องกระจกเข้าไปในโสตประสาทของเ้าหน้าที่ ตม. หญิง
เ้าหน้าที่หญิงวัยกลางคนสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าที่เคยมุ่ยขมวดเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ดวงตาของเธอเบิกกว้าง หัวใจเต้นโครมครามราวกับสาวแรกรุ่นที่เพิ่งเจอรักแรกพบ เธอมองใบหน้าหล่อเหลาของเยว่จั้งด้วยความเคลิบเคลิ้ม สมองขาวโพลนไปหมด ลืมคำถามที่ต้องสัมภาษณ์ไปจนสิ้น
“ค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยค่ะ” เธอละล่ำละลักตอบด้วยเสียงหวานหยดย้อย มือที่สั่นเทารีบประทับตราลงบนพาสปอร์ตอย่างรวดเร็วโดยไม่ตรวจเอกสารเพิ่มแม้แต่แผ่นเดียว ก่อนจะยื่นคืนให้พร้อมกับรอยยิ้มหยาดเยิ้ม
“ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะสุดหล่อ”
“ขอบคุณครับ” เยว่จั้งขยิบตาให้เธอหนึ่งที ทำเอาเ้าหน้าที่หญิงแทบจะละลายคาเคาน์เตอร์
เซเลน่าที่ยืนอยู่ข้างๆ มองเหตุการณ์ด้วยความทึ่ง
“คุณเยว่คุณมีเสน่ห์ดึงดูดผู้หญิงทุกคนจริงๆ เลยนะคะ ขนาดเ้าหน้าที่ยังหน้าแดงไปหมดเลย”
“หึ แต่เสน่ห์ของฉัน มีไว้ให้เธอคนเดียวเท่านั้นแหละ” เยว่จั้งกระซิบข้างหูเธอ ทำให้หญิงสาวชาวรัสเซียเขินอายจนต้องซุกหน้าลงกับท่อนแขนของเขา
เมื่อผ่านด่านรับกระเป๋าออกมายังโถงผู้โดยสารขาเข้า สิ่งแรกที่เยว่จั้งมองหาคือเคาน์เตอร์แลกเปลี่ยนเงินตรา
แสงไฟนีออนจากบูธสีม่วงของธนาคารไทยพาณิชย์ และบูธสีเขียวของธนาคารกสิกรไทยเปิดให้บริการเด่นเป็สง่าอยู่เรียงราย เยว่จั้งเดินตรงไปที่บูธสีม่วง
ในยุคนี้เงินหยวนของจีนยังไม่ได้เป็ที่ยอมรับในตลาดสากลหรือทรงอิทธิพลเหมือนในอนาคต การนำเงินหยวนมาแลกเป็เงินบาทที่ไทยโดยตรง จะถูกกดเรทราคาจนขาดทุนย่อยยับ นักธุรกิจที่ฉลาดอย่างเยว่จั้งย่อมรู้เื่นี้ดี ก่อนเดินทางเขาได้นำเงินหยวนไปแลกเป็เงินดอลลาร์สหรัฐมาจากประเทศจีนเรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเดินทาง ดึงปึกธนบัตรดอลลาร์สหรัฐใบละ 100 ดอลลาร์ที่มัดรวมกันเป็ปึกหนาออกมาวางบนเคาน์เตอร์
“I'd like to exchange into Thai Baht, please.” เยว่จั้งกล่าวด้วยสำเนียงอังกฤษที่เป๊ะปัง พลางเปิดใช้งานพลังอินคิวบัสอีกครั้ง
พนักงานสาวหน้าเคาน์เตอร์เงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา และแน่นอนเธอตกอยู่ในภวังค์แห่งความลุ่มหลงทันที มือของเธอสั่นขณะรับเงินดอลลาร์จำนวนมหาศาลไปเข้าเครื่องนับแบงก์ เยว่จั้งพกเงินดอลลาร์มาถึง 50,000 ดอลลาร์หรือราวๆ สี่แสนหยวน เมื่อแปลงเป็เงินบาทในยุคที่เรทอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อดอลลาร์ เขาได้รับเงินสดกลับมาถึง 2,000,000 บาท
ธนบัตรสีเทาใบละพันบาทจำนวนสองพันใบถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม เยว่จั้งกวาดมันลงกระเป๋าอย่างเยือกเย็น การมีเงินสดสองล้านบาทในยุค 2005 ที่ไทย ถือว่าเขาคือเศรษฐีตัวจริงที่สามารถซื้อทุกบริการที่ดีที่สุดได้
ก่อนจะเดินออกจากสนามบิน สายตาของเยว่จั้งสะดุดเข้ากับร้านหนังสือเล็กๆ เขาสาวเท้าเข้าไป และหยิบหนังสือเรียนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติขึ้นมาหนึ่งเล่ม
“รอตรงนี้แป๊บเดียวนะเซเลน่า” เขากล่าว
เยว่จั้งเปิดหนังสือออก และในเสี้ยววินาทีนั้นพร์ระดับ A ความจำอัจฉริยะแบบภาพถ่ายก็ถูกเร่งเครื่องจนถึงขีดสุด ั์ตาสีเข้มของเขากวาดผ่านหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องสแกนเนอร์
ทุกพยัญชนะ ก-ฮ ทุกสระ ทุกไวยากรณ์ คำศัพท์พื้นฐาน ไปจนถึงรูปประโยคสนทนา ถูกคัดลอก ถอดรหัส และฝังรากลึกลงไปในสมองระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ของเขาทันที ใช้เวลาเพียง 10 นาทีในการพลิกหนังสือจนจบเล่ม ชายหนุ่มวัย 25 ปีจากแผ่นดินใหญ่ ก็กลายเป็ผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยระดับเ้าของภาษา
เยว่จั้งจ่ายเงินค่าหนังสือเป็มารยาท แล้วพาเซเลน่าเดินไปที่คิวรถแท็กซี่ด้านหน้าอาคาร
คนขับแท็กซี่วัยกลางคนกำลังสูบบุหรี่รออยู่ เมื่อเห็นชาวต่างชาติสองคนเดินมา เขาก็รีบโยนบุหรี่ทิ้งแล้วทำหน้ายิ้มแย้ม หวังจะฟันราคาเหมาจ่ายแบบแพงหูฉี่
“Hello, Sir Where you go? I give good price” โชเฟอร์แท็กซี่พ่นภาษาอังกฤษงูๆ ปลาๆ ออกมา
ทว่าเยว่จั้งกลับเปิดประตูรถ ดันเซเลน่าเข้าไปนั่ง แล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเป็ภาษาไทยที่ชัดเจนเป๊ะทุกอักขระ ชนิดที่คนไทยแท้ๆ ยังต้องอาย
“ไปโรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ สี่แยกราชประสงค์ครับพี่ กดมิเตอร์ด้วยนะ และถ้าพี่พาขับอ้อมล่ะก็ผมจะจดทะเบียนรถไปร้องเรียนขนส่งทันที”
โชเฟอร์แท็กซี่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปได้ ไอ้ฝรั่งหัวดำนี่มันพูดไทยชัดกว่าลูกชายเขาที่เรียนอยู่ประถมอีก แผนการฟันราคานักท่องเที่ยวพังทลายลงในพริบตา คนขับรีบพยักหน้ารัวๆ
“ดะได้ครับลูกพี่ กดมิเตอร์ครับ”
รถแท็กซี่ออกจากสนามบินดอนเมือง เข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานครยุค 2005 รถติดหนึบบนถนนวิภาวดีรังสิต แสงไฟจากตึกระฟ้าและป้ายโฆษณาต่างๆ สาดส่องเข้ามาในรถ
เซเลน่ามองเยว่จั้งด้วยดวงตาที่เป็ประกาย “คุณเยว่ คุณพูดภาษาไทยได้ั้แ่เมื่อไหร่คะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย”
“ฉันเป็นักธุรกิจนะเซเลน่า การเตรียมพร้อมคืออาวุธที่สำคัญที่สุด” เยว่จั้งตอบด้วยความมั่นใจ เขาไม่จำเป็ต้องอธิบายเื่พร์จากระบบให้ใครฟัง
บนเบาะหลังของแท็กซี่ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ความแออัดของการจราจรและการนั่งเบียดเสียดกัน ทำให้ต้นขาของทั้งสองเบียดชิด อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่เย็นเฉียบ สวนทางกับความร้อนรุ่มที่ปะทุขึ้นภายในร่างกายของหญิงสาวตั้งครรภ์