หลี่เยว่ไม่รู้เลยว่าเบื้องหน้าของนางนั้นเป็แสงสว่างและความมืดกันแน่แต่นางได้ตกลงสู่ห้วงไม่ที่อาจแบ่งแยกได้ชัดเจนนั้นไปแล้ว
สามสิบวันในตำหนักฝึกฝนเสมือนเป็สามปีในชีวิตจริงหลี่เยว่เข้าใจและเรียนรู้สิ่งต่างๆมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นโชคชะตาก็ได้นำพานางให้ไหลไปตามครรลองที่ควรจะเป็
ในที่สุดโชคชะตาก็เล่นตลกกับสตรีตัวเล็กๆอย่างนางในยามวิกาลหนึ่งได้เปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของหลี่เยว่ให้ตกลงสู่วังวนที่มิอาจหวนกลับ
แสงตะเกียงริบหรี่ทอดเงายาวบนทางเดินเป็ค่ำคืนที่หลินเยว่ไม่อาจข่มตาหลับได้สนิท เนื่องจากการฝึกฝนท่วงท่าและความสามารถอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่ได้พักเลยก็ว่าได้ ส่งผลให้สองขาของนางปวดร้าวเมื่อยระบม
เห็นว่าหลี่เยว่นอนพลิกตัวไปมาไม่อยู่นิ่งหญิงสาวที่นอนอยู่เตียงข้างกัน เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“หลี่เยว่...นี้ก็ดึกมาแล้ว เหตุใดถึงยังไม่หลับ”
“ขอโทษด้วยนะ เพราะการพลิกตัวของข้าทำให้ เ้าหลับยาก” หลี่เยว่เอ่ยด้วยความรู้สึกผิดนางเองก็้าพักผ่อนให้เร็วเพื่อให้พร้อมกับการฝึกในวันพรุ่ง แต่ทว่าร่างกายที่เ็ปจากการฝึกอย่างหนักได้ประท้วงนางในยามค่ำคืนสองเท้าระบมจนยากจะข่มตาได้
“หรือว่าเ้าไม่สบายตรงไหน??” สิ้นเสียงหญิงสาวชะโงกหน้าเข้าหา นางมองไปยังปลายเท้าที่สั่นระริก ก่อนจะเอ่ยต่อ “คงจะปวดเท้ามากเลยสินะ”
หลี่เยว่ได้แต่พยักหน้าขึ้นลงแทนคำตอบแม้นางจะเ็ป แต่ด้วยคำสั่งสอนของนางข้าหลวง ที่ให้พวกนางพึ่งพาแต่ตัวเองทำให้หญิงสาวได้แต่เก็บงำความเ็ปและอดทนอยู่ในใจเพียงผู้เดียว
หญิงสาวเห็นแบบนั้นจึงพูดด้วยความเป็ห่วง
“เมื่อสองวันก่อนข้าก็มีอาการเหมือนเ้า แต่ได้ยาดีจากท่านหมอหวังเหตุใดเ้าไม่ลองไปขอยาท่านหมอมาทาดูละ ข้ารับรองว่าตื่นขึ้นอาการปวดพลันหายเป็ปริดทิ้งเลยละ”
ได้ฟังเช่นนั้นหลี่เยว่เอ่ยถาม “แต่ว่า ข้าหลวงหมี่ ได้กำชับพวกเราไว้ว่าห้ามไปขอความช่วยเหลือจากสำนักหมอหลวงมิใช่หรือ?”
“ก็แอบสิ ข้าเองก็แอบไปยามดึกเช่นกัน โชคดีที่ท่านหมอหวังมีเมตตา จึงช่วยเก็บเป็ความลับให้”
หลี่เยว่พยักหน้ารับรู้และเอ่ยขอบคุณอีกฝ่ายจากใจจริงและด้วยวันต่อมา การฝึกฝนยิ่งหนักมากขึ้นและไม่มีวันหยุดให้นางได้พักเลย
กลางดึกของวันหนึ่งหลี่เยว่ตัดสินใจที่จะไปพบท่านหมอหวังเพื่อขอยาทาบรรเทาอาการเ็ปที่สองขา นางลุกขึ้นจากเตียงอย่างเงียบเชียบพยายามไม่ปลุกผู้ให้ตื่น และถือโอกาสออกจากห้องพักไปยังสำนักหมอหลวงยามวิกาล
เห็นแบบนั้น หญิงสาวที่พูดถึงเื่หมอหวัง แก่หลี่เยว่ค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นและมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
หญิงสาวอีกนางหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พี่หญิง หากท่านหมอหวังมียาดีอย่างที่ว่า ข้าเองก็น่าจะไปขอมาด้วยดีหรือไม่??”
หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ“ถ้าเ้าอยากตายก็ลองไปดู เดินเพ่นพ่านในยามวิกาล หากถูกจับได้มีโทษถึงตายเชียวนะ”
“แต่ว่าท่านเป็คนบอกให้หลี่เยว่ไปไม่ใช่หรือ??”
“นางนั้นดูมีความพยายามมากที่สุดความพยายามของนางควรได้รับการตอบแทนด้วยการถูกกำจัดทิ้ง เ้าไม่คิดเหมือนกันหรือไง?”