เมื่อฉันหลุดหลงเข้าไปในนิยายของตัวเอง(จบ)

    รอดตัว

    หลิ่งจือพาออกมาตามทางเดินจนถึงที่ลับตาคน“รีบไป ชินอี้ หนีไปฮองเฮาไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่ข้ามองสายตานางออก หนีไปที่ตระกูลจางมอบสิ่งนี้ให้คนเฝ้าประตู” ล้วงเอา ป้ายหยกออกมาส่งให้วรากร วรากรลังเล“ไม่มีเวลาแล้ว”“แล้วท่านเล่าหลิ่งจือ” ชักมีดสั้นออกมา ปาดไปที่แขนซ้ายอย่างรวเร็วเลือดสีแดงสดไหลทะลัก“อย่าให้ข้าเจ็บตัวฟรีรีบไปมีเพียงทางนี้เท่านั้นที่จะรอด แล้วพบกันที่ตระกลูจาง” วรากรวิ่งหนีออกไปในมุมมืด อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลจนตรอกแล้วจะไปไหนดี ตั้งสติวรากรตั้งสติหลิ่งจือแกล้งนอนสลบอยู่ตรงนั้นกว่าทหารจะมาเจอก็คงอีกนานถ่วงเวลาให้วรากรหนีไปดินโซซัดโซเซ นึกออกแล้วต้องเปลี่ยนชุดว่าแต่จะไปเอาชุดที่ไหนบ้านคน สองข้างทางเลือกเอาสักหลัง วรากรเข้าไปข้างใน เลือกชุดที่สีทึมๆ ตามอย่างในนิยายตอนจะปลอมตัว จัดแจงจน เข้าที่ก็ดูธรรมดาแต่ติดตรงหน้าตาดีไปหน่อย555 ตามแบบนิยายทั่วไปแม้จะอยู่ในอาภรณ์สีทึม ๆ แต่ ใบหน้างดงามก็ยัง ทำให้แตกต่างจาก ชาวบ้านทั่วไป(วรากรหลงตังเองไปหรือเปล่า) ดึงผมมาปิดหน้าให้ มองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน ป้ายมือไปบนตูดหม้อสีดำลุบคางลูบแก้มตระกูลจางหายไม่ยาก เพราะเป็นตระกูลใหญ่เดินตามทางที่ หลิ่งจือเคยพาไปความจริงตอนนั้นถ้าไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นวรากร ก็คงเห็นที่ตั้งตระกูลจางแล้วไม่ต้องลำบากมาหาแบบนี้ เดินพ้นชายป่ามา ก็เห็นหมู่บ้านหนาตา แสดงว่า แถวนี้มีคนอาศัยอยุ่ไม่น้อย“พี่ชาย ตระกูลจางไปทางไหน”มือหยาบปัดมือวรากรออกจากแขนเสื้อของเขา“ไปไป๊ อย่ามาจับข้า นางขอทาน” โอ้โห้ เอาซะเหมือนขอทานเลยเหรอเวอร์ไปล่ะ ปลอมตัวเวอร์ไปหน่อย“ขอโทษพี่ชาย บอกหน่อยเถอะตระกูลจางไปทางไหน” ชี้มือมั่วๆ ไปทางด้านตรงกันข้ามกับที่วรากรผ่านมา เดิน ต่อไปเรื่อยๆ ข้างหน้านั่นเป็นบ้านหลังใหญ่ที่มีรั้วรอบขอบชิดอย่างดี คนเฝ้าประตูสองคนซ้ายขวา ใบหน้า ดุดันวรากรเดินยังไม่ทันถึง หน้าบ้านหนึ่งในนั้นก็เข้ามาขว้าง“วันนี้ใต้เท้าและคุณชายงดทำทาน ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” ใจบุญด้วยวรากรล้วง ป้ายหยกในอกเสื้อออกมาให้คนเฝ้าประตูดู“ป้ายหยกของคุณชาย เกิดอะไรขึ้น นำตัวไปพบนายท่าน” วรากรก้มหน้าเดินตามคนเฝ้าประตูไป“นายท่าน นางแสดงป้ายหยกของคุณชาย” ร่างใหญ่ยืน เอามือไพล่หลัง หันหลังให้วรากร“บอกมาเกิดอะไรขึ้นกับ หลิ่งเอ๋อ” หันหน้ากลับมา วรากรตกใจแทบช็อกก็ในเมื่อใบหน้าของใต้เท้าจางช่างเหมือนกับปู่ของวรากรไม่มีผิดเพี้ยนพยายามเรียบเรียงคำพูด“คุณชายให้ข้ามารอที่นี่ กลัวจะเข้ามาในตระกูลจางไม่ได้จึงมอบสิ่งนี้มาแทนองค์ชาย” ใต้ทางจางพยักหน้า“พานางไปห้องลับ” ๑_๑ทำไมต้องไปห้องลับด้วย“อันตรายระดับสี่หลิ่งเอ๋อต้องหารปกป้องเจ้าจึงมอบป้ายหยกให้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยมีเพียงที่นั่นที่จะ ช่วยให้เจ้าอยู่รอดปลอดภัย” อ๋ออย่างนี้นี่เอง เดินตามชายอีกคนไปยังห้องลับ เหมือนโดนขัง แต่ก็ดีหน่อยตรงที่ไม่ใช่คุกหลวง“อยู่ที่นี่ไปก่อนจนกว่าคุณชายจะกลับมา” ก็ไม่เลวนักหรอกมี ผลไม้ใสถาด มีขนมขบเคี้ยวหากมีหนังสือสักเล่มหรือคอมสักตัว จะนั่งพิมพ์นิยายช่วงเวลาว่างๆ อย่างนี้คงได้หลายตอนทีเดียว“นางหายไป จบกันข้ากำลังคิดว่าจะลักพาตัวนางออกจากห้องขัง ไปเก็บไว้รอเจ้าอิงหลิว ถึงเวลานั้นการกัดกินหัวใจของนาง เป็นสิ่งที่ง่ายดาย“ท่านแม่อิงหลิวไร้สามารถ ไม่อาจ จัดการกับไท่จือได้”“เป็นเพราะเจ้ามือปราบสองคนนั่นเห็นไหมหากให้ฆ่ามันเสียตั้งแต่ทีแรกป่านนี้เจ้าสมหวังไปแล้ว” อิงหลิวก้มหน้า“ท่านแม่ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป”“เป็นโอกาสอันดี ไท่จือนอนป่วยเจ้าอาศัยจังหวะนี้ เอาใจใส่ปรนนิบัติไท่จืออย่างดีน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนแล้วแม่จะหาทางกำจัดสองคนนั่นอีกที”“ท่านแม่อิงหลิวทำท่านยุ่งยาก”“ดีเสียดีก ต่อไปนางปีศาจนั่นก็ไม่ได้เข้าใกล้ ไท่จือแล้ว คงกลัวตายน่าดูถึงหนีไปต่อไปแค่เพียงตามนางเจอกัดกินหัวใจนางเจ้าก็จะเป็นที่รักของไท่จือตลอดไป” อิงหลิวกำลังคิดว่า จะดีใจหรือเสียใจดีในเมื่อวรากรเป็นพี่สาวที่ดี แต่จะว่าไปหากไม่มีวรากรทั้งหลวนคุนและไท่จือคงจะหันมามองอิงหลิวบ้างแน่นอน“ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือทำตัวให้สวยเข้าไว้อ่อนหวานให้พอ ไท่จือไม่รอดพ้นเงื้อมมือเจ้าแน่555”หลิ่งจือกับมาถึงตระกูลจาง“ท่านพ่อนางมาถึงหรือยัง”“มาแล้ว ข้าให้นางซิ่นตัวในห้องลับ แล้วแขนเจ้าไปโดนอะไรมาหลิ่งเอ๋อ”“นิดหน่อยท่านพ่อ ตอนนี้นางตกอยู่ในอันตรายนางคือ หญิงที่ออกตามหาพี่ชายที่ลูกเคยเล่าให้ฟังว่านางแซ่จาง” ใต้เท้าจางพยักหน้า“จะแซ่จางหรือไม่ก้ต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว”“ท่านพ่อคิดถูกแล้วฮองเฮาท่าทางผิดสังเกต พยายามกีดกันนาง”“ถ้าหากคำทำนายไม่ผิด พลาดอีกไม่นานจิ้งจอกเก้าหางต้องเผยร่างที่แท้จริงของมันออกมาข้าสืบเสาะมานานไม่น่าเชื่อว่า อยู่ใกล้แค่เอื้อม”“ท่านพ่อแน่ใจเช่นนั้นหรือ”“ข้าแน่ใจ ทุกอย่างสอดคล้องกันไปหมด แม้กระทั่งปีนั้นปีที่ฮองเฮาเข้ามาในวังหลวง สนมเอกของฝ่าบาท ถึงแก่ความตาย ดีที่ยังมีไท่จือ ตั้งแต่บัดนั้นมาฝ่าบาทไม่ชมชอบสนมคนใด มีเพียงฮองเฮาคนเดียวมีเพียง บางครั้งล่องลอยเหมือนกับต้องมนต์ มีเพียงจิ้งจอกเก้าหางเท่านั้นที่ทำให้ฝ่าบาทลุ่มหลง จนไม่ต้องการใคร”“หลวนคุนและอาจารย์ของเขาในตอนนั้นหลงกลนางแต่พ่อไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจ บัดนี้ท่านพ่อ จะเปิดโปงนางเสียที”“นางจิ้งจอก เมื่อจะกลายร่างเป็นมนุษย์หรือเมื่ออ่อนกำลังลงมักจะกัดกินหัวใจมนุษย์”“อย่างนั้นที่นางทำเล่าท่านพ่อ”“อันนี้ข้ายังหาเหตุผลไม่ได้ หรืออาจเป็นเพราะไท่จือจะมีโอกาสขึ้นนั่งบัลลังก์มันจึงเจาะจงไปที่ไท่จือ”“เป็นไปได้ไหมท่านพ่อว่ามีนางจิ้งจอกอีกตัว”ใต้เท้าจางทำสีหน้าครุ่นคิด“เป็นไปได้ว่าแต่ เป็นใคร”“ท่านพ่อลูกกับ หลวนคุนพลาดไปแล้ว แม่นางอิงหลิวอย่างแน่นอน”“เช่นนั้นเจ้าต้องจับตามองนาง”