มหาทรราชจอมราชัน

    บทที่ 4 การรับสมัครศิษย์ของสำนักสุริยันทมิฬ II

    และด้วยการที่สำนักสุริยันทมิฬเป็๲หนึ่งในยอดสำนักใหญ่มันจึงทำให้มีคนหลายล้านคนที่๻้๵๹๠า๱จะเป็๲ศิษย์ แต่ทว่าการจะได้เข้าเป็๲ศิษย์ของสำนักสุริยันทมิฬนั้นมันไม่ใช่เ๱ื่๵๹ง่ายผู้เข้าร่วมการทดสอบจำเป็๲ต้องผ่านด่านการทดสอบทั้ง 5 ที่ทางสำนักจัดเอาไว้ให้สะก่อนถึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมกับสำนักสุริยันทมิฬ ซึ่งบททดสอบต่างๆที่ทางสำนักสุริยันทมิฬจัดไว้คัดเลือกศิษย์เข้าสำนักนั้นมันก็เป็๲อะไรที่ยากเย็นและอันตรายอย่างมากถึงขั้นมีคนตายอยู่ภายในบททดสอบต่างๆเป็๲จำนวนมาก แต่ถึงจะเป็๲อย่างนั้นมันก็ไม่ทำให้คนที่มาสมัครเข้ายังสำนักสุริยันทมิฬน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้ามมันกลับมีมากขึ้นเสียอีก! เรียกได้ว่ายิ่งมีความยากและท้าทายมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งดูดเหล่าจอมยุทธ์หน้าใหม่ที่๻้๵๹๠า๱จะแสดงฝีมือของตนมากเท่านั้น!



                "ท่านพ่อทำไมท่านถึงเอาเรื่องนี้มาพูดกับข้า ท่านคงไม่คิดที่จะให้ข้าไปสมัครใช่ไหม?"เฉินกังเขากลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ เขารู้ดีว่าพ่อของเขาต้องการอะไร มันคงหนีไม่พ้นเรื่องที่จะส่งให้เขาไปเข้าร่วมการทดสอบเข้าสำนักสุริยันทมิฬเป็นแน่! แต่เพื่อความแน่ใจเขาจึงเลือกที่จะถามพ่อของเขาแบบตรงๆ

                "ใช่แล้ว! กังเอ๋อร์เจ้าต้องรู้นะว่าโอกาสแบบนี้มันไม่ได้มีมาบ่อยๆเช่นนี้ เมื่อพบโอกาสเจ้าก็จงไขว่คว้ามันเอาไว้ เจ้าเข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม?"เฉินหยางไท่กล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง โอกาสดีๆเช่นนี้นั้นมันไม่ได้มีมาบ่อยๆเพราะกว่าที่สำนักสุริยันทมิฬจะเปิดรับศิษย์มันก็อีกนานหลายปี เร็วหน่อยก็แค่ 1-2 ปี หากช้าก็อาจนานถึง 10 ปีดังนั้นเมื่อมีโอกาสมาอยู่ตรงหน้าเขาก็อยากให้ลูกๆของเขาทุกคนได้ทำการทดสอบ

                "เอ่อ...ท่านพ่อข้า...ยังไม่พร้อม!"เฉินกังกล่าวอย่างกระตุกกระตัก แต่ทว่าคำกล่าวของเขามันก็เรื่องจริงที่ว่าเขาในตอนนี้ยังไม่พร้อมที่จะไปเข้าร่วมการทดสอบของสำนักสุริยันทมิฬเพราะว่าระดับลมปราณของเขามันยังไม่ถึงเกรณฑ์ที่ทางสำนักสุริยันทมิฬกำหนด ซึ่งเฉินกังก็ได้นำเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างโดยที่เขาจะได้ไม่ต้องไปรับการทดสอบ

                "กังเอ๋อร์เอ๋ย...โอกาสได้มารอเจ้าถึงตรงหน้าแล้วนะ เจ้าเห็นข้าหรือไม่มันเป็นเพราะข้าพลาดที่ได้เข้าร่วมกับยอดสำนักใหญ่มันถึงได้ทำให้เส้นทางการบ่มเพาะพลังของข้ามันเป็นไปได้ยากลำบากถึงเพียงนี้ ถูกกำหนดไว้ให้อยู่เพียงแค่ขอบเขตหลอมรวมเพียงเท่านั้นไม่อาจไปได้ไกลกว่านี้แล้ว ฉะนั้นเจ้าที่มีโอกาสอยู่ตรงหน้าก็จงไขว่คว้ารับมันไว้สะอย่าปล่อยให้มันหลุดมือไปโดยที่ไม่ได้พยายามทำอะไรเลย"เฉินหยางไท่กล่าวออกมาอย่างอ่อนโยนขณะที่นำมือไปลูบหัวของเฉินกังเบาๆ เขารู้ดีว่าบททดสอบของสำนักสุริยันนั้นอันตรายแค่ไหน แต่หากว่าผ่านมันไปได้สิ่งที่จะได้รับตอบแทนกลับมามันก็นับว่าคุ้มค่ากับการนำเอาชีวิตไปเสี่ยง

    ในอดีตเขานั้นได้ทำพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งปล่อยโอกาสของตนเองให้หลุดลอยไปฟรีๆโดยที่ไม่ได้ทำอะไรมันจึงทำให้เขาต้องเดินอยู่ในเส้นทางที่ยากลำบากเช่นนี้ ดังนั้นเพื่อที่จะไม่ให้ลูกๆได้มาพบชะตากรรมเช่นเขา เขาจึงอยากที่จะให้ลูกๆทุกๆคนของเขาได้เป็นศิษย์ของยอดสำนักเพื่อที่หนทางข้างหน้าของพวกมันจะโรยไปด้วยกรีบกุหลาบ

                "แต่...ท่านพ่อท่านดูข้าในตอนนี้สิ ระดับลมปราณก็น้อยนิด ไม่มีทางที่ข้าจะผ่านบททดสอบเหล่านั้นมาได้หรอก"เฉินกังพยายามที่จะเปลี่ยนใจของเฉินหยางไท่ เขานั้นไม่อยากที่จะเดินทางในเส้นทางของผู้ฝึกตนเขานั้นต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเพียงเท่านั้น

                "ไม่หรอก? เหลือเวลาอีกตั้ง 1 ปีกว่าที่ทางสำนักสุริยันทมิฬจะเปิดรับศิษย์ เมื่อถึงตอนนั้นระดับลมปราณของเจ้าอาจเพิ่มมากกว่านี้หลายเท่าก็ได้ใครจะไปรู้"เฉินหยางไท่มีหรือที่จะไม่รู้ความคิดของลูกชายของตนเอง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงยืนกรานที่จะให้เฉินกังไปเข้าร่วมการทดสอบของสำนักสุริยันให้ได้!

    สำหรับเขาแล้วเฉินกังนั้นหาใช่ว่าจะไร้ซึ่งพรสวรรค์สะทีเดียวในทางตรงกันข้ามเขากลับมีพรสวรรค์มากด้วยซ้ำเพียงแต่ว่าบุตรชายคนนี้ไม่ค่อยใส่ใจในการบ่มเพาะพลังเท่านั้นมันจึงทำให้ระดับบ่มเพาะพลังของต่ำเช่นนี้ หากเขาตั้งใจที่จะบ่มเพาะพลังตลอด 1 ปีเต็มละก็เฉินหยางไท่เขามั่นใจเลยว่าระดับลมปราณของเฉินกังจะต้องมีมากกว่าขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 1 อย่างแน่นอน!

                "ขอรับท่านพ่อ?"เฉินเมื่อเห็นว่าไม่สามารถเปลี่ยนความคิดพ่อของตนได้ เขาก็ได้แต่ถอดถอนหายใจอยู่ภายในใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบเส้นทางของผู้ฝึกตนสักเท่าไหร่แต่หากจะลองดูมันก็ไม่ได้เสียหายสักหน่อยหนิจริงไหม?

                "ท่านพ่อข้าคิดว่าท่านหวังกับตัวของน้องกังมากไปนะ ท่านอย่าลืมนะว่าเขามีลมปราณแค่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 4 เท่านั้น ถึงจะมีเวลาหนึ่งปีแต่คนไร้พรสวรรค์แบบเขาก็คงก้าวหน้าไปได้ไม่ไกลนักหรอก การที่ตัวของเขาจะมีระดับลมปราณอยู่ในขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 1 ที่เป็นระดับลมปราณพื้นฐานที่ใช้ในการเข้าร่วมการทดสอบอย่างน้อยก็ต้องใช้เวลานานถึง 3 ปี ไม่มีทางที่ภายในปีเขาจะเลื่อนระดับลมปราณได้ทันหรอก?"เฉินไป๋หลงที่นั่งเงียบอยู่นานนั้นก็ได้กล่าวขึ้นมา ภายในคำกล่าวของเขานั้นแฝงไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามเฉินกังอย่างชัดเจน ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ตัวของเฉินกังรู้สึกไม่ชอบใจเป็นอย่างมาก

                "หลงเอ๋อร์ เจ้าเป็นเช่นไรกันถึงได้ดูถูกน้องขนาดนี้ ถึงแม้ว่าน้องของเจ้าจะไร้พรสวรรค์ก็จริง แต่หากได้รับทรัพยากรณ์ล้ำค่าจำนวนมากแล้วละก็เขาจะต้องเลื่อนระดับเข้าสู่ขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 1 ได้แน่!"เฉินหยางไท่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำกล่าวของลูกชายของตน

                "นี่ท่านพ่อท่านคิดจะเอาทรัพยากรณ์ล้ำค่าให้เขาจริงๆหรือ? ถึงท่านให้เขาไปเขาก็แข็งแกร่งขึ้นไม่มากหรอกเพราะว่าพรสวรรค์ของเขานั้นมันต่ำเกินไป สู้ไม่เอาทรัพยากรณ์เหล่านั้นมาให้ข้าและพวกน้องๆคนอื่นๆจะดีกว่าหรือ? หากท่านนำทรัพยากรณ์เหล่านั้นมาให้กับข้าและน้องๆคนอื่นๆแล้วละก็ข้ามั่นใจว่าตัวของพวกข้าจะสามารถผ่านบททดสอบของสำนักสุริยันได้แน่!"

                "นี่...."เฉินหยางไท่พยายามจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่ว่าเขาก็ถูกหยุดไว้โดยเฉินกัง

                "ท่านพ่อท่านไม่ต้องพูดอะไรหรอก? ท่านพี่ไป๋หลงมันอาจจะจริงดั่งที่ท่านว่าข้านั้นมันไร้พรสวรรค์ แต่การที่ท่านดูถูกข้าเช่นนั้นมันก็มากเกินไป เอาอย่างนี้ดีไหมข้าและท่านมาสู้กันดูสักตั้ง หากข้าโจมตีท่านได้หนึ่งครั้งท่านจะต้องไม่เรียกร้องหรือโต้แย้งใดๆทั้งสิ้นเกี่ยวกับทรัพยากรณ์ที่ท่านพ่อจะมอบให้ข้า แต่หากข้าไม่สามารถโจมตีท่านได้เลยแม้แต่น้อยท่านก็รับทรัพยากรณ์ทั้งหมดของข้าไปเลย ว่าไงละ?"เฉินกังยื่นข้อเสนอให้กับเฉินไป๋หลงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ตัวของเฉินกังในเวลานี้คล้ายคลึงกับตอนที่อยู่ในสถานที่ประหลาดเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าหรือท่าทางล้วนเป็นเหมือนตอนอยู่ในสถานที่ประหลาดอย่างไม่มีผิดเพี้ยน!

                "ได้สิ หวังว่าเจ้าจะไม่คืนคำนะ ฮ่าๆๆ"เฉินไป๋หลงฉีกยิ้มอย่างเย้ยหยัน เห็นได้ชัดเลยว่าในสายตาของเขานั้นเฉินกังนั้นโง่งมอย่างมากที่ตัดสินใจที่จะสู้กับเขา การที่คนที่มีลมปราณเพียงแค่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่4 จะโจมตีคนที่มีลมปราณอยู่ในขอบเขตรวบรวมขั้นที่ 7 โดนนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากอย่างมากและยิ่งเป็นคนที่เป็นอัจฉริยะแล้วด้วยนั้นการที่เฉินกังจะโจมตีตัวของเฉินไป๋หลงนั้นมันก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเฉินกังกับยังคงยื่นข้อเสนอนี้แล้วแบบนี้จะไม่ให้เรียกว่าโง่จะให้เรียกว่าอะไรละ?

                "กังเอ๋อร์...เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ?"เฉินหยางไท่พยายามห้ามเฉินกังเอาไว้ เขารู้ดีถึงความอัจฉริยะภาพทของเฉินไป๋หลงที่เหนือกว่าเด็กในวัยเดียวกันมากนัก ด้วยพรสวรรค์ที่สูงส่งนั้นอย่าว่าแต่เฉินกังเลย ต่อให้เป็นคนที่มีลมปราณเทียบเท่ากับเฉินไป๋หลงก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะโจมตีโดนตัวของเฉินไป๋หลงได้สักหมัด

                "ท่านพ่อไม่ต้องห่วงการประลองครั้งนี้ข้าชนะแล้ว!"เฉินกังกล่างกับเฉินหยางไท่อย่างนิ่งเฉย แววตาที่สงบนิ่งอย่างผิดปกตินั้นมันทำให้ตัวของเฉินหยางไท่นั้นรู้สึกตกใจไม่น้อย

                "เจ้าเชิญเลือกสถานที่มาได้เลย"เฉินไป๋หลงยิ้ม ขณะที่กล่าวบอกให้เฉินกังเลือกสถานที่ใช้ในการประลอง

                "เอาเป็นสนามฝึกซ้อมของตระกูลก็แล้วกัน"เฉินกังพยักหน้าก่อนที่จะเลือกสถานที่ใช้ประลองอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ใช่เวลาขบคิดแม้แต่น้อย ซึ่งสถานที่เขาเลือกมันก็คือสนามฝีกซ้อใของตระกูลนั่นเอง ซึ่งสถานที่แห่งนั้นมันก็เป็นลานกว้างขนาดใหญ่เหมาะแก่การใช้เป็นสถานที่จะใช้ประลองอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

                "ตกลงหวังว่าเจ้าจะไม่เปลี่ยนใจกลางทันนะ!"เฉินไป๋หลงกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เขามั่นใจมากเลยว่าชัยชนะในครั้งนี้มันตกเป็นของเขาอย่างแน่นอน ต่อให้เขาไม่ใช้ลมปราณสู้ตัวของเฉินกังก็ไม่มีทางที่จะโจมตีโดนตัวของเขาได้แน่ ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่ต้องคิดมากให้ปวดหัว

                "แน่นอน!"เฉินกังกล่าวอย่างไม่แยแสเลยซักนิด  คล้ายกับว่าเขาไม่เห็นเฉินไป๋หลงอยู่สายตา ซึ่งการกระทำนั้นมันก็ทำให้เฉินไป๋หลงรู้สึกโกรธอยู่ไม่น้อย บางครั้งการละเลยไม่ใส่ใจอะไรมันกลับทำให้รู้สึกเจ็บใจยิ่งกว่ากล่าวดูถูกออกมาตรงๆเสียอีก!

                'ทำตัวอวดดีไปเถอะเดี๋ยวจะรู้การที่มาท้าทายข้ามันจะมีจุดจบเช่นไร!'เฉินไป๋หลงมองดูเฉินกังอย่างดูถูกก่อนที่จะล่วงหน้าไปรอเฉินกังที่สนามฝึกซ้อมประจำตระกูล ซึ่งเฉินกังเองก็ได้ตามตัวของเฉินไป๋หลงไปติดๆ แม้ว่าเขาทั้งสองจะเดินไปแต่ทว่าความเร็วนั้นมันกลับเร็วยิ่งกว่าวิ่งไปเสียอีก

                "กังเอ๋อร์นะกังเอ๋อร์ คิดไรอยู่กันแน่ ต่อให้เจ้ามีระดับลมปราณเดียวกันกับหลงเอ๋อร์มันก็ยังเป็นเรื่องยากเลยที่เจ้าจะโจมตีเขา โดนแต่เจ้ากลับท้าทายเขาทั้งๆที่มีลมปราณอยู่แค่ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 4 นี่นะเจ้าคิดอะไรของเจ้าอยู่กันแน่?"เฉินหยางไท่ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่ สีหน้าไม่ได้แสดงความสุขออกมาแม้แต่น้อย


    -----

    ผ่านไปครู่หนึ่ง


    ทั้งเฉินกังและเฉินไป๋หลงทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงสนามฝึกซ้อมของตระกูลแล้ว เมื่อมาถึงคนทั้งสองก็ได้มองหน้ากันด้วยสีหน้าที่เฉยชาด้วยกันทั้งสองฝ่าย โดยมีเฉินหยางไท่ยืนมองดูอยู่ด้านนอกของสนามฝึกซ้อม! 

                "ไม่รู้ว่าวันนี้เจ้าเป็นอะไรถึงได้มีความกล้ามากเช่นนี้ ถึงขั้นมาท้าทายข้าแบบนี้ แต่จะบอกให้รู้นะว่าการที่เจ้าทำเช่นนี้มันถือว่าผิดมะหัน!"เฉินไป๋หลงกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันเช่นเดิม แต่เฉินกังเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเขายังคงมีสีหน้าสงบนิ่งประดุจรูปปั้นเช่นเดิม

                "อย่ามัวแต่พูดมากเข้ามาเลย!!"เฉินกังบอกให้เฉินไป๋หลงหุบปากแล้วเข้ามาสู้ได้แล้ว ซึ่งคำกล่าวนั้นมันก็ทำให้เฉินไป๋หลงรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากที่ตัวของเขาดันมาถูกคนที่มีพลังเปรียบดั่งแมลงต่ำต้อยมากล่าวดูถูกและท้าทายเช่นนี้

                "หน่อยอย่าได้ใจให้มันมากนัก!"เฉินไป๋หลงที่ถูกท้าทายโดยเฉินกังนั้นก็ได้ปลดปล่อยคลื่นพลังลมปราณออกมา ซึ่งคลื่นลมปราณนี้นั้นก็ค่อนข้างถือว่ารุนแรงอยู่ไม่น้อยแต่ทว่านี่ก็เป็นเพียงลมปราณของขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่ 4 เท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเฉินไป๋หลงนั้นกำลังออมมือให้เฉินกังอยู่

                "หึ!"เฉินกังไม่แยแสต่อคลื่นลมปราณนี้แม้แต่น้อย เขานั้นได้ก้าวผ่านคลื่นลมปราณอย่างรวดเร็วเพียงแค่ชั่วเวลาสั้นๆเขาก็มาอยู่ด้านหน้าของเฉินไป๋หลงแล้วแต่น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าเฉินไป๋หลงจะรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว มันจึงทำให้ตัวของเฉินไป๋หลงหายไปภายในเวลาแทบที่จะเฉินกังปรากฎขึ้นตรงหน้า

    ปังงงงงงง!!!

    ฝ่ามือของเฉินไป๋หลงได้กระแทกเข้ามาที่ร่างของเฉินกังอย่างแรง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นมันกลับไม่ได้ทำให้เฉินกังรู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เฉินกังที่ถูกฝ่ามือกระแทกเข้าร่างกายก็ได้เหลือบตาขึ้นไปมองเฉินไป๋หลงที่ลอยอยู่เหนือหัวของเขาเล็กน้อยด้วยแววตาเฉยชาคล้ายกับกำลังบอกว่าการโจมตีของเจ้ามีแค่นี้หรือ?ยังไงยังงั้น

                "ออร่าเริงระบำ!"เฉินกังกล่าวอย่างแพร่วเบาก่อนที่จะใช้ทักษะเหนือมนุษย์ระดับต่ำที่เขาได้ร่ำเรียน ซึ่งความสามารถของทักษะนี้ก็คือการเรียกเค้นออร่าออกมาเป็นปริมาณมหาศาลสร้างเป็นพลังป้องกันหรือพลังในการโจมตี ซึ่งเฉินกังก็เลือกที่จะใช้ออร่าเหล่านั้นในการโจมตี!

    ออร่าสีฟ้าที่โผล่ขึ้นมาจากร่างของเฉินกังนั้นมันทำให้สีหน้าของเฉินไป๋หลงเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย ด้วยระยะที่ใกล้ขนาดนี้การที่จะหลบการโจมตีจากออร่าที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมนั้นมันแทบที่จะเป็นไปไม่ได้เลย แต่โชคดีที่ตัวของเฉินไป๋หลงเองมันก็ได้ร่ำเรียนทักษะเหนือมนุษย์ระดับสูงอย่างทักษะก้าวพิศดารเอาไว้

    มันจึงทำให้ตัวของเฉินไป๋หลงหลบการโจมตีจากออร่าของเฉินไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ทว่าการโจมตีมันก็ยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เฉินกังนั้นเขาได้ควบคุมให้ออร่าสีฟ้าของเขานั้นเคลื่อนตัวเข้าไปโจมตีใส่เฉินไป๋หลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเฉินไป๋หลงก็ได้ใช้ทักษะก้าวเท้าพิศดารหลบการโจมตีของเฉินกังอย่างต่อเนื่องด้วยความยากลำบาก

    แม้ว่าการโจมตีจากออร่าของเฉินกังมันจะไม่ได้รุนแรงอะไรแต่ตามที่เขาตกลงกับเฉินกังเอาไว้คือห้ามโดนเฉินกังโจมตีแม้แต่เพียงนิดเดียวไม่อย่างนั้นเขาจะเป็นฝ่ายแพ้ ดังนั้นตัวของเฉินไป๋หลงจึงค่อนข้างที่จะเสียเปรียบตัวของเฉินกังอยู่ไม่น้อยเมื่อเฉินกังได้ใช้พลังออร่าที่มีปริมาณมากออกมาโจมตี ซึ่งนี่ก็บ่งบอกให้เห็นถึงความฉลาดเหนือล้ำของเฉินกังด้วยที่คิดถึงวิธีการอันชาญฉลาดเช่นนี้มารับมือกับเฉินไป๋หลงได้

                "บัดซบเอ้ย! เลิกสู้แบบคนขี้ขลาดได้แล้ว!"หลังจากถูกเฉินกังไล่ต้อนอย่างต่อเนื่องเฉินไป๋หลงมันก็เริ่มทนไม่ไหว จึงสถบคำหยาบออกมาในขณะที่ตัวของเขานั้นได้ใช้พลังปราณปัดเป่าออร่าของเฉินกังให้หายไปอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงจะสามารถปัดเป่าออร่าของเฉินกังให้หายไปทีละนิดทีละน้อยได้ตัวของเฉินกังก็สร้างออกมาใหม่เรื่อยๆอยู่ดี


    โปรดติดตามตอนต่อไป

    นิยายแนะนำ