รักจังมัดผมรวบมองหน้าคนที่เปิดเพลงดังลั่นรถจนรักจังต้องเอามืออุดหูจ้องเขม็งอี้เหยียนที่ขับรถอย่างไม่รีบร้อนสร้างความหมั่นไส้ให้กับผู้หญิงที่นั่งข้างๆ อย่างมากจนต้องเอื้อมมือปิดเพลง
“อะไรกันปิดเพลงทำไมกำลังเพลินเลย” อี้เหยียนยิ้มกว้างอย่างยียวนมองหน้ารักจังที่กอดอกเม้มปากจ้องเขาเขม็งก่อนตอบ
“คุณควรรีบไปให้เร็วที่สุดไม่ใช่หรือไง นี่อะไรมาทำสบายใจอยู่ได้”
“ไปถึงก็รอบฉันขึ้นคอนเสิร์ตพอดี ไม่เห็นต้องรีบ”
“ฉันเปียกอยู่คุณไม่เห็นหรือไง ฉัน้าเปลี่ยนชุด”
“จริงสิลืมไปเลย พี่เยวอนคงรอแย่ งั้นจับให้แน่นๆ นะ” อี้เหยียนยิ้มกริ่มเหยียบคันเร่งจนรถออกตัวเร็วขึ้นทำรักจังเบิกตาโตหาที่ยึด
“ให้ตายเถอะบทจะเร็วก็เร็วเลยใช่ไหมเนี้ย” รักจังส่ายหน้าไปมาร้องลั่นรถทำอี้เหยียนหัวเราะชอบใจเพิ่มความเร็วมากขึ้นเท่าตัว
ที่ห้องแต่งตัวของเหล่าริเวอร์กำลังนั่งถูกจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผม โฮนัมจาสวมเสื้อริเวอร์เดินเข้ามามองสมาชิกทุกคนก่อนขมวดคิ้วเดินไปเปิดม่านเปลี่ยนชุด
“กำลังมาครับ” ลีโอบอกขัดจังหวะนั่งจัดผมอย่างพึงพอใจ
“ว่าไงนะ! กำลังมาจะขึ้นคอนเสิร์ตอยู่แล้ว อี้เหยียนนะอี้เหยียน” โฮนัมจาเท้าเอวบ่นหัวเสีย
“อี้เหยียนไม่เคยพลาดไม่เคยสายอย่าห่วงเลยครับ” ยกทัพลุกขึ้นเดินไปเปิดน้ำดื่มกระดกด้วยรอยยิ้มหลังเสร็จทั้งตัวมองหลุยเทียนเปานั่งเป็หุ่นให้ช่างแต่งหน้าจัดแจงใบหน้า
“แต่มันก็ไม่สมควรทำแบบนี้ หาเื่ทำใจวายอยู่ตลอดเลย” โฮนัมจาล้วงหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหา
กึก!
ยังไม่ทันได้ยินเสียงสัญญาณก็ต้องลดมือลงเมื่อคนที่กำลังโทรหามาอยู่ตรงหน้าด้วยชุดที่พร้อมขึ้นเวทีใหญ่อย่างไม่รู้สึกผิดและวิตกตื่นเต้นอะไรกลับยิ้มแป้นเสยผมส่งให้โฮนัมจาก่อนทีมงานจะเข้ามา
“พร้อมสแตนด์บายนะคะ เชิญค่ะ” เป็ดั่งเสียง์ช่วยอี้เหยียนไม่ให้ถูกต่อว่าจากผู้จัดการของตน
“พร้อมแล้วครับ” ริเวอร์ทั้งหมดเข้ามารวมตัวจับมือกันก่อนเดินไปหลังเวทีใหญ่พร้อมไมค์ติดตัวคนละตัว อี้เหยียนหยุดชะงักเหลียวมองเยวอนที่กำลังจะเดินเข้างานคอนเสิร์ต
“พี่เยวอน”
“คะ”
“ฝากสาวหนึ่งคนนะครับเธออยู่ที่ห้องน้ำเอาเสื้อริเวอร์กับหากางเกงหรือกระโปรงให้เธอเปลี่ยนใส่ด้วยนะครับ เกิดเหตุนิดหน่อย ฝากด้วยนะครับ” อี้เหยียนขยิบตาให้เยวอนที่พยักหน้ารับอย่างงุนงงมองเขาเดินไปรวมกับริเวอร์เธอจึงรีบเดินอ้อมไปที่ห้องน้ำทันทีโดยไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อและกางเกงขายาวในห้องแต่งตัวติดมือไปด้วย
รักจังยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำก่อนหยิบมือถือขึ้นมารับสายที่โทรเข้าพลางรองน้ำใส่มือลูบล้างเสื้อผ้าที่เปื้อน
“ว่าไง ถึงแล้ว อืม รู้แล้วเข้าห้องน้ำอยู่จะรีบไปหา แกเต้นกับคุณนายภัคไปก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันไปข้างหลังหาคุณเยวอนก่อน อืม อืม โอเค” เธอวางสายแล้วถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายกับสภาพตัวเอง “อีตาบ้านั่นทำฉันเปื้อนขนาดนี้ยังมีหน้าขึ้นไปร้องเพลงอีกหรือไง ชอบกันเข้าไปไม่เห็นจะน่าตื่นเต้นตรงไหน ชิ”
แกร็ก!
รักจังชะงักงับปากเลื่อนสายตามองผู้หญิงหน้าหวานสวมเสื้อสตาฟสีดำที่แสนคุ้นหน้า เธอขมวดคิ้วนึกย้อนกลับก่อนอมยิ้มทักทายแต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากกลับถูกทักขึ้นก่อน
“เจอกันอีกแล้วนะคะพี่ แต่ทำไม” เธอเดินเข้ามาล้างมือที่อ่างล้างมือพลางมองรักจังในกระจก
“เกิดเหตุนิดหน่อยนะ เหมือนวันนี้ไม่ใช่วันของฉัน” รักจังตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
“มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ” รักจังยิ้มบางๆ ก่อนหันมองคนที่เพิ่งเข้ามาทีหลังทำให้สาวหน้าหวานมองตามรีบก้าวถอยห่างหลีกทางให้เยวอน
“คุณรักจังคุณเองหรือคะคนที่อี้เหยียนบอก นี่ค่ะชุด เปลี่ยนเถอะค่ะตอนนี้คอนเสิร์ตเริ่มแล้ว” เยวอนจับชุดรักจังมองด้วยความใจนไม่ทันสังเกตคนที่ยืนมองอยู่
“แล้วเขาบอกหรือเปล่าคะว่าเขาเป็คนทำ”
“ว่าไงนะคะ”
“ช่างมันเถอะค่ะ ฉันไม่ถือรอสักครู่นะคะ” รักจังยิ้มแห้งกลบเกลื่อนรับชุดมาถือไว้เดินหมุนตัวเดินเข้าห้องส้วม เยวอนทำหน้างุนงงก่อนหันกลับมามองคนที่มองตนอยู่แล้วฉีกยิ้มบางๆ ส่งให้เอื้อมมือเปิดน้ำล้างมือระหว่างรอ
“พี่เยวอนจะขึ้นไปร่วมเป็แฟนคลับคนพิเศษของริเวอร์ใช่ไหมคะ เห็นว่ามีเซอร์ไพรส์แฟนคลับด้วย” สาวหน้าหวานเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อเยวอนหันมาสนใจเธอ
“เปล่าค่ะ คงเป็แฟนคลับคนอื่นอาจเป็คุณก็ได้นะคะ”
“แบบนั้นก็ดีสินะ” สาวหน้าหวานอมยิ้มจับมือบิดไปมาด้วยความเขินก่อนมองรักจังเดินออกมาในชุดใหม่พร้อมถือชุดเก่าออกมาวางไว้ที่อ่างล้างมือด้วยความหนักใจ
“เสร็จแล้วค่ะ” รักจังมองหน้าเยวอนแล้วหันมายิ้มให้สาวหน้าหวาน
“เดี๋ยวหาถุงใส่ให้นะคะ ไปกันเถอะค่ะ ขอตัวนะคะ” เยวอนหยิบชุดเก่าของรักจังถือเดินนำออกไปพร้อมบอกลาสาวหน้าหวาน รักจังยกมือโบกลาเดินตามไปด้วยรอยยิ้มพลางก้มมองเสื้อสีขาวรูปสกรีนวงริเวอร์ทั้งหมด
เฮ!!!!! กรี๊ดดดดด!!!!
เสียงดังกระหึ่มดังทุกครั้งที่ได้เห็นท่วงท่าอันร้อนแรงของสมาชิกวงริเวอร์บวกกับเสียงเพลงที่เร้าใจชวนให้ลุกจากเก้าอี้เช่นเดียวกับองศาและภัคที่ถือป้ายไฟใส่อุปกรณ์ทุกอย่างที่นำมาจัดเต็มอย่างไม่ให้น้อยหน้าใครจนมีคนเดินเข้ามาอยู่ข้างๆ รักจังมองผู้เป็แม่ด้วยความแปลกใจเมื่อแม่ของเธอเต้นตามได้ทุกเพลงที่ริเวอร์ขึ้นทำนอง
“ฉันมารายงานตัวว่าฉันมาแล้ว เดี๋ยวไปนั่งกับคุณเยวอน ดูแลคุณนายด้วยนะอย่าเต้นมากเดี๋ยวความดันขึ้น” รักจังะโสู้เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจับไหล่องศาให้เอียงหูฟังเธอ
“เออๆๆ ไม่ต้องห่วงไปไหนก็ไปเอานี่ไปด้วย” องศาตอบกลับพร้อมหยิบที่คาดผมมาสวมใส่ไว้บนหัวรักจังที่แบะปากก่อนถูกผลักออกไป เธอจึงจำต้องเดินไปนั่งแถวหน้าที่จัดไว้ให้สำหรับวีไอพีระดับผู้บริหารโดยมีโฮนัมจานั่งปรบมืออย่างสุขุมมองผลงานของคนที่ตนดูแลอย่างภาคภูมิใจก่อนเหลือบมองรักจังที่นั่งลงข้างๆ ระหว่างเขากับเยวอน
“ขอเสียงคนรักริเวอร์หน่อยเร็ววววว” เสียงของยกทัพออกไมค์หลังเพลงจบด้วยความเหนื่อยหอบกับการเต้นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ เสียงกรี๊ดดังสนั่นจนรักจังต้องเอามือปิดหูทำหน้าแหยหลุดชะงักเมื่อเห็นเยวอนร่วมวงกรี๊ดทำตัวเป็แฟนคลับแนวหน้าจนรักจังต้องค่อยๆ ลดมือลงกะพริบตาถี่แล้วกำมือเม้มปากก่อนยกมือป้องปากกรี๊ดตาม
กรี๊ดดดดด!!!
“ได้ยินเสียงจากทุกคนชื่นใจที่สุดเลย” อี้เหยียนหยอดคำหวานกุมใจแฟนคลับของตนไปเห็นๆ รักจังเงยหน้ามองคนที่อยู่บนเวทีใหญ่ก่อนกวาดสายตามองรอบด้วยความอึ้งเมื่อเห็นจำนวนแฟนคลับของริเวอร์เต็มฮอลล์
“เรามีเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ กับแฟนคลับหนึ่งเดียวของเรา ผู้โชคดีคนนั้นจะขึ้นมาอยู่ข้างเราบนเวทีนี้ ขอคนที่มีธนบัตรเลขหน้าคือเลขห้าเลขท้ายสุดเป็เลขสาม เชิญทุกคนดูธนบัตรของตนเองแล้วก้าวขึ้นมาได้เลย” จุนฮยอกผายมือบอกทุกคนในห้องที่เริ่มฮือฮาด้วยความลุ้นรีบเปิดกระเป๋าคลี่ธนบัตรส่องไฟหาเลขให้ตรงตามที่บอก เยวอนสะกิดแขนรักจังให้หาเลขในธนบัตรด้วยความตื่นเต้น
“ดูสิคะ ตื่นเต้นจังเลย” เยวอนฉีกยิ้มบอกรักจังที่ยิ้มแหยๆ หยิบกระเป๋าขึ้นมาเปิดหยิบธนบัตรทีละใบลุ้นอยู่กับเยวอนใจจดใจจ่อ รักจังหรี่ตามองธนบัตรด้วยความลุ้นจนถึงใบสุดท้ายถึงกับโล่งใจยิ้มกว้างยกมือตบอกแต่คนที่ผิดหวังกลับเป็เยวอน
“เสียดายจังไม่ใช่ผู้โชคดี” เยวอนยิ้มบางจับแขนรักจังที่เก็บกระเป๋าด้วยรอยยิ้มกว้างกว่าตอนเปิดกระเป๋าก่อนมีธนบัตรข้างๆ ยื่นมาที่มือตนเองรักจังหันขวับทันทีทันใด