ตำราวิเศษบอกข้าเถิด ทางกลับบ้านข้าอยู่หนใด

    บทที่ 8 เกี้ยวเจ้าสาว


     ช่วงเวลาหนึ่งเดือนอันยาวนานก็ได้ผ่านพ้นไป ในที่สุดฤกษ์ยามอันเหมาะสมก็ได้มาถึงแล้ว แป้งสีขาวถูกผัดลงบนดวงหน้าอันเรียวเล็ก ริมฝีปากรูปกระจับและเปลือกตาถูกแต่งแต้มสีสันด้วยชาด บนหน้าผากถูกวาดลวดลายดอกเหมยเอาไว้อย่างประณีตและบรรจง เรือนผมที่ถูกปล่อยสยายจนชิน บัดนี้ถูกรวบขึ้นเป็นมวยผมที่สวยงาม ปิ่นปักผมรูปหงส์ทองที่เข้าชุดกันถูกประดับประดาเอาไว้บนมวยผมนั้น  หลิวหลิวช่วยช่างตัดเย็บทั้งสามแต่งกายให้กับฉัน ผ้าหลากหลายชิ้นถูกสวมทับบนเรือนร่างที่ไม่สูงและเตี้ยมากนัก ชุดกระโปรงปักลายหงส์ทองเข้าคู่กับชุดปิ่นปักผมเป็นอย่างมาก ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าผู้ใดเป็นคนเลือกสรร แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นอ๋องสี่จอมบงการผู้นั้นเป็นแน่ ทันที่ผ้าคาดเอวชิ้นสุดท้ายผูกมัดเสร็จ ผ้าคลุมสีแดงผืนบางก็คลุมศีรษะของฉันจนมิด ฉันมองสิ่งใดไม่เห็นแต่มีช่างตัดเย็บและหลิวหลิวคอยช่วยพยุงตัวอยู่ไม่ห่าง อ๋องสี่มาที่จวนของฉันเพื่อทำพิธีคำนับบรรพชนของสกุลเซี่ย หลังจากเสร็จจากพิธีแล้วเขาก็ขอตัวไปรอที่จวนของตน และเขายังไม่ลืมที่จะส่งองครักษ์ข้างกายของเขาเป็นผู้นำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวให้กับฉัน  "คุณหนูเจ้าคะ เกี้ยวเจ้าสาวมาถึงแล้วเจ้าค่ะ" หลิวหลิวพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ดูเหมือนนางจะดีใจมากกว่าตัวข้าที่เป็นเจ้าสาวเสียอีก บันไดไม้เล็กๆถูกตั้งรองเอาไว้ให้เจ้าสาวผู้งดงามก้าวขึ้นเกี้ยวได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น หลิวหลิวมิได้ขึ้นมานั่งบนเกี้ยวกับฉันด้วย นางทำเพียงแค่ส่งฉันขึ้นเกี้ยวและหยุดยืนอยู่ด้านข้างของเกี้ยวเท่านั้น "เหตุใดเจ้าจึงไม่ขึ้นมาด้วยเล่า?" ฉันแหวกม่านลูกปัดสีทองออกไปและกล่าวถามหลิวหลิวด้วยความสงสัย หลิวหลิวหัวเราะให้ฉันน้อยๆ "เกี้ยวเจ้าสาวแน่นอนว่าต้องให้เจ้าสาวเป็นคนนั่งเจ้าค่ะ ส่วนข้ารับใช้จะต้องลงมาเดินข้างเกี้ยว" ฉันพยักหน้าให้น้อยๆ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ฉันได้เข้าร่วมพิธีแต่งงานแบบจีนโบราณ ถึงแม้ว่าพิธีการจะเยอะเกินไป แต่ทว่ามันก็น่าตื่นเต้นอยู่บ้าง   รอเวลาเพียงไม่นานขบวนเกี้ยวก็เริ่มเคลื่อนไปสู่จวนอ๋องสี่ เสียงดนตรีดังกัมปนาท ผู้คนที่ยืนดูอยู่รอบข้างก็ดูจะครึกครื้นและสงสัยกันเป็นอย่างยิ่งว่าพระชายาผู้นี้จะมีรูปโฉมงดงามมากมายเพียงใด  ฉันทั้งอึดอัดและหนักศีรษะของตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะปิ่นปักผมเจ้าสาวชุดนี้มันหนักนัก อีกทั้งยังมีเสื้อผ้าหลายชั้นที่ถูกสวมทับลงมาอีก "เมื่อไหร่จะถึงเสียที ฉันง่วงนอนจะตายอยู่แล้ว" ปากเล็กบ่นงึมงัมแต่ก็มิวายที่จะหมุนกำไลหยกเล่นแก้ความเบื่อหน่ายไปด้วย ในขณะที่กำลังหมุนกำไลหยกเล่นอยู่นั้น อยู่ๆขบวนเกี้ยวเจ้าสาวก็พลันหยุดชะงักลง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงดนตรีที่หยุดบรรเลง แม่สื่อที่เดินอยู่ข้างเกี้ยวก็เกิดความคลางแคลงใจขึ้นมา "เหตุใดจึงหยุดขบวนเกี้ยว?" นางถามออกไปน้ำเสียงเจือปนความหงุดหงิดอยู่สิบส่วน "ทางด้านหน้าเองก็มีขบวนเกี้ยวเจ้าสาวด้วยเช่นกันขอรับ" องครักษ์ข้างกายอ๋องสี่หันมาตอบคำถามของแม่สื่อ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพียงแม่สื่อคนเดียวที่งุนงง แต่ทว่าผู้คนทั้งขบวนเกี้ยวต่างก็งุนงงด้วยเช่นกัน มีบ้านอื่นจัดงานสมรสพร้อมกับอ๋องสี่ในวันนี้ด้วยหรือ?  หลวนหยางผู้เป็นองครักษ์ข้างกายอ๋องสี่ลงจากหลังม้าและเดินมายังเกี้ยวเจ้าสาว "คุณหนูเซี่ย หลวนหยางผู้นี้จะไปดูสถานการณ์ด้านหน้าให้เองขอรับ" เขาพูดจบก็เดินออกไปดูจริงๆ แม่สื่อของขบวนเกี้ยวเจ้าสาวทางนั้นเองก็ดูเหมือนจะตกใจอยู่ไม่น้อยด้วยเช่นกัน "ท่านองครักษ์ มิทราบว่าขบวนเกี้ยวเจ้าสาวที่ใหญ่โตจะแต่งเข้าบ้านใดหรือเจ้าคะ?" นางยิ้มเจื่อนๆ "แต่งเข้าจวนของอ๋องสี่ แล้วเจ้าสาวของฝั่งเจ้าเล่า แต่งเข้าบ้านใด?" "แต่งเข้าจวนอ๋องสี่เช่นกันเจ้าค่ะ" "..." ต่างฝ่ายต่างเงียบงันใส่กัน เพราะไม่มีผู้ใดรับรู้ว่าจะมีขบวนเกี้ยวเจ้าสาวถึงสองขบวน อีกทั้งยังเป็นขบวนเจ้าสาวสองขบวนที่จะเคลื่อนไปยังจวนของอ๋องสี่อีกต่างหาก  ถึงแม้ว่าแม่สื่อจะยิ้มเจื่อนๆให้กับหลวนหยาง แต่นางก็ยังคงท่าทีที่นอบน้อมเขา อีกทั้งยังให้ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวของเขาไปถึงก่อนอีกต่างหาก เพราะเหตุใดหรือ? เป็นเพราะว่าขบวนเกี้ยวเจ้าสาวที่หลวนหยางเป็นผู้นำทางมาใหญ่โตและหรูหรากว่าขบวนของคุณหนูกู้เป็นอย่างมาก ต่อให้คนที่สติเลอะเลือนมายืนดูก็ยังคงรู้ว่าเบื้องหน้านี้เป็นขบวนของผู้ที่จะเป็นพระชายาเป็นแน่ เช่นนั้นนางย่อมไม่โง่ที่จะเอาหัวของตนไปเสี่ยงเป็นแน่ หลวนหยางพยักหน้ารับและกลับไปนำขบวนเกี้ยวเจ้าสาวของเซี่ยซูอวิ๋นต่อ มิอยากจะเชื่อว่ายังไม่ทันที่จะได้ทำพิธีคำนับฟ้าดิน ความวุ่นวายก็พลันบังเกิดขึ้นมาเสียแล้ว  หวงเยว่เฉินอยู่รออยู่หน้าประตูจวนอ๋องสี่ พร้อมด้วยข้าทาสบริวารทั้งหลายที่ช่วยกันขนข้าวขนของเตรียมรับแขกและเจ้าสาวที่ใกล้จะมาถึง ขบวนเกี้ยวของพระชายามาถึงแล้ว แม่สื่อและหลิวหลิวช่วยกันพยุงร่างของฉัน ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า เหลือเพียงอีกไม่กี่ขั้นตอนฉันก็จะได้นอนเสียที "หลังจากนี้อ๋องสี่จะต้องประคองพระชายาไปทำพิธีคำนับฟ้าดินเจ้าค่ะ" แม่สื่อกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "เปิ่นหวางรู้แล้ว หลวนหยาง" "กระหม่อมอยู่นี่" หลวนหยางคุกเข่าพร้อมรับคำสั่งในทันที "หากว่ากู้อวิ้นเหมยมาถึงแล้ว ไม่ต้องให้นางทำพิธีเคารพฟ้าดิน แต่ให้นางไปรอที่ห้องหอ" "กระหม่อมทราบแล้ว" หวงเยว่เฉินพยักหน้าให้น้อยๆก่อนที่จะพยุงร่างของเซี่ยซูอวิ๋นไปเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน  มือขาวหยกที่เขากอบกุมอยู่นั้นพลันเย็นเยียบขึ้นมา หวงเยว่ฉินหัวเราะอยู่ในลำคอด้วยความขบขัน "ตื่นเต้นที่จะได้เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับเปิ่นหวางหรือ?" ใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงพลันบึ้งตึงขึ้นมา "หม่อมฉันมิได้ตื่นเต้น เพียงแต่รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเล็กน้อยก็เท่านั้น" อ๋องสี่ผู้นี้ช่างยียวนนัก ขบวนเจ้าสาวสองเกี้ยว แน่นอนว่าเขาย่อมต้องวางแผนอะไรเอาไว้เป็นแน่ เจ้าเล่ห์นัก