เสี่ยวหลี่ชื่อกำเงินในมือตรงไปบ้านของท่านอาจารย์ซวี เธอไม่ได้โง่นะ ใครจะไปรู้ว่าหาหมอต้องใช้เงินเท่าไหร่ ไม่มีทางเอาเงินให้หนิงเยี่ยนพาสวีชื่อไปหาหมอหรอก
ท่านอาจารย์ซวีเป็คนนิสัยใจคอดี คุยกันง่าย ถ้าหากโชคดีท่านไม่เอาเงินค่ารักษาล่ะ? คิดภาพฝันอันสวยงามในหัวแล้วจึงเคาะประตูบ้านอาจารย์ซวี
.......
.......
“5 ตำลึง....พวกท่านจะปล้นกันหรือไง?”
สวีชื่อแทบเป็ลมเมื่อเด็กชายบอกค่ารักษาออกมา ทำไมถึงแพงขนาดนั้นกัน
5 ตำลึงนี่พอซื้อสาวใช้ได้ 1 คนเลยนะ ไม่ใช่ทุกคนก็ว่าท่านอาจารย์ซวีเป็คนซื่อ ๆ งั้นเหรอ มาตรวจโรค มาซื้อยาก็รับเงินเพียงนิดเดียว แต่ทำไมพอเธอมาถึงแพงขนาดนี้ล่ะ!?
“จะตรวจไหมล่ะ ไม่ตรวจก็รีบไป อย่าให้พูดอีก ป่วยแต่ไม่มีเงินก็ไม่ต้องมา”
เด็กชายขมวดคิ้ว มองเสี่ยวหลี่ชื่อด้วยท่าทางรังเกียจ เมื่อกี้เขาอยู่กับท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้นเื่ที่เกิดขึ้นที่บ้านหนิงเยี่ยนเขารู้หมดแล้วล่ะ เขาจึงมีวิธีจัดการคนที่น่ารังเกียจแบบนี้ด้วยตนเอง
พอถูกเด็กที่ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมิ่เอา เสี่ยวหลี่ชื่อก็โกรธจนหายใจไม่เป็จังหวะ แต่จะให้ทำอย่างไร? ยังไงก็จำเป็ต้องจ่าย ถ้าไม่จ่ายค่าหมอให้ท่านอาจารย์ซวีแล้วสวีชื่อเกิดเป็อะไรที่เหนือความคาดหมายขึ้นมาอีก เธอจะได้โดนยายแก่ฆ่าเอา
เสี่ยวหลี่ชื่อควักเอาถุงเงินออกมา ควานเอาเงินแล้วยื่นใส่มือให้เด็กชายอย่างไม่เต็มใจ
“พวกท่านรับเงินไปแล้ว ถ้าสวีชื่อไม่ดีขึ้น พวกท่านนั่นล่ะคือฆาตกร”
“…..”
เด็กชายหมดคำจะพูด หญิงปากร้ายในหมู่บ้านเยอะขนาดนี้ ท่านอาจารย์ยังอยู่มาได้ตั้งหลายปี น่านับถือจริง ๆ แล้วก็สวีชื่อไม่มีทางเป็อะไรไปหรอก! ท่านอาจารย์ไปตรวจมาแล้ว แล้วที่ต้องเก็บเงินเสี่ยวหลี่ชื่อ 5 ตำลึงก็เพราะผู้หญิงใจร้ายคนนั้นต่างหาก ก็มันหมดหนทางแล้วนี่ ถ้าอยากได้ยาห้ามเืก็ต้องไปเจรจาเอามาจากผู้หญิงคนนั้น เพราะยาที่ผู้หญิงใจร้ายคนนั้นมีมันดีกว่ายาที่ท่านอาจารย์ซวีทำขึ้น
เด็กชายรับเงินแล้วทำท่าทางถือกล่องยาเดินออกไป
เสี่ยวหลี่ชื่อเดินตามหลังท่านอาจารย์ซวี หน้าของเธอเขียวเหมือนคนขาดอากาศหายใจ
เงิน 5 ตำลึง เงิน 5 ตำลึง! หมดแล้ว ไม่มีแล้ว! มันปวดใจจริง! เงินพวกนี้เธอเก็บอยู่หลายปี ยิ่งคิดยิ่งปวดใจ!
พอเดินไปถึงบ้านฟาง ได้ยินท่านอาจารย์ซวีพูดว่าสวีชื่อต้องได้รับการบำรุงดี ๆ เสี่ยวหลี่ชื่อก็เผ่นแน่บ เดี๋ยวอินังหนิงเยี่ยนให้ออกเงินซื้อเนื้อซื้อไข่มาบำรุงร่างกายให้สวีชื่ออีกเธอจะทำยังไง
พอเสี่ยวหลี่ชื่อหนีไป หนิงเยี่ยนก็อธิบายรูปร่างและสรรพคุณของโสมซานซีให้อาจารย์ซวีฟัง ท่านอาจารย์พอได้ฟังคำอธิบายโดยละเอียดก็พาเด็กชายขึ้นเขาไปด้วย แต่ยังไม่ทันออกจากประตูรั้วก็ถูกหนิงเยี่ยนขวางไว้
“มีอะไรอีกล่ะ?”
หนิงเยี่ยนชำเลืองดูท่านอาจารย์ที่บุคลิกเหมือนเทพเซียนตรงหน้าแล้วจึงพูดขึ้นมา
“ท่านอาจารย์ไม่รู้สึกว่าบ้านของข้ามันโล่ง ๆ เหรอ? เหมือนขาดพวกพืช พวกดอกไม้ไป”
“…….”
ท่านอาจารย์ซวีอยู่มากี่ปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นหนิงเยี่ยนเป็แบบนี้
ขาดพืช ขาดดอกไม้งั้นเหรอ อ้างทั้งนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหนิงเยี่ยนไม่มีความนัยใด ๆ มาพูดกับตาเฒ่าแบบเขาเช่นนี้ สงสัยว่าหวังจะอยากได้อะไรสักอย่างในบ้านเขาเป็แน่
“ท่านอาจารย์ซวี ถ้าบ้านหลังนี้ของข้าสร้างเสร็จแล้ว ท่านก็น่าจะต้องส่งของอะไรให้ข้าบ้างนะ”
ชัดเสียยิ่งกว่าชัด หวังอยากได้ดอกไม้ในบ้านเขาจริง ๆ ด้วย พอเหลือบมองไปยังหญิงสาวที่เกาะชายเสื้ออยู่ ท่านอาจารย์ซวีก็จนปัญญา
“แค่สองกระถาง”
หนิงเยี่ยนชูสามนิ้วสาบาน
“เออให้..ให้ก็ให้!”
ท่านอาจารย์ซวีรับปากโดยไม่ดูหนิงเยี่ยนที่ชูนิ้วสาบาน แล้วรีบขึ้นเขาไปหาโสมซานซี ยังไงก็แค่ดอกไม้สองกระถาง ไม่ใช่สมุนไพรด้วย ให้ ๆ ไปเถอะ
พอท่านอาจารย์ขึ้นเขาไปแล้ว หนิงเยี่ยนก็กลับเข้าบ้าน ในบ้านฟางของเธอมีเตียงอยู่เตียงเดียว ตอนนี้สวีชื่อนอนอยู่ แล้วค่ำนี้เธอจะทำยังไงล่ะ?
ยิ่งมองสวีชื่อยิ่งรู้สึกว่าเกะกะสายตา ถ้าตอนนี้ไม่ได้กำลังอ่อนแรงเช่นนี้ หนิงเยี่ยนจะต้องจับเธอโยนออกไปจากบ้านเป็แน่
หนิงเยี่ยนยกยาสีดำปี๋ที่ต้มเสร็จจากห้องครัวเข้าไปในห้อง เธอพยายามใช้ช้อนป้อนให้สวีชื่อแต่ไม่สำเร็จ
หนิงเยี่ยนกรอกตาแล้วนำมีดพร้าฟันเอาต้นหลิวมา 1 ท่อน ใช้ขวานสับลงไปอยู่ 2-3 ที แล้วจึงเอามีดสามเหลี่ยมเจาะคว้านลงไป สุดท้ายก็ได้ออกมาเป็กรวยไม้แบบง่าย ๆ
หนิงเยี่ยนเอากรวยดันลงคอของสวีชื่อ เธอประคองถ้วยใส่ยามา จากนั้นจึงกรอกยาสีดำปี๋ลงไปในกรวย
หลังจากจัดแจงเื่กินยาของสวีชื่อเสร็จ หนิงเยี่ยนก็หันไปเจอเ้าหนูน้อยกำลังเกาะขอบประตูอยู่ เ้าหนูน้อยเม้มปาก จ้องมาที่กรวยยาในมือของแม่ แล้วกระพริบตาปริบ ๆ
“อยากกินยาเหรอจ๊ะ?”
“ไม่! ไม่!”
เ้าหนูน้อยรีบส่ายหัวปฏิเสธ พอมองวิธีที่แม่ป้อนยาแล้ว ั์ตาของเ้าหนูน้อยก็ฉายแววขัดขืน วิธีป้อนยาของแม่นี่มันดูเ็ปมากเลย! มีหลอดยาว ๆ ปักไว้ที่ปาก สอดลงไปที่คอ.......
“ไม่อยากกินก็ตั้งใจออกกำลังกาย”
หนิงเยี่ยนว่าจบแล้ว จึงเข้าไปในครัวเพื่อช่วยป้าหวงจัดการงานที่กำลังยุ่งในครัว
หวงชื่อเหลือบมองหนิงเยี่ยนแล้วถอนหายใจอยู่เป็ระยะ พอคิดถึงตอนที่หนิงเยี่ยนยกเธอจนลอยขึ้นด้วยมือข้างเดียว ใจก็สั่นขึ้นมาเพราะความหวาดกลัว
เธอเองก็รู้เพียงแค่ว่าหนิงเยี่ยนแรงเยอะ แต่ไม่รู้ว่ามันเยอะแบบมหาศาลเช่นนี้
ถ้าเกิดว่าเธอให้หนิงเยี่ยนไปใช้ชีวิตกับจางเถี่ยจู้ แล้วสองผัวเมียทะเลาะกันขึ้นมา คิดไม่ออกเลยว่าจางเถี่ยจู้จะเสียเปรียบขนาดไหน พอมาคิดดูดี ๆ แล้วก็ลืมมันเสียเถอะ ความคิดนี้
หนิงเยี่ยนห่อเกี๊ยวเร็วขึ้น จนห่อไปห่อมาเริ่มห่อแบบลวก ๆ ความคิดที่อยู่ในใจของป้าหวงนั้น หนิงเยี่ยนไม่รู้เลยสักนิด
เมื่อทั้งสองห่อเกี๊ยวเสร็จ ก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี
คนงานทั้งหมดหยุดทำงาน พวกเขามองเกี๊ยวในชามก็รู้สึกมีความสุขมาก กินข้าวที่บ้านแม่นางหนิงเยี่ยนกินเท่าไหร่ก็ได้ เพียงแต่ฮว่าจ่วนนั้นมีจำกัด ได้คนละสองลูกเท่านั้น จึงมีบางคนเอาหมั่นโถวที่พกมาเองมาจิ้มกินกับไส้เกี๊ยว แต่ถึงอย่างงั้นก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนฮว่าจ่วนนั้นเก็บซ่อนไว้ในเสื้อ รอตอนเย็นเอากลับไปให้ลูกเมียที่บ้านกิน
พอฟ้ามืด เหล่าผู้ชายที่มาทำงานต่างแยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน
แมลงในสนามส่งเสียงร้องเข้าโสตประสาท เ้าหนูน้อยเหลือบมองสวีชื่อที่หลับอยู่บนเตียง เขาถอนหายใจออกมา ไม่มีที่นอนแล้วอะ!
“ไปนอนบนเสื่อไป”
หนิงเยี่ยนหมายถึงเสื่อที่เธอเพิ่งทอออกมาเมื่อตอนบ่าย ทันเวลาพอดี เพียงแต่เ้าเสื่อผืนน้อยนี้มันหยาบไปหน่อย นอนลงไปแล้วไม่ค่อยสบายเท่าไหร่
เ้าหนูน้อยเดินออกไปแบบน่ารักน่าชัง เสื่อผืนเล็กขนาดนี้ มันพอให้เด็กตัวเล็ก ๆ นอนได้คนเดียว เ้าหนูนอนลงไปแล้วถามขึ้นว่า
“ท่านนอนที่ไหนเหรอ?”
ถามจบก็กวาดสายตามองไปที่สวีชื่อ หนิงโหย่วหยูน่ะ! ไม่ชอบยายเลยแม้แต่น้อย! ยายน่ะเคยเอาเขาไปขาย แต่เขาผอมเกินไป ดูแล้วน่าจะตายเร็วเลยขายไม่ออก หลังจากนั้นก็มาฉกฉวยเอาของที่บ้านเขาไปได้ทุกวัน ปลาที่เขาจับมาจากแม่น้ำ หญ้าเลี้ยงหมูที่ตัดมาจากบนเขาก็โดนฉกไปหมด
“นอนเถอะ ไม่นอนเดี๋ยวก็ไม่สูงหรอก”
หนิงเยี่ยนเตือน พออ้างถึงเื่ความสูง เ้าหนูน้อยก็กลัวขึ้นมา เขาจึงรีบนอนจะได้ตัวสูง ๆ
หนิงเยี่ยนปิดประตู ปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้าน แล้วเอนตัวลงบนหลังคาหญ้าฟางพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงย่องกลับเข้าห้อง
หนิงเยี่ยนเอื้อมมือไปอังบนหน้าผากของสวีชื่อ
ไข้ลดลงแล้ว... ยาที่โปะบนหน้าผากก็มาจากผงของโสมซานซีที่เหลืออยู่จากครั้งที่แล้ว แต่ยาออกฤทธิ์แล้วไม่เป็ไรแล้วล่ะ
แต่ทำไมยังไม่รู้สึกตัวอีกนะ...
หนิงเยี่ยนยืนข้างเตียงฟังเสียงลมหายใจที่สงบและต่อเนื่องของสวีชื่อ แต่อยู่ดี ๆ ลมหายใจกลับติดขัดไม่เป็จังหวะขึ้นมา หนิงเยี่ยนกระตุกมุมปาก .... ที่แท้ก็รู้สึกตัวแล้วนี่เอง
“.....”
ในเมื่อรู้สึกตัวแล้ว งั้นคงไม่มีปัญหาแล้วล่ะ หนิงเยี่ยนจึงออกมาจากห้องนอน กลับขึ้นไปบนหลังคาแล้วหลับอย่างสบายใจ
อย่างไรก็ตามหนิงเยี่ยนก็บรรลุเป้าหมายแล้ว
สวีชื่อยังไม่ตาย ไม่ว่าเธอจะหลับจริงหรือแกล้งหลับก็ช่างมันเถอะ
.................