ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 การหยั่งดูท่าทีของหลี่ลั่ว


              หลี่หยางซื่อใคร่ครวญดูแล้ว ตนเองอายุมากขึ้นทุกวัน หลี่ลั่วนั้นอายุน้อยเกินไป หลี่หลินต้องแต่งงานออกเรือนไป ระหว่างที่หลี่ลั่วยังไม่ได้ทำพิธีสวมกวาน ผู้นำครอบครัวของจวนโหวก็มีเพียงหลี่หงเท่านั้น ดังนั้นเรื่องราวบางอย่างไม่สมควรจะปิดบังเขา “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็อยู่ฟังด้วยกัน...เจ้าเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ข้าฟังเสีย คำพูดเมื่อสักครู่หมายความว่าอย่างไรกัน?”

              ดังนั้น สาวใช้จึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดรอบหนึ่ง

              เพียะ...หลี่หยางซื่อตบลงไปบนเก้าอี้อย่างแรงครั้งหนึ่ง “จวนองค์หญิงจะรังแกกันเกินไปแล้ว ไป ข้าจะกลับไปจวนสกุลหยางพร้อมกับเจ้าเดี๋ยวนี้” ท่านแม่อายุมากแล้ว ท่านพ่อก็กำลังจะเกษียณและขอย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด มีเพียงคนเดียวที่ยังพอมีฐานะอยู่บ้างก็คือตัวนางเอง หากสามีของนางมิได้ตายไปในการสู้รบ ด้วยตำแหน่งของเขาที่อยู่เบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท จะมีผู้ใดกล้าแตะต้องคนในครอบครัวมารดาของนาง? หลี่หยางซื่อครุ่นคิดถึงสถานการณ์ในยามนี้ของจวนโหวแล้วครุ่นคิดถึงเรื่องที่หลานสาวต้องประสบพบเจอ ก็ยากนักที่จะควบคุมตนเองไม่ให้ดวงตาแดงก่ำ

              “ท่านแม่...” หลี่หงฟังแล้วก็ให้รู้สึกโกรธกรุ่นอยู่ในใจ น้องสาว[1]เพิ่งจะอายุสิบสี่ปี ไฉนจึงต้องมารับเคราะห์กรรมเช่นนี้? อีกทั้งเรื่องพรรค์นี้ยังไม่สามารถพูดออกไปได้ มิเช่นนั้นน้องสาวคงได้แต่ไปบวชเป็นชีแน่แล้ว

              “ข้าจะไปจวนสกุลหยางสักครั้ง คืนนี้อาจจะพักค้างคืนที่จวนสกุลหยาง เรื่องในบ้านต้องยกให้เจ้าดูแลแล้ว” หลี่หยางซื่อสั่งความกับหลี่หง

              “ท่านแม่โปรดวางใจขอรับ”

             หลี่หงกลับไปถึงเรือนของเขาด้วยสีหน้าย่ำแย่ยิ่งนัก เมื่อเปรียบเทียบกับตอนที่เขาออกจากเรือนไปแล้วราวกับเป็นคนละคนเลยทีเดียว อีกทั้งแต่ละก้าวที่เดินนั้นก็หนักหน่วงยิ่ง นี่ชัดเจนแล้วว่ามีเรื่องในใจ หลี่ลั่วกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องของเขา เห็นเขาเป็นเช่นนี้จึงถามไถ่ “พี่ใหญ่เป็นอันใดไปขอรับ ทางมารดาเกิดเรื่องอันใดขึ้นใช่หรือไม่?”

              หลี่หงรีบยิ้มกลบเกลื่อน “ไม่มีเรื่องอันใด ไม่ใช่เรื่องที่เด็กเล็กๆ เช่นเจ้าต้องไปกังวล อย่าคิดมาก”

              หลี่ลั่วเลิกคิ้ว แต่มิได้ถามต่อแต่อย่างใด จากนั้นเขาก็หาวหวอด “พี่ใหญ่ ข้ากลับห้องพักผ่อนก่อนนะขอรับ”

              “อืม” จิตใจของหลี่หงตอนนี้สับสนวุ่นวายนัก ไฉนจะมีใจอยู่เป็นเพื่อนหลี่ลั่ว

             ห้องของหลี่ลั่วอยู่ติดกับห้องของหลี่หง เมื่อก้าวเข้าไปในห้องเขาจึงร้องเรียกผิงอัน “พี่ใหญ่กลับมาจากเรือนหยวนเซ่อแล้วดูเหมือนจะมีความในใจ พี่ผิงอันรู้หรือไม่ว่าเรือนหยวนเซ่อเกิดเรื่องอันใดขึ้น?”

              ผิงอันนั้นติดตามหลี่ลั่วตลอดเวลา แทบจะไม่ห่างแม้ครึ่งก้าว เมื่อยามที่หลี่ลั่วอยู่ในห้องของหลี่หงนั้น นางยืนปรนนิบัติอยู่หน้าประตู ไฉนเลยจะรู้ได้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น “บ่าวจะไปสอบถามดูเจ้าค่ะ”

              “ดี ไปเถิด” หลี่ลั่วก็มีเจตนาเดียวกัน หลังจากที่ผิงอันจากไป หลี่ลั่วจึงได้ให้ซินเป่าไปตามซินหมัวมัวมาพบ

              “เสี่ยวโหวเหฺยมีเรื่องอันใดจะสั่งการหรือเจ้าคะ?” ซินหมัวมัวถามด้วยสีหน้าเคารพนอบน้อม

              “ไปสอบถามดูว่าวันนี้ที่เรือนหยวนเซ่อเกิดเรื่องอันใดขึ้น” หลี่ลั่วไม่ได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถที่กำลังอ่านหนังสือ แม้กระทั่งหน้าก็ไม่ได้เงยขึ้น “ต่อไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นภายในจวนโหวล้วนต้องมาแจ้งแก่ข้า ต่อให้เป็นเรื่องของพวกเขาในอีกหลายเรือนนั้นก็ตาม”

              “...เจ้าค่ะ” แม้ซินหมัวมัวจะไม่เข้าใจถึงความคิดความอ่านของเสี่ยวโหวเหฺยในวัยห้าขวบท่านนี้ แต่เสี่ยวโหวเหฺยมีท่าทีสงบนิ่งเกินไป และมีพลังที่ยิ่งใหญ่เข้มแข็ง ดังนั้นนางจึงฉลาดที่จะไม่เอ่ยถามอันใด สำหรับความสงสัยส่วนตัวของนางนั้นนางค่อยๆ คิดก็พอแล้ว

              ซินหมัวมัวมีความคิดเป็นของนางเอง ครอบครัวของนางและบุตรชายแม้ว่าจะเป็นครอบครัวที่ติดตามหลี่หยางซื่อเมื่อยามออกเรือนมานั้น แต่พวกเขาถูกแยกออกไปอยู่ที่หมู่บ้าน ดังนั้นในสายตาของหลี่หยางซื่อนางย่อมไม่มีความสำคัญเท่ากับจี้หมัวมัว และต่อไปจวนโหวนี้เป็นของเสี่ยวโหวเหฺย หลานชายของนางก็รับใช้เบื้องหน้าเสี่ยวโหวเหฺย ดังนั้นเส้นทางข้างหน้าต้องเลือกเช่นใด ใจของนางย่อมกระจ่างแจ้งกว่าผู้ใด

              ผิงอันเป็นหลานสาวของจี้หมัวมัว แม่ของนางคือภรรยาจี้ซิ่นและดูแลห้องครัวใหญ่ หากนางต้องการสอบถามเรื่องราวภายในเรือนหยวนเซ่อย่อมเป็นเรื่องสะดวกที่สุด แต่เมื่อผิงอันสอบถามเรื่องราวที่เรือนหยวนเซ่อแล้วกลับรู้สึกลังเลตัดสินใจไม่ได้ ดังนั้นจึงไปถามภรรยาจี้ซิ่น “ท่านแม่ ท่านว่าเรื่องที่เสี่ยวโหวเหฺยให้ข้าไปสอบถามเรื่องในเรือนหยวนเซ่อข้าควรจะทำเช่นใดดีเล่าเจ้าคะ?”

              “อยู่ดีๆ ไฉนเสี่ยวโหวเหฺยจึงให้เจ้าไปสอบถามเรื่องราวภายในเรือนหยวนเซ่อเล่า?” ภรรยาจี้ซิ่นถามกลับ เสี่ยวโหวเหฺยเพิ่งจะอายุห้าขวบ เด็กน้อยอายุห้าขวบก็เริ่มสืบเสาะเรื่องราวในเรือนของมารดาใหญ่แล้ว สายตาจะกว้างไกลเกินไปแล้วหรือไม่?

              “เป็นเพราะวันนี้หลังคุณชายรองกลับมาจากเรือนหยวนเซ่อแล้วอารมณ์ไม่ดีเลย ดังนั้นเสี่ยวโหวเหฺยจึงให้ข้าไปสอบถามดูเจ้าค่ะ” ผิงอันตอบ “ข้าสอบถามมาแล้วดูเหมือนว่าจะมีความเกี่ยวพันกับจวนสกุลหยาง จิ้วฮูหยินของจวนสกุลหยางส่งคนมา เชิญเหล่าฮูหยินกลับไปจวนสกุลหยาง ท่านย่าก็ไปด้วยกันเจ้าค่ะ”

              จี้หมัวมัวและหลี่หยางซื่อนั้นออกไปอย่างรีบเร่ง ดังนั้นจึงไม่ได้กำชับสั่งความอะไรภรรยาจี้ซิ่น “ในเมื่อเสี่ยวโหวเหฺยเป็นห่วงคุณชายรอง เช่นนั้นเรื่องนี้เจ้าก็บอกกับเสี่ยวโหวเหฺยได้ ผิงอัน เจ้าต้องรู้ว่าพวกเราเป็นคนที่เหล่าฮูหยินพามาจากจวนสกุลหยาง พวกเราเป็นคนของเหล่าฮูหยิน ไม่ว่าต่อไปจวนโหวแห่งนี้จะเป็นของใคร ตำแหน่งของเหล่าฮูหยินนั้นมั่นคงแล้ว เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

              “ลูกกระจ่างแจ้งแล้วเจ้าค่ะ”

              หลังจากที่ผิงอันออกจากเรือนของภรรยาจี้ซิ่น นางก็ตรงไปรับอาหารเย็นของหลี่ลั่วมาจากห้องครัวใหญ่ ด้วยเหตุที่ทรัพย์สินกองกลางจวนโหวและทรัพย์สินกองกลางหลี่เหล่าไท่เหฺยนั้นแยกกัน ดังนั้นห้องครัวใหญ่ในยามปกติจึงมีงานค่อนข้างมาก

              “เสี่ยวโหวเหฺย นี่เป็นอาหารเย็นของท่านเจ้าค่ะ บ่าวไปรับมาแล้ว” ผิงอันเปิดอาหารในปิ่นโตไปด้วยพลางพูดไปด้วย “ยามบ่ายที่เรือนหยวนเซ่อมิได้เกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่จิ้วฮูหยินของจวนสกุลหยางส่งสาวใช้รุ่นใหญ่ของนางมา จากนั้นเหล่าฮูหยินและท่านย่าของบ่าวก็ไปจวนสกุลหยางด้วยกันเจ้าค่ะ ส่วนที่จวนสกุลหยางเกิดเรื่องอันใดขึ้นนั้น บ่าวก็ไม่ทราบแล้วเจ้าค่ะ เวลานั้นผู้ที่อยู่ในห้องมีเพียงเหล่าฮูหยินและคุณชายรอง”

              อาหารในปิ่นโตช่างมากมายนัก ทั้งหมดมีกับข้าวห้าอย่าง มีผักสองอย่าง เนื้อสองอย่าง และน้ำแกงหนึ่งอย่าง

              “จิ้วฮูหยินคือ?” หลี่ลั่วรู้จักแค่เพียงญาติบางคนของจวนโหว

              “เป็นสะใภ้ใหญ่ของครอบครัวมารดาเหล่าฮูหยินเจ้าค่ะ” ผิงอันตอบ

              หลี่ลั่วพยักหน้า “ออกไปได้”

              “เจ้าค่ะ”

              ณ จวนสกุลหยาง

              หยางเหล่าไท่ไท่สุขภาพไม่ค่อยดี ดังนั้นเรื่องบางเรื่องในจวนสกุลหยางคนในเรือนสกุลหยางก็ปิดบังนางเอาไว้ เช่นเรื่องที่เกิดขึ้นกับหยางเยียนในครั้งนี้ ทุกคนยิ่งมิกล้าที่จะบอกให้นางรู้

              เมื่อหลี่หยางซื่อมาถึงจวนสกุลหยางนั้น หยางต้า[2]ฮ่านหลินและหยางเสี่ยว[3]ฮ่านหลินต่างก็ได้กลับมาจากศาลาผู้ว่าการแล้ว ฮ่านหลินทั้งสองของจวนสกุลหยาง ผู้หนึ่งรั้งตำแหน่งขุนนางขั้นสี่ อีกผู้หนึ่งรั้งตำแหน่งขุนนางขั้นห้า ดังนั้นสกุลหยางในรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นครอบครัวของผู้มีวิชาความรู้

              “น้องสาว” เมื่อเห็นหลี่หยางซื่อ หยางฮูหยินก็ร่ำไห้ออกมา “น้องสาว เยียนเอ๋อร์ที่น่าสงสารของข้าจะทำเช่นใด? ต่อจากนี้จะทำเช่นใด?” นางมีบุตรสาวเพียงคนเดียว เลี้ยงดูประคบประหงมมาราวกับของล้ำค่า ไฉนจึงต้องมาพบกับเรื่องเช่นนี้?

              “พี่สะใภ้ใหญ่ วิธีการนั้นพวกเราต้องคิดออกมา ท่านอย่าเพิ่งร้องไห้” หลี่หยางซื่อปลอบโยนและมองไปที่บิดาและพี่ชาย “ท่านพ่อ พี่ใหญ่ ทางด้านจวนองค์หญิงฉางหนิงว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

              หยางต้าฮ่านหลินหน้ามืดครึ้มลง “เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชื่อเสียงของเยียนเอ๋อร์ หากเป็นเรื่องอื่นสามารถรายงานเบื้องพระพักตร์ฝ่าบาท ต่อให้พ่อต้องสละชีวิตก็จะทวงมาซึ่งความยุติธรรม แต่...หากชื่อเสียงของเยียนเอ๋อร์ไม่มีแล้ว ความยุติธรรมที่ทวงมาได้จะมีประโยชน์อันใดเล่า”

              “ท่านพ่อพูดมาย่อมมีเหตุผล แต่เจ้าสิ่งของที่เปรียบไม่ได้แม้แต่สัตว์เดรัจฉานกล้าทำถึงเพียงนี้ จวนองค์หญิงจะไม่รับผิดชอบอันใดเลยหรือ?” หลี่หยางซื่อพูดอย่างโมโห

               “ไม่ถึงกับไม่รับผิดชอบอันใด องค์หญิงฉางหนิงส่งคนมาที่นี่แล้ว” หยางฮูหยินกล่าว

              “มาเกลี้ยกล่อมพวกเราหรือ?” หลี่หยางซื่อไม่คิดว่าองค์หญิงฉางหนิงจะยอมก้มหัวให้ด้วยเรื่องเช่นนี้ เป็นถึงองค์หญิง อำนาจของเชื้อพระวงศ์นั้นสูงส่งนัก

              “ความหมายของฝ่ายนั้นคือราชบุตรเขยดื่มเหล้าเมามาย เรื่องนี้เป็นความผิดของจวนองค์หญิงจริงๆ แต่เรื่องได้เกิดขึ้นแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเยียนเอ๋อร์นั้นไม่สามารถแก้ไขกลับคืนมาได้ หากว่าเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปย่อมไม่เป็นผลดีต่อพวกเรา ดังนั้น...ดังนั้น ความหมายขององค์หญิงก็คือไม่ว่าจะเป็นข้ารับใช้ในจวนองค์หญิงหรือคุณหนูคนอื่นๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนี้ จะไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องนี้” หยางฮูหยินพูดแล้วก็ร่ำไห้ขึ้นมาอีก “พูดว่าจะชดเชยให้พวกเรา แต่ความบริสุทธิ์ของเยียนเอ๋อร์ไม่มีแล้ว ต่อให้ชดเชยให้เรามากกว่านี้แล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า? แล้วเยียนเอ๋อร์...เยียนเอ๋อร์วันนี้ยังมาฆ่าตัวตาย”

              “พี่สะใภ้ใหญ่...” หลี่หยางซื่อไม่รู้ว่าควรจะปลอบหยางฮูหยินเช่นใด ถูกต้องที่ว่าต่อให้ชดเชยมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ แต่เรื่องนี้ต้องจัดการอย่างเงียบที่สุดจึงจะทำร้ายเยียนเอ๋อร์ได้น้อยที่สุดเช่นกัน

              วันถัดมา       

              เรื่องที่เมื่อวานหลี่หยางซื่อมิได้กลับจวนโหวหนึ่งคืนนั้น ตอนเช้าหลี่ลั่วก็ทราบเรื่องแล้ว เป็นซินหมัวมัวที่แอบมาบอกกับเขา “บุตรีของจิ้วฮูหยินถูกราชบุตรเขยขององค์หญิงฉางหนิงข่มขืนหรือ?” หลี่ลั่วก็ตกตะลึงจริงๆ ในสมัยโบราณชื่อเสียงของหญิงสาวสำคัญพอๆ กับชีวิตเลยทีเดียว

              “ใช่เจ้าค่ะ” ซินหมัวมัวตอบ “เมื่อวานบ่าวสอบถามได้ความมาว่าหลังจากคนของจวนสกุลหยางมาแล้ว เหล่าฮูหยินและจี้หมัวมัวเดินทางไปจวนสกุลหยาง บ่าวเองก็เป็นคนที่ออกมาจากจวนสกุลหยาง ย่อมรู้จักคนข้างในอยู่หลายคน ดังนั้นจึงไปสอบถามมาจนกระทั่งรู้เรื่องนี้ เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานนั้นกะทันหันนัก กระโปรงของคุณหนูใหญ่สกุลหยางเต็มไปด้วยรอยเลือดขณะที่วิ่งกลับเข้าไปในจวน ข้ารับใช้ในจวนสกุลหยางต่างก็เห็นเจ้าค่ะ”

              “รู้แล้ว เจ้าไปทำงานเถิด”

              “เจ้าค่ะ”

              รอจนกระทั่งซินหมัวมัวออกไปแล้วซินเป่าจึงถามขึ้น “เสี่ยวโหวเหฺย ทำเช่นใดดีขอรับ?” ขณะที่ซินหมัวมัวรายงานเรื่องนี้นั้น ซินเป่าปรนนิบัติอยู่ข้างกายหลี่ลั่ว ซินหมัวมัวอาจจะบอกเล่าเรื่องนี้กับซินเป่าเป็นการส่วนตัวก็ได้ ดังนั้นหลี่ลั่วจึงมิได้ปิดบังซินเป่า

              “อะไรคือทำเช่นใดดีเล่า?” หลี่ลั่วเลิกคิ้วและถามยิ้มๆ

              “ก็เรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณหนูใหญ่สกุลหยางอย่างไรเล่าขอรับ นาง...”

              “เรื่องของนาง ย่อมต้องให้คนในครอบครัวนางไปวิตกกังวล เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเราเล่า?” หลี่ลั่วพูดแล้วก็เดินออกจากเรือนไป อากาศยามเช้าด้านนอกสดใส หลี่ฉางเฉิงและหลี่ฉางสือสองพี่น้องมายืนเข้าเวรแต่เช้าแล้ว หลี่ลั่วมองเห็นท่ายืนของพวกเขาที่ตั้งตรงประดุจพู่กัน หลี่ลั่วกวักมือเรียก “ฝีมือของพวกท่านเป็นยังไงบ้าง?”

              “ที่บ้านได้เชิญอาจารย์มาสอนพวกเราตั้งแต่ยังเล็กขอรับ” หลี่ฉางเฉิงตอบ ท่านพ่อได้กำชับเตือนเขาไว้แล้วว่าเสี่ยวโหวเหฺยไม่เหมือนคนทั่วไป ต้องปฏิบัติต่อเสี่ยวโหวเหฺยอย่างให้เกียรติ

              ดวงตาหลี่ลั่วเป็นประกาย “ข้าเองก็อยากฝึกยุทธ์ ฉางเฉิงสอนข้าดีหรือไม่?”

              หลี่ฉางเฉิงนั้นเริ่มฝึกยุทธ์ตั้งแต่อายุห้าขวบ มีพื้นฐานวรยุทธ์สิบปี สอนหลี่ลั่วนั้นถือว่าพอได้ “ล้วนฟังเสี่ยวโหวเหฺยขอรับ”

              “ถ้าเช่นนั้นก็ดี ซินเป่ามาเรียนด้วยกัน พี่ผิงอันให้พวกเขาเตรียมของว่างดีๆ มา”

              “เจ้าค่ะ”

              ซินเป่านั้นเป็นคนที่ไหวพริบดียิ่งนัก เสี่ยวโหวเหฺยให้เขาฝึกยุทธ์ด้วยกันนั้นย่อมเป็นเพราะเห็นตนอยู่ในสายตา    

              หลังจากที่หลี่หยางซื่อกลับมาจากจวนสกุลหยาง สีหน้าของนางดูเหนื่อยล้ายิ่งนัก ความสัมพันธ์ของนางกับครอบครัวฝั่งมารดานั้นถือว่าดีมาก ท่านพ่อท่านแม่รักใคร่ปรองดอง มีเพียงพวกเขาพี่ชายน้องสาว และนางกับพี่สะใภ้เองก็เป็นเพื่อนกันตั้งแต่วัยเยาว์ ดังนั้นเรื่องของหยางเยียนจึงมีผลกระทบต่อจิตใจนางไม่น้อย

              หลี่หงเมื่อได้ยินว่าหลี่หยางซื่อกลับมาแล้วจึงรีบเร่งไปเรือนหยวนเซ่อ

              “ท่านแม่ เรื่องของน้องสาวเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?” หลี่หงรีบถาม

              หลี่หยางซื่อถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “สภาพของเยียนเอ๋อร์ย่ำแย่ยิ่งนัก และความยุติธรรมนี้เกรงว่าจะสิ้นหนทางทวงคืนมาให้นางแล้ว ความหมายของจวนองค์หญิงคือจะจัดการชดเชยให้เหมาะสม และยังจะออกหน้าเพื่อที่จะปิดบังเรื่องนี้”

              “แล้วกับคนข้างนอกจะให้พูดเช่นใดเล่า?”



    [1] น้องสาว (表妹) หรือ เปี่ยวเม่ย ในที่นี้หมายถึงญาติผู้น้องผู้หญิงที่เป็นญาติฝ่ายมารดา ลูกพี่ลูกน้องจากญาติฝ่ายมารดา จะขึ้นต้นด้วย “เปี่ยว” ทั้งหมด เช่น เปี่ยวเจี่ย, เปี่ยวเกอ, เปี่ยวตี้ ในที่นี้หมายถึงหยางเยียน

    [2] หยางต้า (杨大) หมายถึง สกุลหยางผู้เป็นบิดา ในที่นี้หมายถึงหยางถีเจิ้ง บิดาของหลี่หยางซื่อ

    [3] หยางเสี่ยว (杨小) หมายถึง สกุลหยางผู้เป็นบุตรชาย ในที่นี้หมายถึงพี่ชายของหลี่หยางซื่อ


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668