บทที่ 17 เปลี่ยนเผ่าพันธุ์ (ตอนปลาย)
“ผู้เล่นมนตราได้รับ {การ์ดเผ่าพันธุ์ปลาตีน} จำนวน 100 ใบ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
เสียงที่ดังมาจากระบบฯหลังจากมีนได้เปิดหีบสีทองใบนั้น มันมาพร้อมกับเครื่องหมายคำถามอันใหญ่โตปรากฏขึ้นมาอยู่บนใบหน้าของหญิงสาวในเวลานี้
มีนอยากจะรู้นักว่าทำไมไอเทมในหีบฯ ซึ่งมีบอสสุดหินเฝ้าอยู่? จึงมีเพียงแค่การ์ดเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรระดับต่ำแถมยังมีเพียงจำนวนแค่ 100 ใบเท่านั้น? แทนที่จะเป็เหรียญทอง ไอเทม หินเสริมพลังหรือตำราทักษะชนิดต่าง ๆ อย่างที่ควรจะเป็…
หญิงสาวเปิดรายละเอียดของการ์ดใบหนึ่งขึ้นมาตรวจสอบก็พบว่าการ์ดชุดนี้ เป็สมบัติของเผ่าพันธุ์ที่าาปลาตีนได้เก็บรักษาไว้ เพื่อมอบให้แก่ใครก็ตามที่ตัวมันเห็นว่า“เหมาะสม” ให้เข้าร่วมเผ่าพันธุ์ปลาตีน โดยการ์ดประเภทนี้ 1 ใบ จะสามารถใช้งานได้เพียง1 ครั้งเท่านั้น และเมื่อถูกใช้งานแล้ว ตัวการ์ดก็จะสลายหายไป ก่อนที่สถานะเผ่าพันธุ์ที่ผู้ใช้งานได้รับจะไปปรากฏอยู่ในหน้าต่างค่าสถานะของตัวละครผู้เรียกใช้งานแทน
หากผู้เล่น ้าจะเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ใหม่มาแทนที่ผู้เล่นก็เพียงแค่เรียกใช้งาน การ์ดเผ่าพันธุ์อันใหม่ได้ในทันที แต่เมื่อผู้เล่น้าที่จะกลับมาใช้เผ่าพันธุ์เดิมก่อนหน้านี้อีกครั้งมีเพียงวิธีการเดียวก็คือ ผู้เล่นต้องหาการ์ดเผ่าพันธุ์อันนั้นมาไว้ใน และทำการเรียกใช้งานการ์ดฯอีกครั้ง...
ประโยชน์ของการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ผู้เล่นจะได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปตามความสามารถของเผ่าพันธุ์นั้นๆ โดยทักษะประจำเผ่าพันธุ์ อาจจะเป็ทักษะประเภทเสริมค่าสถานะ ทักษะเรียกใช้ทักษะติดตัว หรือทักษะเวทมนตร์ชนิดต่าง ๆ ตามลักษณะและคุณสมบัติพื้นฐานของเผ่าพันธุ์นั้นๆ
เมื่อผู้เล่นมีการ์ดเผ่าพันธุ์ใดๆ อยู่ในมือ ผู้เล่นสามารถเรียกใช้งานมันได้ในทันที และทักษะเผ่าพันธุ์ของผู้เล่นก็จะเปลี่ยนไปตามเผ่าพันธุ์ที่ใช้งานอยู่เพียงแต่...ทักษะเผ่าพันธุ์เดิมที่ผู้เล่นได้ทำการเพิ่มระดับมาแล้ว จะถูกผนึกเอาไว้จนไม่สามารถเรียกใช้งานทักษะนั้นได้อีกทั้งทักษะยังจะถูกรีเซตกลับไปเป็ระดับพื้นฐานอีกครั้ง นั่นจึงทำให้ “การ์ดเผ่าพันธุ์”แม้จะหายาก แต่ก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากผู้เล่นมากนัก นอกเสียจากว่าการ์ดเผ่าพันธุ์ใบนั้น จะเป็การ์ดของเผ่าพันธุ์ที่มีความสามารถและประโยชน์ใช้สอยอยู่ในระดับสูงเท่านั้น
กรณีของาาปลาตีนนั้นในทุก ๆ 12 ปี าาปลาตีนจะทำการผสมพันธุ์กับปลาตีนสีชมพู จึงทำให้มันอยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุดเนื่องจากาาปลาตีนจะต้องผนึกพลังของตัวเองเกือบทั้งหมด เพื่อสกัดเป็น้ำเชื้อออกมาให้เพียงพอกับจำนวนไข่ของปลาตีนสีชมพูโดยปกติแล้ว โอกาสการฟักไข่สำเร็จของาาปลาตีนจะต่ำมาก การที่าาปลาตีนผู้อยู่ใน่บั้นปลายชีวิตตัวนี้ได้ทราบว่าปลาตีนสีชมพูคู่ชีวิตตกไข่ในคราวเดียวพร้อมกันถึง 12 ใบ ดังนั้นมันจึงต้องทุ่มเทพลังกายพลังใจอย่างถึงที่สุดเพื่อปฏิบัติภารกิจสืบทอดเผ่าพันธุ์ให้สำเร็จ ซึ่งในครั้งนี้เองาาปลาตีนต้องสกัดน้ำเชื้อออกมาเป็จำนวนถึง12 หยดด้วยกัน นั่นก็หมายความว่า นี่คือ “โอกาสสุดท้าย” ของมันแล้ว
หลังจากได้อ่านรายละเอียดจากการ์ดฯหญิงสาวผู้เตรียมจะเก็บการ์ดเผ่าพันธุ์ ซึ่งตัวเองไม่คิดจะใช้งานเข้าไปเก็บไว้ในคลังฯเพราะเห็นว่าเผ่าพันธุ์นี้ ไม่ได้มีความสามารถที่น่าสนใจอะไร แถมพวกมันยังเป็สัตว์อสูรระดับต่ำอีกต่างหากแต่ทว่าเมื่อได้เหลือบไปเห็นสายตาอันเว้าวอนจำนวน 12 คู่ ที่ห้อมล้อมอยู่รอบกาย อีกทั้งพวกมันยังทำท่าทางเหมือนกับว่าอยากให้ตนเรียกใช้งานการ์ดใบนี้เสียเหลือเกิน ดังนั้นมีนจึงหยิบการ์ดขึ้นมายกชูให้พวกมันเห็นก่อนจะถามเ้าปลาตีนน้อยทั้งหลายว่า “พวกแกอยากให้ฉัน ใช้งานการ์ดใบนี้เหรอ?”
เ้าปลาน้อยทั้ง12 ตัว ต่างพากันผงกหัวน้อย ๆ และขยับตัวไปมา ทำท่าเหมือนกับกำลังบอกตนว่า “ใช่แล้วเ้านาย...”
เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงได้แต่ตอบรับความ้าของพวกมันทั้งหมด “โอเค ๆ ไม่ต้องอ้อนเยอะเล่นใหญ่แบบนี้ก็ได้ ฉันจะเรียกใช้งานการ์ดเดี๋ยวนี้แหละจ้า”
หลังจากที่เ้าปลาตีนน้อยทั้งหลายได้เห็นผู้เป็นายตกลงปลงใจตอบรับคำขอจากพวกมันแล้ว ต่างก็พากันขยับลำตัวไปมาด้วยท่าทางกระดี๊กระด๊ากันใหญ่
“ใช้งาน”มีนเรียกใช้งานการ์ดเผ่าพันธุ์ในมือ
“ผู้เล่นมนตราเรียกใช้งาน {การ์ดเผ่าพันธุ์ปลาตีน} หลังจากใช้งานฯ ผู้เล่นมนตราจะเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เป็ [เผ่าพันธุ์ปลาตีน] ผู้เล่นมนตรา ้าเปลี่ยนเผ่าพันธุ์เป็เผ่าพันธุ์ปลาตีนหรือไม่?”
“้า”มีนตอบ
“เนื่องจาก[เผ่าพันธุ์ปลาตีน] ได้ถูกวิวัฒนาการย้อนกลับไปเป็ [เผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์]ผู้เล่นมนตรา จะได้รับการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ให้เป็ [เผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์]กรุณาตรวจสอบค่าสถานะค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [ผสานร่าง] ขั้นต้น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [พุ่งชน] ขั้นต้น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [ลำแสงแอกโซโลตล์] ขั้นต้น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [เชื่อมสัมพันธ์] ขั้นต้น กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราได้รับภารกิจต่อเนื่อง ‘คำขอร้องของาาปลาตีน...จงปลดปล่อยลูกหลานข้า’ ภารกิจต่อเนื่อง ระดับ A กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
หลังจากที่หญิงสาวได้เปลี่ยนเผ่าพันธุ์เป็[แอกโซโลตล์] (ปลาตีนเดิม) กลับได้ยินเสียงจากระบบแจ้งว่ายังมีภารกิจที่ต่อเนื่องจาก “คำขอร้องของาาปลาตีน” ขึ้นมาอีกหนึ่งภารกิจ
เมื่อเป็เช่นนี้จึงเหมือนกับเป็การตอบคำถามในสิ่งที่ตนเคยสงสัยว่า เหตุใดจึงทำให้ปลาตีนน้อยทั้งหมดในหนองน้ำแห่งนี้หายไป?
โดยไม่เสียเวลา มีนเรียกรายละเอียดของเควสขึ้นมาอ่านในทันที…
ภารกิจ: [จงปลดปล่อยลูกหลานข้า] ภารกิจต่อเนื่อง: ระดับ A
“าาปลาตีน”าาผู้ยิ่งใหญ่ของเหล่าปลาตีนแห่งหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางเมื่อถึงระยะสุดท้ายของชีวิตกลับถูกมิตรรักทรยศ…
าาปลาตีนซึ่งใกล้จะหมดอายุขัยแล้ว ได้เดิมพันความหวังสุดท้ายของตัวเองเอาไว้กับไข่และน้ำเชื้อทั้ง12 ใบ ด้วยเหตุนี้มันจึงได้ฝากฝังสมบัติล้ำค่าฯ ตลอดจนลูกหลานร่วมเผ่าพันธุ์ปลาตีนทั้งหลายให้แก่จ้าวคางคกพิษซึ่งมันคิดว่า เป็ลูกน้องและเพื่อนสนิทที่ไว้ใจได้ ดูแลรักษาสมบัติพร้อมกับปกป้องลูกหลานเผ่าพันธุ์ปลาตีนเอาไว้เพื่อส่งมอบให้แก่ทายาทของมันต่อไป
มิคาด...คางคกพิษกลับทรยศต่อความไว้ใจของอีกฝ่ายด้วยการจับลูกหลานร่วมเผ่าพันธุ์ของาาปลาตีนขังเอาไว้ในคุกใต้ดิน ก่อนจะสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็าาแห่งหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางแทน...
เงื่อนไข
-เผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ (เผ่าพันธุ์ปลาตีน)
- กำจัดจ้าวแห่งคางคกพิษ (1/1)
- ปลดปล่อยลูกหลานแอกโซโลตล์ (ปลาตีน) จากการถูกคุมขังในคุกใต้ดิน (0/1,000)
รางวัลภารกิจ
-าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ (เผ่าพันธุ์ปลาตีน)
- ได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [อำนาจแห่งาา]
บทลงโทษ
-เผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์จะหายสาบสูญไปตลอดกาล
ในขณะที่มีนกำลังอ่านข้อมูลเควสอยู่นั้นก็มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจดังขึ้นมา ซึ่งเป็เหมือนเสียงคนกำลังพูดคุยกัน ดังนั้นมีนจึงนิ่งเงียบพร้อมกับเงี่ยหูฟังเพื่อค้นหาที่มาของเสียงสนทนาเ่าั้…
“นี่แกแกว่าเ้านายจะพาพวกเราไปลุยที่ไหนอีกรึเป่า?” เสียงหนึ่งพูด
“ไม่รู้อ่ะ”อีกเสียงตอบ
“ชั้นไม่อยากไปไหนอ๊ะ”อีกเสียงบอกมา
“งื่อชั้นก็ไม่อยากไปไหนเหมือนกัน” อีกเสียงหนึ่งกล่าวสนับสนุนฯ
“ชั้นอยากกินขนมหวานอ่ะ”เสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
“ช่ายยยย ๆ ๆ ๆๆ” อีกหลายเสียงตอบรับ
“ขนมหวานที่ท่านอเล็กซ์ให้กินอร่อยมว๊ากกกกกก”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาอย่างระริกระรี้
“อร๊ายช่ายยยยยยย” อีกเสียงหนึ่งสนับสนุน
“แต่ท่านอเล็กซ์โหดมากเลยอ๊ะ”เสียงหนึ่งพูดมาอีก
“เออ ๆ หยุดเลยๆ ชั้นไม่อยากจะคิดถึงท่านอเล็กซ์ตอนนี้” อีกเสียงดังขึ้นอย่างหวาดผวา
“แต่หนมหวานอร่อยมว๊ากกกกกกกกก”อีกเสียงแทรกขึ้นมา
“ช่ายยยย ๆ ๆ ๆๆ” อีกหลายเสียงตอบรับ
“บอกเ้านายดิว่าเราอยากกินหนมหวาน ไม่อยากกินอาหารสัตว์เลี้ยง...” เสียงหนึ่งบอกมา
“บอกไงอ่ะ?เราพูดกับเ้านายตั้งหลายรอบแล้ว แต่เ้านายไม่เห็นตอบเราเลย...เวลาเ้านายคุยกับพวกเราแต่ละทีก็เอาแต่บอกให้ทำนู่นทำนี่เท่านั้นแหละ...” เสียงหนึ่งกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ
“แต่เ้านายก็ชอบเล่นกับเรานะ”เสียงหนึ่งกล่าว
“ช่าย ๆ ๆ ๆ”หลายเสียงสนับสนุน
“แล้วเ้านายก็น่ารักด้วย”เสียงหนึ่งกล่าว
“ช่าย ๆ ๆ ๆ”หลายเสียงสนับสนุน
“แต่เราก็อยากให้เ้านายซื้อหนมหวานให้เรากินด้วย...”เสียงหนึ่งพูดอีก
“ช่าย ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆ ๆ” หลายเสียงสนับสนุน
มีนต้องกระแอมไปหนึ่งทีเมื่อรู้ว่าเสียงที่ได้ยินมาเป็เสียงจากเ้าปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัวที่กำลังเม้าท์มอยพาดพิงถึงตนกันอย่างสนุกปาก
“อยากกินขนมหวานหรือจ๊ะ?เด็ก ๆ” มีนส่งเสียงหวาน ๆ แทรกถามลงไปในบทสนทนาของพวกมัน
“.........” เงียบงันไร้เสียงตอบรับอยู่ครู่ใหญ่...
“เดี๋ยวพอกลับเมือง...ฉันจะพาไปซื้อขนมอร่อยๆ มาให้พวกหนู ๆ กินนะจ๊ะ” มีนเปล่งเสียงพร้อมกับบอกเจตนาของตนออกมาอีกครั้ง
หลังจากที่พวกมันทั้งหมดใบ้กินไปชั่วขณะปลาตีนตัวหนึ่งจึงหันหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า “จะ...เ้านายได้ยินเสียงเราด้วย?”
และเมื่อพวกมันเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับปลาตีนน้อยทั้งหลายแสดงความดีใจออกมากันยกใหญ่ “เย่ ๆ ๆ ๆ ๆ”
“เ้านายคุยกับพวกเราได้แล้วใช่ไหมเ้าคะ?”ปลาตีนน้อยสีชมพูตัวหนึ่งกล่าวออกมา
“ใช่จ้ะ...เธอ?”มีนตอบพร้อมก้มตัวลงไปลูบหัวเ้าปลาตีนตัวนั้น
“หนูเอรีสค่ะ” ปลาตีนน้อยสีชมพูตัวนั้นตอบออกมา
“สวัสดีจ้ะ...เอรีส”มีนทักทายกับปลาตีนสีชมพูตัวที่ตนลูบหัวอยู่ ก่อนจะหันไปมองปลาตีนน้อยตัวอื่น ๆ พร้อมกับกล่าวทักทายจนครบทุกตัว
“สวัสดีทอรัส...สวัสดี...”
จากนั้นมีนก็ย่อตัวลงไปนั่งเล่นและสนทนากับเ้าปลาตีนน้อยทั้งหมดอยู่พักใหญ่พร้อมกับรับฟังเื่ราวต่าง ๆ จากพวกมัน ซึ่งพอจับใจความได้ว่าหลังจากเ้าพวกนี้ฟักออกมาจากไข่แล้ว อเล็กซ์ก็พาไปอบรมบ่มนิสัย และให้ฝึกวิชาอย่างหนักหน่วงซึ่งอเล็กซ์เข้มงวดกับเ้าปลาตีนน้อยเหล่านี้มาก จนทำให้พวกมันต่างก็รู้สึกหวาดผวาไปตามๆ กัน แต่เมื่อพวกทำอะไรได้สำเร็จลุล่วงตามที่อเล็กซ์กำหนดไว้แล้ว อีกฝ่ายก็จะให้รางวัลเป็ขนมหวานหลากหลายชนิดเป็การตอบแทน
และั้แ่ปลาตีนน้อยเหล่านี้ได้ลองลิ้มชิมรสขนมหวานแสนอร่อยแล้วพวกมันก็เกิดติดใจในรสชาติของขนมหวานั้แ่บัดนั้นเป็ต้นมา แต่ในขณะเดียวกันพวกมันก็ยังคงหวาดผวาต่อผู้เป็อาจารย์ของตนอยู่ดี...
‘มิน่าล่ะ...พวกมันถึงได้ดูหงอยๆ ลงไป ที่แท้...ก็เป็เพราะว่า พวกมันไม่ได้กินขนมหวานนี่เอง’ มีนคิดในใจหลังจากที่พอจะสรุปเื่ราวของพวกมันทั้ง 12 ตัวได้อย่างรวบรัดก่อนสัญญาว่าจะมอบรางวัลให้แก่พวกมันทั้งหมด หลังจากภารกิจนี้สิ้นสุดลง
เมื่อพูดคุยสนทนาปรับความเข้าใจกับพวกปลาตีนน้อยเหล่านี้เรียบร้อยแล้วมีนจึงนำเอาแผนที่หนองน้ำฯ ขึ้นมาดูอีกครั้ง เพื่อค้นหาเส้นทางลงไปยังคุกใต้ดิน ซึ่งตำแหน่งในแผนที่บอกว่าปากทางเข้าอยู่ด้านหลังของบัลลังก์สีทองตัวนี้นี่เอง เพียงแต่...มีนและปลาตีนน้อยทั้ง12 พยายามช่วยกันค้นหาอยู่หลายรอบ แต่กลับไม่พบปากทางเข้าที่ว่าแม้แต่เงา เมื่อเป็เช่นนี้มีนจึงคิดว่ามันจะต้องมีเงื่อนไขฯ หรือกลไกบางอย่างที่ใช้เปิดมันอย่างแน่นอน...
ดังนั้นมีนจึงสั่งการให้เ้าปลาน้อยทั้งหมดสำรวจดูรอบๆ ห้องโถงแห่งนี้ และหากมีอะไรต้องสงสัยให้รีบแจ้งตนมาทันที ส่วนตัวมีนเองก็ได้สำรวจดูรอบๆ บัลลังก์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะพบว่า ด้านหลังของบัลลังก์สีทอง มีภาพดวงตราสัญลักษณ์บางอย่างที่ดูเลือนรางสลักเอาไว้ซึ่งลักษณะของดวงตราอันนี้ เป็วงแหวนสองวงซ้อนทับกันขนาดประมาณครึ่งเมตร และภายในวงแหวนหากสังเกตให้ดีจะเห็นอักขระภาษาเทพสลักอยู่ คล้ายกับว่ามันเป็วงเวทอันหนึ่ง และส่วนของวงแหวนชั้นในจะมีหลุมขนาดประมาณ1 นิ้ว คั่นอยู่ระหว่างชุดของอักขระเวทมนตร์จำนวน 10 หลุม ด้วยกัน...
มีนรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าตัวเองเหมือนเคยเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจากที่ไหนมาก่อนจึงนำตำราคู่มือของอเล็กซ์ขึ้นมา และเปิดไปยังบทที่ว่าด้วย “กลไกเวทมนตร์”
“นั่นไง ว่าแล้วเชียวเราก็ว่าอยู่ เหมือนจะเคยเห็นมันที่ไหน ยัยมีนเอ๊ย...ทำไมเมื่อกี้ถึงไม่สังเกตให้ดีๆ นะ?” มีนบ่นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะพยายามถอดรหัสกลไกเวทอันนั้นออกมาอย่างตั้งใจ
จากนั้นมีนจึงนำเอา{อัญมณีเวทมนตร์ธาตุน้ำ} ระดับต่ำจำนวน 10 ก้อน มาใส่ลงในหลุมที่ว่าทีละก้อนโดยเรียงลำดับตามบทเวทนั้น
ไม่นานกลไกวงเวทฯก็ส่องแสงสีฟ้าเรืองรองมาครั้งหนึ่ง จากนั้นพื้นที่บริเวณผนังถ้ำที่อยู่ด้านหลังของบัลลังก์ซึ่งตรงกับตำแหน่งของกลไกเวทฯ ก็ปรากฏวงเวทในลักษณะเดียวกันขึ้นมา
ไม่นาน ผนังถ้ำอันแข็งแกร่งก็เกิดการสั่นะเืก่อนจะแยกออกจากกันและเผยให้เห็นทางลงไปยังคุกใต้ดิน ซึ่งเป็บันไดตรงทอดลงไปเบื้องล่างยาวประมาณ200 เมตร อีกทั้งยังมีแสงสีฟ้าจาง ๆ ส่องมาจากผนังถ้ำฯ พอให้มองเห็นได้เป็ระยะ ๆ
จากนั้นมีนจึงเรียกเ้าปลาตีนน้อยทั้งหมดให้เดินตามลงมาโดยไม่ลืมผนึกเวทให้แก่อาวุธและชุดเกราะของตัวเอง เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย
เมื่อเดินลงมาด้านล่างมีนพบว่ามันเป็ห้องโถงกว้างขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของโถงใหญ่้า มันถูกแบ่งออกเป็สองส่วนเท่าๆ กัน พื้นที่ส่วนหน้าจะเป็ลานกว้าง ซึ่งมีสัตว์อสูรสายพันธุ์ตุ่นและคางคกเฝ้าอยู่จำนวน10 ตัว ส่วนด้านใน...เป็พื้นที่สำหรับคุมขังนักโทษฯ ซึ่งเป็รั้วไม้กั้นอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างห้องนอกจากนี้มีนยังสังเกตพบว่า บริเวณพื้นที่ด้านหลังรั้วกั้นดังกล่าว ยังมีวงเวทขนาดใหญ่ส่องแสงสีดำขมุกขมัวอยู่ตลอดเวลาภายในวงเวทที่ว่ากลับมีร่างของปลาตีนน้อยใหญ่ ซึ่งอยู่ในสภาพสีหน้าตาซูบซีดไร้เรี่ยวแรงโดยมีนคาดว่าอาจเป็ผลมาจากวงเวทวงใหญ่ใต้ฝ่าเท้าของพวกมันเป็แน่
สัตว์อสูรสายพันธุ์ตุ่นและคางคกทั้งหลายเมื่อได้เห็นร่างของผู้บุกรุก พวกมันต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาหาหญิงสาวและพวกอย่างรวดเร็วแต่กระนั้นมีนก็หาได้เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นต่ออีกฝ่ายแต่อย่างใด เมื่อศัตรูทั้งหมดอยู่ในระยะการทำงานของทักษะมีนจึงใช้เรียกใช้งานทักษะ [คลื่นทำลาย] เพื่อเปิดฉากการโจมตีอย่างรวดเร็ว จากนั้นมันจึงเป็คิวของพวกปลาตีนน้อยที่เรียกใช้งานทักษะ[ผสานร่าง] ก่อนจะยิง [ลำแสงแอกโซโลตล์] สนับสนุนจากวงนอก เพื่อให้หญิงสาวได้สังหารเป้าหมายทั้งหมดลงในเวลาอันสั้น
หลังจากสังหารผู้คุมคุกจนหมดแล้วมีนจึงมาหยุดยืนอยู่ที่หน้ารั้วกั้น ซึ่งใช้เป็คุกสำหรับคุมขังนักโทษฯ ก่อนจะสอดส่ายสายตาไปทั่วทั้งวงเวทฯเพื่อหาวิธีหยุดการทำงานของกลไกเวทสีดำวงนั้น…
เมื่อได้อ่านและทำความเข้าใจถึงหลักการการทำงานของกลไกเวทสีดำบทนั้นแล้วก็พบว่ากลไกเวทวงนี้ มีไว้สำหรับผนึกพลังของผู้ที่อยู่ภายในวงเวท โดยมีอักขระเวทมนตร์สังกัดธาตุความมืดเป็ตัวควบคุมฯเพียงแต่ตัวของกลไกวงเวทเอง...กลับจ่ายด้วยพลังที่มีอยู่ใน {อัญมณีธาตุน้ำ} ระดับต่ำ ซึ่งพบได้ทั่วไปในถ้ำแห่งนี้
หลังจากได้เข้าใจการทำงานของกลไกวงเวทมีนจึงหยุดการทำงานของมัน ด้วยการนำอัญมณีในวงเวทออก เมื่อกลไกเวทขาดแหล่งพลังงานฯวงเวทสีดำขนาดใหญ่ใต้ฝ่าเท้าของเหล่าปลาตีนจำนวนนับพันก็เริ่มหม่นแสง ก่อนจะค่อย ๆสลายหายไปในที่สุด...
ไม่นานปลาตีนเ่าั้จึงเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พวกมันต่างเข้ามาห้อมล้อมอยู่รอบกายของผู้มีพระคุณฯพร้อมกับคุกเข่าคารวะให้แก่หญิงสาว ราวกับเหล่ามนุษย์เคารพบูชาเทพเ้าไม่เว้นแม้กระทั่ง...ปลาตีนน้อยทั้ง 12 ตัว ซึ่งเป็สัตว์อสูรในพันธสัญญาของตน
ติ้ง!!
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจต่อเนื่อง ‘คำขอร้องของาาปลาตีน...จงปลดปล่อยลูกหลานข้า’ ผู้เล่นมนตรา ได้รับทักษะเผ่าพันธุ์ [อำนาจแห่งาา] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“ผู้เล่นมนตราสำเร็จภารกิจต่อเนื่อง ‘คำขอร้องของาาปลาตีน...จงปลดปล่อยลูกหลานข้า’ ผู้เล่นมนตรา ได้รับการยกย่องเทิดทูนจากปลาตีนน้อยใหญ่แห่งหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางให้เป็ [าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ (เผ่าพันธุ์ปลาตีน)] กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
“เนื่องจากผู้เล่นมนตราได้รับการแต่งตั้งให้เป็าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ (เผ่าพันธุ์ปลาตีน) ซึ่งหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกางถูกโดยเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ (เผ่าพันธุ์ปลาตีน) มาอย่างยาวนานดังนั้นผู้เล่นมนตรา จึงได้รับ [หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง]เป็ของผู้เล่นมนตรา กรุณาตรวจสอบรายละเอียดค่ะ”
เมื่อได้รับข้อความอันยาวเหยียดจากระบบฯด้วยความสงสัยใคร่รู้ มีนจึงทำการเปิดอ่านรายละเอียดของมันในทันที…
ฉายา: [าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์]
“าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์”คือ าาของปลาตีนทั้งปวง เป็ผู้ที่ได้รับการเคารพยกย่องสูงสุดจากบรรดาสมาชิกในเผ่าพันธุ์ฯเป็ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตัดสินใจเื่ราวต่าง ๆ ของเผ่าพันธุ์สมาชิกในเผ่าพันธุ์ฯ จะจงรักภักดีต่อาา...จนกว่าชีวิตจะหาไม่
-มีอำนาจในการสั่งการสัตว์อสูรร่วมเผ่าพันธุ์ได้
ทักษะเผ่าพันธุ์: [อำนาจาา] [ขั้นต้น 1/100]
-ลบล้างคูลดาวน์ของทักษะเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์ได้ 1 ทักษะ จำนวน 1 ครั้ง คูลดาวน์ 60นาที (ทักษะเรียกใช้)
เมือง: [หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง] [ดันเจี้ยนระดับ C]
เงื่อนไข
-าาแห่งเผ่าพันธุ์แอกโซโลตล์
รางวัล
-สามารถสั่งการสัตว์อสูรทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในอาณาเขตของ “หนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง”
- สัตว์อสูรที่อยู่ในหนองน้ำใหญ่กลางป่าโกงกาง จะสามารถเพิ่มระดับได้เช่นเดียวกับผู้เล่น
- เมื่อสัตว์อสูรฯ สังหารผู้บุกรุก เ้าเมืองจะได้รับค่าประสบการณ์จำนวน5 เปอร์เซ็นต์
- เมื่อสัตว์อสูรฯ ถูกสังหารระดับจะลดลง 1 ระดับ แต่ระดับของสัตว์อสูรจะไม่ลดลงเกินกว่าระดับพื้นฐานของสัตว์อสูรชนิดนั้นๆ
- เมื่อสัตว์อสูรฯ ตายจะใช้เวลาเกิดใหม่ 1 ชั่วโมง
- ผู้เล่นฯ สามารถพัฒนาระดับของเมืองได้
- ผู้เล่นฯ สามารถจัดการทรัพยากรภายในเมืองได้
- ผู้เล่นฯ จะเสียสิทธิในการเมือง เมื่อผู้เล่นสละสิทธิ์การเป็าาแห่งเผ่าพันธุ์ฯ
- ผู้เล่นฯ จะเสียสิทธิในการเมือง เมื่อเมืองถูกทำลายในระดับที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้
- ผู้เล่นฯ จะเสียสิทธิในการเมือง เมื่อผู้เล่นถูกสังหารในขณะที่ทำาปกป้องเมืองฯ
รายละเอียดของฉายาและทักษะเผ่าพันธุ์นั้นมีนยังพอเข้าใจได้ แต่ในส่วนของการเมือง...ทำเอาหญิงสาวผู้นี้ ถึงกับไปไม่เป็เลยทีเดียว
“การเมืองคืออะไรนะ?เดี๋ยวเราคงต้องไปศึกษารายละเอียดจากคู่มือเสียหน่อยแล้ว...” มีนพึมพำกับตัวเอง หลังจากได้ปิดหน้าต่างแสดงข้อมูลรายละเอียดของเมืองไปก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นตามมา
“ขออภัยขอรับองค์าา...”เสียงยานคางของปลาตีนเฒ่าผู้หนึ่งดังแทรกขึ้น หลังจากได้เห็นหญิงสาวผู้เป็าาคนใหม่บ่นอะไรบางอย่างกับตัวเองจบลง
“คุณคือ?”มีนถาม
“กระผมชื่อ ‘บีส’ ขอรับ กระผมเป็ผู้ช่วยขององค์าาองค์ก่อนขอรับ”ปลาตีนเฒ่าเอ่ยปากแนะนำตัว
“ยินดีที่รู้จักนะคะบีส” มีนกล่าวตอบอย่างสุภาพ เมื่อได้ทราบฐานะของอีกฝ่าย
“พอดีกระผมเห็นว่าองค์าาเกิดความสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ในการเมือง และการบริหารจัดการเมือง...ใช่หรือไม่ขอรับ?”บีสถามอย่างรวบรัด
“ใช่ค่ะ บีสพอจะช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ?”มีนถามหยั่งเชิงอีกฝ่าย ในเมื่อปลาตีนเฒ่ามันออกตัวว่า ตัวมันเป็ผู้ช่วยของาาองค์ก่อนแล้วเื่การจัดการเมืองเช่นนี้…หากไม่ถามมันแล้วจะถามผู้ใด?
“ขอรับองค์าาตามประวัติศาสตร์อันยาวนานของเผ่าพันธุ์พวกเรา เดิมที...พวกเราอยู่ในทะเลลึกอันกว้างใหญ่ไพศาล......”
“จนมาถึงเมื่อ 1แสนปีก่อน ท่านบรรพชนผู้รักสันโดษก็ได้มาพบที่นี่เข้า และเห็นว่าที่นี่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยฯซึ่งแต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็บึงน้ำใหญ่ทั่วไป และมีสัตว์อสูรน้อยใหญ่หลายชนิดอาศัยอยู่เมื่อเป็เช่นนี้ท่านบรรพชนจึงได้สั่งการให้พวกเราได้ช่วยกันสร้างถ้ำแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็ที่อยู่อาศัยและหลบภัยไปในตัว ก่อนจะออกปากชักชวนให้สัตว์อสูรอื่น ๆในบริเวณนี้มาอยู่ด้วยกัน เพื่อจะได้พึ่งพาอาศัย......”
“พวกเราใช้ชีวิตบนหนองน้ำแห่งนี้อย่างสงบจนผ่านไปหลายรุ่น แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับพบว่า มีผู้บุกรุกจากต่างถิ่นบุกเข้ามาเข่นฆ่าสังหารพวกเราจนล้มตายเป็อันมากจนทำให้พวกเราจึงต้องอพยพหลบภัยลงมาอยู่ในถ้ำแห่งนี้......”
“สิ่งมีชีวิตหลายชนิดในหนองน้ำแห่งนี้ต่างอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยกัน โดยที่มีองค์าาปลาตีนเป็ผู้ปกครองสูงสุด คอยกำหนดกฎระเบียบต่างๆ เพื่อความสงบสุขเรียบร้อยของหนองน้ำ......”
“าาองค์ก่อนเป็าาลำดับที่39 นับั้แ่อาณาจักรของพวกเราถูกสถาปนาขึ้น ณ หนองน้ำแห่งนี้พระองค์มีสหายรักอยู่ตัวหนึ่ง คือจ้าวแห่งคางคกพิษ ซึ่งอดีตจ้าวคางคกตัวนี้ เคยช่วยชีวิตองค์าาไว้จากสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์อินทรีอันแข็งแกร่งในตอนที่พระองค์และองค์ราชินีเสด็จขึ้นไปวางไข่้าหนองน้ำเมื่อเกือบ 1,000ปีก่อน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พระองค์รู้สึกทราบซึ้งในบุญคุณของจ้าวคางคกพิษผู้นี้เป็อย่างยิ่งดังนั้นพระองค์จึงได้ออกปากชักชวนให้เ้าคางคงพิษ...มาอยู่ด้วยกัน ณที่แห่งนี้นั่นเอง”
“แต่เมื่อไม่นานมานี้...คางคกพิษผู้นี้เริ่มมีกำลังกล้าแข็งและมีอิทธิพลภายในหนองน้ำมากขึ้น มันเริ่มซ่องสุมกำลังพลของมันอย่างลับๆ โดยหมายจะขึ้นปกครองหนองน้ำใหญ่แห่งนี้แทนที่องค์าา.......”
“พวกเราที่เป็ผู้ช่วยและที่ปรึกษาของพระองค์ก็เคยกราบทูลเื่นี้ต่อพระองค์หลายครั้งแล้ว แต่ทว่าพระองค์ทรงเห็นแก่ความเป็เพื่อนและบุญคุณในครั้งกระโน้นของจ้าวคางคกฯ พระองค์จึงไม่ทรงเชื่อในสิ่งที่พวกเรากราบทูลฯแต่กระนั้นพระองค์ยังรับสั่งให้พวกเราหาหลักฐานฯ และสืบหาความจริงมาให้ได้ ก่อนที่พระองค์จะชำระความเื่นี้...ด้วยพระองค์เอง”
“แต่ไม่นานมานี้เมื่อพระองค์ทรงทราบข่าวดีที่ว่า องค์ราชินีทรงตกไข่ในรอบนี้ถึง 12 ฟององค์าาจึงทรงดีพระทัยมาก และพระองค์บอกกับพวกเราว่า ในชีวิตนี้สิ่งที่พระองค์ปรารถนาที่สุดคือการมีทายาทสืบราชบัลลังก์ฯ หลังจากที่ทรงพยายามมาหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยสำเร็จเลยดังนั้นในครั้งนี้ พระองค์จึงเดิมพันความหวังทั้งมวลไว้กับไข่ทั้ง 12 ใบนี้ก่อนที่องค์าาและราชินีจะขึ้นไปวางไข่้าหนองน้ำ พระองค์ จึงฝากฝังพวกเราเอาไว้ให้แก่จ้าวคางคกพิษดูแลชั่วคราว...”
“หลังจากที่พระองค์ขึ้นไป้าของหนองน้ำได้ไม่นานจ้าวแห่งคางคกพิษก็ได้นำกำลังของตัวเองทำการก่อฏ และคุมตัวพวกเรา (ปลาตีน)มาขังไว้ยังคุกใต้ดิน ก่อนจะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็าาแทน พวกเราที่ถูกจับขังในคุกฯก็ได้แต่เฝ้ารอให้องค์าากลับมาช่วย แต่เนิ่นนานผ่านไป...องค์าาก็ไม่กลับมาเสียที”
“ในที่สุดเมื่อเรารู้ข่าวว่าองค์าาทรงสิ้นพระชนม์ไปแล้ว และไข่ทั้งหมดพระองค์ก็ได้หายไปพร้อมกันในวันนั้นด้วยจึงทำให้พวกเราทุกคนต่างหมดหวังและคิดว่า นี่...คงจะเป็วาระสุดท้ายของเผ่าพันธุ์พวกเราแล้ว”
“แต่คนดี...ฟ้าย่อมคุ้มครองสุดท้ายกลับมีเื่ราวดุจปาฏิหาริย์เกิดขึ้น...”
“ไม่กี่วันก่อน...พวกเรารับรู้ได้ว่าเผ่าพันธุ์ของพวกเราได้ย้อนสายวิวัฒนาการกลับไปเป็เผ่าพันธุ์ดั้งเดิมอันแข็งแกร่งอีกครั้งพวกเราจึงทราบได้ในทันทีว่า ‘ความหวัง’ ขององค์าา...สำเร็จลุล่วงแล้ว”
“ไข่ขององค์าาฟักแล้ว...และยังฟักด้วยเงื่อนไขฯสูงสุดอีกด้วย”
“ด้วยเหตุนี้ พวกเราทั้งหมดจึงรู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งและพวกเราต่างตั้งหน้าตั้งตารอ จนกระทั่งองค์าา (มีน) เข้ามาปลดปล่อยพวกเรานี่แหละขอรับ...”ปลาตีนเฒ่ากล่าวอย่างยืดยาว ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่ดูจริงจัง ราวกับว่าหากมันไม่ได้บอกกล่าวเื่ราวออกมาในวันนี้...ตัวมันจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกแล้วในชีวิต
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้หญิงสาวไม่อาจหาจังหวะพูดแทรกคำของอีกฝ่ายได้เลย...แม้แต่ครึ่งประโยค
มีนที่ตั้งใจรับฟังมาตลอดก็นึกสงสัยในใจไม่ได้ว่า ‘นี่...มันเป็วิชาประวัติศาสตร์ปลาตีนหรืออย่างไร?แล้วเื่ราวเกี่ยวกับสิทธิ์ในการและการบริหารจัดการเมือง มันอยู่ตรงไหน?!ฮึ?!’
............