หอสุราจูหลิงหลงเป็ที่นิยมเป็อย่างมากเหล้าหายากกินคู่กับอาหารรสเผ็ดจัดจ้านเข้ากันเป็อย่างยิ่งในร้านมีทาสที่ถูกซื้อตัวจากโรงค้าทาสชุดสามมาทำหน้าที่ต่างๆโดยผ่านการคัดเลือกจากจูชิงลางอย่างเข็มงวด !
หอสุรามีสี่ชั้นเเต่ละชั้นล้วนบริการเเตกต่างเช่นชั้นหนึ่งเป็บุคคลธรรมดาหรือพอมีเงินมาเข้าใช้สามารถใช้บริการในวงเงินค่าเข้า50ตำลึงหากเกินกว่านั้นจะถูกเก็บเพิ่ม ! ชั้นสองนั้นค่าเเรกเข้าอยู่ที่150ตำลึงหากสั่งบริการมากกว่านั้นก็จะถูกเก็บเพิ่มเช่นกันนอกจากนี้ชั้นอื่นๆเองก็มีกฏเเบบนี้เช่นกันชั้นสามอยู่ที่300ตำลึง ส่วนชั้นสี่ชั้นสุดท้ายอยู่ที่1500ตำลึงในชั้นที่สี่ในรายการเหล้านั้นจะมีเหล้าหายากให้เลือกซื้อเช่นเหล้าชาดเเดงหรือสุราหอมหมื่นลี้เื่นี้ไม่ได้บอกเเก่คนชั้นอื่น ลูกค้าที่มาชั้นนี้ล้วนใในคราเเรกหลังจากออกไปจากหอก็จะสนทนาเื่นี้กับสหายเสมอว่าชั้นสี่นั้นมีเหล้าหอมหมื่นลี้ให้เลือกสั่งซื้อเเม้ราคาจะเเพงหูฉี่จนต้องควักเงินจ่ายเพิ่มเท่าใดก็ยังมีคนเข้ามาใช้บริการชั้นสี่อย่างมิขาดสาย
จูินั้นมีหน้าที่ดูเเลไร่ผลไม้เเละไร่ดอกไม้้ของตระกูลนอกจากนี้ยังดูเเลโรงงานผลิตยาโรงงานหมักเหล้าโรงงานทำขนมเเละของฝากเรียกได้ว่าเเต่ละวันเขามีงานล้นมือความขยันของเขาทำให้เเม่สื่อเยียบเข้าประตูบ้านตระกูลจูมิขาดสายเพียงเเต่เเม่สื่อที่เข้าไปหลายคนเองก็ถูกไล่ออกมาด้วยคำพูดที่ว่าจูิพึ่ง17ปีอายุยังน้อยอีกทั้ง่นี้ตระกูลกำลังเติบโตไม่มีเวลาจะกินข้าวด้วยซ้ำหากเเต่งสะใภ้เข้ามาตอนนี้จะมีเวลาให้หรือไม่ก็ยังไม่รู้การคิดเื่เเต่งงานคงต้องเลื่อนไปอีกสองสามปี
เเท้จริงเเล้วจ้าวซื่อไหนเลยจะสนใจลูกสาวจากครอบครัวเศรษฐีเหล่านี้ตอนนี้ตระกูลจูยังไม่มั่นคงจึงพากันคิดจะเเต่งตัดหน้าหรือ?ฝันไปเถอะ ! รออีกสักสองสามปีตระกูลจูมั่นคงดีเเล้วเเม้เเต่ลูกสาวเ่าั้ของพวกขุนนางก็ต้องต่อเเถวเชิญเเม่สื่อมาจวนตระกูลจู นางผู้เป็เเม่จะเห็นเเก้ผลประโยชน์เล็กน้อยเ่าั้ของพวกเศรษฐีเเต่งลูกสะใภ้คหบดีให้ลูกชายหรือ? นางมิใช่เเม่สิ้นคิด!ถึงเพียงนั้น !
ส่วนจูเชียนนั้นเขาคลุกอยู่ที่สำนักศึกษาเจ๋อโจวกลับมาบ้านน้อยครั้งกลับมาครั้งหนึ่งนอกจากชมทิวทัศน์เเถวูเาเเล้วนำมาวาดภาพเติมบทกลอนเเล้วเวลาที่เหลือก็อยู่อ่่านบทความเก่าๆที่จูหยางเหล่ยเขียนเอาไว้ยามยังเป็บัณฑิตที่เมืองหลวงวันทั้งวันของเขาก็หมดไปเช่นนี้ ! ส่วนจูชิงลางนั้นเวลาหลับเเถบมิมีเขาเดินทางติดต่อค้าขายกับเหล่าพ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศบวกกับดูเเลกิจการเห็นว่าหากปีหน้ากิจการไม่ประสบปัญหาใดก็จะเปิดกิจการที่เมืองอื่นอีกหลายสาขา !
เพราะกลัวลูกชายสองคนทำงานหนักจนเกินไปจูหยางเหล่ยจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในหลายอย่างเช่นทำบัชชีหรือให้คำปรึกษาเเละช่วยตัดสินใจอะไรหลายอย่างเเก่ลูกชายสองคน ส่วนลูกชายอีกคนจูหยางเหล่ยก็ให้คำปรึกษาในด้านการเรียนเเละเเนวคิดต่างๆถือว่าเป็เเบบอย่างของพ่อคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
คนที่เรื่อยเปื่อยเป็ที่สุดกลับเป็จูเฟยหยาวันๆหนึ่งนางไม่ได้คิดว่าตนเองต้องทำอันใดเช่นวันนี้นางคิดขึ้นได้ว่าไร่นาของเเม่หม้ายหวังนั้นยังว่างอยู่อีกทั้งนางยังมีที่ดินที่พึ่งซื้อเมื่อสองสามวันก่อนอยู่ด้วยที่ดินเเปลงนั้นอยู่ติดกับของเเม่หม้ายหวังพวกมันยังคงว่างเปล่าอยู่ ตระกูลจูไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับเงินที่ลูกสาวคนเล็กหามาได้นางหาได้เท่าใดก็เป็ของนางเท่านั้นที่ดินที่ซื้อเช่นกันไม่มีการเอาไปใช้ประโยชน์หากจูเฟยหยาไม่เอ่ยปาก ตอนนี้นับดูเเล้วทรัพย์สินของเด็กอายุเก้าเกือบสิบขวบเยี่ยงนางก็มีไม่น้อยเเล้วจริงๆ!
เฟยหยานั้งชั่งสมุนไพรในเรือนน้อยอิงเกอพลางคิดว่าไร่ที่ว่างอยู่นางจะปลูกสิ่งใด ? พืชทั่วไปปลูกยามนี้คงมิได้อีกไม่นานหิมะตกต้องถูกเเช่เเข็งตายอย่างมิต้องสงสัย ?พืชที่ควรปลูกในหน้าหนาวนางเองก็พอจะรู้ ในฤดูหนาว จะมีอากาศค่อนข้างเย็น ควรหาพืชที่ชอบอาการเย็นและแห้ง เช่น มะเขือเทศ กะหล่ำปลี กระเทียม ขึ้นฉ่าย และกุยช่ายเพียงเเต่พืชเหล่านี้เเม้เหมาะสมจะปลูกในหน้าหนาวเพียงใดเเต่ฤดูหนาวของเป่ยหลินเหมือนฤดูหนาวของที่อื่นหรือไรความหนาวที่หนาวจนทะลุถึงกระดูกเช่นนี้อย่าว่าเเต่ผักที่ชอบฤดูหนาวยังเเข็งตายเลยเเม้เเต่ชายทะเลเเละทะเลเขตนี้ก็ยังเกาะกันเป็น้ำเเข็งเเผ่นหนาจนเรือไม่สามารถเเล่นผ่านไปได้ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งไม่รู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากที่ดินสองผืนนี้อย่างไร ?
เสี่ยวไป๋เป็จิตเเห่งภูตที่ถืกำเนิดด้วยเืเนื้อของจูเฟยหยาควาสัมพันธ์มันกับนางยิ่งกว่าเเม่เเละลูกเ่าั้อีกมันสามารถรับรู้ได้ว่ายามนี้จูเฟยหยามีเื่ให้คบคิดจึงเเสดงความเห็นของมันออกมา !
"ท่านเเม่เฟยหยาคิดมิออกหรือ?เช่นนั้นก็ไปเดินตลาดท่าเรือดีหรือไม่ที่นั้นมีเรือสินค้าจากทางใต้มาเทียบท่าเมื่อวาน!"
เมื่อเช้ามันตื่นจากการจำศีลอยากรู้ว่าท่านเเม่เฟยหยาทำสิ่งใดบ้างในตอนที่มันหลับไหลจึงเลื้อยหาจิ้งจอกขาวเเคระตัวนั้นเพื่อจะถามไถ่เพราะจิ้งจอกโง่ตัวนั้นมิรู้จักที่นอนเดิมของตนเองยามมันเลื้อยหาจึงเลื้อยอ้อมบ้านไปหมด ยามนั้นมันเลื้อยผ่านห้องท่านลุงสามจึงได้ยินซูมู่เอ่ยถึงขบวนเรือนี้ให้ท่านอาฟัง ! ฟังว่ามีเรือสินค้ามามากมายนำของหลากหลายชนิดมาเเลกเปลี่ยนเเละค้าขายหากท่านเเม่เฟยหยาเดินไปเลือกดูอาจจะคิดสิ่งใดออกหรือหากคิดไม่ออกก็ถือเสียว่าเดินชมนกชมไม้ให้จิตใจผ่อนคลายก็ได้เเล้วมิใช่หรือ ?
จริงสินางลืมได้อย่างไรหากเสี่ยวไป๋ไม่บอกนางคงลืมไปเเล้วว่าวันนี้มีเรื่อสินค้ามาวางขายสินค้าอยู่ตลาดท่าเรือเมื่อวานฮ่าวตู่เดินมาบอกนางที่เรือนนางเองก็ลืมเสียสนิทหากเสี่ยวไป๋ไม่บอกคงพลาดไปดูสิ่งของน่าสนใจเเละคิดว่าหากนางไปพบอะไรเเปลกใหม่บางทีอาจจะมีเเรงบันดาลใจในการจัดการกับที่ดินสองผืนนั้นอย่างเเน่นอน จูเฟยหยาลูบหัวเสี่ยวไป๋ย่างเอ็นดูเ้างูขาวโง่เง่าตัวนี้เหมือนว่าจะตัวใหญ่ขึ้นหรือไม่นะ ?
"เสี่ยวไป๋เด็กดีหากไม่ได้เ้าเอ่ยขึ้นมาเเม่คงลืมไปเเล้วเอาเช่นนี้หากไปถึงที่นั่นเ้ามีสิ่งใดอยากได้หากสนใจก็บอกเเม่ ! เเม่เฟยหยาจะซื้อให้เ้า!" เสี่ยวไป๋เดิมทีเป็จิตเเห่งภูตน้อยนักจะมีสิ่งใดในโลกมนุษย์ให้มันสนใจหากเเต่พอได้ยินท่านเเม่เฟยหยาพูดเอาอกเอาใจเช่นนี้มันกลับมีความสุขเป็อย่างยิ่งมันใช้หัวถุยที่มีเกล็ดสีใสวาววับถูไถไปที่หลังมือของจูเฟยหยาอย่างออดอ้อน
"ท่านเเม่เฟยหยาดีที่สุด!" จูเฟยหยายิ้มให้กับคำยกยอปอปั้นของมัน ! ที่นอกประตูซูซู่ยืนถือกาน้ำชายืนอยู่อย่างคิดมิตกคุุณหนูคุยกับผู้ใด ? หากนางได้ยินมิผิดเสียงเล็กๆนั้นที่พูดกับคุณหนู คุณหนูเรียกว่าเสี่ยวไป๋ไม่ใช่หรือเเต่ ! เสี่ยวไป๋เป็งูมิใช่หรือซูซู่สับสนเล็กน้อยเเต่ก็ตั้งสติได้ในที่สุดนางตัดสินใจเคาะประตูเสียงไม่ดังไม่เบา
"คุณหนูชาต้าหงเผาได้เเล้วเ้าค่ะ !" ได้ยินเสียงของซูซู่จูเฟยหยาก็จัดเเจงนั้งตัวปกติราวกับเมื่อกี้นางมิได้พูดหยอกล้อกับเสี่ยวไป๋
"เข้ามา !" ได้ยินเสียงคุณหนูอนุญาตซูซู่ก็เดินถือกาน้ำชาเข้ามาเปลี่ยนยามมองไปที่งูขาวตัวหนาขนาดเท่าสองนิ้วมือผู้ใหญ่เกล็ดขาวใสราวกับกระเบื้องเคลือบเล่นเเสงเเดดในยามพระอาทิตย์ขึ้นในตาสีทองหดขยายมองนางเช่นกันเเม้จะดูเป็งูที่สวยงามอย่างที่นางมิเคยเห็นเเต่ก็ดูหน้ากลัวอยู่ไม่น้อยเลยจริงๆซูซู่เคยได้ยินเเละรับรู้มาว่าคุณหนูเลี้ยงงูขาวพิษร้ายเเรงตัวหนึ่งอยู่ข้างกายตั้งเเต่เด็กไว้ใช้พิษหรือใช้เืทำกระษัยยาเพียงเเต่ที่ผ่านมานางรับใช้คุณหนูไม่เคยพบเห็นมาก่อนยามนี้ได้เห็นนางอดจะรู้สึกหวาดหวั่นเล็กน้อยไม่ได้จริงๆ
เสี่ยวไป๋ก็รับรู้ได้ถึงความหวาดกลัวของซูซู่เช่นกันมันไม่อยากสร้างความลำบากให้ท่านเเม่ ! หากมันอยู่ข้างนอกต่อมิรู้ว่าสาวใช้ผู้นี้จะกลัวมันจนทำของหกซุ่มซ่ามหรือไม่ ? มันจึงตัดสินใจเลื้อยเข้าเเขนเสื้อของท่านเเม่จูเฟยหยาไปหลับสักงีบ
"เสี่ยวไป๋ไม่ทำร้ายคนหรอกปกติไม่ค่อยออกมาให้ใครเห็นด้วยซ้ำมันขี้เซายิ่งกว่าย่งชีเสียอีก!" มือเ้าสั่นอยู่คิดว่าข้าไม่เห็นหรือ เฮ้อ~ต่อให้ฉลาดมีไหวพริบอย่างไรหากพบสิ่งที่ตนเองกลัวก็อดกลั้นไม่ไหวอยู่ดี
"คุณหนูซูซู่ผิดไปเเล้วเ้าค่ะ !" ผิดที่ควบคุมตนเองได้มิดีพอจนคุณหนูสังเกตเห็นความบกพร่อง ! จูเฟยหยาโบกมือย่างมิค่อยใส่ใจ " ไม่ต้องคิดมากเ้าออกไปเถอะ!" พูดจบนางก็ยกจอกชาที่ซูซู่พึ่งรินมาเป่าอย่างไม่ได้รีบร้อนหรือคิดอันใดอยู่เลย !
ตลาดท่าเรือในยามบ่ายเเก่ผู้คนมากมายจริงๆร้านรวงร้านเเพงลอยมากมายก็ตั้งขายเรียงรายตามข้างถนนยาวเกือบสิบลี้ได้เลยกระมังอีกทั้งยังมีเรือสิ้นค้าที่เดินทางมาทำธุรกิจก็ยังคงทยอยขนสินค้าลงมาวางขายกันอยู่ให้เห็นหนาตารวมถึงชาวต่างชาติเองก็ด้วยทั้งคนที่เเต่งชุดยูกะตะคล้ายชุดชาวญี่ปุ่นสมัยก่อนทั้งชาวตะวันตกตาฟ้าผมทองเองก็มากเฟยหยาดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก ! เเม้เเต่การเบียดเสียดกันมากมายของผู้คนก็ไม่ได้ทำให้นักช็อปตัวน้อยเช่นเฟยหยาย่อท้อเเต่อย่างใดนางพาซูซู่กับฮ่าวตู่มาอ๋อยังมีทาสชายที่ท่านเเม่ซื้อมาชุดที่สามมาคอยช่วยถือของอีกด้วย !
เว่ยอี้เด็กคนนั้นหากนางไปชวนย่อมไม่พลาดที่จะมาอย่างเเน่นอนนางชอบของกินไม่ต่างจากฮ่าวตู่ด้วยซ้ำเพียงเเต่วันนี้นางไปหาเด็กคนนั้นก็ไม่อยู่เเล้ว ! ฟังว่าคราวก่อนได้มีโอการขึ้นไปหาไม้หอมมาทำกล่องไม้กับพี่ใหญ่เเล้วก็พวกคนงานอีกหลายคนเว่ยอี้เด็กคนนั้นบังเอิญได้ไข่ไก่ป่ามากินติดใจในรสชาติคราหลังมาจึงมักตามขึ้นเขาไปตัดไม้หอมอยู่บ่อยๆวันนี้ก็เช่นกัน นางจึงพลาดมาตลาดท่าเรือกับเฟยหยาอย่างน่าเสียดายเเต่มิเป็ไรซื้อกลับไปฝากเท่านี้ก็ใช้ได้เเล้ว !
"อันนี้คืิอกระดานดำใช่หรือไม่?.." อย่าดูถูกคนเรียนจบเเพทย์จากปักกิ่งเช่นนางเชียวภาษาอังกฤษนางถือว่าเป็มือโปรเชียวนะเพียงเเต่ต้องประยุคคุยให้เป็ภาษาโบราณเล็กน้อยเท่านั้น ! ชาวตะวันตกตาสีฟ้าผมสีทองดูจะประหลาดใจเล็กน้อยที่เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดสีฟ้าน่ารักเอ่ยถามเขาเป็ภาษาอังกฤษ ไม่เพียงเเต่เขาฮ่าวตู่หรือเเม้เเต่ซูซู่เองก็คิดมิถึงตอนเเรกซูซู่คิดว่าคุณหนูคงพูดไปเช่นนั้นมิคิดว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจยามนี้เห็นอีกฝ่ายทำหน้าประหลาดใจก็เข้าใจทันทีว่าคุณหนูพูดภาษาของพวกตาสีฟ้าได้ ซูซู่เพียงรู้มาว่าคุณหนูถนัดการเเพทย์ของชาวอิงกั๋วมิคิดว่าจะพูดภาษาของชาวอิงกั๋วตาฟ้านี้ได้
ชาวอิงกั๋วผู้นี้เป็ชายอายุราวสาสิบกว่าปีผมเขาหยิกสีน้ำตาลทองดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเขาระบายยิ้มให้เเก่จูเฟยหยาก่อนจะอธิบาย "ใช่นี่คือกระดานดำเอาไว้ใช้ช็อกเขียนหนังสือหรืออะไรที่้าเขียนส่วนนี่คือช็อกที่ข้าพูดถึงมันสามารถเขียนได้ส่วนสิ่งนี้คือเเปรงลบกระดานหากเ้าไม่ชอบเ้าสามารถลบสิ่งเหล่านี้ที่เขียนบนกระดานได้!เข้าใจเเล้วหรือไม่หนูน้อย"ชายชาวอิงกั๋วถามอย่างไม่เเน่ใจ จูเฟยหยามองเขาก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงราวกับไก่จิกเมล็ดข้าวมือขาวของนางลูบคางครุ่นคิด
เพราะ้าหนีจากการขึ้นทะเบียนเป็ตระกูลคหบดีท่านพ่อเลยคิดอยากจะเปิดสำนักศึกษาขึ้นมาเพื่อให้ตระกูลถูกขึ้นตราเป็ตระกูลบัณฑิตเพียงเเต่ต้องรอปีหน้าเห็นว่าท่านพ่อจะคิดค่าเล่าเรียนไม่เเพงให้เด็กในครอบครัวชาวบ้านได้มีโอกาศศึกษาเล่าเรียน หากมีกระดานดำไว้ฝึกเขียนให้คล่องก่อนฝึกเขียนในกระดาษด้วยพู่กันคงจะดีไม่น้อยชาวบ้านธรรมดาหาเงินได้ไม่ถึง50อีเเปะต่อวันด้วยซ้ำในขณะที่กระดาษหยาบอย่างเลวกลับเเพงถึงเเผ่นละสองอีเเปะไม่นับมึกเเละพู่กันที่ต้องใช้หมดไปกับการฝึกเขียน ! มิสู้ใช้กระดานดำฝึกเขียนอักษรครบทุกตัวจนคล่องสุดท้ายค่อยใช้พู่กันเขียนกับกระดาษเเบบนี้กลับประหยัดได้มากอีกทั้งกระดานดำใช้เเล้วลบได้จะเสียก็มีเเค่ช็อกที่ใช้หมดไปเเต่มันก็ราคามิเเพงเท่าน้ำมึกอยู่ดี !
"ขอขอซื้อกระดานดำทั้งหมดรวมถึงเเปรงลบกระดานเเละช็อกด้วยในปีหน้าบ้านข้าจะเปิดสอนหนังสือ!.."
ชายชาวอิงกั๋วตาฟ้าพยักหน้าเข้าใจเขาหันไปสั่งการกับลูกน้องที่เป็คนอิงกั๋วด้วยกันจากนั้นของมากมายก็ถูกลำเลียงจากเรือสินค้ากระดานดำหลายขนาดถูกนำมาเรียงวางไว้อย่างเป็ระเบียบ
ซูซู่กับฮ่าวตู่มองอย่างงงวยคุณหนูคุยอันใดกันอีกทั้งยังของมากมายพวกนี้อีกไม่รอให้ทั้งสองคนงงนานเฟยหยาก็สั่งการทันที "ซูซู่เ้าไปร้านเเลกเงินมาสองพันตำลึงส่วนฮ่าวตู่เ้าพาคนงานไปเช่าเกวียนมาสองคันมาใส่ของพวกนี้กลับจวนส่วนซูซู่หลังจากเเลกเงินจ่ายสินค้าเเล้วเ้าค่อยตามข้าไปที่ตลาดข้างหน้าเเถวที่เขาขายดอกไม้ต้นไม้เเล้วกันส่วนเ้าฮ่าวตู่เ้าขนของกลับบ้านเลยมิต้องรอข้า!"
"เ้าค่ะคุณหนู/ขอรับคุณหนู!" เเม้จะมึนงงเล็กน้อยเเต่พวกเขาก็เเยกย้ายกันไปทำตามคำสั่งคุณหนูทันที
จูเฟยหยาบอกลาพ่อค้าชายชาวอิงกั๋วก่อนจะเดินออกจากหน้าร้าน ! เพราะคนเยอะกระมังอีกทั้งยังไม่มีฮ่าวตู่คอยใช้ร่างกายอ้วนท่วนเป็โล่บังให้จึงทำให้จูเฟยหยาที่ตอนนี้ตัวเล็กในฝูงชนถูกเบียดไปมาจนเวียนหัวไปหมด ! นางเดินช้าๆรอฝูงชนเดินให้เห็นช่องทางจึงจะถือโอกาสวิ่งออกจากตลาดท่าเรือบริเวณนี้
ในที่สุดนางก็เห็นทางที่เดินเเล้วจูเฟยหยายิ้มในใจผ่านโซนนี้ไปยังโซนขายดอกไม้ต้นไม้นางก็ไม่ต้องถูกเบียดเป็ปลากระป๋องเเล้ว ! ในขณะที่เฟยหยากำลังใช้ขาที่ไม่ยาวนักของนางวิ่งนั้นคนเเบกผักที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนก็เดินมาตัดทางนาง !
จูเฟยหยาหยุดเท้าในทันทว่าถนนกลับไม่เป็ใจมิรู้ว่านางสดุดอันใดเข้าร่างทั้งร่างเลยโถมไปข้างหน้าในขณะที่นางหลับตาปี๋เตรียมเจ็บตัวอยู่ๆข้อมือข้างขวาของนางก็ถูกมือเเกร่งปริศนาฉุดรั้งไว้ก่อนที่จะล้มขมำไปกับพื้น
จูเฟยหยาถอนหายใจยาวหลังจากที่ยืนตั้งหลักได้อีกครั้ง ! นางกำลังจะหันไปข้างหลังอย่างไรเสียเขาก็ช่วยนางไว้ควรจะขอบคุณด้วยความจริงใจซักครั้ง!
: ใครมาช่วยเฟยหยาน้อยของไรท์ไว้ต้องติดตามตอนต่อไปนะค่ะ:
(ยังไม่ได้เเก้คำผิด)