แรงกดดันจากสัตว์ิญญาระดับขั้นก่อเกิดิญญายุทธ์มันกดทับไม่ให้ตัวของจื่อหลิงเทียนและจื่ออวี้ขยับไปไหนได้ ก่อนที่มันจะคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวที่มนุษย์ชายหญิงคู่นี้ไปรบกวนมันจากการจำศีล เสียงของมันดังก้องไปทั่วูเาฟูซานขนาดถังเว่ยและหลงยู๋เหม่ยที่อยู่ไกลออกมาจากใจกลางของป่าก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
“ดูท่าสหายของท่านจะดวงดีมากเลยล่ะเดินทางเพียงแค่ครู่เดียวก็ได้เจอเข้ากับผู้ปกครองของูเาลูกนี้อีกด้วย…”
ถังเว่ยก็ไม่นึกเลยว่าสองพี่น้องตระกูลจื่อจะไปถึงใจกลางูเาฟูซานได้เร็วขนาดนี้แถมยังได้พบกับสัตว์ิญญาระดับขั้นก่อเกิดิญญายุทธ์อีกต่างหากเหมือนพวกเขาคงต้องเอาชีวิตไปทิ้งจริงๆ
“ผู้ปกครองูเา? หมายความอย่างไรกันที่นี่มีสัตว์ิญญาระดับก่อเกิดิญญายุทธ์ด้วยอย่างงั้นหรือ!”
ตามปกติแล้วสัตว์ิญญาจะไม่อยู่รวมกันกันเป็กลุ่ม แต่พวกมันจะใช้ความแข็งแกร่งในการเลือกว่าใครเป็จะเป็ผู้ปกครองอาณาเขตแทน ซึ่งสัตว์ิญญาที่เป็เ้าของอาณาเขตก็มักได้ชื่อว่าผู้ปกครองและส่วนใหญ่ระดับขั้นของพวกมันก็จะอยู่ั้แ่ขั้นก่อเกิดิญญายุทธ์ขึ้นไปเท่านั้น
“ถูกต้อง…ข้าได้เตือนพวกเขาแล้วว่าข้าจะเป็คนรวบรวมหญ้าิญญาด้วยตนเองเองแต่พวกเขากับดื้อรั้นนี่ก็เป็สิ่งนึงที่พวกเขาจะต้องได้เจอจากการยิ่งทระนงของตัวเอง”
ถังเว่ยไม่ได้รู้สึกอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อยเขาพยายามที่จะเตือนอีกฝ่ายหลายรอบแล้ว นับั้แ่ก่อนจะออกจากโรงเตี๊ยมเสียอีกทว่านอกจากจะไม่ฟังคำเตือนของเขายังมาต่อว่าตัวของเขาอีก ถังเว่ยก็เลยคิดว่านี่แหละคือบทเรียนที่พวกเขาควรจะได้รับ
“นำทางข้าไปใจกลางูเาเดี๋ยวนี่ ข้าจะจ่ายให้เพิ่มเป็สองเท่า!”
หลงยู๋เหม่ยกล่าวออกมาอย่าฝรีบร้อนจริงอยู่ที่นางไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับสองพี่น้องคู่นั้นมากนัก แต่นี่เป็คำสั่งที่นางได้รับมาจากสถาบันถ้าเกิดมีเพื่อนร่วมภารกิจตกตายไปมันจะส่งผลต่อเส้นทางของนางในอนาคตอย่างแน่นอน นางจึงจำเป็ที่จะต้องไปช่วยพวกเขา
“ท่านคิดเพียงแค่ว่ามีเงินแล้วจะสามารถซื้อได้ข้าอย่างงั้นหรือ? คนแบบข้าน่ะต่อให้เอาเงินมาฟาดหัว-”
ไม่ทันที่ถังเว่ยจะร่ายจนจบประโยคหลงยู๋เหม่ยก็กระชากเสื้อของเขาก่อนที่นางจะเคลื่อนที่ออกไปด้วยความเร็วสูง
‘สตรีสมัยนี้ช่างเืร้อนดีจัง’
ถังเว่ยก็ได้แต่อุทานในใจและไม่มีท่าทีว่าจะขัดขืน
ทางด้านของจื่อหลิงเทียนและจื่ออวี้พวกเขาเองก็ชักกระบี่ออกมาเพื่อเตรียมต่อสู้ถึงจะรู้ว่าไม่สามารถสู้กับอสูริญญาข้างหน้าได้ก็ตาม ถ้าเป็สัตว์ิญญาระดับหลอมรวมิญญายุทธ์พวกเขาเองก็ยังพอที่จะร่วมมือกันจัดการได้อยู่ แต่ตรงหน้าของพวกเขาในตอนนี้มันคือสัตว์ิญญาที่มีระดับขั้นถึงก่อเกิดิญญายุทธ์ระดับเทียบเท่ากับอาจารย์บางคนในสถาบันของพวกเขาด้วยซ้ำไป คิดว่าเพียงแค่มันทุบพวกเขาด้วยฝ่ามืออันใหญ่โตของมันก็มีแต่จะเละเป็เศษเนื้อก็เท่านั้น
“เราจะเอายังไงกันดีท่านพี่?…”
จื่ออวี้ถามผู้เป็พี่ชายของนางด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้นางนั้นรู้สึกคิดผิดเป็อย่างมากที่ตามตัวของจื่อหลิงเทียนมา ถ้าเกิดว่านางนั้นเชื่อคำพูดของถังเว่ยั้แ่แรกเหตุการณ์แบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ใจเย็น ๆ เสียงคำรามของมันดังขนาดนี้จะต้องมีคนมาช่วยเรา-”
เมื่อเขากำลังจะบอกผู้เป็น้องสาวว่าอีกเดี๋ยวก็จะมีคนมาช่วย แต่เมื่อคิดดูให้ดีที่นี่คือเมืองซานผิงแถมพวกเขายังอยู่ในูเาอันห่างไกล จะมีใครกันที่สามารถช่วยพวกเขาได้? คำตอบก็คือไม่มีกับสัตว์ิญญาระดับขั้นก่อเกิดิญญายุทธ์ทั่วทั้งเมืองซานผิงก็คงจะไม่มีใครต่อกรกับมันได้
“หนีไปซะจื่ออวี้และรีบไปหาศิษย์พี่หญิงข้าจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้!"
เขาเป็คนที่นำนางมาที่นี่เพราะฉะนั้นนี่เป็ความผิดของเขา เขาจึงจำเป็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง จื่ออวี้ที่ได้ยินคำพูดของพี่ชายของนางก็ตื่นตระหนกขึ้นมา
“ท่านบ้าไปแล้วรึไง! นี่ไม่ใช่ตัวตนที่ท่านจะต่อกรด้วยได้นะ”
นางรู้ดีว่าถึงพฤติกรรมของจื่อหลิงเทียนเป็แบบไหนแต่ว่าลึกๆแล้วเขาก็เป็คนที่มีจิตใจดีแค่ถูกสั่งสอนมาอย่างตามใจเลยทำให้นิสัยของเขานั้นหยิ่งทระนงในตนเอง ในมุมมองของนางแล้วเขาเองก็เป็พี่ชายที่ดีคนนึงเลย
“ถ้าเ้าไม่หนีไปเราจะได้ตายกันทั้งคู่นะ อย่างน้อยขอให้เ้ารอดไปและเจอกับศิษย์พี่หญิงก็ยังดี…”
อย่างน้อยเขาก็อยากให้หลงยู๋เหม่ยเห็นด้านที่ดีของเขาบางถึงแม้นางจะไม่้าก็ตาม
ั์หินที่เฝ้ามองมนุษย์ตัวจ๋อยข้างหน้าของมันก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาที่มนุษย์สองคนนี้มาขัดขวางการจำศีลของมัน มันยกมือขวาอันมหึมาของมันขึ้นฟ้าก่อนจะตบลงมาด้วยความแรงจนพื้นดินแถวนั้นถึงกับแยกออกเป็สองซีกพร้อมกับฝุ่นควันที่ตลบอบอวลไปทั่ว ยังดีที่ตัวของจื่อหลิงเทียนและจื่ออวี้สามารถหลบได้ทัน
“ตอนนี้มันยังไม่สามารถเห็นพวกเราได้ชัดไปซะ!”
จื่ออวี้ลังเลเล็กน้อยทว่านางก็ตัดสินใจและรีบหันหลังวิ่งจากไปอย่างน้อยถ้านางสามารถหาตัวของหลงยู๋เหม่ยพบนางจะต้องช่วยจื่อหลิงเทียนได้อย่างแน่นอน
ฝุ่นควันค่อยๆหายไปั์หินที่สามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้งก็พบว่าเหลืุ์เพียงผู้เดียวเท่านั้น มันจึงคำรามออกมาด้วยความโกรธที่ปล่อยให้มนุษย์ที่มาก่อกวนมันหนีไปได้
“ข้าจะเป็คู่ต่อสู้ให้เ้าเอง…”
ถึงจื่อหลิงเทียนจะกล่าวออกมาแบบนั้นแต่ว่าขาทั้งสองข้างของเขากับสั่นไม่หยุด เหมือนกับที่มาของคำว่า'ดีแต่เห่า'นั้นเอง ั์หินที่ถูกยั่วยุโดยจื่อหลิงเทียนมันก็ได้กำหมัดอันใหญ่โตของมันซัดเขาไปที่ตัวของจื่อหลิงเทียน ความเร็วของมันไม่ได้เชื่องช้าตามรูปลักษณ์ของมันเลยสักนิดเดียว มันมีทั้งความแข็งแรง คล่องแคล่ว และรวดเร็วในเวลาเดียวกัน ทำให้จื่อหลิงเทียนยากที่จะหลบหมัดของมันได้
จื่อหลิวเทียนรับหมัดของมันเข้าไปเต็มๆแต่ก็ยังดีที่สามารถนำกระบี่มากั้นไว้ได้เสียก่อนบวกกับอุปกรณ์ที่เขาได้รับมาจากสถาบันทำให้เขารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ถึงกระนั้นเขาก็ยังสำลักเืกองโตออกมาอยู่ดี
'ถ้าไม่ได้ชุดที่ท่านอาจารย์มอบให้ไว้ล่ะก็ข้าคงไม่สามารถยืนหายใจได้อยู่แน่"
เมื่อตั้งหลักได้เขาก็กระโจนเพื่อจะโจมตีสวนกลับไป เขาได้กวัดแกว่งกระบี่ของเขาไปมาอย่างรวดเร็วถึงแม้จะเป็คนปากเสียแต่ก็มีดีทางด้านกระบี่อยู่บ้าง จื้อหลิงเทียนวาดกระบี่ไปตามตัวของั์หินอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็บริเวณข้อเท้า ข้อต่อแขนทั้งสองข้าง รวมถึงบริเวณลำคอ ก่อนที่มันจะเสียหลักล้มลงไปอย่างแรง
จื่อหลิงเทียนเองก็หอบหายใจออกมาอย่างรุนแรงการโจมตีเมื่อครู่คือการกวัดแกว่งกระบี่ที่รวดเร็วที่สุดในชีวิตเขาแล้ว ใบกระบี่ในมือของเขาเองก็เกิดรอยร้าวแล้วเช่นกันมันไม่สามารถที่วาดกระบวนท่าได้อีกต่อไปแล้ว…
ทว่าจู่ๆั์หินก็ลุกขึ้นมาอย่างฉับพลันแถมาแที่มันถูกฟันจากจื่อหลิงเทียนยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย มันคำรามออกมาด้วยความโกรธยิ่งกว่าเดิมมนุษย์ผู้นี้นอกจากจะมากวนการจำศีลของมันแล้ว ยังบังอาจมาสร้างาแบนร่างกายของมันอีก
มันได้ยกกำปั้นอันมหึมาอีกครั้งก่อนที่ทุบลงบริเวณที่จื่อหลิงเทียนยื่นอยู่ เ้าตัวเองก็ไม่ได้ขยับไปไหนเพียงแค่ยืนหลับตาลงพร้อมกับยอมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นก่อนจะพึมพำออกมา
“ศิษย์พี่หญิงข้าต้องขอโทษที่ชอบสร้างความน่ารำคาญให้กับท่าน จื่ออวี้บางทีข้าอาจจะเป็พี่ชายที่แย่สำหรับเ้าสินะข้าต้องขอโทษด้วย…”
เขาได้แต่ยืนหลับตาสำนึกผิดกับสิ่งที่เขาเคยกระทำลงไป ตอนนี้กำปั้นของั์หินห่างจากเขาเพียงคืบเท่านั้น
“เ้าชื่อถังเว่ยสินะ..ข้าเองก็ต้องขอโทษที่ไม่ได้ฟังคำเตือนของเ้าตอนนี้ข้ารู้ดีแล้วว่าตัวเองนั้นโง่เขลาแค่ไหน ทว่ามันก็คงไม่ทันการแล้วถ้าเกิดเป็ไปได้ข้าก็อยากไปขอโทษต่อหน้าเ้าสักครั้ง…”
วินาทีที่กำปั้นขนาดใหญ่กำลังจะบดขยี้ร่างกายของเขาไปก็ปรากฏร่างของบุรุษผู้นึงขึ้นมา
“คนเรามักจะเห็นค่าคำพูดของคนอื่นก็ต่อเมื่อได้เจอเหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง และเมื่อยามสุดท้ายของชีวิตมาถึงเ้าก็จะได้แต่ตระหนักถึงข้อผิดพลาดของตัวเองเท่านั้น…."
จื่อหลิงเทียนที่ได้ยินเสียงของคนที่เหมือนกับเขาเคยได้ยินมาก่อนก็เงยหน้าและลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าที่เขาเห็นตรงหน้าขณะนี้มันน่าใมากกว่าตอนที่เขาเจอสัตว์ญาณระดับก่อเกิดิญญายุทธ์ครั้งแรกเสียอีก!
เพราะว่าภาพที่เขาเห็นนั้นก็คือตัวของถังเว่ยทีาใช้นิ้วชี้เพียงนิ้วเดียวหยุดการโจมตีของั์หินเอาไว้ก่อนที่เขาจะทำการดีดนิ้วๆเบาจนั์หินแตกสลายกลายเป็ฝุ่นเหลือไว้เพียงหญ้าิญญาและผลึกของสัตว์ิญญาเท่านั้น
“เอาเป็ว่าข้าจะรอคำขอโทษจากเ้าก็แล้วกัน…”