‘กรี๊ดดดดดดดดดด’
นี่คือเสียงกรีดร้องในใจที่ดังที่สุดของฉันผู้ชายคนนั้นยีหัวฉันแล้วเดินจากไปอย่างนั้นเหรอ ไอ้เ้านายบ้าฉันคิดคำพูดที่จะด่าว่าเขาไม่ออก สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือจัดทรงผมของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วเดินตามเขาไป
ฉันเพิ่งสังเกตว่าร้านที่เขาพามาอยู่ติดกับทะเลหากข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้ามของร้านเราก็จะพบกับชายหาดฉันมองทะเลที่ส่องประกายระยิบระยับต้องกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเย็นช่างสวยงามยิ่งนัก ฉันไม่ได้มาทะเลนานมากแล้วความรู้สึกที่ลมทะเลกระทบถูกร่างกายตอนนี้แม้จะทำให้รู้สึกเหนียวตัวบ้างแต่ก็รู้สึกดีเหมือนกัน
“กีรติ!”เสียงคุณคีรีดังเรียกฉันอีกครั้ง
“จะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ฉันเผลอตอบเขาไปอย่างสนิทสนมคงเป็เพราะบรรยากาศแน่ๆ ที่ทำให้ฉันเผลอตอบเขาแบบนั้น
ผมรีบเดินจากมาเพราะเผลอตัวไปยีหัวเธอเข้าให้ ก็เธออยากทำตัวโก๊ะขนาดนั้นทำไมล่ะผมรู้สึกได้ว่าเธอกลัวการซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์มากเธอกอดเอวผมไว้แน่นทั้งๆที่เธอไม่ชอบผู้ชาย แต่เธอก็ยอมกอดเอวผมเพราะเธอกลัวผมก้าวตามทางเดินเข้ามายังร้านโดยไม่ได้คิดว่าเธอจะเดินตามทันหรือเปล่าแต่เมื่อคิดได้ว่าเธอเพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรกก็หันกลับไปมอง แต่ก็ไม่พบเธอผู้หญิงคนนั้นมัวทำอะไรอยู่นะ หมวกกันน็อกก็ถอดให้แล้วทำไมยังเดินตามมาไม่ทันหรือผมจะเดินเร็วไป ‘ขาสั้นแบบนั้นคงเดินตามไม่ทันแน่ๆ’ ผมย้อนกลับไปหาเธอก็เห็นว่าเธอกำลังยืนมองทะเลอยู่ แสงแดดยามเย็นกระทบกับร่างบางนั้น ช่างน่ามองเธอดูดีเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นอีกทั้งพื้นหลังยังเป็ท้องทะเลที่กำลังทอประกายแสงระยิบระยับสีทองผมเรียกเธอเพียงครั้งเดียว เธอก็หันกลับมามองผม ผมเห็นสายตาของเธอที่มองมาช่างอ่อนโยนเหลือเกิน คำตอบรับนั่นอีก ทำเอาใจผมเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“คุณคีรี สวัสดีครับ มาทานข้าวเหรอครับวันนี้”เสียงของชายคนหนึ่งดึงความสนใจของผมจากกีรติ เมื่อหันตามเสียงนั้นมาก็พบกับคุณนทีเ้าของร้านที่เรามาเลี้ยงต้อนรับกีรติในวันนี้
“สวัสดีครับคุณนทีพาพนักงานมาทานข้าวน่ะครับ” ผมตอบคุณนทีอย่างคนกันเองเพราะออฟฟิศเรามากินเลี้ยงที่ร้านนี้แทบจะทุกเทศกาล
“ต้อนรับพนักงานใช่หรือเปล่าครับเมื่อสักครู่นี้ผมเห็นลูกน้องคุณจัดป้ายกันอยู่ในห้อง”
“ใช่ครับ คนนี้เลขาผม ชื่อกีรติครับ ส่วนท่านนี้คือคุณนที เ้าของร้านนี้” กีรติเดินตามมาทันได้พบกับคุณนทีพอดีผมจึงแนะนำให้คนทั้งสองได้รู้จักกันถึงยังไงทั้งสองคนคงจะได้พบกันอีกเพราะร้านนี้ผมใช้รับรองลูกค้าเป็ประจำเพราะขึ้นชื่อเื่อาหารอร่อยสดใหม่และสะอาด
“ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณกีรติ”คุณนทียิ้มกว้างให้กีรติดูเขาจะชอบเธออยู่ไม่น้อย เป็ธรรมดาที่ผู้ชายจะชอบผู้หญิงหน้าตาดีแล้วเลขาของผมก็หน้าตาดีมากซะด้วย
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะคุณนที”ท่าทีที่กีรติแสดงออกกลับระมัดระวัง เธอก้าวมายืนใกล้ผมด้วยซ้ำทั้งที่เมื่อก่อนจะคอยรักษาระยะห่างจากผมอย่างมาก
“คุณกีรตินี่ดูเด็กมากเลยนะครับผมคิดว่าคนที่ทำงานเลขาจะดูมีอายุมากกว่านี้สักหน่อย” คุณนทียังคงชวนคุยในขณะที่กีรติแสดงสีหน้านิ่งสีหน้าแบบนี้ผมจำได้ดีเพราะเธอใช้กับผมเมื่อครั้งที่พบกันในงานเลี้ยงต้อนรับผมเมื่อหลายปีก่อน
“พนักงานคนอื่นคงจะรอกันแล้วพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” ผมทำตัวเป็เ้านายที่ดีด้วยการพาเลขาออกจากสถานการณ์ที่อึดอัดในครั้งนี้
“ครับ เชิญครับ”กีรติขยับตัวและเดินติดตามผมอย่างรวดเร็วผิดกับเมื่อครู่ที่มัวแต่เอ้อระเหยให้ความสนใจทัศนียภาพรอบกายจนเกือบโดนผมทิ้งไว้
“คุณไม่ชอบเขาเหรอ”ผมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเราเดินห่างออกมามากแล้ว
“เปล่าค่ะ แค่รู้สึกไม่ค่อยดี”
“ยังไง”
“เอ่อ คือสายตาที่เขามองฉันไม่เป็มิตรค่ะ”
“สายตาที่เขามองคุณไม่เป็มิตรอย่างนั้นเหรอ น่าสนใจนี่ คุณอ่านความคิดคนจากสายตาได้อย่างนั้นเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ คือ ฉันไม่ชอบเขาค่ะ”
“คุณไม่ชอบเขาก็บอกว่าเขาไม่เป็มิตร คุณนี่แปลกดีนะ”
“ก็คุณถามว่าฉันชอบเขาหรือเปล่าฉันก็ตอบคำถามคุณนี่ไงคะ”
“ใช่ ผมถามคุณเอง” ผมพูดตัดบทเพราะไม่อยากคุยกับเธออีกต่อไป
เราเดินผ่านโซนที่เป็ร้านอาหารแบบเปิดผ่านห้องรับรองขนาดใหญ่อีกสองห้องก็มาถึงห้องที่บริษัทเราจองไว้ผมอ่านตัวอักษรที่ทำจากกระดาษสีต่างๆที่ติดอยู่บนผนังหลังเวที มีข้อความว่า
‘ยินดีต้อนรับน้องของขวัญ’
‘เลขาคนแรกของคุณทิว’
คงจะเป็ฝีมือของพนักงานหญิงของเราที่เป็คนลงมือทำผมมองคนที่มาวันนี้ส่วนใหญ่เป็พนักงานออฟฟิศและหัวหน้างานผมให้พี่ชัยพากีรติไปแนะนำตัวให้ทุกฝ่ายรู้จักแล้วตอนนี้ทุกคนเลยดูเข้ากับเธอได้มาก กีรติเองก็ดูเป็กันเองกับทุกคนไม่ว่าจะเป็พนักงานระดับล่างมาจนถึงระดับหัวหน้างานเธอก็ให้เกียรติทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ผมรู้สึกพอใจกับนิสัยตรงนี้ของเธอมากแต่ก็ยังจะขอดูเธออีกสักหน่อยถึงข้อมูลต่างๆตลอดทั้งปีที่ผมได้มาเธอจะสมบูรณ์แบบมาก แต่ผมก็ยังไม่ชอบเธออยู่ดี
“คุณจะไปนั่งรวมกับพวกสาวๆตรงนั้นก็ได้นะผมอนุญาต”
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันนั่งตรงนี้ได้ค่ะ”
“ตามใจ”
“สวัสดีค่ะทุกท่าน วันนี้บริษัทของเรามีพนักงานย้ายมาใหม่ นั่นก็คือ น้องของขวัญเลขาคนสวยและยังเป็เลขาคนแรกของคุณทิวนั่นเอง เชิญน้องของขวัญทางด้านนี้เลยค่ะ”คุณหนึ่งทำหน้าที่พิธีกรเปิดงานเลี้ยงต้อนรับกีรติในวันนี้ เธอยิ้มกว้างและเดินออกไปหาคุณหนึ่งทันทีโดยไม่ต้องรอให้เรียกซ้ำ
“สวัสดีค่ะทุกท่านขวัญขอแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ กีรติ พงศ์พิชญา ชื่อเล่นของขวัญหรือทุกคนจะเรียกสั้นๆว่าขวัญก็ได้ต่อจากนี้ขวัญจะย้ายมาทำงานตำแหน่งเลขาให้คุณคีรีขอฝากเนื้อฝากตัวกับทุกๆท่านด้วยนะคะ” เธอแนะนำตัวอย่างคล่องแคล่วชัดเจนเหมือนเมื่อเช้าไม่มีผิดเรียกเสียงปรบมือได้จากพนักงานดังมากโดยเฉพาะพนักงานหนุ่มๆต่างผิวปากโห่ร้องอย่างยินดี
“หนุ่มๆค่ะ ใจเย็นก่อนค่ะน้องขวัญไม่โสดแล้วน๊า มีคนจับจองไปแล้ว ทุกคนหมดสิทธิ์ค่ะ”กีรติหันมองคุณหนึ่งพร้อมกับอ้าปากค้าง ผมเองก็ใเช่นกันไม่คิดว่าเธอจะเล่าเื่ความสัมพันธ์กับพี่สาวของผมให้คนอื่นรู้เสียงโห่ร้องด้วยความเสียดายดังอึกทึกไปทั้งห้องจัดเลี้ยงชายหนุ่มของที่นี่ดูจะผิดหวังเอามาเลย
“พี่ขอโทษจริงๆค่ะน้องขวัญที่เอาความลับนี้มาเปิดเผย” คุณหนึ่งบอกขอโทษแต่สีหน้าที่อมยิ้มอย่างเอ็นดูกีรติของเธอไม่ปิดบังเลยสักนิดเธอไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆ
“ไม่เป็ไรค่ะพี่หนึ่งขวัญกลับไปนั่งได้หรือยังคะ”กีรติที่ดูเหมือนจะทำท่าปฏิเสธในครั้งแรกกลับไม่ยอมพูดอธิบายอะไรนี่เธอจะให้ทุกคนเข้าใจแบบนี้จริงๆเหรอ
“ยังก่อนค่ะน้องขวัญ ตามธรรมเนียมคือคนมาใหม่ต้องร้องเพลงให้ทุกคนฟังอย่างน้อยหนึ่งเพลงค่ะ”
“สบายมากค่ะ ขวัญร้องเพลงได้ค่ะ”
“น้องขวัญจะร้องเพลงอะไรคะ”
“อืม เอาเป็เพลงจังหวะสนุกๆโยกเบาๆแล้วกันนะคะ” เธอไม่ได้พูดว่าจะร้องเพลงอะไรทำเพียงกระซิบบอกชื่อเพลงกับคุณหนึ่งเท่านั้นไม่นานทำนองเพลงไทยสากลที่กำลังดังอยู่ในตอนนี้ก็ดังขึ้น เสียงของเธอเพราะมากทำให้ทุกคนรวมถึงผมตั้งใจฟังเธอร้องเพลง ผมคิดว่ากีรติจะร้องแค่เพลงเดียวแต่ผิดคาด เธอร้องไปถึงห้าเพลง และเพลงสุดท้ายที่เธอร้องผมรู้สึกชอบมากนี่ผมรู้สึกว่าเพลงนี้เพราะเพราะผมชอบเพลงนี้หรือเพราะเสียงของคนร้องกันนะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ^^