“ขณะที่บุรุษผู้นั้นกำลังโศกเศร้าอยู่ ตัวของไอมี่อิงก็เริ่มต้นวิบากชาติที่สามไปได้ค่อนชีวิตแล้วใช่หรือไม่ขอรับ?” เทพหนุ่มท่าทางธรรมดาในอาภรณ์สีกรมท่าเอ่ยถามร่างสูงตรงหน้าที่สวมหมวกฟางใบใหญ่สีน้ำตาลรับกับอาภรณ์สีเทา หลังจากนั่งฟังเื่เล่าจากปากอีกฝ่ายที่มานั่งจิบชาด้วยกันจบ
“ผิดแล้ว ตอนนี้วิบากชาติที่สองของนางเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…” คู่สนทนาตอบ เดิมเขาก็คือเซียนหิ่งห้อยที่บำเพ็ญเพียรจนได้เลื่อนขั้นเป็เทพ
และตอนนี้นั้นได้รับหน้าที่พิเศษจากเบื้องบนให้เป็เทพมัคคุเทศก์ ผู้นำทางิญญาสตรีผู้หนึ่งให้ไปเกิดตามที่ที่ถูกกำหนดไว้ โดยเมื่อรับรู้ว่านางตายก็จะไปหานางแล้วนำทางไปยังบ่อแห่งชะตา เพื่อส่งตัวไปเกิดใหม่
“หือ?” เมื่อเห็นท่าทีสงสัยของอีกฝ่าย เทพมัคคุเทศก์จึงอธิบาย
“เื่ความเหลื่อมล้ำของเวลาน่ะ แต่ละภพภูมิ แม้อยู่ร่วมจักรวาลใหญ่จักรวาลเดียวกัน แต่เวลากลับเดินต่างกัน ข้าเพิ่งเดินไปส่งนางที่บ่อชะตาเมื่อสามวันก่อน แต่ตอนนี้เวลาในโลกเดิมกลับผ่านไปสี่สิบกว่าปีแล้ว”
ก่อนจะนึกถึงตอนที่เขาไปรับตัวไอมี่อิงแล้วพานางไปส่ง…
“ไอมี่อิง…” น้ำเสียงเย็นะเืที่ดังมาจากข้างหลังทำให้ไอมี่อิงที่ยืนทอดสายตามองร่างของตนเองที่นอนจมกองเือยู่ใต้หุบเหวหันกลับไปมอง
พลันก็พบกับบุรุษผู้หนึ่งที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีเทาและสวมหมากฟางใบใหญ่สีน้ำตาล ใบหน้าถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากสีเดียวกับอาภรณ์
แม้จะใ แต่ก็หาได้หวาดกลัวอันใดไม่
“ข้าคือเทพมัคคุเทศก์ที่ได้รับหน้าที่ให้มานำทางเ้า ตามข้ามา” นางพยักหน้ารับแล้วเดินตามเขาเข้าไปในกลุ่มม่านหมอกสีเทาขมุกขมัวตรงหน้าแต่โดยดี
ก่อนที่ร่างของนางกับอีกฝ่ายจะมาปรากฏยังทางเดินเล็กๆ สายหนึ่งที่ดูสะอาดตา รอบตัวมีดอกไม้ดอกเล็กๆ สีขาวขึ้นเต็มไปหมด ตอนที่กำลังเดินทางกันต่อเทพมัคคุเทศก์ก็เปรยขึ้นมาว่า
“จริงๆ แล้วข้าต้องเรียกเ้าว่าสุ่ยเหม่ยหนิง [1] สินะ”
“สุ่ยเหม่ยหนิง?” ไอมี่อิงทวนคำด้วยความสงสัย สักพักก็ถึงบางอ้อเมื่อความทรงจำทั้งหมดไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว
“จบสิ้นไปหนึ่งชาติภพแล้ว?” ร่างโปร่งแสงของไอมี่อิงหรือความจริงคือสุ่ยเหม่ยหนิงถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำเพียงพยักหน้ารับก็พึมพำเบาๆ
“เหลืออีก 11 ชาติสินะ…” ก่อนจะหันมาถามเทพมัคคุเทศก์ด้วยความสงสัย
“เหตุใดท่านถึงได้เป็ผู้มานำทางข้าเล่าเ้าคะ? ข้าไม่ต้องไปต่อแถวรอดื่มน้ำแกงยายเมิ่งก่อนหรือ?”
“เพราะเ้าถูกลิขิตไว้แล้ว เ้าจึงไม่ได้ใช้ทางไปเกิดแบบเดียวกับผู้วายชนม์คนอื่น แต่ต้องมายังบ่อชะตาที่เบื้องบนเป็ผู้กำหนด” เทพมัคคุเทศก์ตอบในสิ่งที่ตัวเองรู้ ซึ่งไอมี่อิงก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากพยักหน้ารับเบาๆ
“ถึงแล้ว” เมื่อนางเดินมาถึงบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ก้มมองลงไปเห็นเงาสะท้อนของตนในรูปลักษณ์ของไอมี่อิง ทว่าสักพักก็กลับกลายเป็สุ่ยเหม่ยหนิงอันเป็ิญญาที่แท้จริงของตน ซึ่งทั้งสองใบหน้าล้วนงดงามกันไปคนละแบบ
จากนั้นเทพมัคคุเทศก์ก็ส่งขวดแก้วสีใสที่มีของเหลวสีเหลืองอ่อนให้ร่างบาง
“นี่คือน้ำยาลืมรักผสมกับน้ำแกงยายเมิ่ง เมื่อดื่มเข้าไปแล้วเ้าจะลืมทุกอย่าง ตัดขาดความสัมพันธ์บุญคุณความแค้นจากทุกผู้คนที่เคยเผชิญในภพนี้ และทุกครั้งที่กลับมาเจอหน้าข้าเ้าถึงจะจำได้ว่าตัวเองคือผู้ใด” ไอมี่อิงพยักหน้ารับ แล้วดื่มของเหลวในขวดแก้วลงไปจนหมด จากนั้นก็ส่งขวดเปล่าคืนมือเทพมัคคุเทศก์
“แล้วพบกันใหม่…สุ่ยเหม่ยหนิง” นางยิ้มรับ ก่อนจะะโลงไปในบ่อน้ำ เพื่อไปสู่ชาติภพใหม่…
“แล้วพี่สาวของนางเล่าขอรับ?” อีกฝ่ายถามต่ออย่างสงสัย
“อ้อ พี่สาวของนางกับสามีเชื้อพระวงศ์น่ะหรือ? ก็ยังอยู่ดีมีสุขและเพิ่งจะอายุย่างเข้าเลขสี่เอง ส่วนเซียนสองคนนั้นต่างก็กำลังมีความรักล่ะ!”
“ไหนตอนนั้นพระเทวีบอกว่าพวกเขาต้องลงไปเผชิญวิบากมิใช่หรือ?” เขาถามในสิ่งที่ตนบังเอิญได้ยินมา
“ยังไม่ถึงเวลานั้นกระมัง...เื่ส่วนตัวของพวกเขาข้าก็ไม่ค่อยรู้เท่าใดนัก”
“เื่เวลานี่มันซับซ้อนจริงๆ แม้จะอยู่มานานแล้วแต่ข้าก็ยังไม่ใคร่ชินนักขอรับ”
“หึๆ หากเทียบกับข้าแล้ว เ้ายังนับว่าเป็เพียงเด็กชายผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่ต้องรีบร้อนเข้าใจไปหรอก” คู่สนทนาเอ่ยพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ
“จริงสิ…เห็นว่าอีกไม่นานยุทธภพช่างเซี่ยก็จะประกาศรับสภา์ชุดใหม่แล้วนะ ไหนๆ วันๆ เ้าก็ค่อยไม่มีอะไรทำ ลองไปสมัครดูสิหลี่เต๋อ [2] ”
“ยุทธภพช่างเซี่ยสินะขอรับ…” เ้าของชื่อพึมพำอย่างครุ่นคิด
“ใช่ๆ ส่วนข้าก็ไปไหนไม่ได้หรอก จนกว่าจะได้ส่งสุ่ยเหม่ยหนิงลงบ่อชะตาจนครบ 12 ชาติภพของนาง”
“ข้าไปแน่นอนขอรับ ขอบคุณมากขอรับท่านเจี้ยนิที่ชี้แนะ” หลี่เต๋อเอ่ยพลางส่งยิ้มอย่างมีไมตรีจิตให้บุรุษตรงหน้า
“ด้วยความยินดี” ‘เจี้ยนิ’ กล่าวก่อนฉวยตะเกียงประจำกายขึ้นมา ก่อนจะเดินจากไปเพื่อไปติดตามชีวิตในชาติที่สองของไอมี่อิง ทิ้งให้เทพหนุ่มหลี่เต๋อนั่งยิ้มอยู่คนเดียว…
ในที่สุดโอกาสที่ข้าเฝ้ารอคอยก็มาถึงแล้ว…
หวังว่ากลับไปคราวนี้จะได้เจอเ้านะ…หลันเฉียว…
[1] หากสนใจ สามารถติดตามเื่ราวเพิ่มเติมของสุ่ยเหม่ยหนิงได้ใน สุ่ยเหม่ยชิง ยาใจอาหาน
[2] หากสนใจ สามารถติดตามเื่ราวเพิ่มเติมของหลี่เต๋อได้ในยุทธภพไร้ใจ ตัวข้าไม่ไร้รัก
ร่วมพูดคุยกันได้ที่ Han Yu หานยวี่ / Meng Li Mao Hu เมิ่งลี่มาวหู น้า
ผลงานเื่อื่นๆ ของนักเขียน
แนวรักคอมเมดี้:
+รู้จักกับ 'หานอิงมี่' คุณหนูจอมแก่นที่ต้องถูกจับต่งงานกับคนที่เกลียดขี้หน้าอย่างท่านแม่ทัพ 'เซี่ยเฟยหง' ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] แต่งกับเ้าแล้วไง! ข้าก็ไม่ได้รักเ้าเสียหน่อย!
+รู้จักกับพี่ชายคนโตตระกูลหาน ผู้ที่มีศักดิ์เป็พนักงานที่ได้เงินเดือนเยอะที่สุดในวังหลวง 'หานิเทียน' และ 'จีลู่ฟาง' ฮูหยินตัวแสบ ---> [สามพี่น้องตระกูลหาน] สมรสพระราชทานบันดาลรัก
+รู้จักกับพี่ชายคนกลาง ผู้ที่สุดแสนจะเสเพลยิ่งกว่าน้องเขย 'หานิซาน' แต่กลับต้องมาเสียปณิธานที่ว่าจะไม่ยอมลงให้สตรีหน้าไหนให้แก่หัวหน้าโจรสาวอย่าง 'ซือซิง'
-----> [สามพี่น้องตระกูลหาน] หอบรักมาห่มใจแม่นางโจร
แนวรักดราม่า:
+้าเสพความหน่วงจาก 'เซียวหลินหลิง' สตรีที่เคยหลงรักในตัวของ 'ซือหยวนซา' คุณชายคนสุดท้องของสกุลและทนทำดีกับเขามาตลอดจนทนไม่ไหวเลยยื่นหนังสือหย่า ----> [สามบุพเพสกุลซือ] ทางใครทางมัน! เราหย่ากันแล้ว!
+ชอบแนวเต๊าะๆ เครียดๆ หวานเยอะสุดในซีรีส์สามบุพเพสกุลซือ ต้องคุณชายรอง 'ซือหยินซู' กับรัชทายาทมาร 'วั่งหลิวเหว่ย' เลยค่ะ
[สามบุพเพสกุลซือ] 18+แผนลับลวงใจ เสื้อแพรล่องหน (ของรัชทายาทมาร)
+้าอ่านแนวาสู้รบปรบมือ นางเอกเก่ง พบกับ 'จิวอวี้' และคุณชายใหญ่ 'ซือหยางซี' ได้ที่
---> [สามบุพเพสกุลซือ] บุปผาไร้งามกับกระบี่ไร้ใจ
+้าเสพความหน่วงระดับฮาร์ดคอร์ ขึ้นไปจุดสูงสุดแล้วปล่อยตัวตกลงมาดังตุบจากเกมส์กระดานแห่งความแค้น ของ 'ฉินซิ่นซื่อ' กับ 'ซู่ซู่'
----->หัวเราะทีหลังดังกว่า
้าเสพความหน่วงแบบจบง่ายไม่ต้องอ่านยาว
----->ห้วงมายา ปักษา ภารมย์