ซุนิฉวนไม่ได้คิดว่าตนเองเก่งกาจกว่าพวกโจรูเาเ่าั้ หรือมีความสามารถด้านการรบมากกว่าจางฉิงที่เป็หัวหน้ากองกำลังของเหมืองเกลือ ในความเข้าใจของซุนิฉวนจากคำบอกเล่าของจางฉิง โจรูเาร้อยกว่าคนนั้นส่วนมากเป็เพียงชาวบ้านธรรมดา ที่หนีความอดอยากหรือการกดขี่ของทางการเข้าร่วมกับค่ายโจร ที่แล้วมาเอาแต่ปล้นชิงคนเดินทางหรือหมู่บ้านห่างไกลที่มีแต่คนไม่มีทางสู้ ไม่แน่ว่าเคยรบกับกองกำลังที่แท้จริงมาก่อน
หากเหมืองเกลือมีการเตรียมตัวล่วงหน้า สามารถสร้างกับดัก ตระเตรียมธนูเพื่อโจมตีระยะไกล กองกำลังของเหมืองเกลือห้าสิบคนได้รับการฝึกปรือให้ใช้อาวุธ ถึงแม้ว่าอาวุธตอนนี้ส่วนใหญ่ยังเป็แค่หอกไม้ไผ่ก็ตาม แต่เปรียบเทียบกับโจรูเาที่เป็แหล่งรวมผู้คนอันสับสน กองกำลังของเหมืองเกลือสมควรได้เปรียบด้านการต่อสู้
ซุนิฉวนยังคิดถึงความเป็ไปได้อีกอย่าง กองกำลังรักษาเมืองของถานโจว หากซุนิฉวนสามารถโน้มน้าวนายอำเภอถานโจวเพื่อขอยืมกองกำลังมาได้ โจรูเาเหล่านี้ไหนเลยเป็คู่มือกองกำลังสองฝ่ายได้ แต่ต่อให้เมืองถานโจวไม่ให้หยิบยืมกำลังทหาร ซุนิฉวนยังคิดว่ากำลังป้องกันตนเองของเหมืองเกลือน่าจะรับมือโจรเหล่านี้ได้
จางฉิงกับพวกหันมองซุนิฉวนอย่างพร้อมเพรียง ซุนิเย่ที่นั่งอยู่ด้านข้างเป็ผู้เอ่ยปากถาม
“พี่ใหญ่ ความหมายของท่านคือ”
ซุนิฉวนมองดูสายตาของทุกคนที่แฝงไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“แทนที่พวกเราจะตั้งรับเพียงอย่างเดียว มิสู้ล่อพวกโจรูเามาที่เหมืองเกลือเพื่อจัดการ จางฉิง”
“ขอรับนายน้อย”
“เ้ากลับไปที่หมู่บ้านนั้นอีกครั้ง ทำทีว่าเหมืองเกลือ้าคนงานเพื่อก่อสร้างกำแพง ข้าเชื่อว่าหมู่บ้านที่ว่ากับค่ายโจรคงส่งข่าวให้แก่กัน เราจะวางแผนปล่อยข่าวลวงออกไปล่อโจรพวกนั้นเข้ามา”
จางฉิงรับคำด้วยความมั่นใจ “นายน้อยวางใจได้”
“ท่านอาหวง ท่านเซี่ย” ซุนิฉวนเรียกหาผู้ที่สามารถเจรจากับนายอำเภอ ในเหมืองเกลือเวลานี้นับเซี่ยเจียเหยียนมีความรู้ตามตำราเคยอยู่ในเมืองใหญ่สมควรมีการคบหากับขุนนางรู้จักการเจรจาอยู่บ้าง ส่วนหวงเหวินเป็คนที่ซุนิฉวนไว้ใจมากที่สุด
“ท่านสองคนเดินทางไปที่เมืองถานโจว เจรจากับนายอำเภอสวีเื่ขอยืมกำลังทหาร ส่วนเงื่อนเวลาพวกเราจะหารืออีกครั้ง”
“ขอรับนายน้อย”
“หานฉีหรง เ้ากับิเย่จัดคนออกไปภายนอกรับซื้อเสบียงอาหาร ตระเวนไปตามหมู่บ้านที่อยู่รอบเหมืองเกลือ หากพวกโจรรู้ว่าเหมืองเกลือเรามีเสบียงเก็บเอาไว้มาก คงไม่อาจอดใจไว้ได้นาน”
“ขอรับนายน้อย”
“ขอรับพี่ใหญ่”
ดูเหมือนซุนิฉวนจะมอบหมายหน้าที่ให้กับทุกคน ซุนิเจี๋ยที่รับฟังอยู่ด้วยไม่เห็นพี่ใหญ่มอบหมายสิ่งใดให้ตนได้ทำบ้างจึงส่งเสียงประท้วง
“พี่ใหญ่แล้วข้า ข้าก็อยากจะช่วยกำจัดโจรเหมือนกัน”
ซุนิฉวนหันมองน้องชายอย่างเอ็นดู กล่าวกับซุนิเจี๋ยด้วยน้ำเสียงเอาใจ
“พี่ใหญ่ย่อมมีงานให้เ้าทำ เ้าอยู่ช่วยข้ากับหัวหน้าเจียงออกแบบกับดักจับโจรดีหรือไม่”
“ดี ดี” ซุนิเจี๋ยปรบมือด้วยความดีใจ
วันรุ่งขึ้นผู้ที่เข้าร่วมปรึกษาเื่ค่ายโจรต่างออกเดินทางไปตามที่ได้รับมอบหมาย ตอนนี้ทุกคนในเหมืองเกลือต่างเชื่อมั่นในความคิดของซุนิฉวน อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง กำจัดโจรร้อยกว่าคนจะเป็อย่างไรได้ นายน้อยซุนเก่งกาจทั้งยังวางแผนรับมือรอบคอบเยี่ยงนี้ ต่อให้โจรมีมากกว่าร้อยก็ไม่พอมือของนายน้อยซุนอย่างแน่นอน
จางฉิงขี่ม้าพร้อมกับผู้ติดตามอีกหนึ่งคนกลับไปที่หมู่บ้านที่เป็สายให้โจรูเา เพื่อทำทีรับสมัครคนงานเพื่อก่อสร้างกำแพงเหมือง หวงเหวินกับเซี่ยเจียเหยียนนั่งรถเทียมวัวไปที่เมืองถานโจวเพื่อเจรจากับนายอำเภอ ส่วนหานฉีหรงกับซุนิเย่พร้อมผู้คุ้มกันอีกห้าคนหารถเทียมวัวอีกคันออกหาซื้อเสบียงตามหมู่บ้านที่อยู่รอบข้างเหมืองเกลือสกุลซุน
ซุนิฉวนเคยเห็นกับดักม้าที่ทำจากไม้ เป็รูปร่างคล้ายโครงไม้มีด้านแหลมสามด้านยื่นออกมา หากฝังไว้ในหลุมดินเมื่อม้าวิ่งตกลงไปจะทำให้ม้าได้รับาเ็ ส่วนคนที่อยู่บนหลังม้าหากไม่ตายก็คงกระดูกหักจัดการได้ไม่ยาก
ซุนิฉวนวาดแบบกับดักให้เจียงผิงเอาไปเตรียมการ การจัดสร้างนี้ต้องทำเป็ความลับ หากคนงานในเหมืองล่วงรู้เื่ที่เหมืองเกลือจะวางแผนล่อโจรูเาเข้ามา คนหลายร้อยคนในเหมืองเกลือคงปั่นป่วนวุ่นวาย แผนการนี้คงหลุดออกไปภายนอกในไม่กี่วัน
“หัวหน้าเจียง ท่านจัดทำตามแบบที่ข้าวาดขึ้นมาดูก่อน ิเจี๋ยเ้าช่วยหัวหน้าเจียงทดสอบกับดักนี้ดูหากต้องแก้ไข ให้เอาแบบร่างมาให้ข้าดูก่อน”
“ขอรับนายน้อย”
“ขอรับพี่ใหญ่”
หลู่กังเป็แค่ทหารหนีทัพมาจากเมืองปี้โจว เมื่อห้าปีก่อนหน้านี้หวังเจี้ยนเ้าเมืองปี้โจวก่อตั้งกองกำลังส่วนตัว เริ่มซ่องสุมอำนาจสู้รบกับกองกำลังของราชสำนัก หลู่กังรักตัวกลัวตายพอได้โอกาสก็ชักชวนพวกพ้องที่คิดเห็นเหมือนกันลอบหลบหนีออกจากปี้โจวข้ามเทือกเขาที่กั้นระหว่างเสฉวนกับเหลียงกวางจนมาถึงแถบชายเมืองถานโจว
อาศัยกำลังที่หลบหนีมาเพียงสามสิบกว่าคน ใช้เวลาไม่กี่ปีปล้นฆ่าขบวนสินค้าหมู่บ้านเล็กที่อยู่ชายขอบของเมืองถานโจวจนมีกองกำลังเข้าร่วมร้อยกว่าคน
ที่ผ่านมาหลู่กังไม่กล้าเข้าปล้นขบวนสินค้าที่อยู่ภายใต้การคุ้มกันของค่ายพรรคในยุทธภพ รวมถึงพื้นที่ค้าขายของสกุลใหญ่ แต่หลังจากผ่านการปล้นฆ่ามาหลายสิบครั้งความกล้าของค่ายโจรของหลู่กังก็เริ่มเพิ่มขึ้นมาจนเริ่มลงมือกับขบวนเดินทางที่มีผู้คุ้มกัน
พี่น้องในค่ายโจรมีร้อยกว่าคน เสบียงกรังที่จำเป็ต้องใช้ในค่ายโจรก็มากขึ้นตามไปด้วย ทรัพย์สมบัติมากมายที่ปล้นชิงมาได้ หากเป็เงินทองก็ถูกแลกเปลี่ยนเป็อาหารสำหรับใช้กินในค่ายโจร พวกแก้วแหวนสิ่งมีค่า หลู่กังได้แต่เก็บสะสมเอาไว้ภายในค่ายโจร ไม่กล้าแลกเปลี่ยนเป็อย่างอื่นด้วยกลัวว่าทางการจะได้เบาะแสจากสิ่งของเหล่านี้ จนอาจส่งกองทหารมาตามล่าได้ จึงได้แต่เก็บเอาไว้รอวันข้างหน้าเผื่อมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเป็เงินทอง ตอนนี้เพียงหยิบมาชมดูหรือไม่ก็มอบให้สตรีในค่ายโจรที่ตนเองถูกใจ
เหมืองเกลือของสกุลใหญ่ที่เพิ่งเข้ามาที่เมืองถานโจวเมื่อสามเดือนก่อน หลู่กังลอบส่งคนไปสืบความมาหลายครา เดือนก่อนมีคนของพรรคทรายทะเลร่วมยี่สิบคนมาที่เหมืองเกลือ หลู่กังหวาดกลัวแทบตาย กว่ายี่สิบวันที่ค่ายโจรไม่กล้าเคลื่อนไหว แต่สิบกว่าวันก่อนคนของพรรคทรายทะเลก็ออกเดินทางจากเหมืองเกลือไปจนหมด
โชคดีนักวันก่อนเหมืองเกลือ้าคนงานเพื่อก่อสร้างกำแพง คนภายในหมู่บ้านล้วนเป็สายโจรทั้งสิ้น หลู่กังให้สมุนในค่ายติดตามเข้าไปเป็คนงานก่อสร้างกำแพงเกือบสิบคน วันนี้คนที่ส่งไปมีสองคนลอบหลบหนีออกมาจากเหมืองเกลือเพื่อส่งข่าวดีให้กับหลู่กัง
“หัวหน้า ข้าเห็นคนงานขนเสบียงเข้ามาในเหมืองแทบทุกวันเก็บเอาไว้ในโกดังใหญ่ ภายในเหมืองเกลือเองก็มีแต่คนแก่กับเด็กแล้วก็สตรี ราวร้อยสองร้อยคนเท่านั้น”
หลู่กังพยักหน้าอย่างพอใจ กล่าวถาม “แล้วการป้องกันเล่า มีคนมากน้อยเท่าไร”
ชายที่ก้มหน้ากล่าววาจาก่อนหน้านี้กระทุ้งแขนไปยังชายอีกคนที่หลบหนีจากเหมืองมาด้วยกัน ชายที่ถูกกระทุ้งเตือน เงยหน้าขึ้นกล่าวเสียงดัง
“หัวหน้า ที่เหมืองมีคนเฝ้ายามอยู่แค่สิบกว่าคน มีเพียงกระบองไม้ถือเอาไว้เพื่อขู่คนเท่านั้น”
หลู่กังยิ่งฟังยิ่งสมใจส่งเสียงหัวเราะด้วยความยินดี
“ดี ดี รอฟังข่าวอีกสองสามวันก่อน แล้วค่อยวางแผนบุกโจมตีเหมืองเกลือ คราวนี้คงได้เสบียงใช้ไปได้อีกหลายเดือน”
คนสิบคนที่มาจากหมู่บ้านโจรถูกจัดให้อยู่ในบ้านพักที่อยู่ติดกัน ตลอดวันได้แต่ทำงานขนดินไปมาเพื่อสร้างกำแพง ตกค่ำก็กลับเข้าบ้านพักไม่มีโอกาสได้เดินเพ่นพ่านไปไหนในเหมืองเกลือ จางฉิงให้เด็กน้อยเยาว์วัยหลายคนที่เป็ลูกสมุนของนายน้อยสามคอยจับตาดูคนทั้งสิบคนนี้ ส่วนบ้านที่พักก็ถูกจับจ้องจากคนของจางฉิงอยู่ห่าง ๆ
ซุนิฉวนให้คนงานขนเสบียงที่ไปซื้อหามา เข้ามาที่เหมืองเกลืออย่างเอิกเกริก ทั้งยังเปิดประตูโกดังเก็บเสบียงอยู่บ่อยครั้ง พอคนที่มาจากหมู่บ้านโจรหายไปสองคนเมื่อวันก่อน จางฉิงก็รีบเข้ามารายงานให้ซุนิฉวน ทราบในทันที
“นายน้อย โปรดสั่งการด้วยขอรับ”
ซุนิฉวนให้คนงานที่ยังหนุ่ม รวมถึงผู้คุ้มกันห้าสิบคนของเหมืองเกลือหลบไปอยู่ที่ไร่ ภายในเหมืองเกลือตอนนี้มีแต่คนอายุมาก หรือไม่ก็เด็กสตรีที่ทำงานอยู่เท่านั้น ผู้ที่เฝ้ายามตามจุดต่าง ๆ ซุนิฉวนก็ให้ลดคนลงครึ่งหนึ่งในตอนกลางวันเพื่อตบตาสายของโจรูเา
ส่วนตอนกลางคืนจึงจะกลับมาเฝ้ายามตามจำนวนเดิม แต่คนของค่ายโจรเพิ่งหายไปแค่สองคน ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่วันคนเหล่านี้จะลักลอบหลบหนีเพื่อออกไปส่งข่าวอีก
“รอดูท่าทีอีกสักหลายวัน ให้กองกำลังทหารที่มาจากเมืองถานโจวตั้งค่ายหลบอยู่ที่เดิมไปก่อน”
“ขอรับนายน้อย”
สวีปิงช่านนายอำเภอเมืองถานโจวนับว่ายังไม่เลว หวงเหวินกับเซี่ยเจียเหยียนเข้าไปเจรจาเพื่อขอยืมกำลังทหารมาช่วยล้อมปราบโจร จากกองกำลังทั้งหมดห้าร้อยนาย สวีปิงช่านยังฝืนใจมอบกำลังทหารมาให้ถึงห้าสิบนาย มีทหารม้าร่วมด้วยถึงยี่สิบนาย ซุนิฉวนให้ตั้งค่ายหลบอยู่ที่ริมน้ำ
“แล้วกับดักม้ากับธนูจัดทำไปได้เพียงใดแล้ว”
เจียงผิงกำลังจะเอ่ยปากตอบก็ถูกซุนิเจี๋ยแย่งไปเสียก่อน ซุนิเจี๋ยนั่งอยู่ข้างซุนิฉวน พอซุนิฉวนถามจึงคว้าแขนของซุนิฉวนเอาไว้กล่าวด้วยความยินดี
“พี่ใหญ่ กับดักม้าทำไว้กว่ายี่สิบอัน ธนูมีเกือบห้าสิบอันลูกธนูเกือบสามร้อยลูก”
ซุนิฉวนหันมายิ้มให้น้องชาย “เ้าทำได้ดีมาก”
ซุนิเจี๋ยยิ้มจนแก้มยก ซุนิเย่มองค้อนซุนิเจี๋ยที่ทำงานเพียงเท่านี้ พอถูกชมเข้าหน่อยก็ดีใจหนักหนาเสียเกินพอดี
“ิเย่”
“ขอรับพี่ใหญ่”
“อีกสองวันให้หยุดซื้อหาเสบียงได้แล้ว ปล่อยข่าวไปว่าเหมืองเกลือมีเสบียงพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว”
ซุนิฉวนคาดคิดว่าที่พวกโจรูเายังรีรออยู่ ไม่แน่ว่ารอให้เหมืองเกลือซื้อหาเสบียงเข้ามาจนเสร็จสิ้นก่อน ที่ซุนิฉวนให้คนออกไปหาซื้อเสบียง นอกจากจะใช้เพื่อเป็เหยื่อล่อโจรแล้ว ยัง้าสะสมสำหรับหน้าหนาวที่จะมาถึง ตอนนี้ยังอยู่ใน่การเพาะปลูก เสบียงธัญพืชที่เก็บเกี่ยวั้แ่ปีก่อนเริ่มมีราคาลดลง ก่อนที่ผลผลิตของปีนี้จะเก็บเกี่ยวได้ในอีกไม่กี่เดือน ซุนิฉวนให้น้องชายออกไปซื้อหาใน่เวลานี้ก็เพื่อประหยัดเงิน
ซุนิฉวนสั่งการอีกสองสามอย่าง พอเรียบร้อยก็ให้ทุกคนกลับออกไปจากห้องหนังสือ ซุนิฉวนอยู่ที่เหมืองเกลือมาเกือบสามเดือนแล้ว ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา ซุนิฉวนพยายามคิดหาหนทางเพื่อที่จะปกป้องคนของเหมืองเกลือทุกวิถีทางสำหรับาในอีกเกือบสามปีที่จะมาถึง แต่การขบคิดอยู่เพียงผู้เดียว พอผ่านไปเนิ่นนานวันเข้าก็ทำให้ซุนิฉวนอ่อนล้าขึ้นทุกที
“เหมียว…ววว” เสี่ยวหวงะโผ่านทางหน้าต่างที่เปิดเอาไว้เข้ามาในห้องหนังสือ เสี่ยวหวงะโขึ้นมาบนโต๊ะ ใช้หน้าปุกปุยไปด้วยขนนุ่มนิ่ม ถูไปมาที่แขนของซุนิฉวน ซุนิฉวนอุ้มเสี่ยวหวงมาไว้ตรงหน้า
“เสี่ยวหวง เ้าไปไหนมา เมื่อไรคนที่เลี้ยงเ้าคนนั้นจะกลับมาเสียทีกันนะ”