ห้องลับ
เมื่อความเ็ปจากการหล่นกระแทกพื้นหมดไป จงลั่วก็ใช้ทักษะสอดแนมทันที และพบว่าทางเดินทั้งสองฝั่งมีคนอยู่ และเหลือเพียงทางที่ตรงไปยังทางออกของปราสาท ซึ่งผลของทักษะไม่สามารถสำรวจไปถึง จงลั่วจึงไม่แน่ใจว่ามีคนหรือไม่ แต่หากให้เลือก ทางด้านขวานั้น เขาเห็นมาคัสวิ่งไป คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก ส่วนประตูทางออก เป็ไปว่ามันจะถูกล๊อคเอาไว้ หากมาคิดให้ดี เขาได้ยินบทสนทนาว่าอีกสองวัน เ้าพวกนี้ก็จะจากไป หากเขาเลือกที่จะหาที่ซ่อนตัว นั่นอาจจะเป็ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้
...เรามีเวลาสิบห้านาที หากเปิดใช้ทักษะสอดแนม ร่วมกับทักษะกูเจอ หากเรามีโชคอยู่บ้าง น่าจะเจอช่องลับที่ใช้ซ่อนตัวได้ เมื่อถึงเวลานั้น อิสระก็จะกลับคืนสู่มือเราอีกครั้ง
จงลั่วสูดหายใจลึก ก่อนจะบีบเค้นบริเวณที่ฟกช้ำ พร้อมสูดหายใจลึกเข้าไปเต็มปอด ทักษะสอดแนม และกูเจอถูกเรียกใช้ ก่อนที่จงลั่วจะหยิบก้อนหินที่แตกออกมา เขวี้ยงเข้าใส่หัวของพ่อบ้านอย่างเต็มแรง
"โอ๊ย!" พ่อบ้านมองแต่ฝ้าเพดานจึงไม่ทันระวัง ก้อนหินก็ถูกซัดเข้าใส่เต็มหน้า เป็จังหวะเดียวกับที่จงลั่วกลิ้งตัวออกไปจากจุดกำบังสายตาของโต๊ะ ก่อนจะวิ่งตรงไปยังทางออกซ้ายมือ
หลังประตู มีอีกหนึ่งกำลังหันหน้าเข้ากำแพง...
"จับมันไว้" แต่ดูเหมือนบทสายลับของจงลั่วจะจบลงแล้ว แม้จะะโบอกเพื่อน ๆ ให้จับจงลั่ว แต่ตัวพ่อบ้านเองกลับไม่กล้าทิ้งตำแหน่งที่มาคัสสั่งให้เฝ้า
จงลั่วตัดสินใจวิ่งตรงผ่าน พ่อบ้านที่ฝั่งซ้ายไป และดูเหมือนว่าเขาจะตัดสินใจถูกเพราะพ่อบ้านยังคง งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ กว่าจะรู้ตัว จงลั่วก็หายลับไปยังทางด้านหลังปราสาทแล้ว
ด้วยความสามารถของทักษะสอดแนมบวกกับกูเจอ ทำให้จงลั่วยังคงหลบหนีมาจนถึงจุดที่เป็ห้องคลังสมบัติ ที่ตอนนี้หีบสิ่งของถูกเคลื่อนย้ายออกมาที่นอกห้องหมดแล้ว
"เวรละ...ทางตัน" จงลั่วหยุดยืนอยู่ในห้องทึบสีเหลี่ยม เขามองกลับไปก็พบว่าเสียงฝีเท้าของพ่อบ้านยังคงตามมาไม่ห่าง ทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีก ในเมื่อทักษะกูเจอ ทำให้เขาเห็นว่ามันยังมีทางไปต่อ แต่เมื่อมาถึงสถานที่จริงกลับพบว่าเป็ทางตัน ความจริงจึงมีเพียงหนึ่งเดียว
...ทางลับสินะ
จงลั่วค่อย ๆ เดินไปยังมุมในสุดของห้องตรงจุดที่เห็นด้วยทักษะกูเจอ วงกลมอักขระคล้ายกับที่เขาเคยพบ ที่กับใต้เตียงเก่า จงลั่วหยิบเอาหลอดแก้วที่บรรจุเืของเกสโตที่เหลืออีกแค่นิดหน่อยขึ้นมาใช้ทันที
เหลือเือีกแค่นิดเดียว คงพอให้เราใช้ได้อีกหนึ่งหรือสองครั้ง...จงลั่วสูดหายใจลึกเมื่อวงอักขระค่อย ๆ เรืองแสงขึ้นมา ที่ผนังด้านหลังก็ปรากฏประตูบานใหญ่ขึ้น เด็กหนุ่มไม่รอช้าพุ่งตัวหายวับเข้าไปในนั้นทันที
"แฮก แฮก..." เสียงหอบของพ่อบ้านสองคนที่วิ่งไล่จงลั่วมาจนถึงห้องสมบัติ "มันหายไปไหนวะ" คนหนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนพวกมันจะมองหน้ากัน และเริ่มรื้อค้นหีบใส่ของใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าห้องทีละใบ
วิโอล่ามองดูช่องฝ้าเพดานที่ห้องโถงกลาง ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้กับมาคัส แม้จะได้รับรายงานจากลูกสมุนว่าจงลั่ว หลบหนีออกมาจากห้องหล่อนก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพียงกำชับให้พวกมันไปเฝ้ายังจุดที่เป็ทางออกของปราสาทเท่านั้น เพราะตอนนี้หล่อนกำลังดีใจจนเนื้อเต้น เมื่อสายตาอันคมกล้าของวิโอล่าสังเกตเห็นอักขระเวท ซึ่งปรากฏอยู่ที่ขอบของช่องฝ้าที่ถล่มลงมา
"พวกเกสโต ช่างร้ายกาจนัก..."หล่อนพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี "มันใช้นักเวทมิติขีดเขียนอักขระเวท เพื่อปกปิดทางลับเอาไว้ แต่ใครจะคิดว่าด้วยความผุเก่าของฝ้าปราสาท ทำให้ฝ้ามันถล่มลงมา และความลับที่ปกปิดมาหลายพันปี ของจอมเวทโบราณก็จะถูกพวกเราค้นพบในวันนี้" พูดจบวิโอล่าก็ลอยตัวขึ้นไปยังฝ้าเพดาน ก่อนจะค่อย ๆ เบียดเสียดร่างอันอวบอัดของหล่อนให้เข้าไปยังช่องฝ้า ด้วยความร่าเริง
"เพล้ง!" เสียงแตกดังขึ้นเมื่อจงลั่วเหยียบเข้ากับบางสิ่ง แม้เขาจะหลบหนีพวกพ่อบ้านมาได้ และทางลับที่เขามาก็ดูจะใหญ่โตกว่าช่องแคบ ๆ ในห้องนอนของเขามาก แต่ที่นี่กลับไร้ซึ่งแสงไฟ จงลั่วจึงต้องอาศัยทักษะกูเจอเพื่อระบุเส้นทาง ซึ่งดูเหมือนมันจะตรงลึกลงไปยังห้องใต้ดิน
"ว้าว" เด็กหนุ่มถึงกับอุทานออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเขาเดินมาจนถึงห้องลับใต้ดินที่ซุกซ่อนอยู่ แสงไฟสีเขียวสดใสสว่างไสวขึ้นทันทีที่เท้าเข้าแตะัักับพื้นห้อง ภายในห้องมีโต๊ะรูปครึ่งวงกลมตั้งไว้สี่ตัวในแต่ละมุม บนโต๊ะเต็มไปด้วยเอกสารมากมาย แต่ที่ดึงดูดความสนใจของจงลั่วในตอนนี้ก็คือ กระบอกแก้วขนาดใหญ่หลายใบ ที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน มันถูกตั้งอยู่สองฝั่งของทางเดินที่ทอดยาวเข้าไปร่วมสิบเมตร ภายในกระบอกแก้วมีร่างของสัตว์อสูรรูปร่างหน้าตาหน้าเกรงขามอยู่ กระบอกละหนึ่งตัว
"พระเ้า ! พวกมันยังไม่ตาย" จงลั่วเดินสำรวจดูทุกกระบอกอย่างช้า ๆ เขามองดูอักขระโบราณที่จารึกอยู่ แล้วทักษะภาษาของเขาก็ได้ใช้ประโยชน์ "ร่างทดลองการกลายพันธุ์ ของสัตว์อสูร การทอสอบเวทเสริมแกร่ง ข้อมูลการกลั่นผลึกอสูรบริสุทธิ์..." จงลั่วอ่านข้อมูลที่สลักบนป้ายศิลาหน้าทางเดินตรงไปยังที่ตั้งกระบอกทดลองทั้งเก้า