ตอนที่ 1: กำไลหนังอสูรและแมลงร้อยตัว
ดินแดนบูรพาเซียน ทวีปปราณ์...
ณ หุบเขาไร้ชื่ออันเงียบสงบ ซูเชี่ยน ชายหนุ่มวัยสิบเก้าปียกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขาทอดสายตามองขวดยาเม็ดปราณขั้นต่ำในมือพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ
"ขวดยารวบรวมปราณขั้นต่ำสามเม็ด... ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักในเหมืองแร่วิเศษถึงสองเดือนเต็ม"
ซูเชี่ยนเป็เพียงผู้ฝึกตนกระจอกคนหนึ่งในขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น พร์ของเขาเข้าขั้นธรรมดาสามัญ รากปราณธาตุไม้และธาตุดินในร่างกายขุ่นมัวจนหาดีไม่ได้ หากปราศจากโชควาสนาใหญ่หลวง ในชีวิตนี้การจะทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตก่อตั้งรากฐานเพื่อขยายอายุขัยคงเป็ได้เพียงความฝัน และเขาก็คงต้องสิ้นอายุขัยกลายเป็กองเถ้าถ่านเมื่ออายุครบร้อยปีเหมือนคนธรรมดา
ทว่าคำว่าะนั้นดึงดูดเกินกว่าจะยอมแพ้
เมื่อเดือนก่อน ขณะที่ซูเชี่ยนกำลังขุดสำรวจถ้ำร้างโบราณตามลำพังเพื่อหาสมบัติวิเศษมาช่วยประคองการบำเพ็ญเพียร เขาได้พบกับรูปสลักหินโบราณที่สลายกลายเป็ผุยผง และในกองเถ้าถ่านนั้น เขาก็ได้รับสายรัดข้อมือหนังอสูรสีดำเส้นหนึ่งมาโดยบังเอิญ
วัตถุมิติชิ้นนี้แปลกประหลาด มันไม่มีตราประทับของสำนักใด บนสายรัดมีเพียงลวดลายสลักรูปแมลงโบราณแหลมคมปิดทับไว้ และเมื่อซูเชี่ยนทดลองหยดเืพร้อมส่งจิตััเข้าไป... เขาก็พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ข้างในมิตินั้น ไม่ได้เก็บยาวิเศษหรือคัมภีร์ยุทธ์ แต่มันคือฝูงตั๊กแตนพิฆาตจำนวนหนึ่งร้อยตัว!
พวกมันมีลำตัวสีดำเหลือบทอง เกราะหนาดั่งเหล็กไหล ขาหลังอัดแน่นด้วยแรงดีดมหาศาล และปีกแหลมคมดั่งใบดาบ ที่น่ากลัวที่สุดคือพวกมันไร้ซึ่งดวงตา แต่กลับเชื่อมโยงกับจิติญญาของซูเชี่ยนโดยสมบูรณ์
"ลองอีกสักครั้ง..."
ซูเชี่ยนสูดหายใจเข้าลึก สายตาฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้ใช้มือแตะฝาปิดลวดลายสลักบนสายรัดข้อมือ หากแต่ใช้อำนาจจิตััส่งตรงเข้าไปในกลไกภายในกำไลมิติอย่างรวดเร็ว
เสี้ยววินาทีนั้น ลวดลายรูปแมลงบนสายรัดข้อมือทอแสงสีดำทมิฬวูบหนึ่ง!
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
กระแสลมหนาวอัดแน่นทะลักออกมาจากข้อมือซูเชี่ยน เงาร่างสีดำขนาดยอดนิ้วมือจำนวนร้อยตัวพุ่งแหวกอากาศออกมาอย่างเงียบเชียบ พวกมันขยับปีกถี่รวดเร็วในอากาศ เกิดเป็เสียงหึ่งๆ ที่แฝงด้วยกลิ่นอายอันน่าขนลุก
ซูเชี่ยนหลับตาลง นึกสั่งการในใจ...
'รวมตัวเป็กระบี่!'
เคร้ง! เคร้ง!
ฝูงตั๊กแตนพิฆาตทั้งร้อยตัวบินมาอัดแน่นรวมตัวกันตรงหน้าซูเชี่ยนทันที เกราะเหล็กและปีกแหลมคมขบประสานกันอย่างลงตัว กลายเป็กระบี่สีดำเหลือบทองเล่มหนึ่งลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ซูเชี่ยนลองยื่นมือไปจับด้ามกระบี่ มันหนักอึ้ง แข็งแกร่ง และสั่นะเืด้วยคมเคี้ยวเล็กๆ นึกไม่ถึงว่ายามฟันลงไป ปีกและปากของพวกมันจะช่วยปั่นทำลายเป้าหมายไปพร้อมกัน
'แปรสภาพ... หอกทะลวง!'
กระบี่แมลงสลายตัวในเสี้ยววินาที แล้วพุ่งเป้าไปที่โขดหินั์ขนาดสิบคนโอบซึ่งอยู่ห่างออกไปห้าสิบเมตร พวกมันรวมตัวกันกลายเป็รูปหอกยาวที่คมกริบ ขาหลังของตั๊กแตนร้อยตัวเกร็งแน่นแล้วดีดตัวพร้อมกันกลางอากาศ
ฟุ่บ! ตูมมมมมมม!
ลำแสงสีดำพุ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง! โขดหินั์แตกกระจายกลายเป็เศษหินปูนในพริบตาเดียว!
ซูเชี่ยนเปิดตาขึ้น มองผลงานตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
"พลังทำลายล้างนี้... ศัตรูในขอบเขตรวบรวมปราณขั้นกลาง หากไม่ทันระวังตัว ย่อมถูกแทงทะลุหัวใจสิ้นใจในรวดเดียวแน่!"
ที่สำคัญที่สุด หลังจากที่ซูเชี่ยนได้ศึกษากำไลมิตินี้อย่างถี่ถ้วน เขากลับพบกฎเกณฑ์อันน่าอัศจรรย์ที่สลักอยู่ภายในจิติญญาของแมลง...
หากระดับการบำเพ็ญเพียรย่อยของเขาเลื่อนขึ้นหนึ่งขั้น ฝูงตั๊กแตนจะเพิ่มจำนวนเป็สามเท่า!และหากเขาทะลวงขอบเขตใหญ่ขึ้นสู่ขั้นต่อไป... มันจะเพิ่มขึ้นมหาศาลถึงห้าเท่า!
ยามนี้เขาอยู่ในขั้นรวบรวมปราณขั้นต้น มีตั๊กแตนร้อยตัว...หากเลื่อนเป็ขั้นกลาง... มันจะกลายเป็สามร้อยตัวขั้นสูง... กลายเป็เก้าร้อยตัวและหากเขาทะลวงไปถึงขอบเขตก่อตั้งรากฐาน... มันจะทวีคูณกลายเป็สี่พันห้าร้อยตัว!
"สี่พันห้าร้อยตัว... ถึงตอนนั้น พายุตั๊กแตนเหล็กย่อมกวาดล้างได้กระทั่งสำนักขนาดเล็ก!" ซูเชี่ยนพึมพำกับตนเอง สายตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ถูกจุดประกาย
ตัวเขามีพร์ต่ำต้อย หากฝึกตนตามปกติ คงไม่มีทางตามพวกอัจฉริยะทัน แต่ฝูงตั๊กแตนพิฆาตนี้คือโอกาสเดียวในชีวิต ขอเพียงเขาหาสมบัติวิเศษหรือยาวิเศษมากลืนกินเพื่อทลายขอบเขตพลัง ไม่เพียงแต่เขาจะยืดอายุขัย แต่ฝูงตั๊กแตนนี้จะเติบโตจนกลายเป็ภัยพิบัติที่ทำให้ทุกคนต้องสยบ!
ซูเชี่ยนโบกมือ จิตััสั่งการให้ฝูงตั๊กแตนร้อยตัวบินกลับเข้ามาในสายรัดข้อมือ มิติปิดลงอย่างเงียบเชียบ ลวดลายสลักแมลงบนหนังอสูรกลับมาดูเรียบง่าย ไม่สะดุดตาอีกครั้ง
ทว่า ในขณะที่ซูเชี่ยนกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าถ้ำเพื่อดูดซับยาวิเศษ...
กรวบ...
เสียงใบไม้แห้งถูกเหยียบดังมาจากทิศทางป่าลึก ซูเชี่ยนชะงักกึก สายตาเปลี่ยนเป็เยือกเย็นในทันใด จิตัักวาดออกไปรอบทิศทาง
"ผู้ใดอยู่ตรงนั้น?!" ซูเชี่ยนะโก้อง มือขวาเลื่อนไปวางใกล้สายรัดข้อมือมิติทันที
เงาร่างหนึ่งค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่... ไม่ใช่จอมยุทธ์หน้าตาโเี้ หากแต่เป็สตรีในชุดรบสีขาวบริสุทธิ์ นางสวมหน้ากากครึ่งหน้า เหลือไว้เพียงดวงตาสีดำคล้ายอัญมณีและริมฝีปากเรียบตึง บรรยากาศรอบตัวนางสงบนิ่ง บริสุทธิ์ ทว่ากลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมากลับกดดันจนอากาศรอบข้างหนักอึ้ง
นางคือยอดฝีมือ! และดูเหมือนจะเป็ศิษย์ของสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะ!
ดวงตาภายใต้หน้ากากของหญิงสาวจับจ้องมาที่ซูเชี่ยน... มิใช่ นางไม่ได้มองหน้าเขา แต่นางกำลังจ้องมองไปที่สายรัดข้อมือหนังอสูรบนข้อมือของซูเชี่ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยปมปริศนาและลึกลับซับซ้อน
"กลิ่นอายแห่งภัยพิบัติ..." หญิงสาวชุดขาวเอ่ยเสียงเรียบเย็นดั่งน้ำแข็ง "เ้าผู้ฝึกตนระดับต่ำ... เ้าไปได้สิ่งนั้นมาจากที่ใด?"
ซูเชี่ยนหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม นิ้วมือของเขากดลงบนลวดลายสลักแมลงทันที!
"เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่าน!" ซูเชี่ยนตอบกลับด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง ตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อหาจังหวะหลบหลีก "ข้าเพียงแค่บังเอิญเก็บของสิ่งนี้ได้ในถ้ำร้าง ไยศิษย์สำนักใหญ่เช่นท่านต้องยุ่งเกี่ยวกับของไร้ราคาเช่นนี้ด้วย?"
หญิงสาวชุดขาวไม่ตอบคำถาม นางเพียงก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของนางคล้ายเคลื่อนที่ผ่านมิติไปอย่างเปราะบางและรวดเร็ว ชั่วครู่เดียวระยะห่างสี่สิบเมตรก็ลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบเมตร! กลิ่นอายพลังปราณขอบเขตรวบรวมปราณขั้นสูงทะลักออกมาจากร่างของนาง ก่อตัวเป็กระแสลมหมุนรอบกายจนใบไม้แห้งหมุนเกลื่อนกลาด
"สิ่งที่อยู่ในมือเ้า... คือเศษเสี้ยวตราประทับร้อยอสูรทมิฬจากยุคา" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด "มนุษย์ที่มีรากปราณเลวทรามเช่นเ้า ไม่คู่ควรสิ่งที่เป็ภัยต่อทวีปปราณ์ ยื่นมันมาให้ข้า หรือจะให้ข้าตัดแขนของเ้าแล้วแย่งชิงมา?"
ซูเชี่ยนกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าความเหลื่อมล้ำระหว่างขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้นและขั้นสูงนั้นกว้างใหญ่ดั่งเหวลิบ หากใช้วิชาต่อสู้ธรรมดา เขาคงถูกนางสังหารในกระบวนท่าเดียวแน่นอน แต่นี่คือโชคชะตาเดียวที่เขาได้รับมา หากต้องส่งมอบให้ผู้อื่น เขาก็คงไม่ต่างอะไรกับศพไร้ญาติที่รอวันสิ้นอายุขัย!
"ฝันไปเถิด!"
สิ้นคำะโ ซูเชี่ยนส่งจิตััอัดแน่นเข้าไปในสายรัดข้อมือหนังอสูรอย่างแรง!
วูบ!
ลวดลายแมลงโบราณส่องแสงสีดำสนิท พรวดพราดออกมาเป็กลุ่มหมอกสีดำเข้มข้น ตั๊กแตนพิฆาตทั้งร้อยตัวพุ่งออกมากระจายตัวกลางอากาศ เสียงขยับปีก หึ่งๆ ดังสนิทจนแก้วหูคล้ายจะปริแตก!
"แมลงอสูร?!" หญิงสาวชุดขาวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาภายใต้หน้ากากฉายแววประหลาดใจ แต่นางยังคงสุขุม มือเรียวยาวสอดเข้าไปใต้แขนเสื้อ ก่อนจะชักกระบี่อ่อนสีเงินยวบออกมาจากเอว
เคร้ง!
เสียงกระบี่ออกจากฝักดังสะท้อนทั่วหุบเขา ใบกระบี่ส่องประกายเย็นเยียบและทอแสงปราณบริสุทธิ์ดั่งหิมะ
"จงซุ่ม!" ซูเชี่ยนคำรามสั่งในจิติญญา
ตั๊กแตนร้อยตัวไม่พุ่งเข้าชนตรงๆ แต่พวกมันสลายตัวออกเป็ร้อยทิศทาง โอบล้อมหญิงสาวชุดขาวไว้ตรงกลาง ยามเมื่อปีกเหล็กของพวกมันสับเปลี่ยนองศา เสียงลมแหวกอากาศก็ดังขึ้นรอบด้าน
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ตั๊กแตนสิบตัวแรกดีดตัวจากพื้นดิน พุ่งเข้าหาจุดตายบนหน้าอกและคอของหญิงสาวด้วยความเร็วเหนือแสง!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
หญิงสาวชุดขาวตวัดกระบี่อ่อนในมือ รังสีประกายกระบี่สีขาวหมุนเคียงกันเป็วงกลมดั่งดอกบัวตูม ปะทะเข้ากับร่างเกราะเหล็กของตั๊กแตนพิฆาตจนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณ! แม้ตั๊กแตนสิบตัวนั้นจะถูกแรงปะทะกระเด็นกลับไป แต่มันกลับไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อย เกราะสีดำเหลือบทองของพวกมันเพียงแค่เกิดรอยขีดข่วนเล็กน้อยเท่านั้น!
"เกราะแข็งแกร่งปานนี้เชียวหรือ?" หญิงสาวขมวดคิ้ว รอยยิ้มเยือกเย็นหายไป เปลี่ยนเป็ความระมัดระวังมากขึ้น
ซูเชี่ยนไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขารู้ดีว่าพลังปราณในร่างของตนมีจำกัด หากถ่วงเวลานานเกินไป ปราณของเขาจะหมดลงก่อน จึงต้องเผด็จศึกให้เร็วที่สุด!
"กระบี่ร้อยคม ปั่นทำลาย!"
ตั๊กแตนทั้งร้อยตัวรวมตัวกันอีกครั้งตรงหน้าซูเชี่ยน พวกมันเรียงตัวเป็กระบี่ั์สีดำสนิท ยาวกว่าสามเมตร คมกระบี่เกิดจากการสั่นขยับของปีกแหลมคมนับร้อยคู่ที่หมุนด้วยความเร็วสูง เสียงปั่นของคมปีกดังสนั่นราวกับพายุบดขยี้!
ซูเชี่ยนสะบัดแขนขวา ควบคุมกระบี่ั์ให้พุ่งฟันลงมาจากฟ้า!
ฟึ่บ! ตูมมมมมมม!
กระบี่แมลงสับลงบนพื้นดิน หญิงสาวชุดขาวใช้วิชาตัวเบาถอยร่นไปข้างหลังได้อย่างฉิวเฉียด ทว่าแรงลมจากการปั่นทำลายของตั๊กแตนกลับฟาดผ่านก้อนหินใหญ่เื้ัจนแตกเป็กุยเชิง และตัดเอาชายเสื้อรบสีขาวของนางขาดสะบั้นไปส่วนหนึ่ง!
ตึง!
หญิงสาวลงแตะพื้นอย่างแ่เบา รังสีฆ่าฟันในดวงตาของนางเริ่มรุนแรงขึ้น นางยกมือซ้ายขึ้นพนมเหนืออก ปากพึมพำมนต์โบราณ ปราณสีขาวบริสุทธิ์รอบกายหมุนวนจนกลายเป็เกราะน้ำแข็ง薄ๆ ห่อหุ้มร่างเอาไว้
"วิชาประจบกระบี่หิมะ... สังหารอสูร!"
กระบี่อ่อนในมือนางเปล่งแสงสว่างจ้าดั่งดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน นางก้าวเท้าพุ่งเข้าหาซูเชี่ยนโดยตรง มิได้สนใจกระบี่แมลงที่ลอยอยู่กลางอากาศ หญิงสาวรู้ดีว่าขอเพียงสังหารผู้ควบคุมได้ แมลงเ่าั้ก็จะเป็เพียงขยะที่ไร้จิติญญา!
"ช้าไป!" ซูเชี่ยนยิ้มเย็น
แท้จริงแล้วการรวมตัวเป็กระบี่ั์เมื่อครู่เป็เพียงเหยื่อล่อ! ในเสี้ยววินาทีที่หญิงสาวพุ่งตัวเข้ามา กระบี่ั์สีดำก็แตกสลายออกเป็กลุ่มตั๊กแตนร้อยตัวอีกครั้ง พวกมันดีดตัวจากพื้นดินเื้ั พุ่งตามหลังหญิงสาวมาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า!
ฉึด!
ตั๊กแตนสามตัวแรกพุ่งเข้าชนเกราะน้ำแข็งเื้ัของนางจนเกิดรอยแตกร้าว! ตามมาด้วยอีกหลายสิบตัวที่รวมตัวกันกลายเป็หอกแหลม พุ่งแทงเข้าที่กลางแผ่นหลังของหญิงสาวชุดขาวอย่างแม่นยำ!
เพล้ง!
เกราะน้ำแข็งแตกกระจาย หญิงสาวรู้สึกถึงอันตรายใหญ่หลวงที่สะกดมาจากเื้ั นางจำต้องหมุนตัวกลับมาตวัดกระบี่รับการโจมตีอย่างเร่งด่วน!
เคร้งมมมมมม!
ประกายไฟและคลื่นพลังปราณสีขาวดำปะทะกันจนะเิออกกว้าง ร่างของหญิงสาวชุดขาวถูกแรงปะทะผลักกระเด็นไปข้างหลังกว่าสิบเมตร เท้าของนางลากยาวไปบนพื้นดินจนเกิดเป็รอยลึก หน้ากากครึ่งหน้าที่นางสวมใส่อยู่ร้าวะเิออก เผยให้เห็นใบหน้าอันงดงามหมดจด แต่กลับมีรอยเืไหลซึมออกมาจากมุมปากของนาง!
นางาเ็แล้ว!
หญิงสาวชุดขาวใช้นิ้วเรียวยาวแตะรอยเืที่ริมฝีปาก สายตามองซูเชี่ยนด้วยความตกตะลึง ผู้ฝึกตนขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น ไยจึงสามารถปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่สามารถต้านทานวิชาของสำนักฝ่ายธรรมะเช่นนางได้?
"เ้า... เ้าควบคุมพวกมันได้ถึงระดับนี้เชียวหรือ?" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้อนเล็กน้อย
ซูเชี่ยนยืนหอบหายใจหนักหน่วง ปราณในร่างของเขาลดลงไปกว่าครึ่งหนึ่งจากการใช้อำนาจจิตสั่งการตั๊กแตนร้อยตัวต่อกันหลายกระบวนท่า แต่สายตาของเขายังคงเ็าดั่งเหล็กกล้า ตั๊กแตนทั้งร้อยตัวบินหมุนวนรอบกายเขาดั่งเกราะคุ้มกันที่พร้อมจะพุ่งสังหารศัตรูได้ทุกเมื่อ
"ข้าบอกแล้ว... เื่นี้ไม่เกี่ยวกับท่าน" ซูเชี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น "ข้าไม่ได้อยากเป็ศัตรูกับสำนักใหญ่ แต่หากใครคิดจะแย่งชิงหนทางรอดของข้า... ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะลากมันลงเหวไปด้วย!"
หญิงสาวชุดขาวเงียบไปครู่หนึ่ง นางมองดูฝูงตั๊กแตนพิฆาตที่ไม่มีรอยขีดข่วนร้ายแรงแม้แต่น้อย แล้วมองย้อนกลับมาที่ดวงตาอันเด็ดเดี่ยวของซูเชี่ยน นางรู้ดีว่าหากฝืนสู้ต่อไปด้วยาเ็ที่มี แม้นางจะสามารถสังหารชายหนุ่มผู้นี้ได้ แต่ตัวนางเองก็ต้องจ่ายราคาอย่างหนัก หรืออาจถูกฝูงแมลงพิศดารนี้กัดกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
"กำไลนั่น... มีตราประทับจิติญญาที่ยังไม่ตื่นขึ้น" หญิงสาวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ปราณสีขาวรอบกายค่อยๆ สงบลง "วันนี้ข้าาเ็ จึงขอถอยก่อน... แต่จงจำไว้ มนุษย์ธรรมดา ยิ่งเ้ามันนานเท่าใด กลิ่นอายอสูรจะยิ่งดึงดูดภัยพิบัติมาหาเ้า และเมื่อถึงวันนั้น สำนักเซียนจะส่งยอดฝีมือมาสังหารเ้าอย่างแน่นอน"
พูดจบ ร่างของหญิงสาวชุดขาวก็พลิ้วกายถอยหลังไปดั่งภูตผี พุ่งหายเข้าไปในป่าลึกอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงความเงียบสงบและความบอบช้ำของพื้นที่โดยรอบ
ซูเชี่ยนยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่กล้าประมาท เขารอจนกระทั่งจิตััไม่พบกลิ่นอายปราณของหญิงสาวผู้นั้นอีกต่อไป จึงถอนหายใจออกมายาวเหยียด ร่างกายทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า
"เกือบไปแล้ว..." ซูเชี่ยนปาดเหงื่อเย็นออกจากใบหน้า
การต่อสู้เมื่อครู่ทำให้เขาเห็นถึงความกลัวและความอ่อนแอของตนเองอย่างชัดเจน หากหญิงสาวผู้นั้นไม่ประมาทั้แ่แรก หรือหากนางมีขอบเขตรวบรวมปราณขั้นสูงสุด เขาก็คงไม่มีโอกาสได้รอดชีวิตกลับมานั่งตรงนี้
ซูเชี่ยนยกข้อมือขึ้น มองดูสายรัดข้อมือหนังอสูรสีดำ สายตาเปลี่ยนเป็หนักแน่นและเด็ดเดี่ยวยิ่งกว่าเดิม
"ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นต้น... มันยังอ่อนแอเกินไป!"
เขากวักมือ เรียกฝูงตั๊กแตนพิฆาตทั้งร้อยตัวกลับเข้ามาในกำไลมิติ ก่อนจะพายางกายที่อิดโรยเดินกลับเข้าสู่ลึกเข้าไปในถ้ำร้างโบราณ ซูเชี่ยนนั่งขัดสมาธิลงบนแผ่นหิน นำขวดยารวบรวมปราณขั้นต่ำสามเม็ดที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อออกมาวางตรงหน้า
เขาเทยาเม็ดสีน้ำตาลเข้มออกมาหนึ่งเม็ด กลิ่นหอมของยาวิเศษกระจายไปทั่วถ้ำ ซูเชี่ยนไม่รอช้า อ้าปากกลืนยาเม็ดนั้นลงไปทันที!
กึก...
พลังยาวิเศษแตกทะลักออกในท้อง กลายเป็กระแสความร้อนสายหนึ่งพุ่งผ่านจุดชีพจร ซูเชี่ยนหลับตาลง หล่อเลี้ยงปราณในร่าง และเริ่มเดินปราณตามวิชาบำเพ็ญเพียรพื้นฐานอย่างตั้งอกตั้งใจ
เขาจะต้องทะลวงผ่านไปสู่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นกลางให้ได้โดยเร็วที่สุด! เพราะมีเพียงการเพิ่มระดับพลังเท่านั้น ที่จะทำให้ฝูงตั๊กแตนพิฆาตของเขาเพิ่มจำนวนเป็สามร้อยตัว และเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแห่งนี้!
เวลาล่วงเลยไปทีละนิด กลิ่นอายพลังปราณรอบตัวซูเชี่ยนเริ่มหมุนวนและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ห้วงมิติภายในกำไลหนังอสูรบนข้อมือของเขาก็เริ่มสั่นะเืตอบรับอย่างเงียบเชียบ... การเดินทางของชายหนุ่มรากปราณต่ำต้อย ผู้ฝูงแมลงพิฆาตล้างโลก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ บัดนี้!