บทที่ 4 ปัจจุบัน
“ไง ไอ้เหนือ ยังมีสภาพหมาหงอยเหมือนเดิมเลยนะ” ผมมองคนพูด มันคือไอ้วิน
“โอ้ ทำไมตาเขียวใส่ฉันขนาดนั้นล่ะ” มันยังกวนผมไม่เลิกโดยการพูดพร้อมยกยิ้มเ้าเล่ห์ให้
“มึงก็ไปกวนมันไอ้วิน นี่มันโดนน้องทิพย์ทิ้งมาหลายเดือนละ จวบจนเปิดเทอมสองแล้วมันยังตามง้อน้องทิพย์ไม่ได้สักที” รอบนี้เป็ไอ้ดินพูด
“จะพูดว่าตามง้อไม่ได้นะไอ้ดิน ในเมื่อหน้ามันน้องเขายังไม่อยากจะมอง แล้วมันจะเอาเวลาที่ไหนตามคุยตามง้อครับ” ไอ้วินพูด
“หึ สมน้ำหน้า” ผมมองหน้าพวกมันด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ต้องมาทำตาขวางใส่พวกกู มึงทำตัวเองทั้งนั้น เตือนไม่ฟัง” คนที่พูดประโยคนี้และประโยคก่อนหน้าไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือไอ้พายุ!
พวกมันพูดถูกครับ ตอนนี้ผมพยายามตามตื้อตามง้อน้ำทิพย์อยู่ แต่ทุกอย่างก็ไม่คืบหน้า เพราะผมติดต่อเธอไม่ได้เลย ไปหาที่คณะเธอก็ไม่เจอเพราะเพื่อนเธอกันเธอออกจากผมตลอด หรือถ้าผมเจอเธอ เธอก็จะเมินเฉยทุกครั้ง ทำราวกับผมเป็อากาศธาตุ ไม่มีค่าพอที่เธอจะเสวนาด้วย
บอกเลยว่าเจ็บ เจ็บโคตร ๆ
ผมพยายามที่จะเข้าไปปรับความเข้าใจกับเธอมาตลอด จนตอนนี้ ผ่านมาห้าเดือนแล้ว นับั้แ่วันที่เธอบอกเลิกผม นับั้แ่วันนั้นผมก็ไม่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้อีกเลย
ขอให้ไอ้พวกเพื่อนเวรช่วย พวกมันก็ได้แต่ส่ายหน้าให้ผมกันทั้งนั้น เพราะกลัวแฟนพวกมันจะโกรธ เป็ไงล่ะครับ รักผมกันเหลือเกิน! ช่างดีจริง ๆ
คนที่ผมเห็นว่าเข้าอกเข้าใจและอยู่ข้างผมมาตลอด คงจะเป็ใครไม่ได้เลยนอกจากน้องดา เธอคอยแนะนำให้คำปรึกษาผม หรืออยู่เงียบ ๆ ให้ผมได้ระบายหรือปรับทุกข์ด้วยตลอด ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาผมมีแค่เธอจริง ๆ
“พวกมึงก็เลิกอคติกับน้องดาได้แล้ว กูไม่ได้คิดอะไรกับน้องเขา”
“แล้วน้องเขาคิดอะไรกับมึงหรือเปล่าไอ้เหนือ” ผมมองไอ้ดินที่เป็คนตั้งคำถาม ก่อนจะตอบออกไปด้วยความเหนื่อยใจ
“เฮ้อ กูบอกแล้วไงวะ ว่ากูกับน้องเขาเป็แค่พี่น้องกันจริง ๆ พวกมึงก็พยายามยัดเยียดตำแหน่งอื่นให้กูเหลือเกิน”
“โอ๊ย ไอ้เหนือ มึงก็ผ่านผู้หญิงมาเยอะนะ เด็กนั่นคิดอะไรอยู่ทำไมมึงถึงดูไม่ออก”
“ก็เพราะมันไม่มีอะไรจริง ๆ ไงไอ้วินมึงจะให้กูคิดอะไรวะ”
“มึงนี่โง่จริง ๆ เลยไอ้เหนือ สมแล้วแหละที่น้องทิพย์เขาบอกว่ามึงเป็ควาย!”
“ไอ้ดิน!” ผมเรียกชื่อมันเสียงดัง เพราะคำพูดมันจี้ใจดำผมอย่างแรง เื่นี้ก็เป็อีกเื่ที่ทำให้ผมปวดหัว พวกมันทุกคนชอบเรียกผมว่าควายั้แ่ที่น้ำทิพย์บอกเลิกผมนั่นแหละ
“ไอ้เหนือ กูรู้ว่ามึงอยากมีน้องสาวมาตลอด และกูก็เข้าใจที่มึงเอ็นดูเด็กนั่น แต่มึงเลิกหลับตาข้าง ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นสักที มึงจะได้รู้ว่าเด็กที่มึงเอ็นดูนั่นแท้จริงแล้วมีนิสัยยังไง และเขาคิดอะไรกับมึง” ผมมองไอ้พายุที่วันนี้มันพูดยาวกว่าปกติ
“มึงลองคิดให้ดี ๆ ไอ้เหนือ ลองมองให้กว้าง ๆ ที่มึงกับน้ำทิพย์เป็แบบนี้เพราะใคร แน่นอนว่าเพราะมึงล่ะส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนที่เป็ตัวกระตุ้นทำให้เป็แบบนี้เพราะใครมึงคิดเอาเองเถอะ” ผมฟังที่ไอ้พายุพูดและคิดตาม แต่ก็ยังไม่อยากจะฟันธงอะไรมากนัก เพราะสำหรับผมแล้ว น้องดาคือเด็กน่ารัก ใส ๆ เท่านั้น
“เหนือถ้ามึงรักน้องทิพย์จริง มึงก็ต้องทำทุกอย่างให้มันชัดเจน และที่สำคัญถ้ามึงได้รับโอกาสจากเขาอีกครั้ง มึงต้องเชื่อใจเขาให้มากกว่านี้ มึงอย่าคิดว่าพวกกูไม่รู้นะว่ามึงคิดว่าน้องทิพย์เป็คนทำร้ายเด็กดารินนั่น”
“กู...”
“ช่างมันเถอะ กูไม่รู้ว่าตอนนั้นมึงคิดอะไรอยู่ แต่คนอย่างน้ำทิพย์อะ เคยทำใครก่อนด้วยเหรอ แล้วถ้าทำจริงสภาพเด็กนั่นจะยังคงเป็แบบที่มึงเห็นอยู่ไหม” ผมลองมองย้อนกลับไปในวันที่น้องดาผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าเปียกน้ำ พร้อมกับตาแดงก่ำมาหาผม ซึ่งเป็วันเดียวกับที่ผมขอห่างกับน้ำทิพย์
จริงอยู่ที่ผมไม่ได้ฟังเธออธิบายหรือพูดเลย วันนั้นผมเลือกที่จะเชื่อภาพที่เห็น และถ้าคิดตามคำพูดไอ้วินก็เป็จริงดังคำมันว่า ถ้าทิพย์จะมีเื่กับใครสักคน สภาพคนคนนั้นต้องไม่ใช่แค่นั้นแน่นอน และที่สำคัญเธอจะไม่ทำร้ายใครก่อน นี่คือเื่จริง
แต่กับที่ผมเห็นวันนั้นมันค่อนข้างย้อนแย้งกับคำที่ไอ้วินพูด ผมมองในมุมของคนที่โกรธจนขาดสติ คนเราถ้าไม่มีสติอาจทำในสิ่งที่ไม่เคยทำก็ได้ ยิ่ง่เวลานั้นเธอกับผมทะเลาะกันบ่อยขึ้น เธออาจจะโมโห และหึง สุดท้ายเลยอาจมาทำร้ายน้องดาก่อนก็เป็ได้
ผมยังคงเชื่อว่าน้องดายังเป็น้องสาวที่น่ารักของผม...
“ไอ้เหนือมึงไม่ต้องเชื่อพวกกูก็ได้นะ แค่คิดตามก็พอ แล้วก็คิดให้มาก ๆ เพราะถ้ามึงไม่สามารถตัดเด็กดารินนั่นได้ มึงไม่มีวันมีน้องทิพย์ในชีวิตอีกครั้งแน่นอน”
“ฝันไปเถอะ” ผมสวนกลับคำพูดของไอ้ดินทันที ที่มันบอกว่าผมจะไม่มีวันได้น้ำทิพย์คืนมา
“หึ มึงรักน้องทิพย์จริง ๆ สินะ”
“...”
“รักแล้วมึงทำให้เขาเสียใจทำไม ให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าเขาทำไม ปล่อยมือเขาทำไม ไอ้เหนือนะไอ้เหนือ กูว่ามึงพลาดแล้วล่ะ”
“ยังไง” ผมถามไอ้ดินที่ยังคงพูดอะไรกำกวมในประโยคสุดท้าย แต่มันก็ไม่ยอมพูดอะไร ผมจึงเป็ฝ่ายพูดออกมาเอง
“มึงคิดว่ากูอยากปล่อยมือเขาเหรอ เป็เขาที่บอกเลิกกู เป็เขาที่หันหลังให้กู ทุกวันนี้กูก็พยายามตามง้อขอคืนดีอยู่พวกมึงก็เห็น” ผมพูดออกมาอย่างอัดอั้น
ผมยอมรับว่าผมผิดที่ละเลยเธอ ่นั้นเป็่ที่น้องดากลับเข้ามาในชีวิตผมใหม่ ๆ ด้วยความที่ผมไปอยู่คอนโดไม่ได้อยู่บ้าน บวกกับการที่ผมเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ทำให้น้องดาติดต่อผมไม่ได้
แต่เมื่องานวันเกิดแม่ผมปีนั้น ผมกลับไปหาท่านที่บ้าน จึงทำให้เจอน้องดาอยู่ที่นั่นด้วย น้องดาจึงขอแลกเปลี่ยนเบอร์กับผม ผมเห็นว่าเป็น้องจึงให้ไปด้วยความที่ไม่คิดอะไร หลังจากวันนั้นเราสองคนก็ติดต่อกันบ่อยขึ้น และก็ทำให้ผมต้องทะเลาะกับน้ำทิพย์อย่างที่ทุกคนทราบนั่นแหละ
“กูถึงบอกไงว่ามึงพลาด” ไอ้ดินยังคงพูดประโยคเดิม
“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ กูคงไม่ให้มันเป็แบบนี้หรอก” ผมพูดเศร้า ๆ กับตัวเอง เพื่อน ๆ ผมก็ไม่ได้พูดอะไรอีก พวกมันนั่งเงียบ ๆ เท่านั้น
“แล้วมึงจะทำยังไงต่อไป” ไอ้วินเป็คนพูด ซึ่งเพื่อนอีกสองคนที่เหลือก็มองผมด้วยสายตาตั้งคำถามไม่แพ้กัน
“ถามได้ กูก็จะไปทวงของของกูคืนสิ” ผมตอบพวกมันด้วยความไม่พอใจ ช่งกล้าตั้งคำถามกับผมจริง ๆ ถามไม่คิด!
“มึงมั่นใจว่าจะทวงคืนมาได้” ผมพยักหน้าให้ไอ้วิน
“แต่น้องทิพย์บอกเลิกมึงนะ”
“แล้วไง ของของกูยังไงก็เป็ของกูอยู่วันยังค่ำ แล้วที่สำคัญน้องมันบอกเลิกกูแต่ไม่ได้หมายความว่ากูจะเลิกด้วยสักหน่อยนี่” ผมตอบไอ้ดินไปตามที่คิด
“หน้าด้านจริง ๆ” ผมตวัดสายตาไปมองไอ้พายุ แล้วสะบัดหน้าหนีมัน เหอะ ผมควรน้อยใจไหม เพื่อนแต่ละคนช่างให้กำลังใจผมกันเหลือเกิน
“หวังว่าจะทันนะไอ้เหนือ” ผมขมวดคิ้วมองไอ้ดินด้วยความไม่เข้าใจกับคำพูดของมัน
“พวกมึงหมายความว่ายังไง มีอะไรก็บอกกูมาตรง ๆ ไม่ใช่พูดให้กูไม่เข้าใจแบบนี้” ผมถามพวกมันด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เพราะพวกมันพูดกำกวมกับผมมาสองครั้งแล้ว เหมือนพวกมันรู้อะไรแต่พวกมันไม่บอกผม
“เอาไว้มึงจะรู้เอง พวกกูไม่พูดหรอก แล้วก็นะหวังว่ามึงจะมีสติ กูกลับละ ฝันดีนะมึงไอ้เหนือ” ไอ้วินพูดจบพวกมันก็ออกจากห้องผมไป
เข้าใจถูกแล้ว พวกเราทั้งหมดเข้ามาพูดคุยกันที่คอนโดของผม เมื่อพวกมันได้คำตอบที่มันอยากรู้แล้วก็แยกย้ายกลับไปหาคนที่พวกมันรัก เหอะ อิจฉาจริง!
ตอนนี้ภายในห้องจึงเหลือผมอยู่คนเดียว...
เมื่อไม่รู้จะทำอะไร จึงตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำก่อนจะกลับออกมานอนที่เตียงกว้างของผม มองไปที่ด้านข้างของเตียง ที่เคยมีร่างของใครบางคนนอนอยู่ตรงนี้ก็ยิ่งคิดถึงคืนวันเก่า ๆ วันที่เรายังคบกันอยู่
แต่ไม่เป็ไรหรอก เพราะไม่ว่าอย่างไรผมก็จะทวงเธอกลับมาอยู่ข้างกายให้ได้ ต่อให้เธอจะบอกเลิกอีกกี่พันครั้งก็ตาม
ก็อย่างที่ผมเคยพูดกับเพื่อนไป เธอบอกเลิกผมใช่ว่าผมจะเลิกกับเธอสักหน่อย เป็เธอที่คิดเองเออเอง
ตอนนี้ก็ให้เวลาเธอได้อิสระกับชีวิตบ้าง เพราะถ้าผมได้เธอคืนกลับมาเมื่อไหร่ วันนั้นผมจะขังเธอไว้ติดกับตัวเองแน่ ผมรับรอง!
คิดได้ดังนั้นจึงหลับไปด้วยความสบายใจ...
เช้าวันใหม่
ผมตื่นขึ้นมาด้วยความสบายใจและสดชื่นเป็อย่างมาก เพราะผมมั่นใจว่าวันนี้ผมต้องเจอกับน้ำทิพย์อย่างแน่นอน
ผมอาบน้ำกินข้าวก่อนออกจากคอนโดและขับรถตรงไปที่มหาวิทยาลัยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ผมไม่ได้บ้า เพียงแต่ว่ามันมีความสุขที่กำลังจะได้เจอคนที่ผมรักและคิดถึงเท่านั้นเอง
ถามว่าทำไมผมถึงมั่นใจว่าวันนี้จะเจอเธอ เพราะวันนี้เธอลงเรียนวิชาเลือกไว้ และผมก็เลือกลงด้วยเช่นกัน แม้ว่าผมจะอยู่ปี 4 ที่ต้องออกฝึกงาน แต่อย่าลืมนะว่าปี 4 ก็ยังคงมีคาบวิชาที่ต้องเข้าเรียนเช่นกัน
คาบวิชาเรียนที่ว่า เป็การเรียนรวมไม่จำกัดระดับชั้น เป็วิชาเสรี และผมรู้มาว่าในเทอมสองนี้ น้ำทิพย์และเพื่อนได้ลงเรียนวิชานี้ด้วย ซึ่งผมก็ตัดสินใจลงตาม อ้อ ไม่ใช่แค่ผมหรอกนะที่ลงวิชานี้ เพื่อนอีกสามตัวของผมก็เช่นกัน ถึงบางคนคะแนนเกรดจะครบแล้วบ้าง แต่ก็ยังเลือกลงเรียนอยู่ดี เพราะอะไร? คำตอบคือตามมาเฝ้าแฟน!
เมื่อถึงมหาวิทยาลัยแล้ว ผมจึงได้เดินไปที่ห้องเรียนดังกล่าว ภายในห้องยังเรียน มีนักศึกษาอยู่สามสี่คน เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาสอนคนยังไม่มาจึงไม่ใช่เื่แปลก
ผมเลือกไปนั่งอยู่ด้านหลังห้อง มุมลับสายตาสักหน่อย แต่จับจ้องไปทางเข้าประตูได้ง่าย เพื่อที่จะได้สะดวกต่อการมองหาคนที่ผมแสนคิดถึง
เวลาล่วงเลยเกือบจะถึงเวลาสอน ในที่สุดคนที่ผมเฝ้ารอก็มาถึง เธอเดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อนผมและเพื่อนเธอ แน่นอนว่าเธอไม่เห็นผม หรือเห็นแต่ไม่สนใจผมก็ไม่สามารถทราบได้
กลุ่มของพวกเธอทั้งหมดไปนั่ง่กลางห้อง ผมเห็นข้าง ๆ เธอมีโต๊ะว่างอยู่ จึงได้ทำเนียนเดินเข้าไปนั่งและรวมกลุ่มด้วย
แต่ถึงแม้ว่าผมจะมานั่งอยู่ข้าง ๆ เธอแล้ว เธอก็ยังคงไม่สนใจผมอยู่ดี ซึ่งมันทำให้ผมรู้สึกเสียใจนิดหน่อย ย้ำว่านิดหน่อย แค่รู้สึกน้อยใจเล็ก ๆ เท่านั้น
เวลาดำเนินไปเรื่อย ๆ จนอาจารย์ผู้สอนเข้ามาและสอนจนหมดคาบ ผมก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากเธอ!
หมับ!
และเมื่อเห็นว่าเธอลุกจากโต๊ะและกำลังจะเดินออกไป หลังจากที่อาจารย์สอนจบแล้ว ผมจึงได้คว้าหมับที่ข้อมือของเธอ เธอหันมามองผมด้วยสายตาว่างเปล่าเรียบเฉย ใจผมกระตุกวูบ แต่ก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ
จนกระทั่งสายตาเห็นบางอย่างสวมอยู่ที่นิ้วของเธอ นิ้วนางข้างซ้าย!
คำพูดที่กำลังจะเอ่ยออกไป กลับถูกกลืนลงลำคออย่างรวดเร็ว มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอสวมแหวนนิ้วนางข้างซ้าย นี่ผมพลาดอะไรไป...