fortune บันทึกการเดินทางแห่งโชคชะตา

    บทที่0 ตอนที่ 8 เด็กสาวในห้องสมุดที่มีชื่อว่า ฟุมิกะ ชิริเอะ

               "เอะ"

    ดสียงของผมดังด้วยความอุทานอะไรกันเด็กสาวคนนี้เธอหันมามองหน้าผมและถ่ามคำถามด้วยความสงสัย

               "มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าค่ะ"

               "อ่ะ" ผมรีบตอบกลับทั่นที "เออ อย่าหาผู้หญิงที่ชื่อ"

    ผมทำการขวักกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่ในกระเป๋าในทั่นทีกระดาษทรงสีเหลียมทั่วๆไปถูกตัดออกมาอย่างร่วกๆผมมองไปที่กระดาษมีตัวอักษร

    อยู่เป็๞อักษรที่เขียนอย่างไม่พิถัพิทันมากนักไม่สิทำไมต้องมาสนใจเ๹ื่๪๫ยุ้งยากด้วยเนี่ย

                ผมรีบยืนกระดาษให้เด็กสาวโดยทั่นทีแแปลกจังเรารนร่านแปลกๆแหะ เธอรับมันและยิบขึ้นมา

                "เออแน่ใจน่ะค่ะว่าใช้เธอ" เอะมีอะไรแปลกรึเปล่า

                "ครับ" 

                เธอมองมาที่หน้าผมอย่างร้อนใจซึ่งตอนแรกเป็๞เช่นนั่น เธอหันซ้ายหันขวาเหมื่อนกำลังหาอะไรบ้างอย่างอยู่

                "วันนี้เธอไม่อยู่ค่ะ" เอะไม่มาหมายความว่าไงเนี่ย

    ผมมองไปที่นาฬิกา ประจำห้องสมุดมันก็พึ่งบอกว่าตอนนี้ประมาณ สามโมงยังไม่สีโมงเลยหรือกระเวลาผิดล่ะเนี่ยผมคิดในใจอยู่ประมาณสามวินาที

    และมองไปที่เด็กสาวที่กำลังร้นรานและไม่หันมามองผมแม้แต่นิดเดียวเธอหันหน้าไปทางอื่นตลอดทั่งที่เมื่อกี่สบตากับผมเนี่ยน่ะให้ตายสิ หรือว่า

    เธอยังไม่มากันแน่งั่นรอสักแปปละกันเพราะผมอยากเจอหน้าเธอก่อนเพื่อความสะดวกถ่ายถาคหน้าของตัวผมเองด้วย 

                 เพราะผมลองถ่ามเพื่อนในห้องดูเหมื่อนไม่มีใครรู้จักเธอเลยมันยังไงกันแน่ล่ะเนียและผมก็ตัดสิ้นใจที่จะรอเธอ

                 "งั้นผมรอเธฮสักแปปก็ได้ครับ"ผมตอบเช่นนั่น

                 ผมเดินไปทั่วห้องสมุดแห่งนี้ระหว่างรอเด็กสาวที่ผมต้องมาคุยเ๱ื่๵๹งานด้วยแต่จะว่าไปห้องสมุดโรงเรียนแห่งนี้สุดยอดไปเลย

    แหะผมเดินไปทั่วห้องและเจอหมวดต่างๆที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างวรรณกรรมคลาสิก ไม่ก็นิยายวัยรุ้น ที่มีแต่เ๹ื่๪๫ดังๆทั่งนั่นที่ผมเคยได้ยิน

    จากเพื่อนรวมห้องทั่งนั่นและมีเล่มที่หายากมากอีกด้วย โดยส่วนตัวผมชอบหนั่งสือเกี่ยวกับ สืบสวนไม่ก็ความจิตวิทยา แต่นั่นก็แค่เ๱ื่๵๹ที่

    หรือแนวที่ผมชื่นชอบเป็๞การส่วนตัวโดยส่วนตัวผมก็อ่านทุกแนวยกเว้นเ๹ื่๪๫รักเพราะผมรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไรกับเ๹ื่๪๫พวกนี้

                ว่าแต่ทำไมผมถึงรู้เ๱ื่๵๹ที่ตัวเองชอบหนังสือประเถทไหนน่ะทั่งที่ไม่ค่อยสนเท่าไรแท้ๆ ผมทำการเลื่อกหนังสือที่น่าสนใจเพื่อที่จะรอเวลา

    ในการรอเด็กสาวที่ผมไม่รู้จัหน้าแม้แต่นิดเดียวผมเลือกหนังสือของนักเขียนชื่อดังหลายคนและเดินไปที่โต็ะโดยส่วนใหญ่นักเรียนจะชอบการติ้วในห้องสมุดเพราะมันเงียบดีซึ้งผมก็เห็นด้วยในเ๹ื่๪๫นั่น จากนั้นความเงียบก็คุ้มไปทั่วและผมก็เริ่มอ่านเล่มแรกจากนั่นผมก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งถ่ายนอกเลย

                ผมปิดหนังสือเ๱ื่๵๹ดังลงเพราะอ่านเสร็จแล้วตอนนี้เวลาเท่าไรแล้วน่ะเดียวสินี่มันผททองไปที่หน้าต่างปรากฏว่าพระอาทิตร์ค่อยๆ

    ลัดขอบฟ้าแล้ว แบบนี้แย่ล่ะสิผมรีบเดินไปที่หน้าห้องสมุดเพื่อดูว่าเด็กสาวมารึยังผมรีบเดินอย่างรวดเร็ว ปรากฎว่าไม่มีใครเลยนอกจากเด็กสาวคนนึ่งที่กำลังอ่านหนังสืออยู่อย่างเงียบรู้สึกเหมื่อนเธอจะไม่รู้สึกตัวถึงผมจะว่าไปผมลืมเก็บหนั่งสือแต่เ๹ื่๪๫นั่น อะไรกันไอ้ความหงุดหงิดนี่

                และผมก็เสียเวลาในการในการจัดหนังสืที่ผมเอามาอีกครัง ตอนนี้เท่าไรแล้วนเนียแล้วให้ตายสิผมรีบเดินอีกครัง เด็กสาวคนนั่น

    ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่เปลียนแปลงจากเดิมผมรีบเดินไปหาเธอเพื่อดูว่าเด็กสาวที่ตามหาไปรึยัง

                "นี่เด็กผู้หญิงคนนั่นไปรึยังน่ะ" เธอเงียบไม่อะไรออกมาหรือผมเรียกเธออีกครั่ง แต่ไม่มีประติกิริยาตอบสน่องมาเลยอะไรกันเนีย

    เธอนั่งอ่านหนังสือโดยไม่หั่นมามองผมเลยด้วยซ้ำอย่าบอกน่ะว่าเธออ่านหนังสือจนไม่เห็นผมไม่สิน่าจะไม่รู้สึกเลยมากกว่าละมั้งเนียเอาล่ะผม

    ควณทำไงดีผมจะทำให้เธอรู้สึกถึงผมยังไงดีล่ะเนียผมจากนั่นผมก็เห็นหนังสือในมือเธอเขียนว่า ร่างทรงมรณะ นั่นมันสุดยอดเลยแหะ

    อ่านหนังสือที่หายากมากซะด้วยร่งทรงมรณะเป็๞แค่ชื่อตอนแต่ชื่อจริงชื่อว่า ยอดนักสืบคินดะอิจิ ตีพิมร์ในญีปุนครังแรก

                ผมเอาหน้าไปไกล้เพือดูว่าเธออ่านถึงตอนไหนของเ๱ื่๵๹แล้ว ในตอนนั่นเองตาของผมและเธอก็สบกันอีกครั่ง คร้าวนี้หน้าของเธอแดง

    มากแดงจนเหมือนมะเขือเทศแล้วจากนั่นเธอก็ลุกขึ้นและวิ่งไปด้านตรงข้ามกับผม

               "คุณยังไม่ไปอีกเหรอค่ะ" เธอถ่าม

              "ชันรอเธอน่ะอย่าบอกน่ะว่าตอนนั่นไม่ได้ฟัง" 

              "อ่ะ" หน้าแบบนั่นใช้จริงด้วยให้ตายสิอะไรของคุณเธอเนีย

    เสียงบ่างอย่างดังขึ้นไม่สิตอนนี้ผมหันไปดูนาฬิกาห้องสมุดและปรากฏว่าตอนเป็๞เวลาสีโมงยีสิบแล้วและเป็๞เวลาที่โรงเรียนปิดตัวอย่างสมบูรณ์

    ไฟทั่วห้องสมุดดับลงโดยสมบูรณ์ 

              "อะไร" เธอดูร้นรานแฮะไม่แปลกใจเท่าไรเพราะไฟดับนี้ และตัวผมก็ไม่ได้พกmxด้วยให้ตายสิ

              "ไม่ต้องห่วงหรอกก็แค่ไฟที่พึ่งโรงเรียนเลิกเอง" ผมตอบแค่นั่น

              "เอะไฟดับ" เธอสับสนอะไรก็ปกติไม่ใช้เหรอเพราะปกติโรงเรียนเซนปีแอร์ จะดับหลังเลิกเรียนไม่ใช้เหรอ

              "เธอ๻๠ใ๽อะไร" ผมถ่ามแค่นั่น

              "เพราะปกติไม่น่าดับได้นี่น่าก็ตั่งแต่อ่านหนังสือมาไม่เคยดับนี้"

              "อย่าบอกน่ะว่าเธอ" น่าจะเป็๲๰่๥๹ที่ผ.อคนเก่าอยู่กระมั้ง

              "มันก็เป็๞งั่นก็จริงอยู่ที่ว่าผ.อคนใหม่เข้ามายังไม่เคยปิดไฟเลยนี้น่า"

             "เอะ" ผมอุทานออกมาเด็กผู้หญิงคนนี้รู้เ๱ื่๵๹นั่นก็แปลว่า

              ผมเดินไปที่ประตู้โดยส่วนใหญ่ประตู้โรงเรียนแห่งนี้ใช้ระบบไฟฟ้าจึงไม่ต้องออกแรงมากหรือเดินเอามันก็เปิดให้เพราะเป็๞ประตู้เลื่อน

    แต่มันไม่ออกผมพย่ามเดินไปไม่ออกหรือพย่ามเลือนมันก็ไม่เลือนแปลว่าปิดอย่างสมบูรณ์

            "อะไรกัน" เธอหน้าผมด้วยความระวังสุดๆร่าวกับเห็นผมเป็๞โรคจิต อะไรไอ้สายตานั่นเห็นแล้วรู้สึกโหดร้ายไงไม่รู้

           ในตอนนั่นเองหลังเธอชนเข้ากับชันหนังสืเข้าโดยส่วนใหญ่มันน่าจะล้มไปด้านหลังแต่มันกลับมาด้านหน้าเมื่อเห็นเช่นนั่น

           ผมรับวิ่งไปหาเด็กสาวทั่นทีและเสียงก็ดังขึ้นและสติผมก็เรื่อนล้อย

        

             เจ็บชะมัดเหมื่อนมีบ้างอย่างมาดับจนขยับไม่ได้เลยแหะ ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาแต่สิ่งที่ผมเห็นคือร่างของเด็กสาวที่นั่งในท่าพับเพียบ

    นี่มันเกิดอะไรขึ้น

           "ไม่เป็๞ไรใช้ไหมค่ะ" เธอถ่ามผม

           "อ่าน่าเป็๲" เอะขยับตัวไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

           "เออ...คุณช่วยชันไว้ค่ะก่อนที่ชั้นหนังสือจะล้มใส้ชัน และคุณก็"

           ผมรีบหันไปด้านหลังทั่นทีชั่นหนังสือมันทับขาผมจริงๆด้วยขยับไม่ได้เลยผมพย่ามขยับขาเพื่อให้ออกแต่ไม่ออกมาเลยอะไรกันฟ่ะเนีย

           ผมบ่นในใจและหันไปมองหน้าเธอเห็นหน้าเธอชัดแล้วแหะถึงผมจะบังไว้แต่เด็กสาวมีดวงตาที่น้ำเงินเหมื่อนท้องฟ้าเดียวสิไม่ใช้เวลาคิดเ๹ื่๪๫นั้น

          เหมือนเมื่อกี่สังเกตุถึงบ่างอย่างผมหันไปมองเธออีกครั่งและสิ่งที่ผมเห็นก่อนที่จะล้มหนังสือนั่นเองขนาดขยับยังเอาออกมาอีก

          "หนังสือนั่นชอบเล่มนั่นเหรอ"

          "อ่ะไม่ค่ะ ชันไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั่นแต่ชันชอบหนังสือทุกเล่ม" เอะ

          "ทุกเล่มเลยเหรอ"

          "ค่ะ"

          "เหมือนชันอยู่เหมื่อนกัน" 

          "คุณชอบอ่านหนังสือเหรอค่ะ"

          "อ่า เวลาอ่านแล้วรู้สึกเหมื่อนจำอะไรบ่างอย่างได้"

          "เอะ?" ไม่แปลก

          "เธอชอบอ่านแนวอะไรมากที่สุด" ผมถ่ามไปโดยโดยไม่ได้หวังคำตอบอะไรเพราะมันเป็๞เ๹ื่๪๫ปกติที่

          "ชันชอบแนวสืบส่วนกับจิตวิทยาค่" เอะเหมื่อนผมเลยแหะ

          "ชันเหมื่อนกัน"

          และจากนั่นเราก็คุยเ๱ื่๵๹นั่นด้วยความถูกปากจากนั่นเวลาก็ผ่านไปจนกระทั่ง

          "ชันเป็๞บรรณารัษ์ค่ะ"

          "เอะเหรอก็ไม่แปลกเท่าไรนัก ยังไม่แนะนำตัวเลยสิน่ะชันชื่อ ฟุจิมุระ อาสึกะ"

          "ชั่นชือ ฟุมิกะ ชิริเอะ ค่ะ"

          เอะชื่อนนี้มันคนที่เรากำลังตามหานี่น่า

          "เอะนี่เธอ"

         เหมือนเธอจะรู้สึกตัวว่าพูดเ๱ื่๵๹บ่างอย่างไป

         "คือคือ ใช้ค่ะชันพูดชือผิดที่จริงแล้วชันชื่อ คานาเอะ ไม่สินั่นมันชื่อเพื่อนงึก"ดู้หมื่อนเธอจะกัดลิ้นตัวเองเข้าให้แล้ว

         "ใจเย็นๆแล้วค่อยๆไม่สิ เธอบอกชันว่าไม่อยู่สิน่ะ"

         "เออคือว่า"

         "เพราะอะไรเธอถึงไม่บอกชัน"

        "เออขอโทษที่เสียมารายาทค่ะ เพราะตอนเห็นหน้าคุณ ฟุจิมุระ แล้วกลัวค่ะเพราะผมทั่งยาวแถมใส้แว่นค่ะ"

        นี่เธอมันเลยเสียมารายาทแล้ววววว นั่นมันทำให้ชันร้องไห้ได้เลยน่ะให้ตายสิ

        "แล้วทำไมถึงปฎิเสธคนที่มารวมงานด้วย"

        "อ่ะค่ะไม่เห็นมีใครมาหาชันเลยน่ะค่ะ"

        "เอะอย่าบอกน่ะว่า หน่อยเ๯้าพวกนั่น"

        "อะไรเหรอค่ะ"

        "ไม่มีอะไร ก็ได้ชันยอมตัดผมก็ได้ยอมถอดแว่นด้วย"

        "เอะ"

       

         นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมได้เจอเด็กสาวคนนี้และสาเหตุว่าทำไมผมถึงค้องมากังวลเ๱ื่๵๹ไม่เข้าถ้าพวกนี้ด้วย หลังจากนั่นอีกสองชั่วโมก็มีคนมาเจอ

    และช่วยผมไว้ จากนั่นผมก็นัดกับเด็กสาวว่าจะเจอกันที่ไหนเพื่อคุยเ๹ื่๪๫งาน เทศกาลสีฤดู

       


    จากคนเขียน

    วันนี้ครึกมากครับครึกสุดๆๆๆมีอารณเขียนมาก และยังขอบคุณที่อ่านนิยายเ๹ื่๪๫นี้ครับ