บทที่ 12: กฎแห่งความล่าช้า
ผมยืนพิงประตูห้องตัวเองอยู่นานเท่าไรก็ไม่รู้ สภาพเหมือนคนเพิ่งวิ่งหนีอะไรบางอย่างมา หัวใจยังคงเต้นระรัวอยู่ในอก เหงื่อเย็นเยียบไหลซึมไปทั่วแผ่นหลัง ภาพใบหน้าของตัวเองที่บิดเบี้ยวอยู่ในห้องเลขศูนย์ยังคงหลอนตา ผมพยายามกลืนก้อนความกลัวลงคอไป แต่มันกลับยิ่งตีตื้นขึ้นมาจนรู้สึกคลื่นไส้ ผมเปิดประตูให้ตัวเองได้เห็นชัดๆ ว่าไม่มีห้องเลขศูนย์อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว เหลือเพียงผนังปูนเก่าๆ ที่มีรอยคราบเชื้อรา ผมอยากจะเชื่อว่ามันเป็แค่ภาพหลอน แต่ความรู้สึกที่ท่วมท้นในใจกลับบอกว่ามันไม่ใช่
คำพูดของลุงเ้าของหอดังวนอยู่ในหัว "บางสิ่งไม่ควรถูกเปิดเผย" เหมือนลุงรู้ทุกอย่าง รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ และรู้ว่าสิ่งที่ผมเพิ่งเจอไม่ใช่แค่เื่บังเอิญ ผมเดินโซซัดโซเซกลับมาทิ้งตัวลงบนเตียง มองเพดานสีเหลืองอ่อนที่ดูเหมือนจะเอียงไปข้างหนึ่ง ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าโลกใบนี้ หรือตัวผมเองกันแน่ที่กำลังบิดเบี้ยว
คืนนั้นผมนอนไม่หลับ เสียงเคาะประตูตอนเที่ยงคืนยังคงดังขึ้นตามปกติ แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงเคาะธรรมดา ผมสาบานได้ว่าได้ยินเสียงกระซิบแ่ๆ สอดแทรกเข้ามา เป็เสียงที่คล้ายกับเสียงของผมเอง แต่เบาและแหบพร่าจนจับใจความไม่ได้ มันเหมือนมีใครบางคนกำลังพยายามจะบอกอะไรผม ผมเอาหมอนอุดหูจนแน่นจนรู้สึกปวด แต่เสียงนั้นยังคงทะลุเข้ามาในโสตประสาท เหมือนมันไม่ได้ดังจากภายนอก แต่ดังมาจากข้างในหัวของผมเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตัดสินใจจะไม่ไปทำงาน ผมรู้สึกว่าร่างกายของผมแปลกไปเล็กน้อย มันไม่ใช่ความเหนื่อยล้าจากการอดนอน แต่มันเป็ความรู้สึกเหมือนการเคลื่อนไหวของตัวเองไม่เป็ธรรมชาติ เหมือนมีอะไรบางอย่างหน่วงเอาไว้ ผมลองขยับนิ้วมือแล้วมองดู มันรู้สึกเหมือนปลายนิ้วขยับช้ากว่าที่ใจสั่งไปนิดเดียว เป็เสี้ยววินาทีที่บางเบาจนเกือบจะละเลยไปได้ แต่ผมััได้ถึงมัน
ผมลองเปิดดูข่าวในโทรศัพท์ เสียงของพิธีกรทีวีที่กำลังพูดเื่ราวในตอนเช้า ดูเหมือนจะดังเข้ามาในหูผมช้ากว่าภาพปากที่ขยับไปเล็กน้อย ผมกะพริบตาถี่ๆ คิดว่าตัวเองคงจะเหนื่อยล้าหรือประสาทหลอน แต่เมื่อผมลองกดดูคลิปวิดีโออื่นๆ ผลลัพธ์ก็เป็เช่นเดิม เสียงเพลงจากคลิปคอนเสิร์ต ภาพนักดนตรีกำลังเล่นเครื่องดนตรี ทุกอย่างดูเหมือนจะเหลื่อมล้ำกันอยู่เล็กน้อย ผมรู้สึกเหมือนโลกใบนี้กำลังเล่นตลกกับผม
ผมใช้เวลาตลอดทั้งวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ค้นหาคำว่า "มิติซ้อน", "เวลาที่บิดเบี้ยว", "โลกคู่ขนาน", "glitch in the matrix" ข้อมูลมากมายไหลบ่าเข้ามา มีทั้งเื่วิทยาศาสตร์ทฤษฎีควอนตัมไปจนถึงเื่ลึกลับเหนือธรรมชาติ ผมพยายามอ่าน ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น บางทฤษฎีพูดถึงจักรวาลคู่ขนานที่ซ้อนทับกันอยู่ ซึ่งอาจมีการแลกเปลี่ยนหรือแทรกแซงกันได้เล็กน้อย ผมรู้สึกเหมือนกำลังพบกับทางออกให้กับความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ผมคิดถึงเมย์ เพื่อนข้างห้องของผมที่หายตัวไป แต่ยังคงโพสต์รูปและข้อความในโซเชียลมีเดียได้อย่างเป็ปกติ ผมมองย้อนกลับไปถึงข้อความแปลกๆ ที่เมย์เคยส่งมา รูปภาพที่ดูเหมือนจะไม่สมจริงเล็กน้อย ผมเริ่มปะติดปะต่อเื่ราวเข้าด้วยกัน หากสิ่งที่ผมกำลังประสบอยู่คือความล่าช้าเล็กน้อยในโลกนี้ แล้วเมย์ล่ะ เธออาจจะไม่ได้หายไปไหน แต่อาจติดอยู่ในโลกอีกใบ โลกที่เหมือนจริงทุกอย่าง ยกเว้นแค่ว่ามันดำเนินไปช้ากว่าโลกใบนี้เพียงแค่เสี้ยววินาที
"เมย์ เธออยู่ที่ไหนกันแน่" ผมพึมพำกับตัวเอง
ผมลองหยิบปากกาขึ้นมาแล้ววางลงบนโต๊ะ เสียงปากกากระทบโต๊ะไม้ดัง "ป๊อก" แต่ภาพของปากกาที่ัักับพื้นโต๊ะมันดูเหมือนจะมาก่อนเสียงนิดหนึ่ง ผมลองทำซ้ำๆ อีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่ปากกากระทบโต๊ะ ภาพก็จะเกิดขึ้นก่อนเสียงเสมอ มันไม่ใช่ความบังเอิญ มันคือความจริงที่ผมกำลังเผชิญ ผมเดินไปที่กระจกเงาในห้องน้ำ จ้องมองตัวเองในนั้น ผมลองยิ้ม ดวงตาของผมหรี่ลงเล็กน้อย แต่รอยยิ้มบนใบหน้าในกระจกกลับปรากฏขึ้นช้ากว่าที่ผมรู้สึก ภาพนั้นมันดีเลย์ไปเล็กน้อย เหมือนกับสัญญาณภาพที่ส่งมาไม่ทันสัญญาณเสียง
ความรู้สึกหวาดกลัวเริ่มเปลี่ยนเป็ความเข้าใจบางอย่าง มันไม่ใช่แค่ภาพหลอนหรือความเหนื่อยล้า แต่มันคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และมันเกิดขึ้นกับผม ผมพยายามที่จะไม่ตื่นตระหนก แต่จิตใจของผมกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาคำตอบ ผมจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรในโลกที่ทุกอย่างล่าช้าไปหนึ่งวินาที หรือว่านี่ไม่ใช่โลกของผมอีกต่อไปแล้ว?
ขณะที่ผมนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ พยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น สายตาผมเหลือบไปเห็นนาฬิกาแขวนผนังเก่าๆ ที่ผมซื้อมาตอนย้ายเข้ามาใหม่ เข็มวินาทีของมันกำลังเดินไปอย่างเชื่องช้า ผมจ้องมองมันอย่างตั้งใจ หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที... แต่จู่ๆ เข็มวินาทีนั้นก็เหมือนจะกระตุกและขยับไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเกินปกติ ราวกับมันกำลังพยายามชดเชยเวลาที่หายไป ผมมองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างไว้ ภาพของผมเองที่สะท้อนอยู่ในหน้าจอมืดๆ นั้น จู่ๆ ก็กระพริบ และมันกระพริบช้ากว่าที่ผมตั้งใจจะกระพริบตาของตัวเอง
ผมรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ความล่าช้าเล็กน้อยนี้ไม่ได้เป็แค่เื่ของเสียงหรือภาพ แต่มันคือบางอย่างที่แทรกซึมเข้ามาในตัวผม ในการรับรู้ของผม ราวกับผมกำลังถูกฉีกออกจากโลกที่เคยรู้จักทีละน้อย และในชั่ววินาทีนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเบาๆ อีกครั้ง แต่คราวนี้ มันไม่ใช่เสียงเคาะธรรมดา มันคือเสียงที่มาพร้อมกับจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ เหมือนใครบางคนกำลังเคาะอย่างรีบร้อน และเสียงนั้นมันมา ก่อน ที่ผมจะเห็นเงาตะคุ่มๆ แวบผ่านตาแมวไปเพียงเสี้ยววินาที เหมือนเสียงเตือนว่า "ฉันกำลังจะมาถึง"
ผมชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปเปิดประตู ความล่าช้านี้ กำลังจะบอกอะไรกับผมกันแน่?