‘ใช้ทักษะยุทธ์ระดับลึกล้ำตั้งแต่เปิดการโจมตีเช่นนี้ ดูเหมือนว่าคนผู้อยากจะรีบกำจัดข้ามากสินะ แต่ข้า...หลงเฉินจะยอมให้เจ้าสมปรารถนาได้อย่างไรกันเล่า?’
หลงเฉินเยาะเย้ยในใจขณะที่ [หมัดอุกกาบาต] กำลังพุ่งตรงมา เขายังคงสงบเยือกเย็นขณะที่การเคลื่อนไหวของเขาพลิ้วไหวราวกับการร่ายรำที่สง่างาม กระบวนท่าแรกของผู้คุมกฎซื่อนั้นมีรัศมีโจมตีที่กว้างและมีพลังรุนแรงถึงขีดสุด ทว่าจุดอ่อนของมันคือความเร็ว!
หลงเฉินเคยฝึกฝน [หมัดดาวตก] มาก่อน แก่นแท้ของ [หมัดดาวตก] นั้นคล้ายคลึงกับ [หมัดอุกกาบาต] มาก แต่ทว่า [หมัดดาวตก] นั้นมีความเร็วที่น่าเหลือเชื่อก่อนการปะทะ เมื่อเทียบด้วยความเร็วแล้วจึงถือได้ว่าเหนือกว่า [หมัดอุกกาบาต] มากนัก
หลงเฉินใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] และทันใดนั้นก็ดูราวกับว่าเขาได้กลายเป็นเงา จากที่ผู้คุมกฎซื่อเคยคิดว่าตนเองจะสามารถสังหารหลงเฉินได้ในทันที ก่อนที่หมัดกำลังจะพุ่งชน หลงเฉินที่เขาคิดว่านิ่งไปเพราะความหวาดกลัวก็กลายเป็นเพียงเงาเลือนราง ราวกับมังกรที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำด้วยร่างกายที่ลื่นไหลของมัน หลงเฉินสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีนี้ไปได้!
หลงเฉินหลบการโจมตีได้ในชั่วขณะสุดท้ายซึ่งทำให้ผู้คุมกฎซื่อตื่นตกใจอย่างมาก หลี่หยานเองก็ตกใจจนอ้าปากค้างพลางคิดในใจ
‘เจ้าเด็กคนนี้มีพรสวรรค์จริง ๆ ด้วย เขาใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของตนเองหลบเลี่ยงได้อย่างหวุดหวิด แต่ทว่า...’
หลี่หยานส่ายศีรษะ
‘เพียงแค่รู้ทักษะการหลบหลีก ก็ไม่พอที่จะสู้กับผู้คุมกฎซื่อที่เชี่ยวชาญในการโจมตีได้หรอก...’
ขณะที่หลี่หยานคิดเช่นนี้ หลงเฉินก็อ้อมมาด้านหลังผู้คุมกฎซื่อ ขณะที่ดวงตาของเปล่งประกายเย็นเยียบ ร่างกายของเขาก็ระเบิดพลังออกมา!
‘ข้าเคยคิดว่ามีเพียงทักษะยุทธ์เท่านั้นที่มีประโยชน์ แต่ตอนนี้ข้าเห็นแล้วว่าการใช้ทักษะหลักร่วมกับทักษะเคลื่อนไหวนั้นสามารถแสดงพลังที่แท้จริงในการต่อสู้ได้เช่นกัน!’
ด้วยเคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] หลงเฉินสามารถทำให้ศัตรูของเขาเหนื่อยล้าจนตายได้ แม้ว่าตอนนี้เขาจะบรรลุระดับแก่นมนุษย์แล้ว แต่คุณภาพของพลังปราณนั้นเหนือกว่าผู้คุมกฎซื่อถึงสิบเท่า!
ผู้ที่มีพลังปราณมากกว่าหลงเฉินเท่านั้นถึงจะถือว่าเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้ และผู้คุมกฎซื่อผู้นี้ก็ยังห่างชั้นอยู่มากหากจะเป็นคู่ต่อสู้ของหลงเฉิน!
อีกฟากหนึ่ง ขณะที่หวงเฟยหยางกำลังต่อสู้กับผู้คุมกฎชิน เขาก็สังเกตการณ์ต่อสู้ของหลงเฉินไปด้วย เมื่อเห็นว่าหลงเฉินสามารถหลบหลีกการโจมตีของผู้คุมกฎซื่อได้ด้วยเคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] เขาก็ตระหนกตกใจอย่างมาก
หลงเฉินไม่เคยโต้เถียงกับหวงเฟยหยางต่อหน้าผู้คุมกฎชิน ดังนั้นเมื่อผู้คุมกฎชินเห็นว่าหวงเฟยหยางคอยสังเกตหลงเฉินอยู่ตลอด เขาจึงเข้าใจไปว่ามันคือความเป็นห่วงเป็นใย
ความรู้สึกที่ถูกเพิกเฉยและไม่ให้ความสำคัญนี้ทำให้ผู้คุมกฎชินซึ่งตัดสินใจจะฆ่าหวงเฟยหยางรู้สึกเกรี้ยวกราดขึ้นมา
“เจ้าหนุ่ม คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า สนใจน้องชายของเจ้าไปก็ไม่ทำให้เขาอยู่ได้นานขึ้นหรอก!”
ผู้คุมกฎชินคิดว่าหลงเฉินคือน้องชายของหวงเฟยหยาง
เมื่อถูกหวงเฟยหยางเพิกเฉย ผู้คุมกฎชินจึงกระหน่ำจู่โจมอย่างไม่หยุดยั้งราวกับพายุโหมกระหน่ำ ความจริงแล้วพวกเขาต่างเป็นยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่ด้วยอาการเสียสมาธิของหวงเฟยหยาง เขาจึงถูกกดดันให้กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบทันที!
หลงเฉินยังไม่ถูกฆ่า แต่หากตัวเขาเองกลับตายด้วยน้ำมือผู้อื่นคงเป็นการเสียหน้าอย่างมาก
ดังนั้น หวงเฟยหยางจึงรวบรวมพลังทั้งหมดและต่อสู้กับผู้คุมกฎชินอย่างดุเดือด!
“คิดต่อต้านตระกูลหลิงอู่ของพวกเรารึ? พวกเจ้ารนหาที่ตายอย่างอนาถเสียแล้ว!”
“อะไรกัน? นั่นเป็นเพียงเรื่องในอดีต ตอนนี้เจ้าต่างหากที่ต้องตาย เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม! เด็กนั่นคงจะเป็นน้องชายเจ้าสินะ? ฮ่า ๆ ๆ หลังจากเจ้าตายแล้ว เราจะกระทำชำเราเขาอย่างโหดเหี้ยมทารุณที่สุดเลยล่ะ!”
หวงเฟยหยางกำลังต่อสู้กับผู้คุมกฎชินในขณะที่หลงเฉินกำลังหลบเลี่ยงการโจมตีของผู้คุมกฎซื่อครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อเห็นว่าสีหน้าของผู้คุมกฎซื่อนั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ในใจของเขาก็ลุกโชนไปด้วยความโกรธเช่นกัน คลื่นพลังปราณรุนแรงปะทุขึ้นจากร่างของเขา!
หากหลงเฉินสามารถหลบหลีกได้หนึ่งครั้งอาจถือว่าเป็นเพียงโชคช่วย ทว่าผู้คุมกฎซื่อกลับไม่สามารถโจมตีเขาได้แม้แต่ครั้งเดียว ทำให้หลี่หยานถึงกับนิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก
เขาไม่คิดว่าหลงเฉินเพียงโชคดีอีกต่อไปแล้ว!
ในเวลานี้ หลงเฉินรู้สึกได้ว่าความโกรธของเขากำลังพลุ่งพล่าน ครู่ต่อมาร่างของเขาก็มาปรากฏอยู่ด้านหลังของผู้คุมกฎซื่อ จากนั้นพลังปราณระดับแก่นมนุษย์ก็ปะทุออกมาจากร่างของเขา ในเวลานั้นทุกคนต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
เมื่อพวกเขาตระหนักว่าหลงเฉินบรรลุระดับแก่นมนุษย์ เขาก็โจมตีออกมาแล้ว!
ขณะที่เขาใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] เพื่อหลบหลีกคู่ต่อสู้ เขาก็สร้างผนึกขึ้นด้วยความรวดเร็ว เมื่อเขาหลบหลีกการโจมตีครั้งสุดท้ายได้ หลงเฉินก็ระเบิดเสียงคำรามออกมา ภาพของเทพมังกรทั้งเก้าปรากฏขึ้นในมือของหลงเฉินก่อนที่เขาจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างของ [ผนึกมังกรลึกล้ำ] เข้าใส่ผู้คุมกฎซื่อที่เข้ามาใกล้!
หลงเฉินเข้าใจถึงแก่นแท้ของการใช้ทักษะเคลื่อนไหวมาผสมผสานเข้ากับทักษะยุทธ์อย่างสมบูรณ์ หลังจากใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว] เขาก็สามารถใช้ทักษะยุทธ์ในการโจมตีได้อย่างอิสระ!
เมื่อผู้คุมกฎซื่อโจมตีพลาดเป้า เขาก็ถูกครอบงำด้วยพลังกดดันระดับแก่นมนุษย์ของหลงเฉินในทันที และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับทักษะยุทธ์ที่ทั้งรวดเร็ว โหดร้าย และไม่คาดฝันเช่นนี้ ผู้คุมกฎซื่อก็รู้สึกตื่นตกใจอย่างที่สุด สีหน้าของเขาปรากฏความคลุ้มคลั่ง!
แต่ทว่าท่ามกลางความบ้าคลั่งนั้นกลับมีร่องรอยของความหวาดหวั่นและตื่นกลัวแฝงอยู่
ผนึกมังกรปะทะร่างของผู้คุมกฎซื่อเข้าอย่างจังเมื่อเขาหันหลังกลับและไม่สามารถตั้งรับได้ทัน!
แม้จะเป็นเพียงทักษะยุทธ์ระดับอำพัน แต่ด้วยพลังรุนแรงที่พุ่งมาจากด้านหลังนั้นทำให้ผู้คุมกฎซื่อถึงกับกระอักเลือดออกมา ร่างของเขาพุ่งชนเข้ากับต้นไม้แห้งเหี่ยวหลายต้นก่อนจะหล่นกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง แล้วผู้คุมกฎซื่อก็หายใจเป็นเฮือกสุดท้าย!
ระยะเวลาระหว่างที่หลงเฉินเปิดเผยพลังระดับแก่นมนุษย์ของตนเองและการตายของผู้คุมกฎซื่อนั้นใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น!
หลี่หยานตกใจจนเสียขวัญ ดวงตาว่างเปล่าของเขาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มขณะที่ปากเริ่มสั่นไม่หยุด
ต้องใช้เวลาครู่ใหญ่ก่อนที่เขาจะได้สติ เขาสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปและเริ่มสรรเสริญ
‘เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ กระบวนท่าของเขาเมื่อครู่ ข้ามองไม่ออกเลย...’
การตายของผู้คุมกฎซื่อเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของหวงเฟยหยางและผู้คุมกฎชินซึ่งกำลังต่อสู้กันอยู่
การต่อสู้ของหลงเฉินถือได้ว่าเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ในการต่อสู้ของพวกเขาเช่นกัน พวกเขาทั้งสองต่อสู้อย่างเสมอกันมาโดยตลอดจนกระทั่งตอนนี้ ทั้งคู่จึงรอดูผลแพ้ชนะในการต่อสู้ของหลงเฉิน
แต่สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือทั้งหวงเฟยหยางและผู้คุมกฎชินต่างก็คาดหวังว่าผู้ที่จะตายคือหลงเฉิน
สำหรับผู้คุมกฎชิน การตายของหลงเฉินหมายถึงผู้คุมกฎซื่อจะสามารถมาช่วยเขากำจัดหวงเฟยหยางได้
และสำหรับหวงเฟยหยาง การตายของหลงเฉินคือจุดประสงค์หลักของเขา ส่วนเรื่องที่ผู้คุมชินและผู้คุมซื่อจะร่วมมือกันต่อสู้นั้น หวงเฟยหยางเตรียมวิธีรับมืออยู่แล้ว ในกรณีเลวร้ายที่สุด เขาก็สามารถถ่วงเวลาให้เหวินหยากลับมาช่วยได้!
ทว่าไม่มีใครคาดคิดว่าหลงเฉินจะพลิกสถานการณ์และดับฝันของพวกเขา ด้วยการระเบิดพลังออกมาและกำจัดผู้คุมกฎซื่อได้ภายในไม่กี่อึดใจ
สถานการณ์กลับตาลปัตรอย่างกะทันหันทำให้สีหน้าของหวงเฟยหยางบิดเบี้ยว เมื่อแผนการที่รอบคอบของเขาในการยืมมือผู้อื่นกำจัดหลงเฉินกลับกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ มันทำให้เขาอยากจะกระอักเลือดออกมาเสียเหลือเกิน
ในตอนนี้ หลงเฉินได้กำจัดคู่ต่อสู้ของตนเองแล้วและกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของหลงเฉิน หวงเฟยหยางก็รู้สึกโกรธจนแทบระเบิดออกมา
‘ข้าตั้งใจจะยืมมือคนอื่นกำจัดเจ้า แต่เจ้าก็ยังตอแยก่อกวนข้าไม่เลิก! หลงเฉิน อย่าโทษข้าที่ต้องโหดเหี้ยมก็แล้วกัน โทษตัวเจ้าเองเถอะที่รนหาที่ตาย!’
“หากท่านผู้คุมกฎอยากจะสืบสวนเรื่องนี้ ข้าก็จะปฏิเสธทุกสิ่ง ข้าไม่เชื่อหรอกว่าการที่ข้ารับใช้นางมานานหลายปีจะไม่มีค่าพอเมื่อเทียบกับเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเจ้า!’
ดวงตาของหวงเฟยหยางแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดที่ปูดโปน!
เมื่อเห็นหลงเฉินกำจัดผู้คุมกฎซื่อไปได้ สีหน้าผู้คุมกฎชินก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ผู้คุมกฎซื่อมีความสำคัญต่อแผนการเดิมของเขามาก เขาไม่คาดคิดว่าผู้คุมกฎซื่อที่ท่องยุทธภพกับเขามาครึ่งชีวิตกลับต้องมาพ่ายให้กับเด็กเมื่อวานซืนเช่นนี้!
“ตาแก่ซื่อ!”
เมื่อจับจ้องไปที่หลงเฉิน ดวงตาของผู้คุมกฎชินแดงก่ำขึ้นทันที!
เขาไม่รู้ว่ามีความบาดหมางใดระหว่างหลงเฉินและหวงเฟยหยาง หากเขาต้องการแก้แค้น เขาก็ต้องหนีให้ได้เสียก่อน ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการกำจัดหวงเฟยหยาง
เมื่อผู้คุมกฎซื่อตาย ผู้คุมกฎชินก็คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและจู่โจมหวงเฟยหยางอย่างดุเดือด เขาสู้อย่างไม่คิดชีวิต!
หวงเฟยหยางไม่ได้ตั้งใจต่อสู้อย่างจริงจังตั้งแต่ตอนแรก และในตอนนี้ แผนการที่จะยืมมือลัทธิเซียนโลหิตกำจัดหลงเฉินก็พังทลายไปจนสิ้น เมื่อผนวกกับโทสะของตนเอง เขาจึงวางแผนจะกำจัดผู้คุมกฎชินที่น่ารำคาญผู้นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ตาแก่ ตายเสียเถอะ!”
เสียงของหวงเฟยหยางแฝงด้วยความเยือกเย็น
ผู้คุมกฎชินนั้นราวกับคนคลุ้มคลั่งที่พุ่งเข้าใส่หวงเฟยหยางพร้อมกระหน่ำโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง!
“คนที่จะตายคือเจ้าต่างหาก!”
ทุกสิ่งอย่างดำเนินไปด้วยดีจนกระทั่งตระกูลหลิงอู่สอดมือเข้ามาวุ่นวาย ผู้คุมกฎชินจึงหัวเสียกับเรื่องนี้อยู่ลึก ๆ
ส่วนหวงเฟยหยางนั้นเกรี้ยวกราดยิ่งขึ้นอีกเพราะเขาเห็นหลงเฉินสังหารผู้คุมกฎซื่อ ดวงตาของเขาพลันจริงจังขณะเอ่ยขึ้น
“ช่างเป็นตัวปัญหาเสียจริง ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสเคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลหวง [วงล้อสวรรค์เกิดดับ]!” ”
[วงล้อสวรรค์เกิดดับ] นั้นหวงเซียงเคยใช้สู้กับหลงเฉิน แต่แล้วกระบวนท่านี้ก็ถูกหลงเฉินเอาชนะได้ด้วย [หมัดอสูรสุริยันผลาญฟ้า]!
หวงเฟยหยางบรรลุระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น พลังของ [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] ของเขาจึงทรงพลังกว่านับสิบเท่าหากเทียบกับของหวงเซียง
ทันใดนั้นก็เกิดแรงระเบิดเป็นวงกว้าง วงล้อสีขาวดำที่สลักไว้ด้วยอักขระโบราณเริ่มหมุนวนไปรอบตัวหวงเฟยหยางด้วยความเร็วและแรงสั่นสะเทือน
ทั่วทั้งผืนป่าก็เกิดสั่นไหวขึ้นมาในบัดดล!
เมื่อเห็นทักษะยุทธ์ที่ทรงพลังเช่นนี้ สีหน้าของผู้คุมกฎชินก็เปลี่ยนไปในทันที ในสายตาของหลงเฉิน ลัทธิเซียนโลหิตอาจจะดูยิ่งใหญ่ หากแต่เมื่อเทียบกับตระกูลของหวงเฟยหยางแล้วถือว่าเทียบไม่ติดเลยทีเดียว!
เมื่อตกเป็นเป้าของ [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] ที่รุนแรงและน่าเกรงขาม ผู้คุมกฎชินก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่มีทางป้องกันตัวเองจากมันได้แม้แต่น้อย!
“ยอดฝีมือหนุ่มจากตระกูลหลิงอู่ไม่ใช่ใครที่เราจะไปต่อกรด้วยได้เลยจริง ๆ!”
เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่หนีก็เท่ากับตาย แต่หากสู้ก็อาจจะพอมีโอกาส ผู้ที่มากด้วยประสบการณ์อย่างผู้คุมกฎชินย่อมรู้ว่าควรทำเช่นไร
ลัทธิเซียนโลหิตนั้นคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยการนองเลือด ภายในลัทธิทุกคนล้วนโหดเหี้ยมอำมหิต ที่ผู้คุมกฎชินสามารถขึ้นมาถึงตำแหน่งนี้ได้ก็หมายความว่าเขาไม่ใช่ผู้ที่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อย่างแน่นอน!
“เจ้าอยากให้ข้าตายนักรึ? ข้าไม่ยอมให้เจ้าสมหวังง่าย ๆ เช่นนั้นหรอก กระบวนท่า [อินทรีทะยานวายุ]!”
พลังรุนแรงทั้งสองปะทะกัน ทว่าการโจมตีของผู้คุมชินนั้นด้อยกว่า ขณะที่เขาร่วงลงมากระแทกพื้นด้วยฝีมือของหวงเฟยหยาง
หวงเฟยหยางที่มีสีหน้าเย็นชาและดวงตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิก็พุ่งเข้าใส่ก่อนจะจบชีวิตของผู้คุมกฎชินในทันที จากนั้นเขาก็หันมาทางหลงเฉิน
“รอจนทนไม่ไหวแล้วหรืออย่างไร? ทีนี้ก็ถึงตาเจ้าแล้ว!”
******************