"คุณหนู...ได้เวลากินยาแล้วเ้าคะ" เว่ยอิงเดินเข้ามาพร้อมกับถาดใบกลมๆ ในนั้นมียาถ้วยเล็กๆ และด้านข้างมีขนมรากบัวน้ำผึ้ง กลิ่นยาที่โชยเข้าจมูกทำให้ผู้ที่ถือมารู้สึกฝืดคอดีแท้ แม้ไม่ได้เป็ผู้กินยาเองก็รู้ถึงรสชาติว่าขมแค่ไหน ทำให้ซูหลินที่ต้องกินยา เกิดอาการเบื่อขึ้นมา ถึงกลับเบือนหน้าหนี เมื่อเว่ยอิงถือถ้วยยายื่นมาใกล้นาง เว่ยอิงเห็นคนตรงหน้าไม่ยอมกินยา เลยนำยาถ้วยนั้นตั้งไว้บนโต๊ะข้างๆ แล้วหันหน้ามายิ้มให้กับซูหลิน ที่ตอนนี้ทำหน้าเบื่อหน่ายสักเหลือเกิน
"คุณหนู...รู้ไหมว่าวันนี้..บ่าวทำขนมมาด้วยนะเ้าค่ะ" เว่ยอิงเอ่ยขึ้นชวนคุย จนซูหลินหันมาคุยด้วยอย่างตื่นเต้น เนื่องจากที่ผ่านมาเว่ยอิง มักจะทำขนมให้กินอยู่บ่อยครั้ง ขนมแต่ละอย่างถูกปากนางมาก นางยังจำรสชาติของขนมแต่ละอย่างได้เป็อย่างดี
"จริงเหรอ..ขนมอะไร..ไหนเอามาให้ข้าชิมหน่อย" ซูหลินกำลังชูคอขึ้นมองหาขนมดังกล่าว แต่กลับเห็นเว่ยอิงเอาไปถือไว้แล้วแอบไว้ด้านหลังตน
"ขนมรากบัวน้ำผึ้ง ขนมยังร้อนอยู่เลยพึ่งทำเสร็จก็ยกมาที่นี้เลยเ้าค่ะ"
"ขนมรากบัวน้ำผึ้ง...ข้ายังไม่เคยลอง...แต่ฟังจากชื่อแล้ว...ก็น่าจะอร่อย แล้วทำไมต้องเอาไปแอบด้วยล่ะ...พี่เว่ยอิง เ้าตั้งใจทำมาให้ข้าไม่ใช่เหรอ"
"ข้าตั้งใจทำสุดฝีมือ...เพื่อให้คุณหนูได้กิน...แต่มีข้อแม้ว่าคุณหนูต้องกินยาก่อนเ้าค่ะ" เว่ยอิงนำขนมที่แอบไว้ตั้งไว้โต๊ะข้างๆ ก่อนจะนำถ้วยยายื่นให้กับคนตรงหน้าอีกครั้ง จนซูหลินถึงกับถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
เว่ยอิงรู้ดีว่าซูหลินไม่ยอมกินยาง่ายๆ ในแต่ละครั้งที่เอายามาให้มักจะถูกปฏิเสธอยู่บ่อยครั้ง ทำให้แต่ละวันนางต้องนำน้ำตาลปั้น หรือไม่ก็ขนมที่มีรสหวาน มาด้วยทุกครั้งเมื่อถึงเวลากินยา
"คุณหนู..อย่าดื้อสิ! ตอนนี้ยากำลังอุ่นๆ หากเย็นกว่านี้จะไม่ดีนะเ้าค่ะ"
"ข้า..ต้องกินยาทุกวัน..เ้ารู้ไหม..ว่าข้าเบื่อจะแย่อยู่แล้ว..เมื่อไหร่จะได้หยุดกินยาพวกนี้เสียที" ซูหลินบ่นอย่างเบื่อหน่าย นั่งกอดอกแน่ ไม่ยอมรับถ้วยยานั้น จนเว่ยอิงต้องคอยปลอบนาง แล้วเดินไปหยิบถ้วยขนมรากบัวน้ำผึ้งแล้วยื่นให้ตรงหน้า จนซูหลินหันมาสนใจกับขนมพยามสูดกลิ่นเข้าจมูกอย่างช้าๆ นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบขนมแต่ก็โดนเว่ยอิงชักกลับอย่างรวดเร็ว
"ไม่ได้...คุณหนูจะต้องกินยาถ้วยนี้ก่อน ถึงจะกินขนมนี้ได้ คุณหนูอย่าดื้อนะเ้าค่ะ" เว่ยอิงยื่นข้อเสนอ จนซูหลินรู้สึกเซ็งขึ้นมาอย่างดื้อๆ ที่ผ่านนางต้องฝืนใจกินยารสชาติขมอยู่เรื่อยๆ จนนางรู้สึกจะพะอืดพะอม
"ก็ได้...แต่ต้องให้ข้ากินขนมสักชิ้นก่อน..แล้วข้าจะยอมกินยา" ซูหลินตั้งข้อตกลงใหม่ เว่ยอิงครุ่นคิดอยู่ครู่เดี๋ยวก็ต้องตามใจนาง
"คุณหนูรับปากแล้ว..คุณหนูต้องทำนะเ้าค่ะ" เว่ยอิงกลัวว่าซูหลินจะหลอกตน เลยถามย้ำขึ้นเพื่อความมั่นใจ
"คนอย่างข้า...พูดคำไหนคำนั้น.."
"นั้นก็...ตามนี้เ้าค่ะ"
ซูหลินหยิบขนมเข้าปาก เคี้ยวอย่างเพลินใจ รสชาติหวานติดคอ แล้วจึงหยิบถ้วยยาขึ้นมา ก่อนทำหน้าเจื่อนๆ แล้วรีบนำยาเข้าปากแล้วฝืนกลืนยาลงคอ จากนั้นจึงรีบคว้าขนมที่เหลือเข้าปากแล้วเคี้ยวขนมทันที เพื่อลดความขมภายในปาก
"ขนมรากบัวน้ำผึ้ง นี้อร่อยมากเลย" ซูหลินพูดจบแล้วหยิบขนมขึ้นมาอีกชิ้นเข้าปากเเล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย จนคนทำขนมยืนยิ้มอย่างภูมิใจ
"หากคุณหนูชอบ นั้น..คราวหน้า..บ่าวจะทำขนมมาให้อีกเ้าค่ะ"
เสียงฝีเท้าของคนที่ย่างเข้ามา เมื่อเห็นประตูไม่ได้ปิด จึงเดินเข้ามาในห้องก่อนหยุดอยู่ตรงหน้า แล้วเอ่ยเสียงเรียกเบาๆ เสียงเรียกนั้นทำให้ทั้งคู่หยุดสนทนาก่อนหันหน้ากลับไปมอง
"ซูหลิน..พ่อมีเื่จะคุยกับเ้า" ลู่จินมองหน้าบุตรสาว ก่อนพยักให้เว่ยอิงเป็การบอกใบ้ให้ออกไปก่อน
"ท่านพ่อ..นั่งก่อน...มีเื่อะไรจะคุยกับลูกหรือเ้าค่ะ" ซูหลินถามขึ้นเพราะคิดว่าน่าจะเป็อาการป่วยของนาง เพราะเห็นสีหน้าของบิดาดูกังวลยิ่งนัก
"อาการของเ้า...ตอนนี้เป็อย่างไรบ้าง" ลู่จินมองหน้าลูกสาวอย่างเป็ห่วง
"ตอนนี้...ลูกกินยาทุกวันจะเกือบเดือนอยู่แล้ว..ก็เเค่เพลียไม่มาก...ท่านพ่อไม่ต้องเป็ห่วงเ้าค่ะ"
"เช่นนั้นก็ดี...ตอนนี้เ้ากำลังฟื้นตัว...แต่ก็ไม่ได้หายขาด พ่ออยากให้เ้าเดินทางไปรักษาตัวที่เขาเทียนซาน ไม่นานพี่ของเ้าจะกลับมาแล้ว พ่อจะให้ซือหยวนพาเ้าไป" ลู่จินกล่าวพลางพร้อมถอดหายใจ เขารู้สึกอาจกังวลไปเอง ที่กลัวว่าสำนักเขาเทียนซานปิดสำนักไปแล้ว จะรักษาได้อย่างไรแม้จะเลือนรางแต่เขาก็ยต้องเสี่ยงดู เพราะเป็หนทางเดียวที่จะรักษาลูกสาวตนให้หายขาดได้
"ท่านพ่อจะให้ลูกไปรักษาที่เขาเทียนซาน...ทำไมกัน ในเมื่อหมอที่นี้ก็เก่งนิเ้าค่ะ" ซูหลินไม่เข้าใจว่าทำไมบิดาจึงอยากให้ไปรักษาที่นั้น ในเมื่อทุกวันนี้นางก็ต้องกินยาอยู่ทุกครั้ง
"ร่างกายของเ้าจะป่วยง่าย พูดอีกอย่างก็คือป่วยเรื้อรัง ดังนั้นเ้าจะต้องไปแช่น้ำพุสมุนไพรที่เขาเทียนซาน หมอที่นี้แม้จะเก่งแค่ไหน ก็รักษาเ้าได้เพียงขั้นต้น พ่ออยากให้เ้าหายขาดจากโรค เลยต้องให้เ้าไปแช่น้ำพุสมุนไพรที่นั้น เ้าต้องเชื่อฟังพ่อ"
ซูหลินพยักหน้ารับรู้กับสิ่งที่บิดาได้พูดมาทั้งหมด และไม่ได้กล่าวอะไรออกมาอีก จนกระทั่งบิดาของตนได้หยิบสิ่งหนึ่งขึ้นมาแล้วยื่นให้
"นี่..เป็หยกที่ เ้าต้องพกติดตัวไว้ เ้ารับไปสิ"
"หยกชิ้นนี้ สวยดีจังเลย ท่านพ่อได้มาจากไหนกัน"
ซูหลินมองดูหยกชิ้นนั้น ไม่เหมือนหยกทั่วไป เป็สีชาปนขาว ทรงเหลี่ยม มีตราอยู่ด้านหน้า เหมือนไม่ใช่เครื่องประดับ
"หยกชิ้นนี้...เป็หมอจงหลีให้ไว้...ให้เ้าเก็บรักษาให้ดีอย่าให้หายเด็ดขาด เ้าต้องนำติดตัวไปที่เขาเทียนซาน อย่าให้คนภายนอกรู้เด็ดขาด ว่าเ้ามีหยกชิ้นนี้อยู่" ลู่จินสั่งบุตรสาวของตน พลางนึกถึงคำพูดหมอจงหลี ที่ไม่ให้คนภายนอกรับรู้ถึง การจะเดินทางไปเขาเทียนซาน แสดงว่าหยกชิ้นนี้ก็นับว่ามีความสำคัญเช่นกัน ที่จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้เด็ดขาด แม้เขาจะไม่เข้าใจว่าเหตุใดหมอจงหลีจึงไม่เล่ารายละเอียดให้ฟัง แต่ก็คิดว่าคงมีเหตุผลที่บอกไม่ได้จริงๆ แต่ก็นับว่าดีมากแล้วที่หมอจงหลีได้บอกวิธีการรักษา ไม่เช่นนั้นบุตรสาวตนคงเป็คนป่วยเรื้อรังไปตลอด
"ลูก จะเก็บรักษาไว้ให้ดี ไม่ให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด ท่านพ่อวางใจได้" ซูหลินรับปากผู้เป็บิดา นางไม่เคยคิดเลยผลจากการสลบในเหตุการณ์วันนั้น เื่การรักษาจะซับซ้อนถึงเพียงนี้ มิน่าล่ะถึงต้องให้กินยาตลอดเวลา ที่ผ่านมา ในใจคิดมาว่าตลอดอาการที่ป่วยอยู่จะดีขึ้นอย่างแน่นอน แต่เมื่อได้ฟังบิดาพูดมาทั้งหมด โรคแบบนี้หมอที่เก่งกาจที่นี้ยังรักษาไม่ได้ แถมยังต้องปกปิดเื่บางอย่างที่บิดาได้สั่งไว้อีก คิดดูแล้วก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย
"ดีมาก...ลูกพ่อ เ้าจะต้องหายดีแน่นอน เ้าไปพักผ่อนเถอะ พ่อไม่รบกวนเ้าแล้ว"