หลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านได้ฟังคำพูด ที่หนักแน่นจริงจังของกู้ฉิงหลางจบลงแล้ว เขาก็นิ่งเงียบอยู่สักพักใหญ่ๆ อีกทั้งยังดูมีสีหน้าที่ลำบากใจ ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมาอย่างประนีประนอมว่า
"เอาอย่างนี้เถอะ ลุงจะทำตามที่เ้า้า แต่ทว่าโทษโบยนั้น ห้าสิบไม้พลองดูจะรุนแรงไปหน่อย อีกทั้งบุตรสาวของลุงนางเองก็พึ่งทำผิดเป็ครั้งแรก เ้าพอจะลดโทษการโบยลงสักหน่อยได้หรือไม่"
"แล้วท่านลุงเห็นสมควรว่าอย่างไรเล่าขอรับ"
เมื่อเห็นว่าทางหัวหน้าหมู่บ้านยอมลงให้หลายส่วน กู้ฉิงหลางก็ไม่อยากดึงเื่ให้ยืดยาวต่อไป และคนตรงหน้ายังแสดงท่าทีออกมาให้เห็น ว่าเขาจริงใจพร้อมที่จะลงโทษคนที่ทำผิดอย่างจริงจัง
"ลุงเห็นสมควรว่าให้ลงโทษโบยเพียงครึ่งหนึ่ง นั่นคือยี่สิบห้าไม้พลอง ส่วนเื่ค่ารักษาของพี่สาวเ้าทั้งหมด ลุงและครอบครัวจะเป็คนจัดการเอง เช่นนี้เ้าเห็นว่าเป็อย่างไร ฉิงหลางถือว่าขอให้เ้า เห็นแก่หน้าแก่ๆลุงสักครั้งเถอะ"
"ก็ได้ขอรับ ข้าจะเห็นแก่หน้าท่านลุงสักครั้ง แต่ข้าขอพูดไว้ตรงนี้เลยว่า หากมีครั้งต่อไปที่บุตรสาวของท่าน วางหลุมพรางหรือคิดร้ายต่อพี่สาวของข้าอีกล่ะก็ ตัวข้าจะไม่ยอมจบง่ายๆเหมือนเช่นครั้งนี้แน่ หวังว่าท่านลุงจะเข้าใจนะขอรับ บุตรสาวของบ้านท่าน ท่านลุงเองก็รักนางเอ็นดูนาง บุตรสาวของบ้านข้า ข้ากับท่านแม่ก็รักนางมากเช่นกัน หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับนาง ตัวข้าผู้เป็น้องชายก็พร้อมจะทำทุกอย่าง เพื่อปกป้องและทวงความยุติธรรมคืนกลับมา"
"ลุงเข้าใจๆ...เ้าวางใจได้ ลุงจะเข้มงวดกับบุตรสาวให้มาก จะไม่ให้นางไปก่อเื่เช่นนี้ขึ้นอีก เอาเป็ว่าพรุ่งนี้เช้าลุงจะให้นาง และคนร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ ไปขอขมาลาโทษพี่สาวของเ้า รวมถึงใน่สายของวันเดียวกัน ลุงจะลงโทษโบยนางและคนที่เกี่ยวข้อง ต่อหน้าคนทั้งหมู่บ้านเฟิงหวง"
หลังจากสิ้นเสียงคำพูดของหัวหน้าหมู่บ้าน ภรรยาและบุตรสาวของเขาถึงกับหน้าเปลี่ยนสี พวกนางพากันร้องออกมาเสียงดังด้วยความขุ่นเคือง
"ท่านพ่อ!!"
"ท่านพี่!"
"พวกเ้าสองคนหุบปากไปเสีย!!"
เสียงตวาดอันดังลั่นกับท่าทีที่แข็งกร้าว ของผู้ที่เป็หัวหน้าครอบครัว ทำให้สตรีทั้งสองนางไม่กล้าเปิดปากพูดคำใดออกมาอีก เหมยหรงผู้เป็ตัวต้นเหตุของเื่ นางวิ่งร้องไห้เข้าบ้านไปด้วยความน้อยใจ นางทั้งน้อยใจและเสียใจที่บิดาของตนไม่ยอมปกป้อง ถึงที่สุดแล้วนางก็ยังต้องได้รับโทษโบย การถูกโบยต่อหน้าคนในหมู่บ้านนับร้อยชีวิต เพียงแค่คิดนางก็รู้สึกอับอายเกินจะทนได้แล้ว
"ในเมื่อเสร็จเื่แล้ว เช่นนั้นข้าต้องขอตัวลากลับก่อน ข้าจะรีบนำความไปแจ้งแก่ท่านแม่ เพื่อให้นางได้คลายกังวลขอรับ"
"อืม..ไปเถอะ"
ก่อนที่จะกลับฉิงหลางลุกขึ้นกล่าวลา พร้อมทั้งทำความเคารพท่านลุงปู้อย่างนอบน้อม สีหน้าของเขาในตอนนี้หาได้บึ้งตึงเหมือนเช่นตอนมาถึง เขาเดินกลับบ้านไปพร้อมกับรอยยิ้ม ที่ปรากฏชัดเด่นหราอยู่บนใบหน้า
"ท่านแม่"
ฉิงหลานรีบเอ่ยปากร้องเรียกมารดา เมื่อเห็นว่านางมีท่าทางรอคอยอย่างกระวนกระวายใจ
"ในที่สุดเ้ากลับมาเสียที หากช้ากว่านี้อีกเพียงหนึ่งเค่อ แม่คงเดินไปตามเ้าที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว"
"พอดีว่าตกลงกันไม่ค่อยจะราบรื่นน่ะขอรับ ก็เลยเสียเวลาไปสักหน่อย ว่าแต่แล้วพี่สาวของข้าล่ะขอรับ "
ฉิงหลางนึกขึ้นได้จึงรีบถามไถ่ถึงพี่สาวของตนด้วยความเป็ห่วง
"เ้าวางใจเถอะ ตอนนี้พี่สาวของเ้า นางไม่เป็อะไรแล้วล่ะ หลังจากแม่ให้นางดื่มยาที่เ้านำมาจากบ้านหมออู่ นางก็ไม่บ่นว่าปวดหัวอีก คล้ายว่าจะฟื้นตัวได้เร็วไม่น้อยเลยทีเดียว"
"เช่นนั้นข้าจะเข้าไปดูอาการพี่สาวสักหน่อยนะขอรับ"
"อย่าพึ่งไปรบกวนนางเลย พี่สาวของเ้านางพึ่งจะหลับไป ให้นางได้นอนพักผ่อนเถอะ เ้ากับแม่มาพูดเื่ที่พูดค้างไว้ให้จบจะดีกว่า ว่ามาเป็อย่างไรบ้าง ทางนั้นยอมรับในความผิดที่ตนก่อขึ้นมาหรือไม่ หัวหน้าหมู่บ้านและภรรยาของเขา คงไม่ได้พูดหรือทำอะไรให้เ้าต้องลำบากใจใช่ไหม"
"ช้าก่อน...ท่านแม่ขอรับ ท่านถามข้าทีละคำถามสิขอรับ ท่านเล่นถามลูกหลายคำถามพร้อมกันเช่นนี้ หัวของลูกปวดไปหมดแล้วนะขอรับ"
"เ้านี่นะ..ยังมีแก่ใจมาพูดเล่นกับแม่อีก รีบเล่ามาเร็วเข้า แม่ร้อนใจจะแย่แล้ว"
"ท่านแม่ใจเย็นๆก่อนนะขอรับ ท่านแม่สบายใจได้ ทางด้านของท่านลุงปู้ หาได้ปัดความรับผิดชอบกับเื่ที่เกิดขึ้น ในวันพรุ่งนี้ทุกคนที่ร่วมก่อเื่ จะมาที่บ้านเราของเพื่อขอขมาพี่สาว และ่สายของวันเดียวกัน ท่านลุงปู้จะลงโทษพวกนางตามกฎของหมู่บ้านขอรับ"
"ลงโทษตามกฎของหมู่บ้านเช่นนั้นหรือ!"
หลันซื่อใกับคำตอบของบุตรชาย จนถึงขั้นยกมือขึ้นทาบอกของตน
"ใช่ขอรับ..หากแต่ข้าเห็นแก่หน้าท่านลุงปู้ ที่เอ่ยปากขอร้องข้าแทนบุตรสาวของตนด้วยความจริงใจ ข้าจึงเห็นว่าการลงโทษในครั้งนี้ ให้ลดเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง นั่นคือลดโทษจากการโบยห้าสิบไม้พลอง ลดเหลือยี่สิบห้าไม้พองเพียงเท่านั้น ส่วนเื่ที่จะส่งพวกนางให้ที่ว่าการเพื่อขึ้นศาล โทษนี้งดเว้นไปขอรับ"
"ช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ แม่ไม่อยากจะเชื่อว่าเ้าจะทำสำเร็จ เหมยหรงผู้นี้เป็แก้วตาดวงใจของหัวหน้าหมู่บ้านเชียวนะ ใครๆก็รู้ว่าครอบครัวนี้รักและตามใจนางมากแค่ไหน ในคราแรกที่เ้าบอกจะเป็คนออกหน้าเื่นี้ ลึกๆแล้วตัวแม่เองก็รู้สึกหวั่นใจยิ่งนัก ไม่ใช่ว่าแม่ไม่เชื่อมั่นในตัวของเ้า หากแต่แม่คิดว่าครอบครัวของเรา ไม่มีสิ่งใดที่จะไปต่อกรกับครอบครัวหัวหน้าหมู่บ้านได้ แต่ครั้งนี้เ้ากลับสามารถทวงความเป็ธรรม มาให้แก่พี่สาวของเ้าได้สำเร็จ ฉิงหลาง..แม่ภาคภูมิใจในตัวของเ้ายิ่งนัก บุตรชายของแม่โตขึ้นแล้วจริงๆ"
หลันซื่อพูดเจือสะอื้นพลางยกมือขึ้นซับน้ำตาของตน นางรู้สึกภูมิใจในตัวของบุตรชาย อีกทั้งในเวลาเดียวกันก็รู้สึกปลาบปลื้มยินดี ไม่มีผู้ใดรู้ว่าหญิงตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตร ที่ต้องเลี้ยงลูกสองคนเพียงลำพังนั้น มีความทุกข์กายทุกข์ใจมากแค่ไหน
ในทุกๆวันใจของนางมีแต่ความหวาดหวั่น หากแต่ตอนนี้ใจที่เคยหวาดหวั่นและขลาดกลัวของนาง ได้รับรู้ถึงความอบอุ่นปลอดภัยขึ้นมาแล้ว นั่นเพราะบุตรชายเติบใหญ่อย่างเข้มแข็ง จนสามารถเป็ที่พึ่งให้กับนางได้พึ่งพิง
ฉิงหลางที่เห็นมารดามีสีหน้าเจ็บแค้น เขาก็ยกยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ ท่านแม่ของเขานั้นเป็คนใจดีเกินไป เขาผู้เป็บุตรชายที่มีความกตัญญู จึงจำเป็ต้องพูดเพื่อกระตุ้นโทสะของนางสักหน่อย เพราะการที่มารดามีนิสัยอ่อนโยนเกินไปก็ใช่ว่าจะดี