ค่ำคืนอันหนาวเหน็บครอบคลุมเมืองไร้ตะวัน แสงสีม่วงจากศิลาดารารายด้านนอกริบหรี่ลงจนเกือบมืดสนิท ในห้องพักรูหนูอันคับแคบ พิรุณนั่งหน้าซีดอยู่บนเตียงไม้ผุ ลมหายใจของเขาติดขัดจากอาการาเ็ภายใน วารีเดินประคองถ้วยยาสมุนไพรร้อนๆ เข้ามา ใบหน้าหวานของเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือด
"เ้าคนบ้า... ทำไมต้องฝืนตัวเองขนาดนั้น" วารีเอ่ยเสียงสั่นขณะยื่นถ้วยยาให้ "รู้ไหมว่าข้าใจหายแค่ไหนตอนเห็นเ้ากระอักเืบนลานประลอง"
พิรุณรับถ้วยยามาดื่มรวดเดียว รสขมฝาดแล่นพล่านคอ เขาส่งยิ้มซื่อๆ ตาหยิบหย่งให้เธอเหมือนทุกครั้ง
"ข้าไม่เป็ไรครับพี่วารี ข้าอึดจะตาย" พิรุณพูดเสียงเบา "ข้าแค่... อยากเป็ผู้คุ้มภัย อยากหาตั๋วเงินเยอะๆ มาให้พี่"
วารีชะงัก นิ้วมือเรียวที่กำลังเช็ดคราบยาที่มุมปากของเขาพาลสั่นเทา เธอสบตาคมลึกที่แสร้งทำเป็ใสซื่อของเขา หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
"เ้าคนซื่อบื้อ... เงินทองพวกนั้นจะสำคัญเท่าชีวิตเ้าได้อย่างไร" วารีกระซิบ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อท่ามกลางความสลัว "ขอแค่เ้าปลอดภัย... ต่อให้ต้องลำบากกว่านี้ข้าก็ทนได้"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความอาทรอันบริสุทธิ์ซึมลึกเข้าสู่หัวใจที่เคยตายซากของจอมดาบ พิรุณกุมหมัดแน่นในใจ ชายหนุ่มปฏิญาณกับตัวเองว่า ต่อให้ชีพจรต้องพังทลาย เขาจะต้องไถ่ตัวสตรีตรงหน้าออกจากขุมนรกแห่งนี้ให้ได้
วันรุ่งขึ้น ลานประลองคึกคักขึ้นทวีคูณ ในรอบต่อมา พิรุณต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ประหลาด ร่างกายของศัตรูผอมแห้งแต่ยืดหยุ่นราวกับไร้กระดูก มันเคลื่อนกายด้วยท่วงท่าพิสดารและซัดเพลงหมัดโยคะเข้าใส่จากมุมที่คาดไม่ถึง แขนขาของมันยืดหดโจมตีระยะไกลได้อย่างน่ากลัว
"ไอ้หนูกรรมกร! เจอหมัดไร้กระดูกของข้าหน่อยเป็ไง!" ศัตรูแค่นเสียงหัวเราะ
ทว่าในสายตาของอดีตมือสังหารอันดับหนึ่ง ท่วงท่าที่ดูเหนือธรรมชาติเหล่านี้กลับเต็มไปด้วยช่องโหว่ พิรุณแสร้งทำเป็ลนลานก้าวขาซุ่มซ่ามหลบหลีก ก่อนจะอาศัยจังหวะที่หมัดของอีกฝ่ายยืดเข้ามาตรงๆ ดีดนิ้วส่งปราณดาบไร้ลักษณ์สายเล็กกระจ้อยร่อยพุ่งเจาะเข้ากระแทกข้อต่อแขนของมันอย่างเงียบเชียบ
กร๊อบ!
"อ๊าก!" จอมยุทธ์ประหลาดร้องลั่นเมื่อข้อต่อหลุดออกจากกัน มันเสียหลักล้มคว่ำ หน้ากระแทกพื้นสลบเหมือดไป พิรุณยืนเกาหัวแกล้งทำท่าทางงงๆ ว่าตนเองรอดมาได้เพราะโชคช่วยอีกครั้ง
รอบถัดมาทวีความโหดหินยิ่งขึ้น คู่ต่อสู้คือจอมยุทธ์หนุ่มผู้บ้าคลั่ง สองมือของมันกุมกระบี่ขนาดใหญ่ั์สองเล่ม แผ่รังสีพลังกดดันจนลมหายใจสะดุด ทันทีที่เริ่มสิ้นเสียงสัญญาณ มันควงกระบี่ั์บุกทะลวงเข้าใส่ เกิดเป็พายุคมดาบหนักหน่วงดุจหินผาถล่ม
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
พิรุณไม่มีอาวุธในมือ เขาจำต้องใช้ฉากกั้นและอาวุธหักพังบนลานประลองขึ้นมาบล็อกต้านทานแฝงลมปราณอันน้อยนิด ร่างกายผิวสีทองแดงบัดนี้เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน ความเ็ปจากชีพจรที่ฉีกขาดแล่นพล่านจนทำให้เขาเหนื่อยหอบอย่างแสนสาหัส เหงื่อไหลโซมกาย
'ต้องเผด็จศึกในกระบวนท่าเดียว!' พิรุณคิดในใจขณะที่ั์ตาเหยี่ยวหรี่ลง
จอมยุทธ์หนุ่มเงื้อกระบี่ั์คู่หวังฟันสับร่างของกรรมกรหนุ่มให้ขาดครึ่ง ทว่าการง้างกระบี่หนักพร้อมกันสองมือทำให้่อกเปิดโล่งเป็ช่องโหว่ขนาดใหญ่ พิรุณเบี่ยงกายหลบวิถีกระบี่อย่างฉิวเฉียดดุจปาฏิหาริย์ พุ่งตัวประชิดวงในแล้วใช้นิ้วชี้แฝงปราณดาบไร้ลักษณ์ทิ่มทะลวงเข้าจุดศูนย์รวมพลังปราณที่กลางอกของศัตรูทันที
อึ้ก! ร่างของจอมยุทธ์หนุ่มชะงักค้าง กระบี่ั์ทั้งสองเล่มร่วงหล่นกระแทกพื้น เสียงดังสนั่นก่อนที่ร่างของมันจะล้มตึงหมดสภาพ พิรุณทรุดเข่าลงหอบหายใจตัวสั่นงันงกเพื่อตตบตาผู้คน แต่เขาก็ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ
การประลองรอบก่อนรองชนะเลิศมาถึงใน่บ่ายคล้อย ศัตรูในรอบนี้คือยอดฝีมือสายเวทมนตร์ มันถือดาบเวทมนตร์โบราณที่ร่ายอักขระแดงฉาน ทันทีที่มันตวัดดาบ เปลวไฟลุกโชนร้อนแรงกวาดซัดทั่วลานหินจนอากาศบิดเบี้ยว
"ตายไปในกองเพลิงซะไอ้หนู!"
เปลวเพลิงมหาศาลพุ่งเข้าล้อมกรอบพิรุณจากทุกทิศทาง ความร้อนระอุะเิออกจนเสื้อผ้าป่านตัวเก่าเริ่มไหม้เกรียม าแไฟไหม้พุพองเริ่มปรากฏบนผิวสีทองแดง ในวินาทีวิกฤต พิรุณรู้ดีว่าหากไม่ทุ่มเทแรงกายเขาอาจถูกเผาเป็เถ้าถ่าน ชายหนุ่มกกดันตัวเอง เค้นพลังปราณดาบไร้ลักษณ์ที่เหลืออยู่ไม่ถึงสองส่วนออกมาจนสุดกำลัง
ฟึ่บ!
พิรุณสะบัดมือขวาตวัดผ่านอากาศ คลื่นพลังไร้รูปไร้สีที่คมกริบขั้นสูงสุดพุ่งทะยานออกไปตัดผ่านม่านอัคคีระลอกใหญ่จนขาดสะบั้นแยกออกเป็สองซีกอย่างน่าอัศจรรย์ คมปราณที่มองไม่เห็นกระแทกเข้าที่ตัวดาบเวทมนตร์จนหักสะบั้น พร้อมอัดร่างของจอมยุทธ์ดาบไฟลอยกระเด็นตกทะลุลานประลอง นอนจมกองเืหมดสติทันที
ท่ามกลางกลุ่มควันและเปลวไฟที่ดับมอด พิรุณยืนโงนเงน าแไฟไหม้ตามตัวส่งกลิ่นควันจางๆ เขาฝืนยิ้มบางๆ ไปทางอัฒจันทร์ที่วารีนั่งอยู่ก่อนจะเดินลงจากลานประลองด้วยสภาพสะบักสะบอมอย่างที่สุด
ตกเย็นในเรือนพักคนงานท้ายสำนัก วารีประคองร่างที่บอบช้ำของพิรุณกลับมา เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นคอยเช็ดทำความสะอาดแผลไฟไหม้และแผลพุพองตามเนื้อตัวของชายหนุ่มอย่างเบามือที่สุด น้ำตาของดรุณีน้อยหยดลงกระทบผิวสีทองแดงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เจ็บมากไหม... ข้าขอโทษที่ช่วยอะไรเ้าไม่ได้เลย" วารีสะอื้นไห้กระซิบกระซาบด้วยความสงสารจับใจ
"ไม่เจ็บเลยครับพี่วารี... แค่มีพี่อยู่ตรงนี้ ข้าก็หายดีแล้ว" พิรุณเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม น้ำเสียงของเขาแฝงความจริงจังและหนักแน่นขึ้นกว่าปรกติจนวารีััได้ ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางความเงียบสลัว
หลังจากวารีกลับห้องพักไปเพื่อปล่อยให้เขาพักผ่อน พิรุณพลันสลัดคราบคนซื่อบื้อทิ้งทันที แววตาซื่อใสเปลี่ยนเป็คมปราบและเย็นเยียบดุจใบมีด ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้ผุ ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด วันพรุ่งนี้จะเป็รอบรองชนะเลิศ คู่ต่อสู้ที่เหลืออยู่ย่อมต้องเป็ระดับยอดฝีมือตัวจริงที่ร้ายกาจกว่าที่ผ่านมาหลายเท่า และพวกมันอาจจับสังเกตเห็นความผิดปรกติในความโชคดีของเขาแล้วก็เป็ได้
พิรุณหลับตาลง ส่งจิตสำรวจเส้นชีพจรอันบอบช้ำที่บัดนี้ฉีกขาดรุนแรงขึ้นจากการฝืนใช้พลังปราณ เขาสูดลมหายใจเข้าออกเป็จังหวะคงที่ เริ่มโคจรทบทวนวิชาปราณดาบไร้ลักษณ์ในจิตใต้สำนึกอย่างช้าๆ บังคับให้กระแสพลังอันน้อยนิดค่อยๆ ซ่อมแซมและหลอมรวมกันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกตัดสินชะตาในวันพรุ่งนี้