สี่วันคือกำหนดที่ช่างฝีมือจะหลอมสร้างอาวุธให้กับไมนาสเสร็จสิ้นเด็กหนุ่มภายใต้ชุดนักผจญภัยดูลึกลับด้วยฮู้ดและผ้าปิดหน้าเผยเพียงดวงตาคมกริบและคิ้วสีน้ำตาลเข้มที่กำลังเดินไปยังสมาคมนักผจญภัยด้วยความตื่นเต้นแต่เขาก็เก็บซ่อนความรู้สึกได้ดีเพราะนี่คือนิสัยส่วนตัวอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในโลกเบาเก่าเขาเป็คนที่ซ่อนความรู้สึกได้เก่งที่สุดจากการใช้ชีวิตั้แ่เล็กจนโตเขาได้เรียนรู้ว่ายิ่งแสดงความรู้สึกเกินจำเป็ก็เหมือนยิ่งเปิดเผยความลับและปมด้อยของตนให้ผู้อื่นรับรู้ดังนั้นเขาจะแสดงความรู้สึกและการตอบสนองต่อผู้คนรอบข้างเท่าที่จำเป็เท่านั้นนิสัยเช่นนี้เลยกลายเป็เหมือนเกราะป้องกันสำหรับเขาไปโดยปริยาย
เมื่อไมนาสเดินมาถึงหน้าอาคารสมาคมนักผจญที่ได้เห็นเหล่านักผจญภัยซึ่งไม่ได้มีมากนักเข้าและออกอยู่เรื่อยเมื่อเดินเข้าไปภายในด้วยความรู้สึกประหม่านั่นยิ่งทำให้เขาแสดงออกถึงความเงียบขรึมยิ่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวนักผจญภัยหญิงสาวบางคนที่มองเขาและเผลอสบตาเข้าถึงกับต้องเป็ฝ่ายหลบตาสีหน้าแดงเรื่อขึ้นทันที
ภายในสมาคมเป็ห้องโถงขนาดไม่ใหญ่มีเคาน์เตอร์อยู่ตรงกลางด้านในเป็ที่ของตัวแทนสมาคมที่ประจำการอยู่ที่นี่ด้านหลังเคาน์เตอร์มีผนังและประตูที่มีแต่เพียงคนของสมาคมเท่านั้นที่เข้าไปได้ด้านหนึ่งของโถงเป็พื้นที่ที่จัดวางโต๊ะเก้าอี้และบาร์เหล้าไว้คอยบริการเหล่านักผจญภัยมานั่งดื่มกินส่วนด้านตรงข้ามนั้นเป็กระดานแสดงใบประกาศภารกิจต่างๆในพื้นที่
ไมนาสเดินไปที่กระดานภารกิจและหาประกาศภารกิจที่เกี่ยวกับหมาป่าเขี้ยวทมิฬและพบว่ารางวัลของมันนั้นมีค่ายี่สิบเหรียญทองซึ่งใกล้เคียงกับที่เขาคาดคำนวณไว้จึงเดินไปยังเคาน์เตอร์ที่มีชายหนุ่มตัวแทนสมาคมทันที
“ข้า้าขึ้นรางวัลภารกิจ”ไมนาสกล่าวกับตัวแทนสมาคม
“ไม่ทราบว่าเป็ภารกิจใดขอรับ” ตัวแทนสมาคมพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล
“หมาป่าเขี้ยวทมิฬ”ไมนาสตอบออกไปพร้อมกับวางดวงธาตุมานาสัตว์อสูรบนเคาน์เตอร์
“หือ?!!” ชายหนุ่มตัวแทนสมาคมจ้องมองดวงธาตุมานาที่วางอยู่
เมื่อได้ยินชื่อของหมาป่าเขี้ยวทมิฬไม่เพียงแค่ตัวแทนสมาคมเท่านั้นที่ตะลึงแต่ยังเรียกความสนใจผู้คนที่อยู่โดยรอบทันทีเพราะภารกิจล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬเป็หนึ่งในภารกิจระดับสูงของที่นี่และรางวัลก็เยอะพอสมควรทำเอาเหล่านักผจญภัยที่ได้ยินต่างหันมามองทางเด็กหนุ่มเป็ตาเดียว บ้างก็เริ่มซุบซิบกันบ้างก็แอบชำเลืองมองอยู่ไม่ห่างแน่นอนไม่มีใครกล้าเข้ามาสังเกตุอย่างโจ่งแจ้งหรือยุ่งวุ่นวายเพราะผู้ที่สามารถล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬได้ย่อมเป็นักผจญภัยระดับสูงที่ไม่ได้เจอง่ายๆในแถบนี้รวมถึงชุดที่ไมนาสใส่อยู่นั้นบอกใบ้ถึงคลาสและทักษะของเขาย่อมไม่มีใครกล้าเข้าไปสร้างความรำคาญแก่เขาแน่นอน
“ขอเวลาตรวจสอบสักครู่ขอรับ”ชายหนุ่มตัวแทนสมาคมกล่าวพร้อมหยิบดวงธาตุมานาไปที่เครื่องมือตรวจสอบที่อยู่ด้านข้าง
เครื่องมือพลังเวทย์ที่ใช้ตรวจสอบนั้นมีขนาดเล็กและมีลักษณะคล้ายกับกล้องจุลทรรศน์เพียงแต่แตกต่างกันที่มันเป็เครื่องมือในการแปลงและขยายพลังเวทย์ชั่วคราวโดยที่ฐานของมันมีไว้สำหรับวางมือเพื่อส่งพลังเวทย์ของผู้ใช้เข้าไปเปิดเครื่องมือเพื่อตรวจสอบดวงธาตุมานาโดยเฉพาะทำให้ไมนาสรู้สึกทึ่งเป็อย่างมากถึงเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จากพลังเวทย์นี้ถึงแม้ไม่รู้ว่าเครื่องมือนี้ทำงานอย่างไรเมื่อได้เห็นเครื่องมือแบบนี้แล้วเขาก็อยากจะรู้ว่าเทคโนโลยีของโลกใบนี้ที่ใช้พลังจากมานาจะมีอะไรให้เขาได้ชมดูอีกยิ่งคิดจินตนาการเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเพราะตอนที่เขาเห็นโลกใบนี้ครั้งแรกที่หมู่บ้านนี้ก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอันใดแต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าเป็สิ่งที่บอกเขาว่ายังมีอีกหลายสิ่งในโลกนี้ที่เขายังไม่ได้รู้ได้เห็น
“ดวงธาตุมานาสัตว์อสูรตรงกับภารกิจ รบกวนขอการ์ดนักผจญภัยของท่านด้วยขอรับ”ตัวแทนสมาคมกล่าวกับไมนาสหลังจากตรวจสอบดวงธาตุมานา
“การ์ดนักผจญภัย?”
“ใช่ขอรับ การ์ดนักผจญภัยของท่าน” ชายหนุ่มตัวแทนสมาคมกล่าวย้ำอีกครั้ง
เมื่อได้ยินคำว่าการ์ดนักผจญภัยทำเอาไมนาสงุนงงทันทีว่ามันมีของแบบนี้ด้วยหรือ เนื่องจากไม่มีข้อมูลส่วนนี้จากการพูดคุยกับฮิวเบิร์ชและไม่รู้ว่าการ์ดนักผจญภัยนั้นสำคัญกับนักผจญภัยแค่ไหน
“เอ่อ... ข้าไม่มี” ไมนาสเริ่มแสดงความประหม่าออกมาเป็ครั้งแรก
“ที่แท้ท่านก็คือนักผจญภัยอิสระถ้าเป็เช่นนั้นรางวัลสำหรับภารกิจของท่านจะได้รับเพียงครึ่งเดียวนะขอรับ” ตัวแทนสมาคมกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“นักผจญภัยอิสระ? ครึ่งเดียว?”แววตาของไมนาสยิ่งมึนงงสงสัย
“หากท่าน้าการ์ดนักผจญภัยของท่านสามารถเดินทางไปลงทะเบียนได้ยังสำนักงานสมาคมนักผจญภัยประจำเมืองแรกอรุณได้ขอรับ”
เด็กหนุ่มเหมือนรู้สึกถูกเอาเปรียบเพราะเพียงตนไม่รู้ว่านักผจญภัยต้องมีการลงทะเบียนด้วยมารู้เข้าตอนนี้ตนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขารู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่ยอมหาข้อมูลเื่นี้ให้ดีและฮิวเบิร์ชก็ไม่ได้บอกเขาในเื่นี้เลยแต่จะโทษตาลุงก็ไม่ถูกนักถึงอย่างไรฮิวเบิร์ชก็ไม่ใช่นักผจญภัย เมื่อคิดได้ดังนี้เขาก็ได้แต่เก็บประสบการณ์ครั้งนี้ไว้เป็บทเรียนถึงอย่างไรเงินที่หามาได้ในครั้งนี้ก็ถือว่ามากเกินความคาดหมายแต่แรกของเขาแล้วทำให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
“ขอทราบนามของท่านเพื่อที่ข้าจะออกใบรับรองภารกิจให้ท่านขอรับ”ชายหนุ่มตัวแทนสมาคมกล่าวถาม
“ไมนาส”ไมนาสตอบออกไปและไม่รู้ว่าใบรับรองภารกิจมีไว้ทำอะไร เขาคิดว่ามันคงจะเป็สิ่งที่คล้ายกับประกาศนียบัตรที่เอาไว้ติดโชว์ผลงานของตัวเองก็เป็ได้
เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงออกมาทางแววตาของไมนาสชายหนุ่มตัวแทนสมาคมจึงคล้ายเข้าใจอะไรบางจึงก้มลงไปหยิบหนังสือมาเล่มหนึ่งวางลงบนเคาน์เตอร์
“ท่านคงจะเพิ่งผันตัวมาเป็นักผจญภัยและอาจยังไม่รู้กฎระเบียบเกี่ยวกับการเป็นักผจญภัยหนังสือเล่มนี้จะช่วยท่านได้ขอรับ” ตัวแทนสมาคมกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณ”ไมนาสกล่าวพร้อมหยิบหนังสือขึ้นมา
“ราคาหนังสือสิบเหรียญเงินถ้วนขอรับ” ตัวแทนสมาคมกล่าวเสียงราบเรียบพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูจะกว้างกว่าเดิมเล็กน้อย
“เอ่อ... ก็ได้” ไมนาสชะงักไปแวบหนึ่งแต่ก็จ่ายเงินออกไป
ไมนาสไม่คิดว่าชายหนุ่มที่ดูสุภาพเรียบร้อยจะมีวิธีการขายของที่ดูแปลกๆแบบนี้เมื่อจ่ายเงินค่าหนังสือและรับเงินรางวัลภารกิจที่ได้ครึ่งเดียวพร้อมใบรับรองภารกิจแล้วจึงรีบเดินออกไปพร้อมกับหนังสือคู่มือนักผจญภัยท่ามกลางสายตาที่ดูจะงุนงงสงสัยในตัวของนักผจญภัยลึกลับผู้นี้ที่ไม่มีใครรู้จัก
ไมนาสเดินออกมาจากสมาคมก็ยังเห็นนักผจญภัยอยู่ใกล้ๆหลายกลุ่มบ้างก็เดินสวนกับเขาเพื่อเข้าไปยังสมาคมจนเดินมาได้ระยะหนึ่งแล้วนักผจญภัยถึงค่อยดูบางตาและเริ่มมองเห็นชาวบ้านธรรมดามากขึ้นจนเดินมาถึงร้านอุปกรณ์ยุทธภัณฑ์ที่เขาฝากกระเป๋าไว้เพื่อนำกลับไป ซึ่งในตอนแรกเขาคิดว่าเมื่อใส่ชุดนักผจญภัยแล้วการไปขึ้นรางวัลทุกอย่างจะง่ายดายแต่ใครเล่าจะคิดว่าจะมีเื่การ์ดนักผจญภัยด้วย เขาจึงตั้งใจว่าจะรีบกลับไปอ่านหนังสือคู่มือที่ได้มา
เมื่อเดินมาถึงตลาด ไมนาสจึงตรงไปยังร้านขายเนื้อย่างเพื่อ้าลิ้มรสของมันบ้างั้แ่อยู่กับฮิวเบิร์ชเขามักจะได้ทานแต่ซุปผักหรือซุปสมุนไพรน้อยครั้งจะมีเนื้อกระต่ายป่ามาบ้างซึ่งแน่นอนเขาซื้อไปเพื่อทานที่เรือนโอสถของฮิวเบิร์ชเท่านั้นตนไม่อยากเผยช่องว่างที่จะทำให้ตนต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน
หลังจากที่เป้าหมายทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วไมนาสจึงตรงดิ่งกลับไปยังเรือนโอสถของฮิวเบิร์ชทันที เมื่อเดินทางออกมาจนเกือบถึงชายขอบของหมู่บ้านก็เป็เวลาบ่ายคล้อยเด็กหนุ่มเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีคนแอบตามตนมาเพราะทางที่เดินเริ่มปลอดผู้คน
‘คนพวกนี้้าอะไร ไม่ดีแน่!’ ไมนาสรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที และคิดว่าคนเหล่านี้คงไม่ได้มีประสงค์ดีแน่นอน
‘หรือว่า!!’ สิ่งที่เขากังวลมาตลอดอาจเกิดขึ้นแล้วศัตรูของเด็กหนุ่มที่มีจิติญญาของไมนาสอยู่ภายใน คงต้องเป็แบบนั้นแน่เนื่องจากครั้งนี้เขาเดินแทบจะรอบหมู่บ้านแล้วคงต้องมีใครสังเกตุหรือจดจำลักษณะท่าทางของเขาได้แน่ๆ
ทันใดนั้นไมนาสจึงรีบออกวิ่งในทันทีเพื่อ้าที่จะสลัดกลุ่มคนที่ตามมาให้ได้เส้นทางที่เขาเลือกวิ่งไปเป็ทางอีกทางหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางกลับเรือนโอสถมากนักเพื่อป้องกันไม่ให้หลงทางและจะได้กลับไปยังเส้นทางหลักได้เมื่อเขาสลัดกลุ่มคนที่ตามมาได้แล้ว
“เป็อย่างที่คิดจริงๆ เร็วเข้ารีบตามมันไป!!” เสียงสั่งการมาจากหนึ่งในสามคนที่กำลังแอบตามเด็กหนุ่ม
ฟุ่ป ฟุ่ป ฟุ่ป!
เสียงของการพุ่งตัวแหวกอากาศที่กำลังตามติดเป้าหมายหวังที่จะเข้าประชิดตัวไมนาสโดยเร็วแต่กลับพบว่าพวกตนไม่สามารถลดระยะห่างจากเป้าหมายที่ไล่ตามได้เลย
“เ้านั่นมาจากหมู่บ้านอื่นจริงด้วยมันกำลังหนีไปทางหมู่บ้านป่าสงัด” น้ำเสียงยินดีเอ่ยออกมาจากคนที่อยู่ตรงกลางดูเหมือนว่าคนผู้นี้จะเป็ผู้นำของกลุ่ม
“แต่เ้านั่นมันวิ่งเร็วเสียจริงขนาดถือกระเป๋าใบใหญ่เทอะทะนั่น” น้ำเสียงราบเรียบจากคนที่อยู่ทางซ้าย
“เวนดัช ไทเรส เอาจริงเหรอเ้านั่นอาจจะล่อพวกเราไปหาปาร์ตี้ของมันก็ได้”คนด้านขวาเอ่ยขึ้นมาด้วยความหวาดระแวง
“เ้าไม่ได้ยินมารึไงอันเนส คนสติดีที่ไหนจะมาขึ้นรางวัลใหญ่ด้วยตัวคนเดียวแถมมันยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน ข้าไม่เชื่อว่ามันจะมีปัญญาล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬได้ด้วยตัวคนเดียวแน่เงินของพวกเราอยู่ตรงหน้ายังจะรีรออะไรอีก”
ทั้งสามคนไม่ได้มาด้วยจุดประสงค์ที่ไมนาสเป็กังวลแต่เป็เพราะเงินของเขาต่างหากในตอนที่ทั้งสามคนเดินสวนกับเด็กหนุ่มนักผจญแปลกหน้าที่ไม่เคยพบมาก่อนตอนเห็นเขาออกมาจากสมาคมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะคิดว่าเป็เพียงแค่นักพจญภัยที่เพิ่งมาใหม่เท่านั้นแต่เมื่อได้ยินว่าผู้ที่เพิ่งเดินสวนพวกตนออกไปนั้นได้มาขึ้นรางวัลภารกิจล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬที่พวกตนติดตามมาระยะหนึ่งแถมยังเป็ผู้ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนนักผจญภัยด้วยซ้ำคนที่รู้ว่าพวกเขาก็กำลังออกตามล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬเช่นกันก็เยาะเย้ยว่าปาร์ตี้ของตนไร้น้ำยาสู้นักผจญภัยคนเดียวก็ไม่ได้ทำให้เวนดัชผู้เป็หัวหน้าปาร์ตี้รู้สึกเจ็บใจและอับอายเป็อย่างมากจึงตัดสินใจแอบตามเด็กหนุ่มในทันทีเพราะตนไม่แน่ใจว่าเป้าหมายที่พวกเขาแอบตามไปนั้นจะมีพักพวกอยู่หรือไม่
เมื่อแอบตามเด็กหนุ่มไปจนถึงชายขอบใกล้ทางออกของหมู่บ้านเวนดัชจึงตัดสินใจว่าตนจะพยายามทำให้เป้าหมายรู้ตัวว่าถูกแอบติดตาม หากเป้าหมายเรียกตนเพื่อเจรจาหรือพูดคุยก็จะได้รู้ตื้นลึกหนาบางของตัวเป้าหมายแต่ถ้าเกิดหนีไปทันทีเป้าหมายย่อมไม่มีที่พึ่งหรือพักพวกแน่นอนเงินรางวัลที่สมควรเป็ของพวกตนย่อมต้องเป็ของพวกตนเมื่อเห็นว่าไมนาสวิ่งหนีทันทีที่รู้ตัวก็ยิ่งทำให้เวนดัชดีใจที่โชคเข้าข้างตน
‘คนพวกนี้ สลัดยากชะมัด!’ ไมนาสวิ่งหนีมาได้ระยะหนึ่งแล้วและเส้นทางก็เริ่มเบนออกจากทิศทางของเรือนโอสถมากยิ่งขึ้นหากเขาปล่อยให้เป็เช่นนี้ต่อไปอาจทำให้เขาหลงทางได้ ทันใดนั้นไมนาสจึงตัดสินใจพุ่งเข้าข้างทางอันเป็ป่าที่จะไม่ทำให้เขาออกพ้นเกินขอบเขตจากเส้นทางกลับของเขาเพราะยังสามารถเห็นจุดสังเกตุของภูมิประเทศได้อยู่เขาไม่รู้ว่าเ้าของร่างนี้เคยไปทำเื่เล็กใหญ่ประการใดไว้แต่จากการตามติดอย่างไม่ลดละเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เื่เล็กน้อยเช่นการเดินเหยียบเท้ากันเฉยๆเป็แน่
ทางด้านผู้ไล่ตามเมื่อเห็นว่าจู่ๆเป้าหมายก็พุ่งเข้าป่าข้างทางก็รีบตามเข้าไปอย่างไม่ยอมให้คลาดสายตาและกลุ่มของเวนดัชที่ไล่ตามมาเป็ระยะเวลานานต่างทึ่งกับความเร็วของเป้าหมายที่ไม่ยอมตกเลยแม้จะมีกระเป๋าใบใหญ่ถ่วงอยู่
“เ้านั่นจะต้องอยู่ในคลาสหัวขโมยเป็แน่ดูจากชุดเกราะของมันแถมยังมีกระเป๋าใหญ่นั่น ขนาดวิ่งอยู่ในป่ารกอย่างนี้ความเร็วแทบไม่ตกเลย”ความไม่พอใจของเวนดัชแสดงออกมาทางน้ำเสียง
“ทักษะการเคลื่อนที่ของมันไม่ธรรดาเลย”ไทเรสพูดอย่างราบเรียบเช่นเดิม
“ตามต่อไปจะดีเหรอ ยิ่ง่นี้ป่าแถบนี้สัตว์อสูรดุร้ายเริ่มมากขึ้นทุกที”เสียงหวาดระแวงของอันเนสเริ่มทำให้เวนดัชรู้สึกหงุดหงิด
“เงียบซะ! อีกเดี๋ยวมันก็อ่อนแรงแล้ว ตามต่อไป” เวนดัชตะคอกใส่อันเนสผู้เริ่มวิตก“เลิกหนีได้เสียทีถึงอย่างไรเ้าก็หนีพวกข้าไม่รอดหรอก!!!”เวดัชะโไปยังเป้าหมายโดยไม่ต้องกลัวว่าใครอื่นจะได้ยินเพราะพวกเขาเข้ามาลึกมากแล้วแต่ก็ไร้เสียงตอบกลับมา พวกมันจึงได้แต่กัดฟันไล่ตามสุดฝีเท้ากันต่อไป
ตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้าแสงที่ส่องมาเริ่มหายไปทุกทีแต่โชคร้ายที่ป่าแถบนี้ค่อนข้างโปร่งจึงไม่สามารถสลัดคนพวกนี้ได้ง่ายดายในยามนี่ลมหายใจของไมนาสเริ่มขาดห้วง เขาไม่คิดว่าตนเองจะสามารถวิ่งได้นานและไกลขนาดนี้มาก่อนต้องขอบคุณชุดนักผจญภัยนี้ที่ทำให้เขามีความคล่องตัวผิดจากเดิมแถมมีแค่กระเป๋าที่แทบจะว่างเปล่าเป็ภาระเท่านั้นต่างจากครั้งก่อนที่ต้องวิ่งหนีหมาป่าเขี้ยวทมิฬพร้อมกับแบกตาลุงฮิวเบิร์ชไปด้วยทำให้วิ่งหนีไปได้ไม่ไกลก็ทำให้เขาต้องเหนื่อยหอบแล้วถึงความเร็วในการวิ่งครั้งนี้จะรวดเร็วกว่า แต่กลุ่มคนด้านหลังกลับตามติดอย่างไม่ลดละและเขากลัวว่าถ้ายังวิ่งต่อไปเรื่อยๆเขาต้องหลงทางจริงๆแน่เพราะในตอนนี้ตนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เขาสู้กับหมาป่าเขี้ยวทมิฬแล้ว
ฉึบ!
เมื่อวิ่งมาถึงลานโล่งห่างจากบริเวณที่ไมนาสเคยต่อสู้กับหมาป่าเขี้ยวทมิฬไม่ไกลเขาก็หยุดวิ่งและหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคนทั้งสามที่ตามเขามา ตอนนี้ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามาไมนาสตั้งใจที่จะหาโอกาศถามถึงสาเหตุให้แน่ชัดและหาโอกาสหลอกล่อแล้วใช้ความมืดหลบหนีไปแต่เมื่อเห็นอาการเหนื่อยหอบของคนทั้งสามก็ทำให้ไมนาสใจชื่นขึ้นมาบ้างอย่างน้อยโอกาสรอดของตนก็มากขึ้นกว่าเดิมแล้ว
“ในที่สุดก็เลิกหนีได้เสียที...” น้ำเสียงเหนื่อยหอบของเวนดัชดังออกมา
“พวกนายมีธุระอะไรกับฉันถึงได้ตามมาไกลขนาดนี้?”ไมนาสถามออกไปด้วยน้ำเสียงเกือบจะปกติเขาต้องรู้ให้ได้ว่าเ้าของร่างคนเก่าไปทำอะไรไว้กับกลุ่มคนพวกนี้ถึงขนาดที่ว่าแค่เห็นตนทั้งที่ปกปิดใบหน้าก็ไล่ตามมาถึงขนาดนี้
“ส่งเงินที่เ้ามีทั้งหมดออกมา!!” เวนดัชตะคอกพร้อมกับชักดาบออกมาอีกสองคนก็ชักอาวุธออกมาเช่นกัน
“หา!! พวกแกเป็โจรหรอกเหรอ”ไมนาสถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อตนเองคิดมาตลอดกลัวว่าจะเป็ศัตรูคู่แค้นของเ้าของร่างคนเก่าแต่ก็ไม่คิดว่าตนจะมาเจอโจรปล้นแบบนี้ เป็สิ่งที่เขาไม่เคยประสบมาเลยจริงๆ
“โจรบัดซบอันใดเป็เ้าต่างหากที่เป็หัวขโมย!! พวกข้าเพียงแค่มาทวงรางวัลที่สมควรจะเป็ของพวกข้าเท่านั้น”เวนดัชกล่าวอย่างเดือดดาลราวกับไมนาสขโมยเงินของตนไปอย่างไรอย่างนั้น
“รางวัลอะไรของพวกแกฉันไม่เข้าใจ?”ไมนาสถึงกับฉงนว่าตนไปขโมยของๆคนพวกนี้ตอนไหน
“พวกข้าติดตามไล่ล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬตัวนั้นมาเป็เวลานานแต่เ้ากลับชุบมือเปิบตัดหน้าพวกข้าไป ไม่สิเ้าคงฉวยโอกาสขโมยดวงธาตุมาจากผู้อื่นแน่ๆไม่มีทางที่เ้าคนเดียวจะจัดการกับหมาป่าเขี้ยวทมิฬได้แน่” เวนดัชหาเหตุผลมารองรับตนเอง
การที่เวนดัชกล่าวเช่นนั้นเพราะเชื่อมั่นในความคิดของตนพวกมันที่เป็นักผจญภัยระดับซิลเวอร์ขั้นหนึ่งถึงสามคนต้องเข้าร่วมเป็ปาร์ตี้เดียวกันค่อยมั่นใจที่จะออกล่าหมาป่าเขี้ยวทมิฬที่เป็ภารกิจถูกจัดอยู่ในระดับซิลเวอร์ขั้นสอง
“หึ ใครกันแน่ที่ชุบมือเปิบ”ได้ยินคำพูดของคนที่ไล่ตามตนมาไมนาสอยากจะหัวเราะออกมาจริงๆ
เขาคิดไม่ถึงจริงๆ เพียงแค่ตนไปขึ้นรางวัลภารกิจจะทำให้ตนต้องถูกตามล่าขนาดนี้เพียงเพราะแค่เดินทางคนเดียวไร้พักไร้พวกจึงคิดจะจัดการกับตนเพียงเพื่อเงินแค่นั้น ที่นี่มันแดนเถื่อนหรือยังไง ความรู้สึกอึดอัดถาโถมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ตนเองไม่ได้เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้เสียหน่อย จะให้ไปสู้คนพวกนี้ถึงสามคนพร้อมกันแถมยังมีอาวุธครบมือได้อย่างไร
ทั้งสามคนต่างก็มีอาวุธอยู่ในมือ เวนดัชใช้เพียงดาบเล่มเดียวไทเรสเป็ผู้ใช้มีดคู่ ส่วนอันเนสเป็ผู้ใช้หอกในสายตาของไมนาสนั้นรู้สึกแปลกใจที่ทุกคนใช้อาวุธระยะประชิดกันทั้งนั้นไม่มีใครใช้อาวุธระยะไกลเลยถือเป็โชคดีของไมนาสไม่เช่นนั้นคงไม่มีโอกาสได้หนีมาไกลขนาดนี้แน่
“พูดไปก็เสียเวลาเปล่าส่งเงินของเ้ามาให้หมด ไม่เช่นนั้-…!!”คำพูดไม่ทันได้ออกมาจากปากของเวนดัชทั้งหมดแต่ก็ต้องชงักค้างเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเหยื่อตรงหน้าจู่ๆชี้มาทางพวกตนและจ้องเขม็งอย่างหน้าใ
“นั่นมัน...ระวังข้างหลัง!” ไมนาสที่ชี้ผ่านกลุ่มของกลุ่มโจรที่จะมาปล้นตนทั้งสามคนกำลังรู้สึกตกตะลึงทำอะไรไม่ถูกเนื่องจากสิ่งที่เห็นซึ่งเขาก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาของตนเอง