เวินจื่อเอ๋อร์ได้ยินเสียงเคาะประตู จึงรีบกำชับให้เวินจื่อถงระวังตัว ส่วนตนเองถือไม้ท่อนหนึ่งเดินไปเปิดประตู
"ป้าไฉหรือขอรับ?"
เมื่อเปิดประตูออก เวินจื่อเอ๋อร์เห็นคนที่อยู่ด้านนอกก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ป้าไฉอาศัยอยู่บ้านติดกับพวกเขา นางเป็แม่หม้ายที่เลี้ยงลูกชายสองคนเพียงลำพัง ซึ่งลำบากมาก
ทว่าป้าไฉเป็คนจิตใจดี ปกติมักจะสงสารพวกเขาพี่น้อง และคอยดูแลเอาใจใส่บ่อยครั้ง
เมื่อครู่เวินจื่อเอ๋อร์เพิ่งจะไปหาป้าไฉเพื่อแลกเกลือและเต้าหู้มา
ในเวลานี้ป้าไฉรีบร้อนจนเหงื่อท่วมศีรษะ นางพูดกับเวินจื่อเอ๋อร์ด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ว่า
"จื่อเอ๋อร์ เสี่ยวหลงเพิ่งจะนอนหลับอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าเป็อะไรถึงไม่ตื่นขึ้นมา ข้าเรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่รู้สึกตัวเลย ตอนนี้ข้าอยากจะไปเชิญหมอ เ้าช่วยดูเขาให้ข้าหน่อยได้หรือไม่?"
"ป้าไฉท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ ท่านรีบไปเชิญหมอเถิด ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
เวินจื่อเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็เข้าใจถึงความร้ายแรงของเื่นี้ จึงรีบเอ่ยปลอบป้าไฉ
ป้าไฉพยักหน้า ปาดน้ำตาหนึ่งที แล้วรีบหันหลังวิ่งออกไปทันที
เวินจื่อเอ๋อร์เห็นดังนั้นก็ไม่กล้าชักช้า รีบเข้าไปในบ้านบอกกล่าวกับเวินจื่อถง จากนั้นจึงออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังบ้านของป้าไฉทันที
เวินจื่อถงไม่ได้คิดอะไรมาก ถือโอกาสตอนที่ไม่มีคน วิ่งไปที่โอ่งน้ำแล้วหยดน้ำวิเศษของวันนี้ลงไปในโอ่ง
หลายวันที่ผ่านมา นางจะแอบหยดน้ำวิเศษลงไปทุก ๆ วัน พี่น้องหลายคนได้ดื่มน้ำวิเศษที่เจือจางนี้ ย่อมส่งผลดีในการบำรุงร่างกายอยู่บ้าง
หลังจากหยดน้ำวิเศษสามหยดเสร็จ เวินจื่อถงก็ชะงักไป นางพบว่าน้ำวิเศษของวันนี้... เพิ่มขึ้นมาหนึ่งหยด!
นั่นคือมีน้ำวิเศษสี่หยด!
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าน้ำวิเศษนี้สามารถอัปเกรดได้ด้วย?
เวินจื่อถงรู้สึกงุนงง นางลองทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ นอกจากช่วยคนไว้หนึ่งคนแล้ว ก็ไม่มีอะไรพิเศษอีก หรือว่าการช่วยคนจะได้รับรางวัลเป็น้ำวิเศษเพิ่มขึ้น?
เวินจื่อถงคิดไม่ออกว่าเป็เพราะเหตุใด จึงเลิกคิดเสียดีกว่า รอจนถึงพรุ่งนี้ค่อยทดลองดูอีกครั้ง
อย่างไรเสียก็เป็เื่ดี!
เพราะที่บ้านไม่มีคน เวินจื่อถงไม่อยากนั่งสานของในตอนนี้ พลันเกิดความคิดดี ๆ ขึ้นมา นึกถึงพื้นที่ร้างหลังบ้านขึ้นมาได้
บางทีอาจจะลองถางที่ดินสักแปลงเพื่อปลูกอะไรบางอย่าง แม้ตอนนี้อากาศจะหนาว นอกจากผักกาดขาวและหัวไชเท้าแล้วก็ปลูกอย่างอื่นไม่ขึ้น แต่ก็ถือเป็การบำรุงดินไปในตัว พอถึงฤดูใบไม้ผลิจะได้ปลูกของได้มากขึ้น
และ...
เวินจื่อถงอยากจะลองดูว่าน้ำวิเศษของนางมีผลต่อพืชหรือไม่
คิดได้ดังนั้น นางก็ลงมือทำทันที เวินจื่อถงแบกจอบที่ถูกวางทิ้งไว้ในบ้านมานานมุ่งหน้าไปยังหลังบ้าน
พื้นที่หลังบ้านนั้นกว้างขวาง มีวัชพืชขึ้นรกชัฏ และมีหิมะบาง ๆ ปกคลุมอยู่บนยอดหญ้า
เวินจื่อถงถือจอบที่สูงกว่าตัวนาง เริ่มลงมือพรวนดินอย่างขยันขันแข็ง
ท่าทางของนางไม่ได้เร็วนัก เพราะเกรงว่าโรคหัวใจแต่กำเนิดจะกำเริบอีกครั้ง แต่ถึงแม้จะช้าทว่าก็มั่นคงยิ่ง
หลังจากพรวนดินได้ประมาณหนึ่งชั่วยาม เวินจื่อถงก็เหนื่อยจนแทบขาดใจ จึงหยุดพักผ่อน
นางมองดูท้องฟ้า เห็นว่าเวินจื่อเอ๋อร์ยังไม่กลับมาก็รู้สึกกังวล จึงเช็ดเหงื่อ เปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปที่บ้านของป้าไฉที่อยู่ข้างบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าบ้านของป้าไฉ ก็ได้ยินเสียงของนางร้องไห้อย่างโศกเศร้าเสียใจ พลางพูดขึ้นว่า
"หมอเฉิน ข้าขอร้องท่านเถิด! ได้โปรดช่วยเสี่ยวหลงของข้าด้วย! ค่ายา ค่ายานั้นถือว่าข้าขอติดไว้ก่อน ในภายหลังข้าจะคืนให้ท่านอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
หมอเฉินมองดูแม่หม้ายไฉที่คุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น แม้นางจะมีบุตรสองคนแล้ว แต่อายุยังไม่มาก น่าจะประมาณยี่สิบแปดปีเท่านั้น ประกอบกับเดิมทีนางก็หน้าตาดี พอร้องไห้จึงดูน่าสงสารเหมือนดอกสาลี่ต้องสายฝน
หมอเฉินลูบเครา พลางกวาดสายตามองแม่หม้ายไฉั้แ่หัวจรดเท้า จากนั้นจึงเอ่ยว่า
"จะให้ติดไว้ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ว่า... ที่บ้านข้ากำลังขาดคนใช้คอยปูเตียงพับผ้าห่มพอดี..."
แม้หมอเฉินจะพูดเช่นนั้น แต่สายตาที่หยาบโลนและไม่ปิดบังนั้น แสดงให้เห็นถึงความคิดสกปรกในใจของเขาในขณะนี้
เวินจื่อเอ๋อร์เห็นดังนั้น สีหน้าก็เคร่งขรึมลง รีบพูดกับแม่หม้ายไฉว่า "ป้าไฉ ไม่ได้นะขอรับ เขา..."
แม่หม้ายไฉไม่ใช่เด็กสาววัยสิบกว่าปี จะไม่รู้ความหมายในคำพูดของหมอเฉินได้อย่างไร?
นางรีบดึงตัวเวินจื่อเอ๋อร์ไว้ ปาดน้ำตา แล้วยิ้มขื่นบอกเวินจื่อเอ๋อร์ว่า
"เด็กดี ป้ารู้ว่าเ้าหวังดี แต่เื่นี้ป้าตัดสินใจแล้ว วันนี้ลำบากเ้าแล้ว เ้ากลับบ้านไปก่อนเถิด"
เวินจื่อเอ๋อร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย จะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าแม่หม้ายไฉยอมมอบกายให้หมอเฉินเพื่อช่วยชีวิตเฉินเสี่ยวหลง?
แต่...
เวินจื่อเอ๋อร์ก็ไม่มีหนทางอื่น
เขาไม่มีเงิน ต่อให้มี เขาก็ต้องดูแลน้องสาวก่อน ไม่สามารถนำออกมาให้แม่หม้ายไฉได้
ทว่าเมื่อนึกถึงความช่วยเหลือที่แม่หม้ายไฉมีให้พวกเขาใน่ที่ผ่านมา เวินจื่อเอ๋อร์ก็รู้สึกไม่สบายใจ
"เหอะ! เ้าหมอเถื่อน! รักษาไม่เป็ก็รีบถอยไป! อย่ามาขู่ป้าไฉที่นี่!"
เสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังมาจากนอกประตู ทุกคนหันไปมอง ก็เห็นเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ยืนเท้าสะเอว รูปร่างเหมือนกาน้ำชาใบเล็ก ๆ ยืนอยู่ที่ธรณีประตู จ้องมองหมอเฉินอย่างดุดัน
ใบหน้าเล็ก ๆ นั้นพองลม เหมือนปลาปักเป้าที่ถูกบีบจนท้องป่อง ดูน่ารักยิ่งนัก
"ที่แท้ก็เป็เ้า เ้าเด็กดวงกุด! กล้ามาพูดจาสามหาวที่นี่! ว่าอย่างไร? แม่หม้ายไฉ เ้ายัง้าชีวิตของลูกชายเ้าอยู่หรือไม่?"
หมอเฉินได้ยินคำพูดของเวินจื่อถง ก็ถลึงตาใส่นางอย่างดูแคลน จากนั้นจึงหันไปมองแม่หม้ายไฉด้วยความรำคาญ
"ข้า..."
แม่หม้ายไฉมองเวินจื่อถงด้วยความลำบากใจ นางถอนหายใจและกำลังจะพยักหน้า แต่กลับถูกเสียงเล็ก ๆ ของเวินจื่อถงห้ามไว้ได้ทันเวลาว่า
"ป้าไฉ! พี่เสี่ยวหลงไม่จำเป็ต้องใช้ยาแพงขนาดนั้นหรอกเ้าค่ะ! อีกอย่าง ต่อให้ป้าไฉตกลงกับคนเลวคนนี้ เขาก็ช่วยพี่เสี่ยวหลงไม่ได้"
"เ้าเด็กดวงกุด เ้ามีความสามารถขนาดนี้ก็ช่วยเองสิ!"
หมอเฉินถูกคำพูดของเวินจื่อถงทำให้โกรธจนหนวดกระดิก เขาแค่นหัวเราะแล้วเก็บย่ามยาไปยืนอยู่ข้าง ๆ ทำท่าทางไม่แยแสอีกต่อไป
แม่หม้ายไฉเห็นดังนั้นก็ร้อนใจมาก แต่เมื่อมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเวินจื่อถง ก็ไม่กล้าดุด่า
ส่วนเวินจื่อถงทำหน้าทะเล้นใส่หมอเฉิน ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยความเหยียดหยามแล้วพูดว่า
"ถุย ถุย ถุย! ตาแก่ไร้ยางอาย! ถงเป่าบอกว่าช่วยก็คือช่วย! รอให้ถงเป่าช่วยพี่เสี่ยวหลงให้ตื่นก่อนเถอะ คอยดูว่าตาแก่ไร้ยางอายอย่างท่านจะกลายเป็คนตายไร้ยางอายหรือไม่!"
"เ้า!"
หมอเฉินถูกคำพูดของเวินจื่อถงทำให้โกรธจนแทบจะหัวใจวาย หายใจติดขัดขึ้นมาทันที
เวินจื่อเอ๋อร์รีบเข้ามาขวางหน้าหมอเฉินไว้ มองหมอเฉินด้วยสายตาเ็า ไม่ยอมให้หมอเฉินพุ่งเข้าไปลงมือกับเวินจื่อถง
"ป้าไฉ วางใจได้เลยเ้าค่ะ! ถงเป่าทำได้!"
เวินจื่อถงพูดกับแม่หม้ายไฉ สายตานั้นเต็มไปด้วยความจริงใจและจริงจัง จนทำให้แม่หม้ายไฉรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
หลังจากพูดจบ เวินจื่อถงก็วิ่งเตาะแตะเข้ามาในห้อง
ทันทีที่นางก้าวเข้ามา ก็ได้กลิ่นถ่านไฟที่รุนแรง นางจึงคาดเดาในใจได้ทันที
ดังนั้น ทุกคนจึงเห็นร่างเล็ก ๆ วิ่งไปที่หน้าต่าง แล้วเปิดหน้าต่างที่ปิดสนิทออก
จากนั้นก็ปีนขึ้นไปบนเตียง แตะหน้าผากและข้อมือของเสี่ยวหลง และในจังหวะที่ไม่มีใครสังเกต นางได้จับชีพจรของเฉินเสี่ยวหลง จนในที่สุดก็ยืนยันข้อสันนิษฐานในใจได้
นางรีบบอกแม่หม้ายไฉว่า "ป้าไฉ ที่บ้านมีหัวไชเท้าขาวไหมเ้าคะ?"
"เอ๊ะ? มี มี"
"ท่านรีบไปต้มน้ำต้มหัวไชเท้าขาวมาหนึ่งถ้วย แล้วป้อนให้พี่เสี่ยวหลงก็พอเ้าค่ะ"
"เอ๊ะ?"