ตอนที่ 25 มาสนุกกันหน่อย!
เขานึกถึงเมื่อครู่ที่ตัวเองได้โขกสับจวีซือหนาน มาตอนนี้ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาเกินล้านเท่า!
“พี่ครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ว่านั่นคือพี่สะใภ้นะครับ พี่หยุดเซ็นแล้วปล่อยผมไปเถอะ อย่าให้ผมต้องไปแอฟริกาเลย ผมจะแก้ตัวใหม่ให้ดีที่สุด”
กงจ่างชิงฝืนยิ้มและมองด้วยความหวังไปยังกงเจ๋ออวี้ที่มีสีหน้าเ็า
แต่กงเจ๋ออวี้กลับไม่สนใจทำราวกับไม่ได้ยินที่เขาพูด และตอบโต้ในทันทีว่า “แอฟริกาเหมาะสำหรับการรักษาตา!”
“พี่ครับ พี่จะทนเห็นน้องชายสุดหล่อของพี่ต้องไปโดนแดดแรงลมแรงที่นั่นเหรอครับ แถมยังมีข่าวว่าที่แอฟริกามีชนเผ่ากินคนอีกด้วย ถ้าผมโดนกินไปซะก่อน พี่ก็จะไม่ได้เจอผมอีกแล้วนะ…”
กงจ่างชิงรู้สึกว่าตนเองมีเื่ทุกข์ร้อนที่พูดไม่ออก!
“ถ้ายังพูดอีก ก็อยู่แอฟริกาตลอดไป ไม่ต้องกลับมาแล้ว!”
“...”
เมื่อฟังคำขู่ กงจ่างชิงก็รีบปิดปากสนิทในทันที
หลังจากอยู่ในห้องทำงานอย่างเศร้าหมองตลอดทั้งบ่าย เมื่อใกล้จะออกจากห้องทำงาน เขาจึงมาถามกงเจ๋ออวี้อีกครั้งอย่างหมดกำลังใจ “พี่ครับ พี่บอกหน่อยสิว่าผมต้องทำยังไงถึงจะไม่ต้องไปแอฟริกา”
กงเจ๋ออวี้เงยหน้ามองเขาอย่างเย้ยหยัน “ต้องดูพฤติกรรมของนาย”
“ไว้ใจได้เลยครับพี่ ผมจะทำให้ดีที่สุด!”
ในที่สุดก็ได้รับคำตอบ กงจ่างชิงก็กลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง!
หลังจากที่เขาจากไป โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของกงเจ๋ออวี้ก็สั่นและส่องสว่างขึ้นมา
“คุณชาย มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินไปเดินมาทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ บริเวณหน้าบ้าน ผมเห็นเธอในจอมอนิเตอร์หลายครั้งแล้ว เราควรแจ้งตำรวจไหมครับ?”
เสียงของพ่อบ้านสุภาพและสงบนิ่งดังมาจากปลายสาย
หรือจะเป็แฟนสาวปลอม ๆ ของเขา? กงเจ๋ออวี้เหยียดยิ้มบาง ๆ แม้จะหลับตาเขาก็คาดเดาได้ว่าผู้หญิงคนนั้นคือจวีซือหนาน
“ไม่ต้องสนใจเธอ ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้ ปล่อยให้เธอเดินวนเวียนตามสบาย แค่อย่าให้เธอเข้ามาในบ้านก็พอ”
“รับทราบครับ!”
เมื่อวางสายไป กงเจ๋ออวี้ก็ยกยิ้มที่มุมปาก
จวีซือหนาน! เขาอยากดูว่าผู้หญิงคนนี้จะดื้อรั้นถึงขนาดไหน...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
รถโรลส์รอยซ์ สีดำรุ่นลิมิเต็ดคันหนึ่งแล่นมาตามถนนเส้นเล็ก ๆ อย่างช้า ๆ จวีซือหนานซึ่งเห็นป้ายทะเบียนรถก็รีบวิ่งเข้าไปหาก่อนที่รถจะทันได้จอดสนิท จากนั้นก็เคาะกระจกเรียกคนข้างใน “คุณกง ฉันจวีซือหนานค่ะ ลงมาหน่อย ฉันมีเื่สำคัญจะคุยด้วย!”
กงเจ๋ออวี้เงยหน้ามองเธออย่างเฉยชา จากนั้นก็สั่งคนขับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ต้องจอด ขับตรงเข้าไปเลย”
“ครับ คุณชาย”
คนขับมองเ้านายของตนผ่านกระจกมองหลัง แล้วพยักหน้าอย่างนอบน้อม
เห็นรถแล่นเฉียดตนเองไป จวีซือหนานก็เอื้อมมือไปจับ “คุณกงเจ๋ออวี้… เื่เมื่อกี้ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันมีเื่สำคัญจะบอกคุณ คุณเป็คนใจกว้าง…”
วิ่งไปถึงประตูทางเข้า จวีซือหนานก็ถูกพ่อบ้านขวางไว้ “คุณผู้หญิง คุณไม่สามารถเข้าไปได้ครับ”
“ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันมีเื่สำคัญจะบอกกงเจ๋ออวี้”
จวีซือหนานประนมมืออ้อนวอนคนตรงหน้า แล้ววิ่งเลี้ยวไปคุยที่ประตูทางเข้า “คุณกงเจ๋ออวี้ ฉันจะไม่พูดถึงเื่บริษัทตระกูลหานแล้ว เรามาคุยเื่โครงการของบริษัทเราดีกว่า…”
รถคันสีดำจอดลงในบริเวณรั้ว จวีซือหนานคิดว่ากงเจ๋ออวี้จะยอมพบเธอในที่สุด จึงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า
แต่กงเจ๋ออวี้ที่ลงจากรถกลับไม่ได้พาเธอเข้าไป หรือแม้แต่จะเดินมาหาเธอเลยสักก้าว แต่เขากลับสั่งให้พ่อบ้านนำเก้าอี้สนามมาวางไว้ในสวน แล้วนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายอารมณ์
สีหน้าของจวีซือหนานเปลี่ยนเป็หม่นหมองในทันที นี่กงเจ๋ออวี้กำลังเยาะเย้ยเธออยู่ชัด ๆ
แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ จึงต้องะโเข้าไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน “ประธานกง คุณต้องสนใจโครงการนี้แน่นอน ฉันจะเข้าไปชี้แจงรายละเอียดให้คุณฟัง”
กงเจ๋ออวี้จิบกาแฟมองดูสีหน้ากระวนกระวายของจวีซือหนาน ชายหนุ่มคลี่ยิ้มขำที่มุมปากอีกครั้ง