เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ซือตู๋ ิหลาง เด็กหนุ่มวัย 13 ปีผู้นี้ เป็ผู้มีพร์อันน่าเหลือเชื่อ!
เขาอยู่ในระดับสละร่างขั้นที่ 10 เป็ผู้มีระดับฝีมือสูงส่ง ที่เกือบจะเข้าสู่ระดับหลอมรวมลมปราณ แล้วบรรลุเข้าสู่หนทางแห่งเซียนอย่างแท้จริงแล้ว
ในเวลานี้ผู้ซึ่งเป็ดั่งตำนาน กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของอู่ อวี้ ทำให้เป็เื่ยากที่จะปฏิเสธว่าเขามิได้หวาดหวั่น ครั้นเมื่อตัวเขาอยู่ภายในอาณาจักรเย่วอู่ เขายังไม่เคยพบเห็นวรยุทธ์ หรือ ความแข็งแกร่งของเทพเซียนมาก่อน ซึ่งคนเดียวที่เขารู้จักก็มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับ 9 ชั้นฟ้าเท่านั้น แถมยังเป็ชายชราผู้มีอายุกว่า 100 ปีอีก และชีวิตของชายชราผู้นี้ได้มาถึงขีดจำกัด จนเปรียบเสมือนกับไม้ใกล้ฝั่งเต็มที แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นเสิ่น อู๋เต้าก็กลับยังไม่เคยได้แสดงฝีมืออะไรออกมาให้เขาได้ดูเลยสักนิดเดียว
ถือได้ว่าซือตู๋ ิหลางเป็อัจฉริยะ ในหมู่อัจฉริยะรุ่นเยาว์อย่างแท้จริง ประวัติของเขาสามารถนำมาบันทึกเป็ตำนานได้อย่างไม่ยากเย็น และคงจะไม่มีใครจินตนาการได้ถึงขีดจำกัดในอนาคตของเขาได้อย่างแน่นอน ซึ่งนามว่า ยอดฝีมือ เองก็ย่อมไม่ห่างไกลจากเขาเป็แน่แท้
แล้วในตอนนี้เขาเห็น อู่ อวี้ สังหารพี่ชายทั้งสองของตนอย่างเต็มสองตา
ขณะที่อู่ อวี้จ้องมองไปยังซือตู๋ ิหลาง ร่างกายของเขาก็รู้สึกด้านชาเย็นวาบไปทั่วทั้งสรรพางค์ ราวกับว่าเขากำลังถูกแช่แข็ง ยามเมื่อสาดสายตามองไปด้านหน้า แต่มันกลับไร้ซึ่งอุณหภูมิใด ๆ มีแค่เพียงความตายเท่านั้นกำลังรอคอยอยู่
" เ้ามีนามว่าอะไร? " ซือตู๋ ิหลาง ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ทีละก้าว
มีข่าวลือว่า คนผู้นี้มีระดับสละร่างอยู่ในขั้น ชำระล้างิญญา ซึ่งมีพลังเทียบเท่ากับ 2,000 ม้าศึก มันสามารถต่อสู้กับกองทัพทหารม้าหลายพันคนด้วยตัวเพียงคนเดียว ถ้าอาณาจักรมนุษย์มีบุคคลซึ่งมีแข็งแกร่งระดับ ชำระล้างิญญา อาณาจักรนั้นก็สามารถพิชิตได้ทั้งดินแดน
" อู่ อวี้ คำว่า 吴 (อู่) 口 (โคว) อยู่้า ซึ่งเปรียบได้กับปาก 天 (เทียน) อยู่ด้านล่างเปรียบได้กับ์ นามของข้าคือ กลืน์! " อู่ อวี้ ตั้งมั่นที่จะก้าวเดินไปในวิถีแห่งเซียน เช่นนั้นเขาจึงไม่หวาดหวั่นกับความหนาวเย็นที่เกิดขึ้น
" ในเมื่อเ้าสังหารพี่ชายทั้งสองของข้า ข้าก็จะให้เ้าได้ลิ้มรสความเ็ปทรมานที่มีอยู่บนโลกนี้ จากนั้น ให้ตกตายตามลงไป" มีประกายสายฟ้า แล่นอยู่ภายในดวงตาซือตู๋ ิหลาง ด้วยวัยเพียงเท่านี้ แต่จิตใจของเด็กคนนี้กลับไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
อู่ อวี้ไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด แรงกดดันมหาศาลของซือตู๋ ิหลางที่แผ่ออกมานั้น ทำให้เขาตระหนักได้ว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาภาคภูมิใจในตัวเองอีกต่อไป เด็กชายผู้นี้เปรียบดังูเาลูกใหญ่สำหรับตัวเขา แม้ครั้งหนึ่งเขาจะเคยถูกยกย่องว่าเป็อัจฉริยะแห่งอาณาจักรบูรพาเย่วอู่ หากนำมาเปรียบเทียบกับซือตู๋ ิหลางแล้วล่ะก็ เขากลายเป็กองอาจมของสุนัขไปภายในพริบตา
" ศิษย์พี่ทั้งหลาย ศิษย์น้องขอพามันผู้นี้ไปได้หรือไม่? " ซือตู๋ ิหลางหันกลับไปถามเหล่าศิษย์พี่ ตัวตนอันสง่างามมีความพิเศษเป็เอกลักษณ์ หากอู่ อวี้คาดการณ์ไม่ผิด บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็ศิษย์หลักอย่างแท้จริง
ภายในนิกายกระบี่์ เ้านิกายคือผู้มีอำนาจสูงสุด รองลงมาก็คือผู้พิทักษ์สูงสุด ซึ่งสถานะสูงส่งเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ผู้พิทักษ์สูงสุดยังมีหน้าที่หลายอย่างภายในนิกาย อาจกล่าวได้ว่าคนทั้งสองคือผู้มีอำนาจสูงสุดภายในนิกายนี้
ศิษย์เหล่านี้มีสถานะสูงส่ง เป็รองเพียงแค่ซู หยานหลี่เท่านั้น
มีข่าวร่ำลือออกมาว่า อาจารย์ของมันกำลังรอคอยให้ซือตู๋ ิหลาง ทะลวงผ่านขั้นหลอมรวมลมปราณ เพื่อเข้าสู่หนทางแห่งเซียนที่แท้จริง แล้วจะรับมันเข้าเป็ศิษย์หลักอย่างเป็ทางการ จึงเป็เื่ปกติที่ได้พบเห็นว่าซือตู๋ ิหลาง อยู่ร่วมกับเหล่าศิษย์หลัก
" ศิษย์น้องวางใจได้ เราจะช่วยเ้าจัดการมันผู้นี้ เ้าสามารถกระทำสิ่งใดกับมันได้ ตามแต่ใจเ้า " บุรุษผู้หนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา เห็นได้ว่าเพียงแค่การสังหารมันยังไม่สาแก่ใจต่อความเคียดแค้นที่ซือตู๋ ิหลางมีต่ออู่ อวี้ มันปรารถนาที่จะสังหาร อู่ อวี้ ด้วยวิธีของมันเอง
"ข้าขอขอบคุณในน้ำใจของพวกท่าน" หลังจากนั้นซือตู๋ ิหลางก็หันกลับไปหาอู่ อวี้
ในความเป็จริงแล้วระดับของอู่ อวี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาของซือตู๋ ิหลางเลยแม้แต่น้อย จากระดับพลัง และ ศักดิ์ฐานะของมันในปัจจุบัน ภายในนิกายกระบี่์แห่งนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ควรค่าพอให้สายตาของมันเหลือบแล
ในตอนนี้อู่ อวี้กำลังเจอกับสถานการณ์อันเลวร้าย เขาต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่มีระดับพลังอยู่ในสละร่างขั้นที่ 10 ด้วยพลังกายอันน่าหวาดกลัวเช่นนี้ ซือตู๋ ิหลางเสมือนดั่งเป็พยัคฆ์หิมะ ส่วนอู่ อวี้เปรียบดั่งกระต่ายน้อย ที่กำลังวิ่งอยู่เบื้องหน้า และ ไม่อาจหลบพ้นสายตาของมันไปได้
" จะทำยังไงดี? "
อู่ อวี้ไม่รู้ว่าตนควรทำเช่นไร สิ่งที่เขารู้คือเขาได้ใช้สิทธิ์ของความเป็มนุษย์ในขั้นพื้นฐาน เพื่อแก้แค้นให้กับท่านลุงเสิ่นของเขา ส่วนในเื่ที่ซือตู๋ ิหลางนั้นจะทรมานเขาเช่นไรนั้น มันเป็เื่เกินกว่าที่ตัวเขาจะจินตนาการได้ แต่ตราบใดที่เขายังไม่ตาย เขาก็ยังมีโอกาส!
*ชิ้งงงง! *
เกล็ดน้ำแข็งพุ่งผ่านิัของอู่ อวี้ไปอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่องรอยของาแ และ คราบโลหิตที่ไหลผ่านออกมาจากิั
* ฟึ่บบบ! *
สถานการณ์ในตอนนี้ซือตู๋ ิหลาง กำลังจับร่างของอู่ อวี้คว่ำหน้าลงกับพื้น แล้วทันใดนั้นเองชุดคลุมของสตรีนางหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขา หมอก์ปกคลุมอยู่ทั่วร่างของนาง อู่ อวี้ ก็ตระหนักได้ในทันทีว่าสตรีนางนี้คือผู้ใคร
ซู หยานหลี่
สตรีผู้มีความงามประดุจดั่งอัญมณี
แล้วอู่ อวี้ก็ััได้ถึงบางสิ่งบางอย่างได้
ดูเหมือนว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ หรือว่านางตั้งใจที่จะมาช่วยเรากันแน่?
มันช่างดูน่าเหลือเชื่อจริงๆ
"ศิษย์พี่ซู หยานหลี่" เมื่อซู หยานหลี่ปรากฏกาย ซือตู๋ ิหลางก็หยุดการกระทำทุกอย่างลง แม้เขาจะมีวัยเพียงแค่ 13 ปี หลังจากได้เห็นการตายของพี่ชายทั้งสอง แต่มันก็ยังคงสงบเยือกเย็น ซึ่งแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันเืเย็นยิ่งกว่าอู่ อวี้นัก
เนื่องจากอู่ อวี้ รู้เห็นการตายของเสิ่น อู๋เต้า ทั้งเหตุผล และ ความยั้งคิดของเขาจึงหายไปอย่างสมบูรณ์
ฉะนั้นแล้วการกระทำของอู่ อวี้ จึงขาดซึ่งเหตุผล และ ความยั้งคิด
ซึ่งมันไม่ใช่เขาเลย
"อืม"
ซู หยานหลี่พยักหน้า เมื่อครั้งยามนางปรากฏกายชุดคลุมยาวโบกสะบัดราวกับนางกำลังร่ายรำ ความงดงามของนางราวกับภาพวาด เป็สุนทรียภาพหาอื่นใดเหมือน เมื่อยามสายลมพัดผ่าน ชุดคลุมของนางโบกสะบัดผ่านใบหน้าของอู่ อวี้ ส่งผลให้เวลานี้ใบหน้าของอู่อวี้ อาบชโลมไปด้วยกลิ่นหอม
"ศิษย์พี่ซู ศิษย์น้อง้านำตัวมันผู้นี้ไป " ซือตู๋ ิหลางกล่าวออกมาอย่างชัดเจน ด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมถ่อมตน
ซู หยานหลี่ตอบกลับไปว่า " คนผู้นี้คือคนของเทือกเขาหลานหลี่ ไม่มีผู้ใดจะสามารถพาตัวมันไปไหนได้"
ซือตู๋ ิหลางไม่เคยคาดคิดว่า ซู หยานหลี่จะออกมาปกป้องอดีตผู้รับใช้เช่นนี้ ในตอนนี้มันกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบเยือกเย็นอีกครั้ง เพราะในเวลานี้โทสะของมันได้พุ่งถึงขีดสุด "ศิษย์พี่ซู มันผู้นี้สังหารศิษย์ร่วมสำนักไปแล้ว 5 คน อีกทั้งมันยังสังหารพี่ชายทั้งสองของข้า ข้าจึงควรลงโทษมัน! ท่านกล้าฝ่าฝืนกฎนิกายเช่นนั้นรึ! "
ซู หยานหลี่กล่าวออกมา " ซือตู๋ ิหลางมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ว่าเ้ามิใช่ผู้คุมกฎ เ้าคือผู้ที่ต้องกระทำตามกฎเท่านั้น แล้วเหตุใดเ้าถึงริกล้ามาสั่งสอนผู้าุโกว่า "
" ท่าน! " ในเวลานี้หน้าอกของซือตู๋ ิหลาง ท่วมท้นไปด้วยเพลิงโทสะ เห็นได้ชัดว่าโทสะของมันกำลังพุ่งทะลุถึงขีดสุดจนอกของมันแทบจะะเิ แต่ในความเป็จริงแล้วสิ่งที่ซู หยานหลี่ได้กล่าวออกไป นั้นเป็เื่ที่ถูกต้องทั้งสิ้น เขาไม่ใช่ผู้คุมกฎ เขาจึงไม่มีสิทธิ์ตัดสินชะตาของผู้ใด
" ซู หยานหลี่ ได้โปรดอย่าสร้างปัญหา โทษทัณฑ์ตามกฎของมันก็คือตายสถานเดียว โชคยังดีที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่ อู่ อวี้ ได้สร้างพิบัติอันยิ่งใหญ่ ทั้งยังสังหารพี่ชายทั้งสองของซือตู๋ ิหลางอีกด้วย ท่านโปรดอย่าได้ออกรับหน้าแทนมันเลย การกระทำของมันได้อธิบายทุกอย่างชัดเจน " เหล่าศิษย์ต่างพากันเดินก้าวออกมาเพื่อช่วยกล่าวออกหน้า
สำหรับพวกมันแล้ว การเคลื่อนไหวของซู หยานหลี่ในครั้งนี้เป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อ
อู่ อวี้ เป็เพียงแค่ศิษย์ชั้นปลายแถว การที่พวกมันจะสั่งสอนศิษย์ต่ำต้อยผู้หนึ่งย่อมไม่ใช่เื่ใหญ่อันใด ในเมื่อพวกมันเป็ศิษย์หลัก ซึ่งเปรียบดั่งเส้นเื ฉะนั้นศักดิ์ฐานะของพวกมันจึงสูงส่งกว่าอู่ อวี้เป็ร้อยเท่า หากซู หยานหลี่จะบันดาลโทสะ เหตุเพราะพวกมันมารุกรานอู่ อวี้ ก็คงถือได้ว่าเป็เื่ที่โง่เขลาสิ้นดี
เนื่องจากพวกมันทุกคนคือหัวใจหลักของรุ่นต่อไป แล้วเช่นนี้จะไปเผชิญหน้าตรงๆ ได้อย่างไร?
แม้แต่อู่ อวี้เองก็รู้สึกเช่นนั้น เขาไม่อยากให้นางเอาตัวเข้ามาเสี่ยง แล้วต้องกลายเป็ศัตรูกับคนเหล่านี้
เป็ไปได้หรือไม่ ว่านี่เป็เพราะการแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำนิกายกับผู้พิทักษ์?
ซู หยานหลี่กล่าวว่า " ข้าได้แจ้งท่านอาจารย์ให้รับทราบแล้ว ในเร็วๆ นี้ท่านจะมาสั่งสอนมันเอง"
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมาจากปากของนาง ก็ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกผู้คน! หลายคนอยู่ในนิกายมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยพบเห็นแม้แต่เงาร่างของท่านเ้านิกาย แต่ด้วยวีรกรรมของอู่ อวี้ในวันนี้ นอกจากซู หยานหลี่จะออกมาปกป้องมัน นางยังเชิญท่านเ้านิกายมาสั่งสอนมันอีก!
ท่านผู้นี้คือผู้ก่อตั้งนิกายกระบี่์เป็คนแรก ท่านยังเป็ผู้ที่มีพลังสูงสุดในนิกายกระบี่์ ผู้ซึ่งเป็ตำนานที่จะก้าวเข้าไปสู่ขั้นเซียนะ
"ท่านเ้านิกาย! "
คำว่าเ้านิกาย ทำให้เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างมีอาการลนลาน และ แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยหวาดกลัว
แม้ว่าผู้พิทักษ์สูงสุด ก็ยังต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของเ้านิกาย เนื่องจากว่าท่านคือผู้แข็งแกร่งที่สุด และ ถือเป็กฎในนิกายกระบี่์ ซึ่งในยามนี้เหล่าผู้พิทักษ์สูงสุดก็มิได้อยู่ภายในนิกาย ถ้าเ้านิกายเอ็นดูอู่ อวี้ และช่วยเหลือมันก็ไม่มีใครจะสอดมือเข้ามายุ่งได้...
แต่พวกมันก็ไม่จำเป็ต้องกังวล เนื่องจากเ้านิกายจะมาสั่งสอนอู่ อวี้ โดยที่พวกมันไม่ต้องกระทำสิ่งใด
แม้สถานการณ์จะเป็เช่นนี้ ซือตู๋ ิหลางก็ยังแอบกำหมัดของตัวเองแน่น แม้ว่าไม่มีผู้ใดจะสามารถมองเห็นโทสะของมันได้จากภายนอก แต่แท้จริงแล้วภายในหัวใจของมันลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะ และ ความเจ็บแค้น
" ท่านเ้านิกายจะมาสั่งสอนข้าอย่างนั้นเหรอ " อู่ อวี้ยังจำได้อย่างแม่นยำว่า เขาผู้นี้คือคนที่พาอู่ อวี้มาที่นี่ และ ได้ฝากฝังเขาไว้กับท่านลุงเสิ่นเป็ผู้ดูแล ชายผู้ซึ่งเปลี่ยนโชคชะตาของเขา ผู้ซึ่งเข้าสู่ระดับสร้างแกนลมปราณนภา ผู้ซึ่งจะกลายเป็เซียนะอย่างแท้จริง เวลานี้จิตใจของอู่ อวี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลังจากที่ซู หยานหลี่มาลอบสังเกตการณ์ นางก็ไม่เห็นว่าเ้านิกายนั้นอยู่ที่ใด?
ณ เวลานี้ ยอดิเทียนเกิดความโกลาหลวุ่นวายยิ่งกว่าเก่าเสียอีก
ทันใดนั้นแสงสีทองก็ส่องประกายขึ้นบนท้องฟ้า ฉับพลันกระบี่สีทองเล่มใหญ่ก็ปรากฏ มันกำลังลอยตัวอยู่เหนือท้องฟ้า และ บินทะลุกลุ่มก้อนเมฆออกมา บนกระบี่สีทองเล่มใหญ่นั้นปรากฏร่างของบุรุษวัยกลางคน ผมสีดำสนิท ในมือทั้งสองข้างของเขาถือปราณกระบี่ที่เอ่อล้นออกมาอย่างมหาศาล!
" เป็เขา! "
อู่ อวี้ จำคนผู้นี้ได้เป็อย่างนี้
" คารวะท่านเ้านิกาย! "
ทันใดนั้นเหล่าศิษย์ทุกคนก็รีบคุกเข่าลงบนพื้นดินทันที รวมทั้งซู หยานหลี่ และ อู่ อวี้ ในครั้งนี้เขาก้มหน้าแสดงความเคารพอย่างเต็มใจ นี่คือบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพเป็อย่างยิ่ง บุคคลผู้ช่วยให้เขามีชีวิตรอดต่อไปได้
" ข้ารับรู้เื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในวันนี้แล้ว " เสียงที่เปล่งออกมาของเ้านิกาย ดังก้องสะท้อนไปทั้ง์ และ ปฐี
" ท่านเ้านิกายได้โปรดสั่งสอนอู่ อวี้ ให้หลาบจำด้วย มันผู้นี้ละเมิดกฎสังหารศิษย์ร่วมสำนักไปถึง 5 คน! " ซือตู๋ ิหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ และ ดังฟังชัด
ทุกคนต่างให้ความเคารพบูชาแก่เ้านิกาย ผู้ซึ่งอยู่ในระดับขั้นสร้างแกนนภา ผู้นี้
เฟิงซัวหยาไม่แยแสต่ออิทธิพลที่ ซือตู๋ ิหลางมี จากนั้นเขาจึงกล่าวขึ้นว่า " ซือตู๋ จิน และ สหายทั้ง 4 ของมัน ได้สังหารชายชราอายุกว่าร้อยปี แสดงให้เห็นว่าพวกมันได้สูญเสียศีลธรรมในจิตใจไปจนสิ้น มิควรค่าเป็ศิษย์ในนิกายกระบี่์ของข้า เหตุที่ซือตู๋ คังต้องตกตายไป ก็เพราะว่ามันยื่นมือช่วยเหลือผู้สูญเสียศีลธรรมประพฤติตัวไม่เหมาะสม มันจึงสมควรที่จะตกตายตามกันไป ศิษย์นิกายกระบี่์ของข้า ควรก้าวเดินบนเส้นทางที่ถูกต้อง จงขัดเกลาเส้นทางผู้ฝึกตนของพวกเ้า เพื่อให้จิตใจของพวกเ้าคงไว้ซึ่งคุณธรรม เมื่อนั้นแล้วมันจะทำให้กระบี่ของเ้าเปล่งประกายยิ่งขึ้น! "
" เจตจำนงแห่งกระบี่นั้น มันมีเอาไว้เพื่อฟาดฟันเหล่าปีศาจ แต่หากว่าพวกเ้านำไปฟาดฟันสังหารคนแก่อายุร้อยกว่าปีที่ไม่มีทางสู้ มันก็เท่ากับเป็ความอัปยศและความล้มเหลวของข้า! "
คำกล่าวนี้ เปรียบดั่งลมพายุ และ ฟ้าคำราม ซึ่งพัดผ่านเทือกเขาครามไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ทุกผู้คนล้วนต่างได้ยินมัน! มันคือเสียงของเ้านิกาย! มันเป็เสียงที่สร้างความสั่นสะท้านไปทุกเทือกเขาคราม ไม่เพียงแค่ภายในนิกายกระบี่์เท่านั้น!
ไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน
ด้วยคำสั่งของยอดฝีมือขั้นสร้างแกนนภา ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าต่อต้าน ความจริงแล้วคงจะต้องกล่าวว่าไม่สามารถต้านทานได้มากกว่า
สิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ซือตู๋ ิหลางคาดหวังเอาไว้แม้แต่น้อย มันคาดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะออกมาเป็เช่นนี้ ซึ่งมันทำให้เขา และ เหล่าศิษย์ของผู้พิทักษ์ต้องตกตะลึงไปตามๆ กัน
ถ้าหากใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน ก็จะรู้ว่าเ้านิกายกำลังสั่งสอนศิษย์ด้วยนัยอันลึกซึ้ง เป็ผู้ปราบปีศาจ แต่กลับไม่สังหารปีศาจ นำวิชาไปใช้ข่มเหงรังแกผู้อื่น และ ฆ่าชายชราอายุนับร้อย นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความยุติธรรมอย่างนั้นรึ?
"ไม่! "
แม้ซือตู๋ ิหลางจะตระหนักว่า สิ่งที่มันกระทำนั้นไร้ประโยชน์ มันไม่สามารถจัดการกับ อู่ อวี้ได้
ด้วยเหตุนี้ทำให้เสียงของมันติดอยู่ภายในลำคอ มันไม่สามารถกล่าวสิ่งใดออกมาได้ และเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันของพลังระดับสร้างแกนนภา มันทำได้แค่คุกเข่าก้มหน้าหมอบอยู่บนพื้น ด้วยร่างกายที่สั่นเทาเพราะโทสะ
"อู่ อวี้ เ้าสังหารไปถึง 5 คน แม้ว่าคนทั้ง 5 นั้นจะประพฤติตนผิดพลาด แต่วิธีการของเ้ายังถือว่าโเี้ ดังนั้นข้าจะลงโทษเ้าด้วยการกักตนอยู่ในที่คุมขังเป็เวลา 1 ปี เพื่อให้เ้ามีเวลาทบทวนถึงความผิดพลาดในครั้งนี้ เ้าจะได้กลับตัวกลับใจเสียใหม่" เสียงของเฟิงซัวหยา ดังก้องสะท้อนไปในจิตใจของทุกผู้คน
นี่คือคำตัดสินสูงสุด
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าซือตู๋ ิหลาง มิอาจยอมรับในคำตัดสินนี้ได้
ในตอนนี้มันกำลังคลุ้มคลั่งอย่างถึงที่สุด
แต่มันก็ต้องสะกดข่มเอาไว้ เพื่อรักษาชีวิตของตนเองไว้ แม้มันจะไม่พอใจสักเพียงใด แต่ก็ไม่อาจฝ่าฝืนได้
กระทั่งศิษย์พี่ทั้งหลายที่อยู่ในขั้นหลอมรวมลมปราณเองก็ยังไม่แม้คิดที่จะต่อต้านหรือกล้าเอ่ยอันใดเลยสักนิด
ต่อให้พี่ชายทั้งสองของมันถูกสังหารตกตายไป มันก็ไม่อาจแสดงความไม่พอใจออกมาได้
เพราะที่นี่ เฟิงซัวหยา ถือเป็ดั่งประกาศิตนั่นเอง
สำหรับอู่ อวี้แล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็สิ่งที่ตัวเขาเองคาดไม่ถึงเช่นกัน
หลังจากซือตู๋ จินและเหล่าสหายของมันตกตายไป
การที่เขาได้ถูกคุมขังเป็เวลาหนึ่งปีนั้น แม้ว่าจะเป็บทลงโทษ แต่แท้ที่จริงแล้วสิ่งเ้านิกายกระทำก็เพื่อปกป้องในตัวมัน อย่างน้อยภายใน 1 ปีนี้ซือตู๋ ิหลางจะไม่สามารถััเนื้อตัวมันได้ ซึ่งตัวเขาเองจะปลอดภัยอย่างแน่นอน
ผลที่ออกมานั้นเกินความคาดหมายของเขายิ่งนัก ไม่เพียงแต่เขายังไม่ตกตายไป มันรอดพ้นมาจากความตายแล้วได้รับชีวิตใหม่
เขารู้สึกซาบซึ้ง ในความมีเมตตา!
แล้วนี่ก็เป็อีกครั้งที่เขาได้ถูกช่วยชีวิตเอาไว้
ถ้าถามหาเหตุผล ตัวเขาเองก็ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับเื่นี้ บางทีอาจเป็เพราะการแย่งชิงอำนาจระหว่างผู้นำนิกาย และ ผู้พิทักษ์สูงสุด หรืออาจเป็เพราะท่านเ้านิกายค้นพบพร์ที่น่าตกตะลึงของเขา ...
ในชีวิตนี้เขารู้ดีว่า เสิ่น อู๋เต้า ซู หยานหลี่ และ เ้านิกายเฟิงซัวหยา เป็ผู้มีพระคุณของเขา บ่อยครั้งเมื่ออู่อวี้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังอย่างที่สุด บุคคลเหล่านี้ก็ได้หยิบยื่นความหวังใหม่ให้กับเขา
แต่ในเวลานี้คำขอบคุณกลับไร้ประโยชน์ หัวใจของอู่ อวี้รำลึกถึงผู้มีพระคุณทั้งสอง ในครั้งนี้เขาพลาดไม่อาจปกป้องเสิ่น อู๋เต้าได้ ดังนั้นเขาจะไม่ยอมผิดพลาดอีกเป็ครั้งที่สอง
" ท่านเ้านิกาย บทลงโทษจากการฆ่าคนของอู่ อวี้ ทำไมถึงเบาบางเช่นนี้ " สิ่งที่เกิดขึ้นซือตู๋ ิหลางไม่อาจยอมรับได้ แต่มันก็ไม่อาจกล่าวสิ่งใดได้เช่นกัน มันหมดหวังอย่างสิ้นเชิง เมื่ออยู่ภายใต้กระบี่ั์ ของผู้ฝึกตนระดับสร้างแกนนภา มันฝืนกลืนคำพูด ที่พยายามจะเปล่งออกมาให้คืนกลับไป
" ซือตู๋ ิหลาง ผู้มีจิตใจบริสุทธิ์เท่านั้น ถึงจะสามารถบรรลุสู่ระดับสร้างแกนนภาได้ "
ทุกคำกล่าวของเฟิงซัวหยา เปรียบกับกระบี่ที่ทิ่มแทงลงมาบนจิตใจของซือตู๋ ิหลาง
ซือตู๋ ิหลางเป็ผู้มีนิสัยใจคอยโสโอหัง อีกทั้งยังหยิ่งทะนงในพลังของตน จนกระทั่งวันนี้ มันได้รู้ว่าแท้จริงแล้ว เ้านิกายนั้นน่าสะพรึงกลัวขนาดไหน แค่เพียงสายตาที่จ้องมองมา ก็สามารถกำจัดคนผู้นั้นทิ้งไปได้แล้ว
ทุกคนปฏิบัติตนกับมันในศักดิ์ฐานะอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ยกเว้นเ้านิกายท่านนี้ เขาไม่แยแสกับความโดดเด่นของมันแม้แต่น้อย
" ิหลาง ยังมีโอกาสอีกมาก ตอนนี้อาจารย์ของเราไม่อยู่ในนิกาย เ้าต้องกล้ำกลืนฝืนทนความทุกข์นี้เอาไว้ก่อน เห็นได้ชัดว่าท่านผู้นำนิกาย ให้ความสนใจในพร์ของมัน " เหล่าศิษย์ของผู้พิทักษ์หันไปกระซิบกับซือตู๋ ิหลาง
" ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะอดใจรอมันอีก 1 ปี! "
เป็ไปไม่ได้เลยที่วันนี้ มันจะไปสร้างความขัดแย้งกับผู้นำนิกาย แถมยังเป็ความจริงที่ว่าตอนนี้ไม่มีใครคอยแก้ต่างให้และหนุนหลังมันอีก หากยังดันทุรังต่อไปก็ยิ่งสร้างปัญหาให้กับตัวมันเองเพิ่มขึ้นเท่านั้น
" อู่ อวี้ ข้าจะรอเ้าออกมาในอีก 1 ปี แล้วข้าซือตู๋ ิหลางผู้นี้ จะมาขอคำชี้แนะจากเ้า! " ซือตู๋ ิหลางที่คุกเข่าลงบนพื้นดินนั้น แววตาของมันก็ได้ปรากฏประกายแห่งความเกลียดชังขึ้นมา
อู่ อวี้ ยังคงตกตะลึงกับคำตัดสินของเฟิงซัวหยา แต่เขาก็สามารถเห็นความเกลียดชังที่ออกมาจากแววตาของซือตู๋ ิหลางได้อย่างชัดเจน
ในภายภาคหน้า เขาต้องถูกตามล่าสังหารจากอัจฉริยะรุ่นเยาว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตราบใดที่เขายังมีชีวิตซือตู๋ ิหลางคงจะไม่ยอมเลิกรา เว้นเสียแต่ว่าอู่ อวี้จะแข็งแกร่งมากกว่ามัน
"หลังจาก 1 ปีผ่านไป บางทีเ้าอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า" อู่ อวี้ กล่าวออกมาอย่างแ่เบา
"เ้าว่ายังไงนะ! "
พูดได้ยินคำกล่าวอันหยิ่งทะนงของอู่ อวี้ ก็ไม่อาจกลั้นเสียงหัวเราะของตนเองได้ แม้ในวันนี้ซือตู๋ ิหลางจะตกที่นั่งลำบาก แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดเอาคนทั้งสองมาเปรียบเทียบกัน
สิบห้าปี กับ สิบสามปี!
ที่สำคัญแม้มันจะเป็ผู้เยาว์วัย 13 ปี แต่ระดับวรยุทธของมันนั้นน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง ในไม่ช้ามันจะเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณ และเมื่อถึงเวลานั้น มันจะกลายเป็ศิษย์หลักอย่างแท้จริง
"น่าขันยิ่งนัก" ซือตู๋ ิหลางไม่สนใจสิ่งที่ อู่ อวี้กล่าวออกมาแม้แต่น้อย และถึงแม้ข่าวนี้จะแพร่กระจายออกไป มันก็จะกลายเป็เื่ตลกเื่หนึ่งที่ให้กล่าวถึงเท่านั้น
อู่ อวี้ไม่ต่อคำให้ยืดยาว เขาต้องถูกคุมขังเป็เวลา 1 ปี และ นั่นก็คือเป้าหมายของเขา
"อู่ อวี้ มากับข้า ข้าจะพาเ้าไปยังสถานคุมขังที่ 'หุบเขาซือกั้ว' (เขาสำนึกตน) " ท่านเ้านิกายเอ่ยปากจะพาอู่ อวี้ไปห้องคุมขังด้วยตนเอง ซึ่งมันแสดงให้เห็นเ้านิกายโปรดปรานมันมากแค่ไหน สิ่งนี้ทำให้เหล่าสาวกในนิกายต่างตกตะลึงไปตามๆ กัน
ั้แ่วันนี้ไป ถึงแม้อู่ อวี้จะถูกคุมขังเป็เวลา 1 ปี เื่ราวของการต่อสู้ในวันนี้ และชื่อของเขาจะแพร่กระจายไปทั่วทั้งนิกายกระบี่์
* หวืด! *
เพียงพริบตา อู่ อวี้ ก็ขึ้นไปยืนอยู่บนใบดาบของกระบี่สีทองขนาดั์ และคนที่อยู่ด้านข้างของเขาคือ ท่านเ้านิกายเฟิงซัวหยานั่นเอง!
..............................................................................................................