กำปั้นผ่ามิติ

    ตอนที่ 11 งานวัดบ้านเหนือ

        เสียงกลองยาวดังเป็๲จังหวะสนุกสนาน คลอไปกับเสียงฉิ่งฉาบ และเสียงหัวเราะของผู้คนที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

         แสงจากคบเพลิงและโคมกระดาษนับร้อยดวง สาดส่องให้ทั้งลานวัดบ้านเหนือสว่างไสวราวกับเมืองแห่งความฝัน

       นี่คือหนึ่งในสองงานใหญ่ของเมือง

    งานวัดบ้านเหนือ…และงานวัดบ้านใต้

    และคืนนี้…คือคืนแรกของความคึกคัก

    “ข้าบอกแล้ว…ต้องมางานนี้!” พันพูดพลางยัดขนมเข้าปากจนแก้มตุ่ย

    “เอ็งพูดแบบนี้๻ั้๹แ๻่ซุ้มแรกแล้ว” ภูผาตอบเรียบๆ แต่แววตากลับผ่อนคลายกว่าทุกวัน

    ทองขาวยืนมองผู้คนเงียบๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

    “คนเยอะเกินไป…ระวังตัวกันไว้ด้วย”

    “โธ่…วันนี้ปล่อยบ้างก็ได้” พันหัวเราะ

    “เดี๋ยวข้าเลี้ยงเอง!”

    “เอ็งมีเงิน๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่”

    “ไม่มี…แต่ข้ากินไปก่อน ค่อยคิดทีหลัง!”

    เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที

    ทั้งสามเดินผ่านซุ้มอาหาร ซุ้มละเล่น และการแสดงพื้นบ้าน

    เสียงพ่อค้าแม่ค้า๻ะโ๷๞เรียกลูกค้า

    เสียงเด็กๆ วิ่งเล่น

    เสียงดนตรีพื้นบ้านที่บรรเลงไม่หยุด

    ภูผาหยุดมอง๰่๥๹หนึ่ง…

    ภาพตรงหน้า…มันเรียบง่าย

    แต่กลับมีค่ามาก

    “ชีวิตแบบนี้…” เขาพึมพำในใจ

    “ข้าเคยคิดว่ามันธรรมดาเกินไป”

    แต่ตอนนี้…เขากลับรู้สึกว่า

    มันคือสิ่งที่เขา “เกือบไม่มีโอกาสได้อีกแล้ว”

    ทั้งสามแวะซุ้มปาเป้า

    “ดูข้านะ!” พันหยิบลูกดอกขึ้นมา

    ปา!

    พลาด

    ปา!

    พลาดอีก

    “เฮ้ย…เมื่อกี้มันลื่น!”

    ภูผาส่ายหน้า ก่อนจะหยิบขึ้นมาปาเบาๆ

    ปักตรงกลางเป้า

    “เอ็งโกง!” พันโวย

    ทองขาวยิ้มบางๆ

    “มันไม่ใช่เ๱ื่๵๹แรง…แต่มันคือการคุมมือ”

    ———

    ในขณะที่เสียงหัวเราะยังไม่ทันจาง

    บรรยากาศอีกด้านของงาน…เริ่มเปลี่ยน

    เสียงผู้คนเบาลง

    สายตาหลายคู่หันไปทางเดียวกัน

    ขบวนของผู้มีอำนาจ…กำลังมาถึง

    เรือนแก้วก้าวเดินอย่างสง่างาม

    เครื่องแต่งกายงดงามแต่ไม่ฟุ่มเฟือยเกินไป แฝงรสนิยมและชาติตระกูล

    สองข้างกาย…แสงเดือนและราตรี

    “คนมองเยอะกว่าปีก่อนจริงๆ” แสงเดือนเอ่ย

    “ก็เพราะมีบางคน…อยากให้คนมองนี่นา” ราตรีแซว

    เรือนแก้วยิ้มบาง

    “ถ้ามีคนมอง…ก็แปลว่ายังมีคุณค่า”

    แสงเดือนหัวเราะ

    “แล้วถ้ามีคนอยาก๳๹๪๢๳๹๪๫ล่ะ?”

    เรือนแก้วหันไปมองเพื่อน

    “ของบางอย่าง…ยิ่งคนอยากได้มาก”

    “ก็ยิ่งต้องรู้ว่า…ใครคู่ควรจริง”

    ราตรีพยักหน้า

    “และส่วนใหญ่…มักไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด”

    ทั้งสามหัวเราะเบาๆ


    ขณะเดียวกัน…

    เงาหนึ่งเคลื่อนผ่านฝูงชน

    ไอ้ช้าง

    ร่างใหญ่ ก้าวหนัก สายตาแข็งกร้าว

    ลูกน้องนับสิบเดินตาม

    “คืนนี้…คงไม่เสียเที่ยว” มันพูดเสียงต่ำ

    ก่อนสายตาจะหยุด

    ที่ภูผา

    รอยยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นช้าๆ

    สองกลุ่ม…เคลื่อนเข้าหากัน

    ราวกับถูกดึงด้วยแรงบางอย่าง

    “ไม่คิดว่าจะได้เจอเอ็งที่นี่” ไอ้ช้างเอ่ย

    ภูผามองตรง

    “ข้าก็เหมือนกัน”

    “แต่ดูเหมือนเอ็ง…ยังไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”

    ภูผานิ่งไปครู่หนึ่ง

    ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

    “ข้ารู้…ว่าใครยืนอยู่ตรงไหน”

    “แต่บางคน…ยืนสูงเพราะคนอื่นก้มให้”

    “ไม่ใช่เพราะตัวเองสูงจริง”

    คำพูดนั้น…เงียบ แต่หนัก

    ใบหน้าไอ้ช้างแข็งขึ้นทันที

    เรือนแก้วมองภาพนั้น

    แววตาเธอเปลี่ยนเล็กน้อย

    “คำพูดแบบนั้น…ไม่ใช่ของเด็กธรรมดา”

    แสงเดือนยิ้ม

    “แต่ดูเหมือนเขาไม่ได้พูดเพื่อเอาชนะ”

    ราตรีเสริม

    “เขาพูด…เพราะเขา ‘เชื่อ’ แบบนั้นจริงๆ”

    “เอ็งกล้าดูถูกข้า!”

    ไอ้ช้างก้าวออกมา

    “งั้นพิสูจน์!”

    “ขึ้นชก!”

    เสียงผู้คนเริ่มรวมตัวเป็๲วง

    ภูผาถามสั้นๆ

    “เดิมพัน?”

    “ถ้าข้าแพ้…” ไอ้ช้างกัดฟัน

    “ข้าจะไม่ยุ่งกับแม่เรือนแก้วอีก!”

    ทั้งลานเงียบลง

    ภูผาหันไปมองเรือนแก้วเพียงเสี้ยววินาที

    ก่อนตอบ

    “ตกลง”

     

    ลานวัดถูกเปิดเป็๲เวที

    คบเพลิงส่องแสงสั่นไหว

    สายตาทุกคู่จับจ้อง

    “เริ่ม!”

    ยกแรก

    ไอ้ช้างพุ่งเข้าเหมือนสัตว์ป่า

    หมัดแรกพุ่งตรง

    ภูผาเบี่ยงตัว…ปล่อยให้หมัดเฉียดผ่านใบหน้าเพียงเส้นผม

    หมัดที่สอง…สาม…สี่

    หนักทุกหมัด

    แต่ไม่โดน

    ภูผาขยับเท้าอย่างแม่นยำ

    ซ้าย…ขวา…ถอย…เข้า

    ทุกจังหวะ…มีเหตุผล

    “ทำไมมันโดนไม่ได้!” ไอ้ช้างเริ่มหงุดหงิด

    ภูผาสวนกลับ

    หมัดสั้นๆ แต่แม่นยำ

    กระแทกเข้าที่ลำตัว

    ปึก!

    ไอ้ช้างถอยไปครึ่งก้าว

    เสียงฮือดังขึ้น

    “สูสี!”

    แต่มีบางคน…ส่ายหน้า

    “ไม่ใช่…”

    “เด็กคนนั้น…กำลัง ‘ควบคุมเกม’”

    ———

     

    ยกสอง

    ไอ้ช้างคำราม

    “พอแล้ว!”

    มันรวบรวมแรงทั้งหมด

    พุ่งเข้าใส่ด้วยหมัดขวาเต็มกำลัง

    ลมปะทะดังวูบ

    วินาทีนั้น…

    ภูผาเห็น

    ไม่ใช่แค่หมัด

    แต่เห็น “ช่องว่าง”

    เขาขยับเท้าเพียงครึ่งก้าว

    หลอกให้ไอ้ช้างเสียสมดุล

    น้ำหนักตัวเอน

    จังหวะเปิด…เพียงเสี้ยววินาที

    ภูผาไม่ลังเล

    หมัดซ้ายพุ่งออกไป

    สั้น…ตรง…แม่นยำถึงขีดสุด

    ปึก!

    เสียงกระแทกดังชัด

    ศีรษะไอ้ช้างสะบัด

    ดวงตาเบิกกว้าง

    ร่างทั้งร่างหยุดนิ่ง

    ก่อนจะล้มลง…ราวกับต้นไม้ที่ถูกโค่น

    ตุบ!

    เงียบ

    ไม่มีเสียงใด…แม้แต่เสียงลมหายใจ

    “หมัดเดียว…”

    พันอ้าปากค้าง

    “ข้า…ยังไม่ทันเห็น…”

    ทองขาวยิ้มบาง

    “นั่นแหละ…ของจริง”

    เรือนแก้วมองภาพนั้น

    แววตาเธอ…นิ่งลึกขึ้น

    “เขาไม่ได้ชนะเพราะแรง…”

    “แต่ชนะเพราะ ‘เข้าใจ’”

    แสงเดือนพยักหน้า

    “และคนแบบนี้…อันตรายกว่าที่เห็น”

    ราตรียิ้มมุมปาก

    “น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม…”

    ในเงามืด

    ชายชราบางคน…ขุนนางบางคน…และผู้มีอิทธิพล

    กำลังมองเหตุการณ์นี้อย่างเงียบงัน

    “เด็กวัด…หรือ?”

    “ไม่ใช่แล้ว…”

    คืนนั้น…

    ไม่ได้มีแค่งานวัด

    แต่มันคือคืนที่

    “ชื่อของภูผา”

    เริ่มถูกพูดถึง…ในวงกว้าง

    และไฟเล็กๆ

    กำลังจะกลายเป็๞เปลวเพลิง

    ที่ไม่มีใครหยุดได้…