ในยุคที่อัตราการเกิดต่ำแบบนี้ เด็กทุกคนเกิดมาล้วนได้รับความรักและเอ็นดูอย่างแน่นอน คนที่ถูกมารดารังเกียจอย่างถังอวี่นับว่าเป็คนแรก
คุณนายถังเป็คนที่รักษาภาพพจน์ถึงที่สุดคนหนึ่ง เธอไม่มีทางทำอะไรถังอวี่ต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด ถึงขั้นยังยิ้มแย้มแจ่มใสสวมบทเป็คุณแม่ที่คุณสมบัติมากพร้อม และเพราะคุณนายถังทำเช่นนี้ จึงทำให้ถังอวี่คาดหวังกับเธอ
แต่ความคาดหวังนี้ได้แตกสลายเป็เสี่ยงๆ ในคืนก่อนพิธีแต่งงานเมื่อชาติก่อนไปแล้ว
แม้จะไม่เป็ที่โปรดปรานของคุณแม่ แต่เขาก็ยังคงเป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลถัง ส่วนจะเป็ลูกนอกสมรสหรือไม่นั้น...รอให้คุณพ่อพูดเองแล้วกัน
“ผมแค่เปลี่ยนสีผมกลับไปเหมือนเดิมเท่านั้นครับ นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย” ถังอวี่ตัดสินใจว่าจะไม่ปกปิดสีผมเอาไว้
ใครทำให้เขาไม่มีความสุข เขาก็จะสนองคืนกลับไป
เขาไม่ได้อวยนะ แต่เขาค้นพบว่าผมสีน้ำตาลเข้มเหมาะกับเขามากกว่าผมสีทองซะอีก
“ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรกัน อย่างแกนี่แหละปัญหาใหญ่!” คุณนายถังกล่าวอย่างโมโหโดยไม่สนมรรยาท นี่เป็ถึงปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหน้าตาของเธอเชียว! เพียงแค่นึกถึงสีหน้ายามที่คนอื่นเห็นถังอวี่ คุณนายถังมักรู้สึกว่าตัวเธอเตี้ยลงหนึ่ง่ตัว
“ถ้าคุณแม่ไม่ชอบสีผมของผม ผมแค่ไม่ปรากฏตัวในงานเลี้ยงที่คุณแม่จัดก็ได้แล้ว” ถังอวี่กล่าว
“ไม่ใช่แค่นั้น ตอนอยู่นอกบ้านก็ห้ามบอกว่าตัวเองเป็คนตระกูลถัง! แกจะทำให้สายเืตระกูลถังแปดเปื้อนไม่ได้!” คุณนายถังขมวดคิ้วเริ่มออกคำสั่งเด็ดขาดกับถังอวี่
ในใจถังอวี่เริ่มเกิดเพลิงโทสะ เพราะอะไรกัน! เป็เพราะสีผมของตนงั้นเหรอ?!
ถึงอย่างไรถังอวี่ก็เพิ่งจะสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ ตอนตายยังไม่ทันสิบแปดปีเต็ม เดิมทีเป็วัยรุ่นที่สงบอารมณ์ไม่อยู่ แม้จะผ่านการกลับชาติมาเกิดหนึ่งหน สติปัญญาเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้น ยิ่งกว่านั้นนอกจากเขาจะกลัวไปบ้างเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณนายถัง ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นเขาก็ยังเป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลถัง!
“ขอโทษจริงๆ ครับคุณแม่ แต่อยู่ข้างนอกถึงผมจะไม่บอกว่าตัวเองเป็คนตระกูลถัง คนอื่นก็รู้ว่าผมเป็คุณชายใหญ่ตระกูลถังอยู่ดี!” หลายปีนี้ออกไปเผยหน้าตาไม่ได้เสียแรงเปล่าหรอกนะ
ถังอวี่รู้สึกสะใจยิ่งนักเมื่อเห็นความบิดเบี้ยวน้อยๆ บนใบหน้าของคุณนายถัง
การค้นพบนี้ทำให้ถังอวี่ประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่นานเขาก็รวบรวมเรี่ยวแรงขึ้นมา นี่เป็ครั้งแรกที่เขาต่อต้านคุณนายถัง
“งั้นพี่ไม่ต้องออกไปก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ” ถังจื่อฉีเสนอ
คุณนายถังรู้สึกว่าข้อเสนอนี้ไม่เลวเลย เพิ่งคิดจะเอ่ยเห็นด้วย ถังอวี่ก็พูดอีกครั้ง
เขาไม่อยากถูกถังจื่อฉีกวนน้ำให้ขุ่น เขากลัวว่าน้องชายคนนี้จะคุมอารมณ์ไม่อยู่แล้วลงมือกับเขาอีกรอบ ก่อนจะฆ่าเขาซ้ำ
ตอนนี้ถังอวี่เจ็บแค้นที่สมรรถภาพทางกายของเขาต่ำกว่าถังจื่อฉียิ่งนัก
“คุณแม่ ผมจะยกโควตาให้ถังจื่อฉี แต่ผมมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
“เงื่อนไขอะไร” หากไม่ใช่เพราะ้าลายมือชื่อและเสียงบันทึกของถังอวี่ เธอคงไม่มีทางเสียเวลาพูดเื่พวกนี้กับลูกชายคนโตคนนี้หรอก
“ผมอยากยกเลิกการหมั้นกับตระกูลโจว”
คุณนายถังขมวดคิ้ว “ไม่ได้ การแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ของตระกูลถังและตระกูลโจวเป็เื่จำเป็ แกเลิกคิดเื่นี้ไปได้เลย” สามีของเธอ้าผู้ช่วยเพิ่มขึ้น ตระกูลโจวเป็พันธมิตรที่เหมาะสม
“ในเมื่อจำเป็ต้องแต่งงานเชื่อมความสัมพันธ์ ไม่สู้ให้น้องทำแทนดีกว่า ผมว่าน้องน่าจะชอบโจวจิ้นินะ” ถังอวี่กล่าวประโยคนี้พลางลอบมองทางถังจื่อฉี
เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้คบหากันั้แ่เมื่อไรกันแน่ ในใจเขารู้ดีว่าตัวเองปัดการแต่งงานครั้งนี้ไม่พ้น ที่พูดออกมาตอนนี้ก็เพื่อสนับสนุนเงื่อนไขข้างหลังก็เท่านั้น
ถังจื่อฉีอึ้งไป “นี่พี่กำลังพูดอะไรอยู่ ผมจะชอบโจวจิ้นิได้ไง ยังไม่เคยเจอเขาด้วยซ้ำ” แม้เคยได้ยินคุณแม่บอกว่าโจวจิ้นิไม่เลว อีกทั้งในใจก็รู้สึกว่าการที่อีกฝ่ายต้องลงเอยถังอวี่นั้นช่างเสียของ แต่เขาไม่มีทางชอบคนที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนแน่นอน
เมื่อเห็นว่าท่าทางของเขาไม่เหมือนเสแสร้ง ถังอวี่ถึงละสายตาของตัวเองกลับมา
“การแต่งงานครั้งนี้คุณปู่และคุณพ่อของแกเป็คนตัดสินใจ ถ้าแกมีปัญหา แกก็ไปหาคุณพ่อแกเอง” ในใจของคุณนายถังไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งเมื่อเอ่ยประโยคนี้
โจวจิ้นิเป็ชายหนุ่มที่อนาคตไกลคนหนึ่ง ในปัจจุบันที่อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์บรรลุถึง 300 ปี ร้อยโทที่เพิ่งอายุยี่สิบปีอย่างโจวจิ้นิพบได้น้อยมาก จากจุดนี้เห็นได้ว่าโจวจิ้นิเป็คนมีความสามารถคนหนึ่ง
เธอเองก็อยากจับถังจื่อฉีให้คู่กับโจวจิ้นิใจจะขาด แต่พูดอะไรไปสามีล้วนไม่เห็นด้วย ยังปลอบใจเธอว่าจื่อฉีต้องสืบทอดตระกูลถัง คู่ควรกับคนที่ดีกว่านี้ เธอจึงยอมปล่อยวาง
แต่การที่โจวจิ้นิจะได้คู่กับลูกชายคนโตของเธอ ช่างไม่ยุติธรรมจริงๆ เธอรู้สึกได้รับความไม่เป็ธรรมแทนเขา
“เอาเถอะ ในเมื่อคุณแม่ตัดสินใจเื่นี้ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมเสนอเงื่อนไขอื่นแล้วกัน”
คุณนายถังมุ่นคิ้ว ถังอวี่ชักเอาใหญ่แล้ว ถึงกับเสนอเงื่อนไขซ้ำแล้วซ้ำอีก “แกว่ามา” เธอตัดสินใจอดทนเพื่อบุตรชายคนเล็กผู้เป็ที่รัก
“ผมไม่อยากแต่งงานเร็วขนาดนั้น หลังจากนี้ผมจะเรียนหนังสือต่อ หวังว่าคุณแม่จะไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจครั้งนี้ของผม” แผนการเดิมคือเมื่อถังอวี่โตเป็ผู้ใหญ่สิบแปดปีเต็ม เขาก็ต้องแต่งงานกับโจวจิ้นิ ในเมื่อยังยกเลิกสัญญาหมั้นหมายไม่ได้ เช่นนั้นเขาก็ทำได้เพียงใช้วิธีนี้ถ่วงเวลาไปก่อน
ขอเพียงเขาสอบติดโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง แบบนั้นเขาก็มั่นใจว่าจะยกเลิกการหมั้นหมายครั้งนี้ได้! ขณะเดียวกันยังสานฝันที่เขาอยากเข้าโรงเรียนทหารได้อีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว