"เอะ"
ดสียงของผมดังด้วยความอุทานอะไรกันเด็กสาวคนนี้เธอหันมามองหน้าผมและถ่ามคำถามด้วยความสงสัย
"มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าค่ะ"
"อ่ะ" ผมรีบตอบกลับทั่นที "เออ อย่าหาผู้หญิงที่ชื่อ"
ผมทำการขวักกระดาษแผ่นหนึ่งที่อยู่ในกระเป๋าในทั่นทีกระดาษทรงสีเหลียมทั่วๆไปถูกตัดออกมาอย่างร่วกๆผมมองไปที่กระดาษมีตัวอักษร
อยู่เป็อักษรที่เขียนอย่างไม่พิถัพิทันมากนักไม่สิทำไมต้องมาสนใจเื่ยุ้งยากด้วยเนี่ย
ผมรีบยืนกระดาษให้เด็กสาวโดยทั่นทีแแปลกจังเรารนร่านแปลกๆแหะ เธอรับมันและยิบขึ้นมา
"เออแน่ใจน่ะค่ะว่าใช้เธอ" เอะมีอะไรแปลกรึเปล่า
"ครับ"
เธอมองมาที่หน้าผมอย่างร้อนใจซึ่งตอนแรกเป็เช่นนั่น เธอหันซ้ายหันขวาเหมื่อนกำลังหาอะไรบ้างอย่างอยู่
"วันนี้เธอไม่อยู่ค่ะ" เอะไม่มาหมายความว่าไงเนี่ย
ผมมองไปที่นาฬิกา ประจำห้องสมุดมันก็พึ่งบอกว่าตอนนี้ประมาณ สามโมงยังไม่สีโมงเลยหรือกระเวลาผิดล่ะเนี่ยผมคิดในใจอยู่ประมาณสามวินาที
และมองไปที่เด็กสาวที่กำลังร้นรานและไม่หันมามองผมแม้แต่นิดเดียวเธอหันหน้าไปทางอื่นตลอดทั่งที่เมื่อกี่สบตากับผมเนี่ยน่ะให้ตายสิ หรือว่า
เธอยังไม่มากันแน่งั่นรอสักแปปละกันเพราะผมอยากเจอหน้าเธอก่อนเพื่อความสะดวกถ่ายถาคหน้าของตัวผมเองด้วย
เพราะผมลองถ่ามเพื่อนในห้องดูเหมื่อนไม่มีใครรู้จักเธอเลยมันยังไงกันแน่ล่ะเนียและผมก็ตัดสิ้นใจที่จะรอเธอ
"งั้นผมรอเธฮสักแปปก็ได้ครับ"ผมตอบเช่นนั่น
ผมเดินไปทั่วห้องสมุดแห่งนี้ระหว่างรอเด็กสาวที่ผมต้องมาคุยเื่งานด้วยแต่จะว่าไปห้องสมุดโรงเรียนแห่งนี้สุดยอดไปเลย
แหะผมเดินไปทั่วห้องและเจอหมวดต่างๆที่น่าสนใจไม่น้อย อย่างวรรณกรรมคลาสิก ไม่ก็นิยายวัยรุ้น ที่มีแต่เื่ดังๆทั่งนั่นที่ผมเคยได้ยิน
จากเพื่อนรวมห้องทั่งนั่นและมีเล่มที่หายากมากอีกด้วย โดยส่วนตัวผมชอบหนั่งสือเกี่ยวกับ สืบสวนไม่ก็ความจิตวิทยา แต่นั่นก็แค่เื่ที่
หรือแนวที่ผมชื่นชอบเป็การส่วนตัวโดยส่วนตัวผมก็อ่านทุกแนวยกเว้นเื่รักเพราะผมรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไรกับเื่พวกนี้
ว่าแต่ทำไมผมถึงรู้เื่ที่ตัวเองชอบหนังสือประเถทไหนน่ะทั่งที่ไม่ค่อยสนเท่าไรแท้ๆ ผมทำการเลื่อกหนังสือที่น่าสนใจเพื่อที่จะรอเวลา
ในการรอเด็กสาวที่ผมไม่รู้จัหน้าแม้แต่นิดเดียวผมเลือกหนังสือของนักเขียนชื่อดังหลายคนและเดินไปที่โต็ะโดยส่วนใหญ่นักเรียนจะชอบการติ้วในห้องสมุดเพราะมันเงียบดีซึ้งผมก็เห็นด้วยในเื่นั่น จากนั้นความเงียบก็คุ้มไปทั่วและผมก็เริ่มอ่านเล่มแรกจากนั่นผมก็ไม่รู้สึกถึงสิ่งถ่ายนอกเลย
ผมปิดหนังสือเื่ดังลงเพราะอ่านเสร็จแล้วตอนนี้เวลาเท่าไรแล้วน่ะเดียวสินี่มันผททองไปที่หน้าต่างปรากฏว่าพระอาทิตร์ค่อยๆ
ลัดขอบฟ้าแล้ว แบบนี้แย่ล่ะสิผมรีบเดินไปที่หน้าห้องสมุดเพื่อดูว่าเด็กสาวมารึยังผมรีบเดินอย่างรวดเร็ว ปรากฎว่าไม่มีใครเลยนอกจากเด็กสาวคนนึ่งที่กำลังอ่านหนังสืออยู่อย่างเงียบรู้สึกเหมื่อนเธอจะไม่รู้สึกตัวถึงผมจะว่าไปผมลืมเก็บหนั่งสือแต่เื่นั่น อะไรกันไอ้ความหงุดหงิดนี่
และผมก็เสียเวลาในการในการจัดหนังสืที่ผมเอามาอีกครัง ตอนนี้เท่าไรแล้วนเนียแล้วให้ตายสิผมรีบเดินอีกครัง เด็กสาวคนนั่น
ยังนั่งอยู่ที่เดิมไม่เปลียนแปลงจากเดิมผมรีบเดินไปหาเธอเพื่อดูว่าเด็กสาวที่ตามหาไปรึยัง
"นี่เด็กผู้หญิงคนนั่นไปรึยังน่ะ" เธอเงียบไม่อะไรออกมาหรือผมเรียกเธออีกครั่ง แต่ไม่มีประติกิริยาตอบสน่องมาเลยอะไรกันเนีย
เธอนั่งอ่านหนังสือโดยไม่หั่นมามองผมเลยด้วยซ้ำอย่าบอกน่ะว่าเธออ่านหนังสือจนไม่เห็นผมไม่สิน่าจะไม่รู้สึกเลยมากกว่าละมั้งเนียเอาล่ะผม
ควณทำไงดีผมจะทำให้เธอรู้สึกถึงผมยังไงดีล่ะเนียผมจากนั่นผมก็เห็นหนังสือในมือเธอเขียนว่า ร่างทรงมรณะ นั่นมันสุดยอดเลยแหะ
อ่านหนังสือที่หายากมากซะด้วยร่งทรงมรณะเป็แค่ชื่อตอนแต่ชื่อจริงชื่อว่า ยอดนักสืบคินดะอิจิ ตีพิมร์ในญีปุนครังแรก
ผมเอาหน้าไปไกล้เพือดูว่าเธออ่านถึงตอนไหนของเื่แล้ว ในตอนนั่นเองตาของผมและเธอก็สบกันอีกครั่ง คร้าวนี้หน้าของเธอแดง
มากแดงจนเหมือนมะเขือเทศแล้วจากนั่นเธอก็ลุกขึ้นและวิ่งไปด้านตรงข้ามกับผม
"คุณยังไม่ไปอีกเหรอค่ะ" เธอถ่าม
"ชันรอเธอน่ะอย่าบอกน่ะว่าตอนนั่นไม่ได้ฟัง"
"อ่ะ" หน้าแบบนั่นใช้จริงด้วยให้ตายสิอะไรของคุณเธอเนีย
เสียงบ่างอย่างดังขึ้นไม่สิตอนนี้ผมหันไปดูนาฬิกาห้องสมุดและปรากฏว่าตอนเป็เวลาสีโมงยีสิบแล้วและเป็เวลาที่โรงเรียนปิดตัวอย่างสมบูรณ์
ไฟทั่วห้องสมุดดับลงโดยสมบูรณ์
"อะไร" เธอดูร้นรานแฮะไม่แปลกใจเท่าไรเพราะไฟดับนี้ และตัวผมก็ไม่ได้พกmxด้วยให้ตายสิ
"ไม่ต้องห่วงหรอกก็แค่ไฟที่พึ่งโรงเรียนเลิกเอง" ผมตอบแค่นั่น
"เอะไฟดับ" เธอสับสนอะไรก็ปกติไม่ใช้เหรอเพราะปกติโรงเรียนเซนปีแอร์ จะดับหลังเลิกเรียนไม่ใช้เหรอ
"เธอใอะไร" ผมถ่ามแค่นั่น
"เพราะปกติไม่น่าดับได้นี่น่าก็ตั่งแต่อ่านหนังสือมาไม่เคยดับนี้"
"อย่าบอกน่ะว่าเธอ" น่าจะเป็่ที่ผ.อคนเก่าอยู่กระมั้ง
"มันก็เป็งั่นก็จริงอยู่ที่ว่าผ.อคนใหม่เข้ามายังไม่เคยปิดไฟเลยนี้น่า"
"เอะ" ผมอุทานออกมาเด็กผู้หญิงคนนี้รู้เื่นั่นก็แปลว่า
ผมเดินไปที่ประตู้โดยส่วนใหญ่ประตู้โรงเรียนแห่งนี้ใช้ระบบไฟฟ้าจึงไม่ต้องออกแรงมากหรือเดินเอามันก็เปิดให้เพราะเป็ประตู้เลื่อน
แต่มันไม่ออกผมพย่ามเดินไปไม่ออกหรือพย่ามเลือนมันก็ไม่เลือนแปลว่าปิดอย่างสมบูรณ์
"อะไรกัน" เธอหน้าผมด้วยความระวังสุดๆร่าวกับเห็นผมเป็โรคจิต อะไรไอ้สายตานั่นเห็นแล้วรู้สึกโหดร้ายไงไม่รู้
ในตอนนั่นเองหลังเธอชนเข้ากับชันหนังสืเข้าโดยส่วนใหญ่มันน่าจะล้มไปด้านหลังแต่มันกลับมาด้านหน้าเมื่อเห็นเช่นนั่น
ผมรับวิ่งไปหาเด็กสาวทั่นทีและเสียงก็ดังขึ้นและสติผมก็เรื่อนล้อย
เจ็บชะมัดเหมื่อนมีบ้างอย่างมาดับจนขยับไม่ได้เลยแหะ ผมค่อยๆลืมตาขึ้นมาแต่สิ่งที่ผมเห็นคือร่างของเด็กสาวที่นั่งในท่าพับเพียบ
นี่มันเกิดอะไรขึ้น
"ไม่เป็ไรใช้ไหมค่ะ" เธอถ่ามผม
"อ่าน่าเป็" เอะขยับตัวไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
"เออ...คุณช่วยชันไว้ค่ะก่อนที่ชั้นหนังสือจะล้มใส้ชัน และคุณก็"
ผมรีบหันไปด้านหลังทั่นทีชั่นหนังสือมันทับขาผมจริงๆด้วยขยับไม่ได้เลยผมพย่ามขยับขาเพื่อให้ออกแต่ไม่ออกมาเลยอะไรกันฟ่ะเนีย
ผมบ่นในใจและหันไปมองหน้าเธอเห็นหน้าเธอชัดแล้วแหะถึงผมจะบังไว้แต่เด็กสาวมีดวงตาที่น้ำเงินเหมื่อนท้องฟ้าเดียวสิไม่ใช้เวลาคิดเื่นั้น
เหมือนเมื่อกี่สังเกตุถึงบ่างอย่างผมหันไปมองเธออีกครั่งและสิ่งที่ผมเห็นก่อนที่จะล้มหนังสือนั่นเองขนาดขยับยังเอาออกมาอีก
"หนังสือนั่นชอบเล่มนั่นเหรอ"
"อ่ะไม่ค่ะ ชันไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั่นแต่ชันชอบหนังสือทุกเล่ม" เอะ
"ทุกเล่มเลยเหรอ"
"ค่ะ"
"เหมือนชันอยู่เหมื่อนกัน"
"คุณชอบอ่านหนังสือเหรอค่ะ"
"อ่า เวลาอ่านแล้วรู้สึกเหมื่อนจำอะไรบ่างอย่างได้"
"เอะ?" ไม่แปลก
"เธอชอบอ่านแนวอะไรมากที่สุด" ผมถ่ามไปโดยโดยไม่ได้หวังคำตอบอะไรเพราะมันเป็เื่ปกติที่
"ชันชอบแนวสืบส่วนกับจิตวิทยาค่" เอะเหมื่อนผมเลยแหะ
"ชันเหมื่อนกัน"
และจากนั่นเราก็คุยเื่นั่นด้วยความถูกปากจากนั่นเวลาก็ผ่านไปจนกระทั่ง
"ชันเป็บรรณารัษ์ค่ะ"
"เอะเหรอก็ไม่แปลกเท่าไรนัก ยังไม่แนะนำตัวเลยสิน่ะชันชื่อ ฟุจิมุระ อาสึกะ"
"ชั่นชือ ฟุมิกะ ชิริเอะ ค่ะ"
เอะชื่อนนี้มันคนที่เรากำลังตามหานี่น่า
"เอะนี่เธอ"
เหมือนเธอจะรู้สึกตัวว่าพูดเื่บ่างอย่างไป
"คือคือ ใช้ค่ะชันพูดชือผิดที่จริงแล้วชันชื่อ คานาเอะ ไม่สินั่นมันชื่อเพื่อนงึก"ดู้หมื่อนเธอจะกัดลิ้นตัวเองเข้าให้แล้ว
"ใจเย็นๆแล้วค่อยๆไม่สิ เธอบอกชันว่าไม่อยู่สิน่ะ"
"เออคือว่า"
"เพราะอะไรเธอถึงไม่บอกชัน"
"เออขอโทษที่เสียมารายาทค่ะ เพราะตอนเห็นหน้าคุณ ฟุจิมุระ แล้วกลัวค่ะเพราะผมทั่งยาวแถมใส้แว่นค่ะ"
นี่เธอมันเลยเสียมารายาทแล้ววววว นั่นมันทำให้ชันร้องไห้ได้เลยน่ะให้ตายสิ
"แล้วทำไมถึงปฎิเสธคนที่มารวมงานด้วย"
"อ่ะค่ะไม่เห็นมีใครมาหาชันเลยน่ะค่ะ"
"เอะอย่าบอกน่ะว่า หน่อยเ้าพวกนั่น"
"อะไรเหรอค่ะ"
"ไม่มีอะไร ก็ได้ชันยอมตัดผมก็ได้ยอมถอดแว่นด้วย"
"เอะ"
นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมได้เจอเด็กสาวคนนี้และสาเหตุว่าทำไมผมถึงค้องมากังวลเื่ไม่เข้าถ้าพวกนี้ด้วย หลังจากนั่นอีกสองชั่วโมก็มีคนมาเจอ
และช่วยผมไว้ จากนั่นผมก็นัดกับเด็กสาวว่าจะเจอกันที่ไหนเพื่อคุยเื่งาน เทศกาลสีฤดู
จากคนเขียน
วันนี้ครึกมากครับครึกสุดๆๆๆมีอารณเขียนมาก และยังขอบคุณที่อ่านนิยายเื่นี้ครับ