จอมราชันย์เหนือมังกร 龍上霸王

    ตอนที่ 6: โอสถของซื่อจื่อ


        หลี่เทียนอี้ยันกายพิงกับหัวเตียง ลมหายใจของเขาหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่บาดแผลอักเสบที่น่ากลัวบนหน้าอกของตนเอง ความคิดในหัวของเขาแล่นเร็วยิ่งกว่าม้าศึกในสนามรบ


    ยาสมุนไพรพอกแผลใช้การไม่ได้ผล ต้องล้างแผลด้วยน้ำเกลือเพื่อฆ่าเชื้อเบื้องต้น จากนั้นต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อหยุดการลุกลาม ในยุคสมัยเช่นนี้คงไม่มี... ถ้าหากไม่มี ก็คงต้องสร้างขึ้นมาเอง


    แผนการรักษาได้ก่อตัวขึ้นในใจของเขาอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ แต่เขาลงมือทำเพียงลำพังมิได้ เขาต้องการผู้ช่วย และที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องเอาชนะความเชื่อทางการแพทย์ของยุคสมัยนี้ให้ได้เสียก่อน


    เขาตัดสินใจได้ในทันที


    "ทหาร"


    เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ปฏิเสธไม่ได้ ทหารยามที่ยืนรักษาการณ์อยู่หน้าประตูรีบเข้ามาในกระโจมทันที


    "ไปตามหมอทหารหลวงมาพบข้า เดี๋ยวนี้"


    "ขอรับ" ทหารยามรับคำแล้วรีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว


    เสียงเรียกนั้นดังพอที่จะทำให้เถี่ยซินซึ่งกำลังสั่งการจัดระเบียบอยู่ไม่ไกลต้องรีบก้าวเข้ามาในกระโจมด้วยความกังวล


    "ซื่อจื่อ เกิดอันใดขึ้น"


    สายตาของเขามองเห็นผ้าพันแผลที่ถูกแกะออกและบาดแผลที่น่ากลัวของหลี่เทียนอี้ ใบหน้าของเขาก็พลันซีดเผือดลงทันที


    "ท่านทำอะไรลงไป บาดแผลเช่นนี้มิควรเปิดออกรับลมนะขอรับ"


    "ข้าเพียงแค่ดูแผลของตนเอง" หลี่เทียนอี้ตอบเสียงเรียบ "มันก็เลวร้ายยิ่งกว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก"


    ยังไม่ทันที่เถี่ยซินจะได้กล่าวสิ่งใดต่อ หมอทหารหลวงวัยชราก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในกระโจมพร้อมกับหีบยาในมือ เมื่อเห็นสภาพบาดแผลของซื่อจื่อ เขาก็อุทานออกมาด้วยความตกใจ


    "สวรรค์"


    หมอทหารรีบทรุดกายนั่งลงข้างเตียง วางหีบยาลงอย่างลวกๆ แล้วยื่นหน้าเข้าไปพิจารณาบาดแผลอย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาสูดกลิ่นและสังเกตสีของหนองด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ


    "ไม่ดีแล้ว" เขาส่ายหน้าช้าๆ "นี่คือไอพิษจากโลหะแทรกซึมเข้าไปลึก ประกอบกับความชื้นจากลมชายแดน ทำให้เกิดหนองและเนื้อตายขึ้น"


    เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่เทียนอี้และเถี่ยซิน "ต้องรีบใช้ 'ยาขี้ผึ้งหยกขาว' ซึ่งเป็นโอสถล้ำค่าที่สุดในกองทัพพอกไว้เพื่อดูดหนองและขับพิษ จากนั้นซื่อจื่อต้องพยายามโคจรลมปราณเพื่อขับไล่ไอพิษที่ตกค้างอยู่ภายในออกมา มิเช่นนั้น..."


    "โคจรลมปราณรึ" หลี่เทียนอี้แค่นเสียงออกมาเบาๆ "จะให้ข้าโคจรลมปราณได้เยี่ยงไร พลังวัตรของข้ามิได้สูงส่งเท่ารองแม่ทัพเถี่ย"


    ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าการโคจรลมปราณมันเป็นอย่างไร เขาคิดในใจ


    "เก็บยาขี้ผึ้งหยกขาวของท่านไปเถิด" หลี่เทียนอี้กล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น "ข้ามีวิธีรักษาของข้าเอง"


    หมอทหารหลวงนิ่งอึ้งไปอย่างสิ้นเชิง เขาอ้าปากค้าง ไม่สามารถหาคำพูดใดมาโต้แย้งได้ เถี่ยซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้วมุ่น มองซื่อจื่อด้วยแววตาที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม


    หลี่เทียนอี้ไม่สนใจปฏิกิริยาของคนทั้งสอง เขาหันไปทางเถี่ยซินโดยตรง เพราะรู้ว่านี่คือบุคคลเดียวที่สามารถทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นได้


    "รองแม่ทัพเถี่ย"


    น้ำเสียงของเขาเยือกเย็นและเต็มไปด้วยอำนาจบัญชาการ


    "ไปสั่งการด้วยตนเอง: หนึ่ง ต้มน้ำให้เดือดพล่านเป็นเวลาหนึ่งเค่อ สอง นำเกลือบริสุทธิ์มาให้ข้าหนึ่งชาม สาม เตรียมผ้าไหมที่สะอาดที่สุดเท่าที่จะหาได้มาหลายผืน แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดด้วยเช่นกัน"


    "ซื่อจื่อ ท่านจะทำอันใดกัน" หมอทหารหลวงได้สติและร้องคัดค้านออกมาเสียงดัง "เกลือมีฤทธิ์กัดกร่อน จะยิ่งทำลายเนื้อดีรอบบาดแผล นี่คือการสังหารท่านทั้งเป็นนะขอรับ"


    หลี่เทียนอี้เมินเฉยต่อคำคัดค้านของหมอทหารโดยสิ้นเชิง เขาหันไปจ้องเถี่ยซินด้วยสายตาที่เยียบเย็นจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด


    "รองแม่ทัพเถี่ย นี่คือคำสั่ง"


    เขาหยุดไปชั่วขณะ ปล่อยให้น้ำหนักของคำพูดกดทับบรรยากาศในกระโจมจนน่าอึดอัด


    "หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม... ประหาร"


    คำว่า "ประหาร" หลุดออกมาจากปากของเขาอย่างง่ายดายและเยือกเย็น ทำให้ทั้งกระโจมตกอยู่ในความเงียบงัน หมอทหารหลวงหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่น ส่วนเถี่ยซินก็ตระหนักได้ในทันทีว่านี่คือคำบัญชาที่กำลังทดสอบความภักดีของเขาอย่างถึงที่สุด


    ในที่สุด เขาก็ตัดสินใจ


    "ปฏิบัติตามคำสั่งของซื่อจื่อ" เถี่ยซินหันไปสั่งทหารยามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ทุกประการ"


    ทหารยามปฏิบัติตามคำสั่งอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ไม่นานนัก ทุกสิ่งที่หลี่เทียนอี้ต้องการก็ถูกนำเข้ามาในกระโจม หลี่เทียนอี้โบกมือให้ทหารออกไป เหลือไว้เพียงเถี่ยซินและหมอทหารหลวงที่ยืนมองอยู่ด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา


    เขาหยิบเกลือขึ้นมาเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เทลงในชามน้ำร้อนที่เตรียมไว้ คนให้ละลายจนหมดสิ้น จากนั้นจึงใช้ปลายนิ้วแตะน้ำเกลือนั้นขึ้นมาชิมหยดหนึ่ง เขาทดลองปรับความเข้มข้นอยู่สองสามครั้งจนได้รสชาติที่เขาต้องการ—เค็มอ่อนๆ คล้ายกับรสของน้ำตา


    หลี่เทียนอี้ไม่พูดอะไรต่อ แต่การกระทำของเขาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด


    เขากัดฟันแน่นจนสันกรามปูดโปน ก่อนจะหยิบผ้าไหมต้มผืนหนึ่งขึ้นมาแล้วเริ่มลงมือเช็ดทำความสะอาดหนองและเนื้อตายรอบๆ บาดแผลของตนเองอย่างเด็ดเดี่ยว ทุกครั้งที่ผ้าสัมผัสกับเนื้อที่อักเสบ ความเจ็บปวดอันแสนสาหัสก็แล่นปราดไปทั่วร่างจนเหงื่อกาฬผุดขึ้นเต็มหน้าผากที่ซีดขาว


    แต่เขากลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่คำเดียว


    หลังจากทำความสะอาดเบื้องต้นเสร็จสิ้น เขาก็หยิบชามน้ำเกลืออุ่นๆ ขึ้นมาแล้วค่อยๆ ราดลงบนบาดแผลโดยตรง


    "อึก"


    หลี่เทียนอี้เผลอกัดริมฝีปากล่างของตนเองจนห้อเลือด ความรู้สึกแสบร้อนราวกับถูกเหล็กร้อนนาบนั้นรุนแรงจนแทบจะทำให้เขาสิ้นสติ แต่เขาก็ยังคงฝืนทนต่อไปจนกระทั่งล้างแผลจนสะอาดหมดจด


    เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็อ่อนเพลียจนแทบสิ้นสติ เอนหลังพิงกับหัวเตียง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง


    เถี่ยซินและหมอทหารหลวงรีบก้าวเข้าไปดูอาการ และภาพที่พวกเขาเห็นก็ทำให้ต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออก


    บาดแผลที่เคยเน่าเปื่อยและน่ากลัว บัดนี้กลับดู "สะอาด" อย่างน่าประหลาด ไม่มีหนองหรือเนื้อตายหลงเหลืออยู่ มีเพียงเนื้อแดงสดที่บ่งบอกถึงบาดแผลที่แท้จริง ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงและไม่เข้าใจของคนทั้งสอง หลี่เทียนอี้หลับตาลงอย่างอ่อนล้า


    (จบตอนที่ 6)