ร่างบางในชุดทำงานยืนมองตนเองหน้ากระจกใบหน้าของหญิงสาวถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนสีอ่อน ปรางค์ปรียายิ้มให้กับตนเองได้เวลาเริ่มต้นใหม่แล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อตนเองและครอบครัวของพิน
ปรางค์ปรียาก้าวลงบันไดมาพอดีกับเพื่อนที่กำลังลงมาเช่นเดียวกันสองร่างเดินเคียงกันเพราะนัดหมายไปทำงานพร้อมกันในขณะที่ทั้งสองยืนอยู่นั้นก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ของใครบางคนมาจอดที่หน้าบ้านร่างสูงเดินลงมาจากรถแล้วโบกมือให้กับทั้งคู่ พินอาภายิ้มรับแล้วโบกมือตอบคว้าข้อมือเพื่อนเพื่อเข้าไปทักทายหนุ่มคนนั้น
เขาเดินมาหาทั้งสองด้วยรอยยิ้ม แต่สายตากลับหยุดที่ผู้หญิงซึ่งตนหมายปองมานานและดูเหมือนเธอเองก็มีใจให้เช่นกัน ปรางค์ปรียาเมินหน้าหนีไม่กล้าพอจะสบตา เธอกลัวเกินกว่าจะทำเช่นนั้นทั้งๆ ที่ใจก็รู้สึกชอบพอเขาไม่น้อยแต่เวลานี้มันคงเป็ไปไม่ได้อีกแล้วกวินภพมองหน้าหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นเธอนิ่งซึมไม่พูดจากับเขาเหมือนแต่ก่อน
“เป็อะไรหรือเปล่าปรางค์?”กวินภพถามด้วยความแปลกใจ
“ปะ...เปล่าเราไม่ได้เป็อะไร”
“แน่ใจนะไม่สบายหรือเปล่า?”ชายหนุ่มถามพลางยกมือขึ้นหมายจะแตะหน้าผากแต่หญิงสาวกลับเบี่ยงกายหนีด้วยความใ
พินอาภามองรู้ว่าเพื่อนเป็อะไรเหตุการณ์ในฝรั่งเศสคงเป็เื่ฝังใจ เธอหวังให้กวินภพอาจเข้ามาช่วยเยี่ยวยาแผลใจให้กับปรางค์แต่ดูเหมือนปราค์ไม่ยอมเปิดรับ
“ปรางค์โกรธเราหรือเปล่าถ้าเราทำอะไรไม่ดีขอโทษนะ”
ริมฝีปากบางกัดแน่นเพื่อข่มน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาเธอพูดไม่ออก เขาไม่ผิด และคนที่ผิดคือเธอเอง เธอไม่มีค่าพออีกแล้ว
“ไม่มีอะไรหรอกไปทำงานกันเถอะ!”พินอาภาตัดบท ไม่อยากให้เพื่อนสารภาพความจริงออกมาในตอนนี้ปรางค์จะตัดทุกคนออกจากชีวิตเพียงเพราะเื่ที่ฝรั่งเศสไม่ได้ ปราค์ไม่ใช่คนผิด
มือบางถูกรั้งให้มาที่รถ พินอาภามองเพื่อนด้วยความเข้าใจ กวินภพ มองตามสาวที่หมายปองด้วยความไม่สบายใจเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นยังพูดคุยสนิทสนมกับเธอได้ แต่เวลานี้ทำไมเธอถึงมีท่าทีเปลี่ยนไปปรางค์ปรียาเปิดประตูขึ้นนั่งเบาะหน้าคู่คนขับ พินอาภาอยู่เบาะหลังกวินภพเคลื่อนรถออกจากบริเวณรั้วบ้าน ตลอดเส้นทางมีเพียงความเงียบและสีหน้าอันหนักใจของปรางค์ปรียา ชายหนุ่มเริ่มสับสนและหวาดหวั่นภายในใจแต่ไม่กล้าถามอะไร
รถของกวินภพมาจอดหน้าบริษัท สองสาวลงจากรถพร้อมกันปรางค์ปรียาแหงนหน้ามองอาคารสูงก่อนถูกพินอาภาลากเข้าด้านใน เธอทำงานที่นี่มาหลายปีแล้วหลังจากเรียนจบมาบิดามารดาของพินอาภาเป็คนรับเข้าทำงานแม้ตอนแรกจะเป็ขี้ปากของพนักงานคนอื่น หาว่าเธอใช้เส้นเข้ามาทำงานแต่นานไปเธอสามารถพิสูจน์ฝีมือการทำงานให้ทุกคนได้เห็นและเป็ที่รักในที่สุด
พินอาภาทำงานที่นี่ในฐานะเลขาของประธานบริษัทซึ่งก็คือบิดาของตนเองส่วนเธอทำหน้าที่เป็ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและเป็เลขาแทนพินอาภายามจำเป็เพราะใบหน้าที่สดใสบวกกับน้ำเสียงอ่อนหวานทำให้ลูกค้าต่างชื่นชมในตัวพนักงานอย่างเธอจนหญิงสาวได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณเป็พนักงานดีเด่นอยู่หลายต่อหลายปี
“ยัยพินพ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำงานลวกๆ!”พินอาภาโดนประธานบริษัทดุอีกครั้ง
“ก็พินบอกพ่อแล้วนี่คะว่าให้ปรางค์เป็เลขาแทนมาให้พินทำอยู่ได้ แล้วพอทำพ่อก็บ่นไม่หยุดเลย” หญิงสาวย้อนสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“แกเรียนจบมาก็นานแล้วจะให้พ่อเลี้ยงแกจนแก่เลยหรือไงยัยพิน พ่อไม่ได้อายุยืนขนาดนั้นนะ”
หญิงสาวเปิดประตูเข้ามาในห้อง แล้วชะงักก่อนอมยิ้มเมื่อเห็นหน้าเพื่อนตนเองหน้าบูดบึ้งเพราะโดนบิดาต่อว่าเื่การทำงานอีกแล้ว
“ปรางค์ช่วยเราด้วยพ่อจะเทศน์เราอีกแล้ว”เธอรีบร้องขอความช่วยเหลือ
“ช่วยไม่ได้หรอกที่นี่เป็ที่ทำงานลูกน้องทำผิดก็ต้องโดนเ้านายดุเป็ธรรมดา” ปรางค์ปรียาหยอก
พินอาภาเลยหน้างอแล้วสะบัดก้นเดินหนีปรางค์ปรียาหัวเราะแ่ หัวใจเธอผ่อนคลายลงแล้ว ดีแล้วที่มันเป็เช่นนี้
“อย่าอย่าทำอะไรฉัน!”
ร่างบางในนอนสายเดี่ยวสีขาวสะดุ้งตื่นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดเต็มใบหน้า หายใจหอบเหนื่อยราวกับผ่านการวิ่งมานานริมฝีปากเม้มสนิท เข่าถูกยกตั้งชันมือปิดหูส่ายหน้าน้ำตาเอ่อล้นจนอาบแก้ม ทำไมทำไมกัน เธอควรลืมมันไปได้แล้ว ชายคนนั้นยังตามมาหลอกหลอนทุกค่ำคืน เธอต้องผวาตื่นหลับไม่เคยเต็มตา จะมีสักครั้งไหมที่เธอสามารถลบเลือนอดีตอันโหดร้ายนี่ลงได้ไม่อยากจดจำเื่เลวร้ายอีกแล้ว