“คุณชายซีเหริน..ท่านหายไปที่ใด” หลันฮวานึกทบทวนด้วยความรู้สึกกังวลใจอย่างถึงที่สุด พลันตัดสินใจวิ่งหาเขาไปทั่วบริเวณ สองเท้าเล็กวิ่งออกตามหาไม่ได้หยุดหย่อน พร้อมกับสีหน้ากังวลอย่างถึงที่สุด ก่อนจะสะดุดกับขอนไม้ที่ขวางอยู่จนร่างเล็กล้มกลิ้งลงไปกับพื้น
“อ๊ะ..” ร่างเล็กล้มลงอย่างแรง หากแต่ร่างกายเจ็บสักเพียงใด แต่ก็พยายามกัดฟันวิ่งตามหาเขาต่อ ในที่สุดสายตาหวานก็เลื่อนไปเห็นหวงซีเหรินอยู่ด้านหน้า ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอ่ยถาม ร่างเล็กก็พุ่งตัวเข้าโอบกอดเขาด้วยความโล่งใจ น้ำตาแห่งความอัดอั้นหลั่งไหลออกมาเป็นสายภายใต้อ้อมกอดนั้น หวงซีเหรินหลุบตามองดูร่างเล็ก ที่โอบกอดเขาตามด้วยคำต่อว่าจากนาง
“ท่านหายไปไหนมา รู้ฤาไม่ว่าข้าเป็นห่วงท่านมากเพียงใด ข้าคิดว่าท่านจะได้รับอันตรายเสียแล้ว..หากท่านเป็นอะไรไปข้าจะอยู่ได้อย่างไร ท่านหายไปทำไมไม่บอกข้าสักคำ” หญิงสาวพูดพลางสะอื้นไห้คล้ายคนเสียขวัญ หวงซีเหรินยืนอึ้งกับสิ่งที่เห็น เมื่อตั้งสติได้ จึงยกมือหนาจะยกขึ้นลูบหลังนางช้า ๆ อย่างคนรู้สึกผิด
“เหตุใดเจ้าจึงวิ่งมาไกลถึงเพียงนี้” น้ำคำอบอุ่นกล่าวถาม ในขณะที่ร่างเล็กยังคงโอบรัดเขา ด้วยความเป็นห่วง
“จักให้ข้าอยู่เฉยได้อย่างไร ข้าตื่นมาก็ไม่เห็นท่าน ยิ่งเห็นหยดเลือดนั้น ทำให้ข้ายิ่งทุกข์ใจ คิดว่าท่านจะได้รับอันตราย ข้าคิดว่าท่านถูกเสือคาบไปแล้ว หรือไม่ก็โดนคนร้ายพาตัวไป ในสมองข้าคิดไปต่างๆ นานา” ครู่หนึ่งหวงซีเหรินจึงหลุดยิ้มออกมา อย่างมีความสุข พลันตัดสินใจสะกิดแขนของนางเบา ๆ ก่อนหลันฮวาจะตั้งสติแล้วเงยหน้าขึ้น เลื่อนสายตาไปเห็นไก่งวงขนาดใหญ่ที่เขาจับมา
“ข้าไล่ตามจับไก่งวงตัวนี้ เพื่อเป็นอาหารสำหรับยามเย็น” หลันฮวาปาดน้ำตาแล้วมองไก่งวงตัวใหญ่ด้วยสายตาสับสน ก่อนจะค่อย ๆ ขยับกายเล็กออกจากเขาช้า ๆ
“ที่แท้เลือดนั้น เป็นของไก่งวงตัวนี้ฤา” หวงซีเหรินขมวดคิ้วเล็กน้อย
“เลือดอันใด”
“ก็เลือดที่หยดอยู่บริเวณนั้น..” หญิงสาวรีบอธิบาย ขณะที่มือหนายกขึ้นลูบศีรษะของนาง เป็นการปลอบขวัญ
“ข้ามิได้เป็นอันใด..แลยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าแล้ว หากแต่...หน้าตาตื่นเช่นนี้ เพราะคิดว่าเป็นเลือดของข้าใช่ฤาไม่” หลันฮวาชะงักนิ่งในคำถามนั้น ก่อนก้มหน้าลงพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง
“หยดเลือดนั้น อยู่ใกล้กับรถม้า ไฉนเลยข้าจะไม่คิดว่าเป็นของท่าน” ในขณะที่หลันฮวาตอบตามความเป็นจริงอยู่นั้น สายตาของชายหนุ่ม จึงเลื่อนลงมาเห็นบาดแผลลึกที่มือของนาง
“มือของเจ้า! เหตุใดจึงเป็นแผลลึกเช่นนั้น เจ้าบอกข้ามาว่าเกิดอันใดขึ้น” ชายหนุ่มเบิกตากว้างทิ้งไก่งวงลงพื้น แล้วรีบจับมือนางขึ้นมาสำรวจในทันทีด้วยความเป็นห่วง เขาเลื่อนสายตามองใบหน้าสวยของนาง แล้วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ที่รอยแผลเขียวช้ำพร้อมเลือดซึมออกมา ไม่ทำให้หลันฮวาเรียกร้องสิ่งใดนอกจากความปลอดภัยของเขา
“เพราะข้ามัวแต่ตามหาท่าน จนเผลอล้มลง แล้วมือก็ไปกระแทกกับเศษหินพวกนั้น” หลันฮวาชี้มือไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมใบหน้าเง้างอนที่เครือบไว้
“นี่แผลของข้าลึกถึงเพียงเชียวฤา” สายตาหวานก้มมองบาดแผลของตัวเองให้แน่ชัดอีกครั้ง หากแต่ชายหนุ่มรีบดึงมือนางมาจับไว้แน่น เขารีบควานหายาในซอกเสื้อออกมาทาให้อย่างถนอม มือบางสั่นระริกด้วยความเจ็บ หลังจากถูกยาสมุนไพรของหวงซีเหรินแต้มสัมผัส
“เจ็บมากฤาไม่” น้ำคำอบอุ่นของชายหนุ่มเอ่ยถาม ก่อนที่หญิงสาวจะพยักหน้าขึ้นลง
“ไม่คิดว่าแผลเท่านี้..เจ็บเอาการอยู่ไม่น้อย เหตุใดเมื่อครู่ข้าจึงไม่รู้สึกเจ็บเช่นนี้นะ” นางพูดพร้อมกับยู่หน้าด้วยความเจ็บปวด หวงซีเหรินกลั้นความรู้สึกส่วนลึกไว้ ก่อนพยายามทายาลงบนแผลของนางอย่างระวัง
“ขอโทษที่ข้าออกมาอย่างกะทันหันไม่ได้บอกเจ้า จึงทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวเช่นนี้ ต่อไปข้าจะระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ข้าสัญญาว่าครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เป็นต้นเหตุให้เจ้าเจ็บตัว” หลันฮวากลืนน้ำลาย แล้วมองมือของเขาที่กำลังทายาให้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะจับมือหญิงสาวแน่น พลางเลื่อนสายตามองตรงมายังหญิงสาว
“เหตุที่เจ้าไม่รู้สึกเจ็บปวดที่แผล นั่นเพราะเจ้าเอาความรู้สึกทั้งหมดมาห่วงข้าต่างหาก เจ้ารู้ตัวฤาไม่...” เมื่อเห็นสายตาไหวระริกของชายหนุ่มที่มองตรงมา ทำเอาหลันฮวา ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบซ่อนความรู้สึกบางอย่าง
“ข้าเพียงแต่ตกใจที่ท่านหายไป หากท่านเป็นอันใดไปจริง ๆ ข้าจะกลับไปบอกท่านพ่อท่านแม่ได้อย่างไร อีกทั้งยังไม่อยากกลับไปเป็นยาจก ที่ไร้ค่าในสายตาผู้คนอีก” หลันฮวาบ่ายเบี่ยงด้วยเหตุผลอื่น ก่อนหวงซีเหรินจะดึงมือนางจับไปจับไว้แน่น ไม่พูดสิ่งใดต่อ หากแต่รีบพานางเดินกลับมายังรถม้า ที่ผูกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่
“เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่ ห้ามเดินออกไปที่ใด ข้าจะออกไปหาฟืนในป่าด้านใน” หญิงสาวพยักหน้างงึกงัก พลางเอนกายพิงต้นไม้ใหญ่ เพราะเหนื่อยล้าจากการออกตามหาเขา สายตาหวานทอดไปยังเบื้องหน้า มองหลังไว ๆ ของเขา ด้วยอาการสองจิตสองใจ
“คุณชาย!” เสียงเรียกของหลันฮวา ทำให้ชายหนุ่มหันกลับมา
“ท่านรีบกลับมานะ ข้าจะไม่ดื้ออีกแล้ว...จะรอท่านอยู่ตรงนี้จนกว่าท่านจะกลับมา” หญิงสาวตะโกนบอก ก่อนหวงซีเหรินจะหันกลับมามองนางด้วยสายตาเป็นห่วง แล้วตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าป่าไป
หญิงสาวถอนหายใจพลันสังเกตมองรอบ ๆ เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยดีแล้ว จึงก้มมองมือถลอกของตัวเอง พลันหวนทบทวนความรู้สึกอีกครั้งอย่างเงียบ ๆ
“เหตุใด...ข้าจึงเป็นห่วงคุณชายซีเหรินถึงเพียงนี้ เหตุใดข้าต้องวุ่นวายใจเพราะเขาถึงเพียงนั้น” หลันฮวาคู้เข่า แล้วทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า พร้อมกับสายลมยามเย็นพัดผ่าน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ป่าโชยมาปะทะปลายจมูก ให้นางรู้สึกผ่อนคลาย
“ฤาว่าข้าจะหลงรักคุณชายซีเหรินเข้าแล้วจริง ๆ” ดวงตากลมเบิกกว้าง เมื่อทบทวนความรู้สึกตัวเองได้แล้ว หญิงสาวส่ายสายตาไปมาพลางส่ายศีรษะต่อต้าน
“ไม่จริง ข้าไม่ได้หลงรักเขา เราสองคนก็แค่มีผลประโยชน์ร่วมกันเท่านั้น..” หลันฮวาพยายามปลอบใจตัวเอง ทว่าใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปปั้นนั้น ก็ทาบเข้ามาทุกอณูความรู้สึก หญิงสาวสลัดความคิดทิ้ง พลันเท้าคางแล้วทบทวนอีกครั้ง