บรรยากาศในห้องทำงานของชยันต์เงียบลงอีกครั้งเมื่อต่างฝ่ายต่างเงียบไปแต่ในระหว่างนั้นชยันต์ก็สังเกตได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าดูทรุดโทรมลงไปมากผิดกับพิญญาที่เขาเคยรู้จักเมื่อหลายปีก่อน
“เธอคงไม่ได้มาเพื่อที่จะถามฉันว่าสบายดีหรือเปล่าหรอกมั้ง”ชายหนุ่มเริ่มต้นการพูดคุยก่อนเพราะเขาก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมพิญญาถึงโผล่มาทั้งที่หายไปหลายปี
แต่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเจอกับอะไรแบบนี้เพราะผู้หญิงหลายต่อหลายคนก็โผล่มาดื้อๆหลังจากที่หายหน้าหายตาไปนานบางคนก็้ากลับมาให้เขาเลี้ยงดูตามเดิมเนื่องจากเอาตัวไม่รอดเพราะติดนิสัยฟุ้งเฟือจากเงินที่เขาประเคนให้บางคนมาขอร้องให้ช่วยเหลือซึ่งส่วนใหญ่ก็เื่เงินเป็หลักชายหนุ่มก็มักจะตัดปัญหาง่ายๆโดยเซ็นเช็คให้เงินสักก้อนจากนั้นผู้หญิงพวกนี้ก็จะไม่โผล่มาให้เห็นอีกหากเงินไม่หมดแต่พิญญาที่เขารู้จักไม่ใช่คนแบบนั้นเงินสำคัญกับเธอก็จริงแต่หญิงสาวก็ไม่เคยกระเหี้ยนกระหือรือที่จะอยากได้เงินหนักหนาเขาให้เธอใช้เท่าไหร่เธอก็เอาเท่านั้น หญิงสาวไม่อยากได้อะไรแต่เพราะเขาหามาให้เธอก็รับไปอย่างว่าง่ายและไม่เคยเรียกร้องอะไรที่เกินไปกว่าสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ
“ใช่ค่ะ ฉันมีธุระจะคุยกับคุณ”
“ว่ามาสิ” ชยันต์กลั้นใจถามเพราะอยากรู้เกี่ยวกับธุระที่ทำให้พิญญามาปรากฎตัวต่อหน้าเขาในวันนี้
“ฉัน้าให้คุณรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้”
ชยันต์ฟังจบเขาก็ถึงกับขมวดคิ้ว นี่มันเื่อะไรกันเมื่อจู่ๆหญิงสาวก็เอาให้เลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เลี้ยง ไม่รู้เธอคิดอะไรอยู่หรือว่าเป็บ้าไปแล้ว
“เธอจะบ้าเหรอญ่า นี่เธอพูดเื่อะไรกันเนี่ย”
“เด็กคนนั้นเป็ลูกคุณค่ะ เมื่อหกปีก่อนฉันบอกเื่ที่ฉันท้องกับคุณหวังว่าคุณคงจำได้”แม้จะเป็คำพูดเรียบง่ายแต่น้ำเสียงของหญิงสาวก็แฝงไปด้วยความปวดร้าวในจิตใจ
ใช่...เขาจำได้ว่าหัวเสียมากเมื่อหญิงสาวบอกเขาว่าเธอตั้งครรภ์ชายหนุ่มแน่ใจว่าป้องกันเป็อย่างดีเพื่อไม่ให้ผู้หญิงคนไหนเกิดท้องขึ้นมาได้เขาไม่พร้อมที่จะเป็พ่อและไม่ขอรับผิดชอบใดๆ ในฐานะผู้ให้กำเนิดเนื่องจากชายหนุ่มเติบโตมาในบ้านที่วันๆ พ่อไม่เคยใส่ใจเขากับแม่
จนกระทั่งวันหนึ่งแม่เกิดป่วยหนักแทนที่พ่อจะเหลียวแลแม่ของเขาบ้างแต่คนเป็พ่อกลับไม่สนใจจนกระทั่งแม่ของเขาได้เสียชีวิตลงชีวิตน้อยๆ จึงเคว้งคว้างจนได้ชื่อว่ากำพร้า แต่แล้วคนใจดีรับเขาไปอุปการะจากนั้นมาเขาไม่เคยเชื่อว่าจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมได้คงเพราะเขาไม่เคยได้เห็นต้นแบบดีๆ ของคนเป็พ่อเลยสักครั้งความคิดนี้ฝังอยู่ใต้จิตสำนึกของชายหนุ่มเรื่อยมาจนกระทั่งพิญญาเกิดตั้งครรภ์
วันนั้นเขาให้เงินเธอสองล้านบาทเพื่อจัดการเื่ราวยุ่งยากนี้ให้เรียบร้อยเพราะแค่เอาเด็กในท้องออกมันก็คงไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไรหนักหนาอันที่จริงเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเธอท้องกับใครกันแน่เพราะเท่าที่รู้หญิงสาวเป็คนหน้าตาดีที่มีหนุ่มๆมาติดพันหลายคนโดยเฉพาะสุรดิษฐ์ที่ดูจะสนิทสนมกับพิญญามากเป็พิเศษเื่ราวมันจะง่ายขึ้นถ้าพิญญากำจัดเด็กในท้องนั่นเสียแล้วกลับมาอยู่กับเขาเหมือนเดิมแต่หญิงสาวกลับเลือกที่จะจากเขาไปโดยไม่กลับมาให้เห็นหน้าอีกพร้อมกับเงินสองล้านเป็‘ค่าปัดรำคาญ’ที่ชยันต์ยอมจ่ายสำหรับผู้หญิงที่เลี้ยงไม่เชื่องและ้าจะไปจากเขา
“จำได้ แล้วทำไมเธอถึงไม่เลี้ยงเอาเองล่ะ เงินก็ให้ไปตั้งเยอะ”ชายหนุ่มกลั้นใจตอบกลับไปด้วยเพราะอารมณ์ในอกยังขุ่นมัว
“ฉัน... ฉันมีความจำเป็บางอย่างที่จะไม่สามารถเลี้ยงแกต่อไปได้ค่ะ”
“จำเป็อย่างนั้นรึ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆนี่ถ้าเขาบอกว่าจะให้เงินสักก้อนเพื่อเป็ค่าเลี้ยงดูหรือค่าขนมของเด็กนั่นล่ะก็อีกฝ่ายคงจะรีบตะครุบไว้ทันที เสียแรงที่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้ายังเป็พิญญาคนเดิมที่แท้หลังจากที่หายไปหลายปีเธอก็เปลี่ยนไปเป็คนละคนเสียได้
“เอาอย่างนี้ ฉันจะให้เงินสักก้อน เอาไว้เลี้ยงเด็กคนนั้นก็แล้วกัน”
“ฉันไม่ได้้าเงิน”
“แล้ว้าอะไร ้าให้เลี้ยงเด็กบ้าบอนั่นน่ะเหรอญ่า...เธอเสียสติไปแล้วล่ะมั้งที่อยู่ๆ เอาลูกของตัวเองมาให้คนอื่นเลี้ยง”
“แต่อลินเป็ลูกของคุณ!” หญิงสาวขึ้นเสียงแม้จะเริ่มเหนื่อยจนมีอาการหอบเบาๆแล้วก็ตาม อย่างไรเสียก็ต้องตกลงกับเขาให้ได้ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เชื่อสินะว่าลูก...เป็เืเนื้อเชื้อไขของตัวเองจริงๆ
ชื่ออลิน...เด็กคนนั้นชื่ออลินหออกหรือเมื่อเห็นว่าพิญญาไม่ยอมถอยแน่ๆ และ้าให้เขารับเลี้ยงให้ได้ชายหนุ่มก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่พลางนึกในใจว่าหญิงสาวจะมาไม้ไหนกันแน่
“แล้วไอ้ ไอ้อะไรนะ ผัวของเธอน่ะ ไปไหนเสียล่ะทำไมถึงไม่เอาไปให้เขาเลี้ยง” บางทีพอถึงจุดหนึ่งสุรดิษฐ์คงจะรับอดีตของหญิงสาวไม่ได้ที่ครั้งหนึ่งเคยหาเงินด้วยวิธีต่ำต้อยถึงได้ทิ้งพิญญากับลูกไปที่จริงตัวของชยันต์เองก็มีส่วนที่ดึงเธอลงมาเกลือกกลั้วกับความตกต่ำนี้ด้วย
“เขาไม่เกี่ยวอะไรด้วยแล้ว”
“แล้วเธอรู้ได้ยังไงว่าเด็กนี่ไม่ใช่ลูกของเขาอ้อ...บางทีเขาก็คงไม่แน่ใจแบบเดียวกับฉันสินะ”ชยันต์ถามด้วยน้ำเสียงเหยียดหยันโดยไม่ได้ตั้งใจใครจะรู้ว่าหลังจากหายไปหลายปีพิญญาอาจจะยังยึดอาชีพขายเรือนร่างแล้วเกิดท้องกับใครสักคนที่เป็ลูกค้าของเธอก็ได้
“ฉันนอนกับคุณ ฉันก็ท้องกับคุณ ฉันไม่ใช่คนสำส่อนอย่างที่คุณคิดถ้าอลินไม่ใช่ลูกของคุณแล้วจะเป็ลูกของใคร” มนุษย์แม่ขึ้นเสียงอย่างเหลืออดเมื่อชยันต์เหยียดหยามไปถึงลูกของเธอ
ชายหนุ่มมองใบหน้าอันโกรธเกรี้ยวของอีกฝ่ายที่นั่งตรงข้ามแล้วก็นึกแปลกใจร่างกายผ่ายผอมจนเห็นกระดูกบางส่วนปูดนูนขึ้นมาผิวพรรณที่เคยอ่อนใสกลับเหี่ยวแห้งแถมยังมีเส้นเืโป่งขึ้นมาให้เห็นตามท่อนแขนยิ่งเมื่อหญิงสาวเถียงคอเป็เอ็นแล้วเส้นเืที่อยู่บริเวณขมับก็ดูจะบวมปูดขึ้นมาราวกับว่ามันจะแตกออกมาได้
เมื่อเห็นแบบนั้นส่วนลึกในจิตใจของเขาก็เลือกที่จะเงียบไปชั่วขณะ...
ที่จริงเขาไม่อยากต่อล้อต่อเถียงเธอในเื่นี้เงินสองล้านที่เคยให้ไปมีจำนวนไม่น้อย ถ้าใช้จ่ายดีๆหญิงสาวกับเด็กอายุเท่านั้นก็น่าจะอยู่ได้อย่างสบายแต่เงินจำนวนนั้นคงหมดไปแล้วพิญญาจึงกลับมาหาเขาก็อย่างว่า...ชายหนุ่มยังคงเป็เหมือนแหล่งเงินแหล่งทองของผู้หญิงพวกนี้เสมอเงินทองที่มีนั้นชยันต์หามาได้ด้วยลำแข้งของตนเองั้แ่ต้นและเขารู้ดีว่าจะใช้จ่ายมันอย่างอย่างไรจึงจะคุ้มค่า
“เอาล่ะ เรามาเริ่มคุยกันใหม่ดีๆ ดีกว่านะเด็กคนนั้นอายุเท่าไหร่แล้ว”
“อลินอายุห้าขวบปีนี้ค่ะ” หญิงสาวสะกดน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุด
“แล้วเงินที่เคยให้ไปล่ะ” ชยันต์ถามด้วยน้ำเสียงเรียบๆแบบเดียวกับที่เขาเคยถามผู้หญิงคนอื่นที่นั่งตรงหน้าเขาทุกคน
“ฉันใช้หมดไปแล้ว ตอนคลอด...อลินมีปัญหาเื่ภาวะติดเชื้อฉันเลยใช้เงินนั้นรักษาลูกแต่หมอบอกว่าร่างกายของแกจะไม่ค่อยแข็งแรงทำให้ต้องระวังเื่การกินอยู่ให้มากฉันก็เลยใช้เงินทั้งหมดไปกับการดูแลอลินมาตลอดห้าปี”
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปแล้วจ้องหน้าพิญญารู้สึกเจ็บแปลบพิกลทั้งที่ไม่ควรเลยเื่ที่หญิงสาวเล่ามันก็คงเป็เื่จริงเพราะดูได้จากร่างกายที่ผ่ายผอมและดูอิดโรยไปมากพิญญาคงต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจดูแลลูกเล็กเพียงลำพังอย่างทนุถนอมดังนั้นเงินสองล้านสำหรับสองแม่ลูกนั้นจึงเป็เงินที่ไม่มากเลยแต่ที่น่าแปลกใจก็คือเงินจำนวนนั้นเพิ่งจะหมดลงหรืออย่างไรพิญญาจึงได้มาอยู่ตรงหน้าเขาเพื่อขอให้ดูแลลูกสาวต่อจากเธอ
“ถ้าเด็กต้องได้รับการดูแลอย่างดีจากแม่ แล้วทำไมถึงจะยกให้ฉันล่ะ”
“ก็ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันมีเหตุจำเป็ที่ไม่สามารถเลี้ยงแกต่อไปได้”พิญญาตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดกลั้นความเ็ปภายในใจไว้
“ถ้าเป็เื่เงิน...”
“ก็บอกว่ามันไม่ใช่เื่นั้น” หญิงสาวเอ่ยแล้วเงียบไปชั่งอึดใจเธอควรบอกเขาไปว่าอย่างไรดีว่าเธอกำลังจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่นานนี้แล้วเขาผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็พ่อของอลินจะได้ยินดีรับเด็กน้อยไปดูแลด้วยความเต็มใจ
“ฉันไม่สบายและต้องรักษาตัวอย่างต่อเนื่องกับหมอฉันเลยคิดว่าคงดูแลอลินแบบที่เคยทำต่อไปไม่ได้”
“เธอป่วยอย่างนั้นรึญ่า เธอป่วยเป็อะไร”ชายหนุ่มถามทันทีหลังจากที่เธอพูดจบ
“นั่นไม่ใช่เื่ของคุณแต่ฉันยืนยันว่าโรคที่ฉันเป็ไม่ได้ติดต่อไปถึงอลินแน่นอน”
พิญญา้าให้เขารู้เท่าที่เธออยากให้รู้เท่านั้นและรู้สึกโล่งใจที่เขาไม่ถามอะไรเซ้าซี้ถึงเื่อาการป่วยของเธออีกแต่ถึงเขาจะไม่ถามในวันนี้ในวันข้างหน้าชยันต์ก็คงจะรู้ความจริงเื่อาการป่วยของเธอเข้าสักวันแต่พิญญาก็หวังว่ามันจะเป็่เวลาหลังจากที่เขารับลูกสาวของเธอไปเลี้ยงดูแล้ว
“ถึงเธอจะบอกว่าเด็กคนนั้นเป็ลูกของฉันแต่มันก็ไม่มีอะไรมายืนยันได้นอกจากคำพูดของตัวเธอเอง”
ความจริงเื่ที่อลินคือลูกของเขานั้นเธอรู้อยู่แก่ใจแต่ที่ชยันต์พูดก็ถูกและเขาก็มีสิทธิ์ที่จะสงสัยดังนั้นสิ่งที่พิญญาทำได้คือต้องยืนยันความจริงเื่ของอลินให้ได้
“ถ้าหากว่าอลินเป็ลูกของคุณ คุณจะยอมรับเลี้ยงแกใช่ไหมคะ”
“เธอรู้จักฉันดีนะญ่า และเธอคงไม่ลืมว่าฉันเป็คนที่พูดคำไหนคำนั้นถ้าเด็กอลินเป็ลูกของฉัน ฉันจะรับเลี้ยงดูแกตามสัญญาที่ให้กับเธอไว้”ชยันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ลึกๆในใจของเขากลับบอกว่าถึงแม้เด็กคนนี้จะไม่ใช่เืเนื้อเชื้อไขเขาก็คงยอมรับที่จะเลี้ยงดูด้วยความสงสาร ไม่ใช่สงสารที่ตัวเด็กแต่สงสารผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า
ชีวิตของพิญญาคงผ่านอะไรมามากใน่เวลาห้าหกปีที่หายไปนกน้อยในกรงทองสยายปีกบินออกสู่โลกกว้างด้วยหวังจะหาอิสรภาพที่ตนเองใฝ่ฝันเธอคืนพันธะระหว่างเขาเพื่อแลกเอาศักดิ์ศรีความเป็คนกลับคืนมาเพื่อให้หญิงสาวได้รับที่ยืนในสังคมอีกครั้งโดยที่ไม่ถูกตราหน้าว่าเป็ผู้หญิงหากินแต่ความลำบากและเหตุจำเป็บางอย่างทำให้เธอซมซานกลับมาขอความช่วยเหลือจากเขา
ไม่ใช่ว่าไม่ยินดีที่เธอกลับมาแต่ชยันต์กลับละอายที่ต้องเจอหน้ากันอีกครั้งต่างหากเป็เขาเองที่ดึงเธอเข้ามาสู่ชีวิตในด้านดำมืด ที่ไม่อาจบอกใครต่อใครได้อย่างภูมิใจว่าทรัพย์สินเงินทองข้าวของที่ได้มานั้นมาจากไหนชายหนุ่มเพียงรักสนุกแต่เขาก็ไม่นึกว่าจะทำให้อนาคตที่สดใสของผู้หญิงคนหนึ่งดับวูบลงถ้าเขาย้อนเวลากลับไปได้คงไม่ทำอะไรแบบนี้ กับเธอ...