“กรี๊ด!! ”
ที่บ้านของหลวนคุณผู้นำหมู่บ้าน เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น หลังจากเด้งตัวลุกจากที่นอนขึ้นมานั่งด้วยอาการสั่นเทา เหงื่อเม็ดเล็กๆ เกาะพราวตามใบหน้างาม
“หนิงอันเ้าเป็อย่างไรบ้าง”บิดารีบปรี่เข้ามาหลังจากได้ยินเสียงกรีดร้องของบุตรสาว
“ข้าฝันร้าย ท่านพ่อมันน่ากลัวมากเลยเ้าค่ะ”
“ไหนเ้าลองเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ”
“ข้าฝันเห็นัเ้าค่ะท่านพ่อ ัตัวโตมาก ตาของมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน มันตรงเข้ามารัดข้า และกลืนกินข้า ท่านพ่อข้ากลัวเ้าค่ะ”
หลังจากที่บุตรสาวเล่าความฝันให้ฟัง ใบหน้าของผู้เป็พ่อก็เครียดขรึมขึ้นมาทันใด บุตรสาวจับสังเกตเห็นเลยถามออกไปด้วยความสงสัย
“มีอะไรรึเปล่าเ้าคะท่านพ่อ ข้าเห็นสีหน้าท่านไม่ค่อยดีเลย”
“หนิงอัน จะเป็ไปได้หรือไม่ ว่าสิ่งที่เ้าฝัน มันคือ... นิมิตั”
“นิมิตัคืออะไรหรือเ้าคะท่านพ่อ” หลวนคุณเลยอธิบายให้บุตรสาวฟังว่า
“นิมิตัก็คือ าาัจะส่งญาณทิพย์มาเข้าฝันคู่ของตน นั่นล่ะคือ นิมิตั”
“ไม่นะเ้าคะท่านพ่อ ข้าไม่อยากเป็ผู้ถูกเลือก ข้ามีคนรักอยู่แล้ว ไม่เอาข้าไม่ยอม! “ หญิงสาวร้องไห้โวยวายออกมา ถ้าเป็เช่นนั้นนางคงรับไม่ได้จริงๆ เพราะนางนั้นก็มีคนรักอยู่แล้ว ทุกคนต่างก็รับรู้เื่นี้ดีว่านางมีคู่หมายอยู่แล้ว
“ใจเย็นๆ สิเ้า ข้าแค่คิดไปเองก็เท่านั้นเ้าอย่าตีโพยตีพายไปเลย ไหนเ้าลองหันหลังมาให้ข้าดูหน่อยสิหนิงอัน”
หลวนคุณเอื้อมมือไปเปิดเสื้อที่ปกปิดหัวไหล่ของบุตรสาวออกดู พลางกวาดสายตามองหาอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่เจอ เลยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมหมุนตัวบุตรสาวให้หันหน้ามาทางเขา
“เ้าวางใจเถิดหนิงอัน เ้าไม่ใช่ผู้ถูกเลือกหรอก ข้าไม่เห็นอะไรบนไหล่เ้าเลย”
ในบ้านหลังเล็กที่ดูอบอุ่นหลังหนึ่ง
“ท่านแม่... มีอะไรให้ข้ากินบ้าง ข้าหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”
เย่วซินสวมกอดมารดาจากด้านหลัง เขาอดรนทนไม่ไหวกับกลิ่นหอมของอาหาร ที่มันกำลังเรียกน้ำย่อยในกระเพาะของเขา ั้แ่เช้าตรู่แบบนี้ เลยรีบเดินตามกลิ่นหอมยั่วน้ำลายออกมา ก็เห็นมารดากำลังวุ่นวายอยู่กับอาหารมื้อเช้า มือเรียวสวมกอดมารดา แต่ตากลับจ้องมองอาหารแต่ละอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ข้างกายมารดา ด้วยสายตาแพรวพราว พอเห็นอาหารหน้าตาน่ากินอยู่ตรงหน้า ก็พาลให้กลืนน้ำลายเสียอึกใหญ่ มือเ้ากรรมก็ดันยื่นไปหาอย่างห้ามใจไม่อยู่
“ เพียะ! “
“โอ๊ย! ท่านแม่ ท่านตีข้าทำไมเนี่ย”
“ไปล้างมือเดี๋ยวนี้นะเย่วเอ๋อร์ เ้าโตจะเป็ควายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีกรึ”
“ก็ข้าหิวนี่ ท่านแม่ใจร้าย คอยดูข้าจะฟ้องท่านพ่อ”
เย่วซินพูดด้วยใบหน้าหงิกงอ แก้มป่อง ปากยื่น เ้าตัวคงไม่รู้ตัวหรอกว่า กิริยาที่ตนแสดงออกมามันน่ารักน่าชังขนาดไหน เสียงเอะอะในครัว มันได้เรียกความสนใจของหัวหน้าครอบครัวเป็อย่างดี เลยเดินตามเสียงเข้ามาดูพร้อมรอยยิ้มที่เปิดกว้าง เป็เื่ปกติที่เขาเห็นอยู่บ่อยครั้ง ว่าคนทั้งคู่ที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของเขา ชอบทะเลาะกันเป็ประจำ แต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรนัก มันกลายเป็เื่ธรรมดาไปเสียแล้ว
“เอะอะอะไรกันั้แ่เช้าแม่ลูกคู่นี้ เย่วเอ๋อร์เ้ากวนใจอะไรแม่ของเ้าแต่เช้ารึ”
“ข้าเปล่าสักหน่อย ก็ท่านแม่รังแกข้านี่นา ท่านพ่อดูซิท่านแม่ตีข้าซะแดงเถือกหมดเลย ท่านพ่อข้าเจ็บ... “
เย่วซินได้ที รีบฟ้องบิดาโดยเร็ว พร้อมใบหน้างามที่หงิกงอ บ่งบอกอารมณ์ของเ้าตัวเป็อย่างดี
“เอาใหญ่แล้วนะเราน่ะ เห็นพ่อเ้าให้ท้ายเข้าหน่อยละก็ไม่ได้ ไอ้ลูกคนนี้นี่ เดี๋ยวเ้าจะโดนมิใช่น้อย”
นางพูดจบก็เตรียมจะฟาดบุตรชายจอมแสบของนางอีกครั้ง เย่วซินเห็นดังนั้นก็รีบะโหลบด้านหลังบิดาทันควัน
“เอาล่ะๆ เ้าสองคนหยุดทะเลาะและมากินข้าวกันดีกว่าข้าชักจะหิวแล้ว เ้าก็เลิกยั่วโมโหแม่ของเ้าได้แล้วล่ะเย่วเอ๋อร์”
พอจบคำพูดของหัวหน้าครอบครัว ทุกคนก็นั่งประจำที่ ทานมื้อเช้ากันอย่างมีความสุข ถึงจะทะเลาะกันอย่างไร แต่เย่วซินก็รู้ว่ามารดารักเขาที่สุด อย่างเช่นอาหารตรงหน้า ก็เป็อาหารที่เขาชอบทั้งนั้น ปากก็ดุเขาไปเรื่อย แต่มือกลับคีบอาหารให้เขาไม่หยุด
“เอ้า กินเข้าไปเยอะๆ เผื่อเ้าจะได้ฉลาดขึ้นมาบ้าง”
“ท่านแม่... ท่านว่าข้าโง่รึ! “
“ยังไม่รู้ตัวอีกรึไง”
“ท่านแม่... ท่านพ่อท่านแม่แกล้งข้าอีกแล้ว”
เสียงร้องโวยวายของเย่วซินดังขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะขบขันของบิดา-มารดา เย่วซินเป็บุตรชายคนเดียวของพวกเขา ถึงจะดูงอแงเหมือนเด็กๆ แต่จะเห็นเขาในลักษณะนี้ได้
เฉพาะเวลาที่เขาอยู่กับครอบครัวเท่านั้น ถึงร่างกายจะดูบอบบาง หน้าตางดงามหมดจดอย่างนี้ แต่เย่วซินก็หาได้อ่อนแออย่างรูปกายภายนอกเลย เขาแข็งแกร่ง และมีฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจพอตัว เพราะฝึกฝนอยู่แทบทุกวัน
ก็อย่างที่รู้กันว่าเผ่าหงส์ไฟไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ต่างก็มีรูปลักษณ์ ที่งดงามหมดจดแทบทุกคน อย่างเช่น บิดามารดาของเขา ถึงทั้งคู่อายุจะล่วงเลยมามากแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังคงความงดงามอยู่ไม่เสื่อมคลาย
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา
ที่บ้านของหลวนคุณผู้นำหมู่บ้าน
“หนิงอันเ้าเป็เช่นไรบ้าง”
“ข้าดีขึ้นมากแล้วท่านพ่อ แล้วเย่วซินละเ้าคะ? “
หญิงสาวถามหาคู่หมายของนาง นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่นางนอนป่วยไข้อยู่ แต่ก็ไร้วี่แววของคนรักเลย
“ประเดี๋ยวก็คงมา ข้าให้คนไปบอกเย่วซินแล้ว”
ท่านผู้นำหมู่บ้านตอบคำถามของบุตรสาว แล้วเดินออกมานั่งที่หน้าบ้านของตน
ไม่นานเย่วซินก็มาเยี่ยมไข้หนิงอัน เขาเพิ่งจะรับรู้ ว่าหนิงอันป่วยไข้ถึงสามวันแล้ว พอรู้ก็รีบตรงมาที่บ้านของนางทันที
“ท่านผู้นำ หนิงอันเป็เช่นไรบ้าง ข้ามาเยี่ยมนาง”
“เ้าเข้าไปเถิด นางกำลังรอเ้าอยู่”
ได้ยินเช่นนั้น เย่วซินก็ไม่รอช้ารีบตรงไปหาคนรักทันที หลวนคุณมองตามด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เย่วซินเป็คู่หมายของบุตรสาว เป็คนที่ถือว่าดีทีเดียว
ไม่ได้มีอะไรด่างพร้อยเลยแม้แต่น้อย
“เย่วซินเ้ามาเยี่ยมข้าแล้วรึ”
“ข้าต้องขออภัยเ้าด้วยหนิงอัน ข้าเพิ่งรู้ว่าเ้าป่วยไข้ พอรู้ข้าก็รีบมาทันที เ้าอย่าเคืองข้าเลยนะคนดี”
เย่วซินพูดกับคนรักอย่างสำนึกผิด มองใบหน้างามที่ซีดขาวเพราะพิษไข้ หนิงอันนั่งพิงหมอนอยู่บนเตียง มองหน้าเขาด้วยสายตารักใคร่
“ข้ายกโทษให้เ้าเย่วซิน ข้ามิได้เคืองเ้าเลย”
เย่วซินรั้งร่างบางของคนรักเข้ามากอดอย่างรักใคร่ พร้อมก้มหน้าลงจุมพิษที่หน้าผากมล
“ข้ารักเ้าหนิงอัน ข้าคิดว่า มันคงถึงเวลาแล้ว ข้าจะให้ท่านพ่อไปขอให้ท่านผู้เฒ่า หากำหนดวันมงคลให้เรา เ้าจะว่าอย่างไรบ้างหนิงอัน เ้าพร้อมที่จะเป็คู่ชีวิตของข้ารึไม่”
จบคำพูดของเย่วซิน หนิงอันก็พยักหน้ารับทั้งน้ำตา นางร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ ในที่สุด ก็ถึงวันที่นางรอคอยซักที รอคอยคำๆ นี้มานานเหลือเกิน
“ร้องไห้ทำไม เด็กโง่”
“ก็ข้าดีใจนี่ ไม่คิดว่าเ้าจะขอข้าออกเรือน”
“ข้ารักเ้า ไม่ให้ข้าขอเ้า แล้วจะให้ข้าไปขอใครที่ไหนล่ะ หือ...”
หลังจากวันนั้น เย่วซินก็ขอให้บิดาไปขอวันมงคล จากท่านผู้เฒ่าประจำเผ่า อย่างที่บอกกับคนรักเอาไว้ บิดาของหนิงอันก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด ในเมื่อมันเป็ความสุขของบุตรสาว เขาย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
และก็ได้วันที่เหมาะสมมา ก็คืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า หลังจากเสร็จพิธีผูกพันธะ ส่งตัวเ้าสาวให้แก่าาัเสร็จสิ้นลง นี่เขากำลังจะมีครอบครัวแล้ว ครอบครัวที่แสนสนจะอบอุ่นเหมือนครอบครัวเขา เย่วซินยิ้มอย่างมีความสุข
..
...................................................