"ว่าแต่ คุณมาคนเดียวเหรอครับ"
"เปล่าค่ะ...ฉันมากับเพื่อน" จันทร์เจ้าเดินไปจูงแขนเรียวให้เข้ามาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มตรงหน้าด้วยกัน แต่ไม่นึกว่า จะบังเอิญได้มากขนาดนี้ "นี่เพื่อนฉันชื่อเรียวค่ะ"
"ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้งนะครับ คุณเรียว" ชายหนุ่มยื่นมือไปตรงหน้าเธอเป็นการทักทายของชาวต่างชาติ แต่สำหรับเธอมันกลายเป็นความหวาดกลัวแบบผิดปกติ เพราะเขาคือคนที่เคยมาหาเธอที่โรงแรมเมื่อครั้งก่อน
เธอจำได้แล้วว่าเขาชื่ออะไร...
"ยินดีที่ได้เจออีกครั้งค่ะ คุณมิลเลอร์" เธอค่อยๆ เอื้อมมือไปเช็คแฮนด์จับมือเขาเพื่อตอบรับก่อนจะฝืนยิ้มออกมา
"รู้สึกว่าวันนี้คุณเรียวจะสวยขึ้นกว่าวันนั้นนะครับ"
"..." เรียวพยายามดึงมือออกแต่กลับโดนบีบไว้ก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มหน้าลงจุมพิตที่หลังมือของเธออย่างช้าๆ
"ดีใจที่ได้เจอคุณมากๆ เลยครับ"
"..." เธอดึงมือเธอออกมาแล้วแนบไว้ข้างลำตัว จันทร์เจ้าดึงแขนเสื้อเพื่อนสาวก่อนจะกระซิบข้างหู
"แก...รู้จักเขาด้วยเหรอ"
"..."
"โลกกลมมากเลยนะครับ ที่พวกคุณสองคนดันเป็นเพื่อนสนิทกัน"
"ฮ่าๆๆ นั่นสิคะ"
"งั้นขอผมเลี้ยงข้าวพวกคุณสองคนได้ไหมครับ"
"ได้ยังไงกัน...ฉันต้องซื้อเสื้อคืนคุณอีกนะคะ"
"เรื่องนั้นความจริงไม่ต้องซื้อคืนผมก็ได้ครับ...แต่ถ้าคุณรู้สึกผิด...ก็เลี้ยงอาหารผมแทนได้ไหมครับ"
"เลี้ยงอาหาร...คุณว่างวันไหนคะ"
"วันนี้เลยได้ไหมครับ...ผมว่างพอดี"
"..."
______________________________________
17.34 น.
ร้านอาหาร
"เชิญสั่งได้ตามสบายเลยนะคะ"
"ครับผม"
"เอ่อ...ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ"
เรียวตัดสินใจลุกขึ้นและเดินออกไปจากร้านอาหารเพื่อทำธุระส่วนตัวก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่ก็มีชายหนุ่มยืนขวางไว้
"ผมขอคุยกับคุณหน่อยได้ไหมครับ"
"จะคุยอะไรคะ"
"เรื่องของแฟนคุณ...ก็คงถือว่าเป็นเรื่องของคุณด้วยมั้ง"
"..."
"อย่าทำสีหน้าแบบนั้นสิครับ...ผมแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง...แค่อยากจะถามว่าพอลสันสบายดีไหมครับ"
"สบายดีค่ะ"
"แล้ว...จะจัดงานแต่งเมื่อไหร่ครับ...คิดไว้หรือยัง"
แปลกจริง ทำไมต้องมายืนหน้าห้องน้ำด้วย แทนที่จะไปถามตรงโต๊ะอาหาร แล้วมายืนทำท่าทางอย่างกับนักเลง เธอยิ่งมองยิ่งรู้สึกขัดตา ไม่ชอบเอาเสียเลย
"...ทำไมไม่ไปคุยกันที่โต๊ะคะ...มายืนคุยตรงนี้คงไม่ค่อยเหมาะ"
"ก็อยากมีเวลาคุยเป็นส่วนตัวนิดหน่อยครับ"
"..." น่ากลัวเกินไปแล้วนะ "ไม่ต้อง...เขยิบเข้ามาใกล้ขนาดนั้นก็ได้" เขาพยายามเดินเข้ามาใกล้พร้อมทั้งจ้องมองด้วยสายตาเหมือนเสือจะเขมือบเหยื่อกิน
"ผมอยากรู้จัง..." เธอเดินถอยหลังจนติดกำแพง ส่วนเขาก็ยื่นมือไปลูบแก้มเธอช้าๆ "...ว่าทำไมพอลสันถึงได้หลงรักคุณมากขนาดนี้"
"..."
"เรามาทำความรู้จักกันสักหน่อยดีไหมครับ"
"คุณ...กำลังคุกคามฉันอยู่นะคะ"
"ผมทำอะไรเหรอ"
"ก็สิ่งที่คุณทำอยู่...แล้วอีกอย่าง...ฉันเป็นแฟนของคุณพอลสัน...เพื่อนของคุณ"
"ฮ่าๆๆ ...ตลกจัง...ฮ่าๆๆ "
"ขำอะไรของคุณ"
"คุณ...คุณบอกว่าผมเป็นเพื่อนกับเขา...ฮ่าๆๆ "
"หรือไม่ใช่คะ"
"ครับ มันต้องไม่ใช่สิ...ก็แค่เคยเป็น...แต่ตอนนี้คงเรียกได้ว่าคู่เวรคู่กรรมมากกว่า"
"..." เธอก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูเขาไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ ตั้งแต่วันนั้นล่ะ
"แล้วตกลง...เราสองคน...จะ..."
"คุณเรียวครับ...ผมมารับคุณกลับบ้านครับ" เสียงผู้ชายแทรกเข้ามาทำให้เรียวรีบหันไปมองด้วยความคาดหวัง
คุณเชน...มาช่วยเธอแล้ว
"อ่อ..." เรียวดันหน้าอกแกร่งของชายตรงหน้าออกก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเชน
"คุณพอลสันคงให้คุณมารับฉันใช่ไหมคะ"
"ใช่ครับ"
"งั้น..." เธอหันไปมองมิลเลอร์แล้วยิ้มน้อยๆ ออกมา "ขอตัวก่อนนะคะ"
"เชิญครับ" มิลเลอร์ยิ้มตอบพร้อมกับสอดมือเข้ากระเป๋ากางเกงมองดูหญิงสาวเดินจากไปด้วยสายตานิ่งเฉย
หลังจากที่เรียวเดินออกห่างมาได้พอสมควรแล้วก็ถอนหายใจออกช้าๆ ด้วยความโล่งอก แล้วลูบหน้าอกตัวเองแผ่วเบา
"คุณเรียวไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ...เขาไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหม"
"ดีนะที่คุณมาช่วยฉันไว้ทัน...ไม่งั้น...ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" เรียวยืนนิ่งสงบจิตใจสักพักก็หันไปมองเชนด้วยความสงสัย "ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่คะ"
"นายให้ผมคอยตามดูแลคุณอยู่แล้วครับ"
"ตามดูแลฉันเหรอ"
"นายมีศัตรูเยอะ...คนพวกนั้นก็ต้องเข้าหาคนใกล้ชิดกับนายมากที่สุด...ก็คือคุณ"
"แล้วคุณมิลเลอร์...เขาเป็นใครคะ..."
"...เรื่องนี้"
"บอกฉันหน่อยได้ไหม...เขากับคุณพอลสันมีเรื่องอะไรกันมาก่อน...ผู้ชายคนนั้นเขาดูไม่ค่อยน่าไว้ใจ"
"คือ...เรื่องนี้...คุณเรียวถามนายเองดีกว่านะครับ"
"คิดว่าเขาจะบอกฉันเหรอคะ...ตอนนี้คุณเป็นลูกน้องของฉัน..." เรียวกอดอกแล้วมองเขาอย่างเผด็จการ "ฉันถาม...คุณก็ต้องบอก"
"..."
"เป็นคำสั่ง"
____________________________________
23.01 น.
ท่ามกลางความเงียบสงัด ภายในห้องสี่เหลี่ยม หญิงสาวนอนหงายจ้องมองเพดานด้านบนอย่างเหม่อลอย ในหัววนเวียนคำพูดของเชนที่ได้บอกเธอตอนก่อนจะลงจากรถ
'ถ้าผมบอกคุณ...คุณจะอยู่ห่างจากมิลเลอร์ไหมครับ'
'คุณลองบอกสิคะ'
'มิลเลอร์...คือคนที่สั่งฆ่านายเมื่อยี่สิบปีก่อน...แต่คนที่รับเคราะห์แทน...คือแม่ของนายครับ'
'...'
'เรื่องนี้ที่ผมบอกคุณเรียว...เพราะอยากให้คุณระวังตัว...อย่าให้ผู้ชายคนนั้นเข้าใกล้...ไม่อยากนั้นนายจะต้องเป็นห่วงคุณมากแน่ๆ '
'ไหนเขา...บอกว่าคนที่ฆ่าแม่ถูกเขาจัดการไปแล้ว'
'ใช่ครับ...ผู้ชายคนที่ลงมือถูกนายจัดการไปแล้ว...แต่คนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ยังอยู่ดีกินดี...สิ่งที่คุณเรียวควรทำคืออย่าทำให้นายต้องเป็นห่วงคุณมากกว่านี้เลยนะครับ'
'...'
'นายรักคุณมากแค่ไหนคุณน่าจะรู้...และด้วยเรื่องนี้คนที่เป็นจุดอ่อนของนายก็คือคุณเหมือนกัน...ผมบอกคุณเพราะอยากให้คุณดูแลตัวเองมากกว่านี้ อย่าไว้ใจใครง่ายๆ '
'ฉัน...เข้าใจแล้วค่ะ'
"ทำไม...ฉันถึงไม่เคยคิดมาก่อนเลยนะ" สิ่งที่เชนพูด ถูกทุกอย่าง เขาคือผู้ชายที่ไม่มีใครทำอะไรได้เลย แข็งแกร่งมาก จนมาเจอเธอ และเธอก็กลายเป็นจุดอ่อนที่สุดในชีวิตของเขา ที่ใครต่อใครต่างเข้ามาเพื่อคิดจะทำลายเขาผ่านเธอ
และมิลเลอร์ก็คงเป็นอีกคนที่คิดจะเข้ามาทำลายเขาเช่นกัน...
____________________________________
23.09 น.
แกร๊ก
ฟรึ่บ
"จีน..."
"แม่...ทำไมยังไม่นอนอีกคะ" เธอเปิดไฟข้างกำแพง ก็เห็นแม่กำลังนั่งอยู่ในความมืด
"รอเรานั่นแหละ...ทำไมกลับดึกจัง...คุณภัทรให้ไปทำงานอะไร"
"ก็...เจอผู้ใหญ่นะคะ...ไม่มีอะไรหรอก" จีนเดินเข้าไปในห้องครัว เปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าออกมาเทใส่แก้วเพื่อดื่ม แต่อาจเพราะกลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเหล้ามันแรงเกินไป ทำให้แม่ของเธอได้กลิ่นไปด้วย
"กลิ่นเหล้านี่นา"
"ดื่มมานิดหน่อยค่ะ"
"จีน..." เธอหยิบบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าและวางไว้บนโต๊ะกินข้าว
"นี่คือเอกสารการซื้อที่ดินค่ะ"
"คุณภัทร...เซ็นแล้วเหรอ"
"ค่ะ"
เธอมองแม่ของตัวเองที่หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ภายนอกอาจจะดูเหมือนไม่เป็นอะไรแต่ภายในจิตใจกลับแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อตั้งใจจะชำระล้างร่างกาย แต่ยังไม่ทันถึงที่หมาย สายตาก็เหลือบไปที่กระจก และได้เห็นสภาพตัวเองที่แสนจะน่าสมเพช...เธอเกลียดตัวเอง...เกลียด...
เพร้ง!
มือบางหยิบกระถางต้นไม้อันเล็กข้างๆ ปาไปที่กระจกดังกล่าวจนแตกละเอียด...
______________________________________
วันต่อมา
09.02 น.
"เห้ย...ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ" หญิงสาวเดินหาวมาแต่ไกลก่อนจะวางกระเป๋าที่โต๊ะตัวเองแล้วเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม
"ยังเลยพี่...แม่ปิดบ้านแล้วบอกว่าขี้เกียจลงมาเปิดประตูให้ตอนดึก...ผมเลยนอนที่นี้"
"แล้วทำอะไรอยู่"
"ข่าวเรื่องนางแบบ..."
พรึ่บ!
ฝ่ามือบางปิดปากเขาอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันคำพูดที่โผล่ออกไปจะไปเข้าหูของใคร
"ฉันบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้เบาๆ หน่อย..." เธอถลึงตาโตด้วยความไม่พอใจแล้วเอามือลง "เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน"
"ขอโทษครับ..." ชายหนุ่มเบาเสียงลง "ผมได้ข้อมูลมาจากเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่ในบริษัท LB แล้วครับ"
ทันทีที่หญิงสาวได้ยินก็รีบทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างๆ และเลื่อนตัวให้เข้าไปใกล้มากที่สุด
"บอกดิ ได้อะไรมาบ้าง"
"คือว่า...เพื่อนผมที่ทำงานในบริษัทนั้น บอกว่า รายชื่อนางแบบในต้นสังกัดของบริษัทไม่มีชื่อของผู้หญิงคนนั้นแล้วครับ...มันหายไปจากระบบ"
"หายไปจากระบบเหรอ"
"ครับ มันไปหาข้อมูลหลายรอบแล้วแต่หาไม่เจอ"
"แล้วมันจะหายไปได้ยังไง"
"มันไม่ได้หายไปหรอกพี่...ผมว่า...เขาต้องถูกฉีกสัญญาทิ้งแน่"
"นั่นสิ! "
"แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีการฉีกสัญญานางแบบทิ้ง...ทั้งที่นางแบบทำเงินได้มากขนาดนั้น"
"บางทีอาจมีอะไรที่เราไม่รู้ก็ได้"
"แล้วจะเอายังไงดีพี่...จะบอกหัวหน้าดีไหม"
"แกว่า...ถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปบอกหัวหน้า จะโดนว่าไหมล่ะ"
"..."
"เมื่อวานโดนบ่นมา ยังหูชาไม่หาย ถ้าเอาไปบอกอีกมีหวังโดนไล่ออกแน่"
"แต่ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนในบริษัทของ LB แล้วนะครับ ในเมื่อไม่เกี่ยวกับบริษัท หัวหน้าคงไม่ว่าอะไรมั้ง..."
"อืม...ต้องหาหลักฐานที่หนาแน่นกว่านี้อีกหน่อย"
"ยังจะให้หาอะไรอีกครับ"
"วันนี้เราจะไปตามจับผิดดารา...ก็ลองดูแล้วกันว่าผู้หญิงคนนั้นจะมาไหม...ถ้ามา...คราวนี้ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปลงเว็บนอกเอง"
"พี่...ถ้าหัวหน้ารู้..."
"ฉันไม่พูด แกไม่พูดแล้วใครจะรู้"
"..."
"ภาวนาไว้แล้วกันว่าอย่าเจอ เพราะถ้าเจอก็ไม่รอดแน่ๆ "
______________________________________
11.03 น.
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ไปเปิดประตูสิ"
"ครับ คุณมิลเลอร์" เลขาข้างกายเดินไปเปิดประตู แต่...
พรึ่บ!
เลขาหนุ่มถูกเควินผลักออกเพื่อให้หลีกทางให้เจ้านายเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับลูกน้องอีกประมาณ 5-6 คน
"อะไรกัน...มาเยี่ยมถึงที่นี่เลยเหรอ"
"ไง..." พอลสันยกยิ้มแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้เดี่ยว ตรงข้ามกับมิลเลอร์ "เห็นอยากเจอ...ก็เลยมาหา"
"ฮ่าๆๆๆ ...อะไรกัน...ฉันไปอยากเจอนายที่ไหน..." มิลเลอร์ทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะมีสายตาเป็นประกายคล้ายคิดอะไรออก "อ่อ...สงสัยคุณเรียวเป็นคนบอกสินะ...ว่าเมื่อวานฉันเจอกับเธอมา...ไม่สิ...ลูกน้องคนนั้นของนายมากกว่าที่เป็นคนบอก"
"อย่าคิดว่าฉันไม่รู้...ว่าแกคิดจะทำอะไร"
"แล้วคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ" สายตาของทั้งคู่ฟาดฟันกันไปมา ต่างคนต่างไม่มีใครยอมใคร "ทำไมเล่า...แค่เจอกับแฟนนายแค่นี้...ถึงขนาดต้องถ่อมาหาเลยหรือไง"
"อยากสู้กัน ก็อย่ายุ่งกับคนอื่น"
"คนอื่นที่ไหน...นั่นเมียนายเชียวนะ"
"ฉันไม่ใช่พอลสันในอดีต...อย่าคิดว่าจะทำอะไรข้ามหัวกันได้" พอลสันกัดฟันพูดตอบ
"ฮ่าๆๆๆ ...น่ากลัวจัง...กลัวจนตัวสั่นไปหมดแล้วเนี่ย"
"งั้นก็กลัวให้มากหน่อยก็แล้วกัน" พอลสันลุกขึ้นยืน "ก่อนจะไม่ได้กลัวอีก" แล้วมองไปรอบห้องก่อนจะเดินไปยืนอยู่หน้ากรอบรูปไร้กระจกที่เป็นลายผ้า ถูกติดไว้บนกำแพง
"อยากจะมาพูดแค่นี้เหรอ...เรื่องระหว่างเรามันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้นะ"
"มีแน่...ไม่ต้องห่วง" ขณะที่พอลสันกำลังเอื้อมมือไปแตะ ก็ถูกมือหนาจับแขนไว้
"อย่าแตะต้องของของฉัน" คำพูดจริงจังของมิลเลอร์ทำให้พอลสันคิ้วกระตุก แค่รูปเดียว หรือว่าจะเป็นจุดอ่อนหนึ่งจุด...
พรึ่บ!
พอลสันปัดมือเขาทิ้งก่อนจะยกยิ้มและเอื้อมมือไปแตะกรอบรูปตามที่ใจหวังไว้ ทำให้สีหน้าของมิลเลอร์มีอาการไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ แต่แล้วยังไงเล่า เขาไม่สนใจอยู่แล้ว
"ถ้าสำคัญขนาดนั้น...ก็เก็บให้ไกลตัวหน่อยสิ"
"อย่ามาแตะต้องของของ ฉัน" ยิ่งเห็นสายตาและสีหน้าของมิลเลอร์ พอลสันยิ่งรู้สึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าโมโหได้มากขนาดนี้ กรอบรูปนี่คงสำคัญไม่น้อย
"..." พอลสันหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน เป็นคล้ายกับมีดพกขนาดเล็ก เขาถือไว้แล้วโยนเล็กน้อยให้ลงมาในมือของตัวเองเหมือนเดิมโดยไม่ได้มองด้วยซ้ำ
"จะทำอะไร"
"เปล่า...แค่อยากจะบอกนายเหมือนกัน..." สองเท้าเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะพูดเบาๆ ให้ได้ยิน "ว่าอย่ามายุ่งกับคนของฉัน...เพราะถ้ามีอะไรมากกว่านั้น...จะไม่ได้เจอแค่นี้แน่"
ฟรึ่บ!
พอลสันปามีดลงบนกรอบรูปขนาดใหญ่แล้วเดินผ่านหน้ามิลเลอร์ออกจากห้องไปทันที
แค่นี้ยังน้อยไปกับสิ่งที่เขาคอยตามเรียวและยังทำทีเป็นบังเอิญเจอเธอ มันเกินกว่าความอดทนของเขาจะรับไหว ถ้าปล่อยทิ้งไว้ คงได้เจอมิลเลอร์ทำให้สติแตกมากกว่านี้แน่
และตอนนี้ เมื่อเขาถูกทำลายของสำคัญไป คงต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า...บางที สงครามอาจกำลังจะเริ่มขึ้นก็ได้
______________________________________
23.00 น.
"ทำไมยังไม่ออกมาอีกวะ" หญิงสาวปากบ่นพึมพำพลางใช้มือตบยุงไปตามหน้าขาและแขน
"ผมว่าสักพักคงออกมาแหละ"
"เห้อ...ทำไมระวังตัวเก่งจัง"
"ก็พี่เล่นตามเขียนข่าวเขาแทบตลอดเวลา"
"แต่มันก็ต้องหาช่องโหว่เจอบ้างสิวะ"
"ผมว่า...เปลี่ยนไปสนใจนางแบบคนนั้นดีกว่านะครับ" ชายหนุ่มพยักเพยิดไปทางหลังประตูร้านที่ถูกเปิดออก "มาโน้นแล้ว"
"ถ่ายๆๆๆ "
"พวกคุณสองคน...กำลังทำอะไรกันอยู่ครับ" เสียงชายปริศนาดังขึ้น ทำให้บรรยากาศรอบข้างนิ่งงันไปชั่วขณะ...
"คือ...คือพวกเรา..." เธอค่อยๆ หันไปมองชายคนนั้นช้าๆ
"พวกคุณเป็นปาปารัสซี่ใช่ไหมครับ"
"ไม่...ไม่ใช่...พวกเรา..พวกเรามาหา..." หนุ่มสาวส่ายหน้าไปมา ปฏิเสธทุกอย่างทั้งที่มือยังถือกล้อง
"นี่ครับ" จู่ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ยื่นแฟลชไดรฟ์ส่งมาให้หญิงสาวด้วยใบหน้าเรียบเฉย "คงพอให้บริษัทพวกคุณได้รับความนิยมในช่วงหนึ่ง"
"...อะไรเหรอครับ"
"พวกคุณไปเปิดดูก็จะรู้เองครับ"
"..."