ราเชนทร์นั่งมองกล่องไม้มะเกลือประดับมุกด้วยสายตาเหม่อลอย หลังจากเขาได้เจอธนนท์ ชายหนุ่มก็ติดต่อไปยังบริษัทนักสืบเอกชนให้ช่วยหาข่าวภายในฟาร์มแสนรัก เขาพยายามไม่พูดถึงเื่พวกนี้มาพักใหญ่แต่ไม่คาดว่าคนในครอบครัวของแทนพงษ์จะเข้ามาจุดประกายความอยากรู้อยากเห็น
‘ในเมื่อผมลืมไม่ได้ ก็คงต้องไปให้สุดทาง’
ความคิดของนักบริหารหนุ่มลอยกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเขายังหมั้นหมายอยู่กับณิชาด้วยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย พนักงานใหม่ที่รูปร่างหน้าตาออกไปทางสวยมากกว่าหล่ออย่างแทนพงษ์ มุ่งกิจวัฒนา ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพอย่างทุกวันนี้
เื่มันเริ่มจากวันนั้น....
“บอส พนักงานใหม่มาทำงานแล้วครับ”
“ดี เรียกให้เข้ามาหาผมได้เลย”
ทันทีที่ประตูเปิดออก ราเชนทร์ก็พลันชะงัก รูปร่างหน้าตาของผู้ชายที่เพิ่งเดินเข้ามากระเดียดไปทางสวยมากกว่าหล่อ ยิ้มที่พนักงานใหม่ส่งมาให้เขาคล้ายจะเจือกระแสไฟฟ้าที่ส่งมาช็อตให้หัวใจของนายจ้างหนุ่มเต้นผิดจังหวะ
แทนพงษ์หยุดยืนตรงหน้าราเชนทร์ แนะนำตัวอย่างเป็ทางการและรอให้เ้านายคนใหม่เชิญเขานั่ง ทว่าราเชนทร์กลับดูเหม่อลอย
“คุณราเชนทร์ครับ” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลอ่อนหวาน
“คะ ครับ เชิญนั่ง” ราเชนทร์พยายามปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้เป็ปกติ
ห้องทำงานของบอสที่มักจะปิดมู่ลี่ไว้ครึ่งหนึ่ง ตอนนี้เปิดทั้งแถบคล้ายกำลังจับตามองลูกน้องที่นั่งกระจายอยู่เต็มออฟฟิศ อันที่จริงมีเพียงจุดสนใจเดียวที่ราเชนทร์เหลือบมองอยู่บ่อยๆ
แทนพงษ์เหมือนจะรู้ตัว เขาเองก็มองกลับมาด้วยเช่นกัน เพียงแต่ระยะนั้น ณิชามักจะวนเวียนมารับประทานอาหารเที่ยงกับราเชนทร์อยู่บ่อยๆ ทำให้แทนพงษ์รักษาระยะห่างกับบอสหนุ่มหล่อ
ความหงุดหงิดใจของราเชนทร์มากขึ้นเรื่อยๆ เขาหาข้ออ้างให้แทนพงษ์อยู่ทำโอทีเพื่อจะได้มีเวลามองอีกฝ่ายมากขึ้น ราเชนทร์เองก็รู้สึกว่าในสายตาของลูกน้องผู้งดงามมีบางอย่างแฝงอยู่
กระทั่งคืนฝนตกเดือนกรกฎาคมปีต่อมา...เขาแต่เริ่มจะหยุดตัวเองไม่ได้ก็เริ่มแสดงออกในบางครั้งที่อยู่กันตามลำพัง
“คุณเชนทร์มีคู่หมั้นแล้วนะครับ” แทนพงษ์เอ่ยเตือนด้วยสีหน้าอึดอัด
“ผมไม่อยากหมั้นแล้ว”
“นั่นเป็เื่ของคุณครับ”
ราเชนทร์ส่งสายตาเ็ป “แต่...ผมอยากให้เป็เื่ของเรา”
แทนพงษ์ส่ายหน้าแล้วถอยหลัง “ผมไม่อยากจะเป็คนทำลายชีวิตคู่ของคนอื่น”
ราเชนทร์ก้าวเท้าตามไป รวบเอวของอีกฝ่ายไว้ ในออฟฟิศเหลือเพียงพวกเขาสองคน ชายหนุ่มทั้งสองสบตากันเนิ่นนาน ราเชนทร์ยื่นหน้าเข้ามาหา เขาอยากจะชิมริมฝีปากสีชมพูระเรื่อที่ยั่วยวนใจของอีกฝ่าย แต่เสียงฝีเท้าที่กำลังมุ่งมาใกล้ทำให้ทั้งสองผละออกจากกัน
วันต่อมา ข่าวกำหนดการแต่งงานของระหว่างราเชนทร์กับณิชาก็แพร่สะพัด ราเชนทร์ต้องออกไปดูแลงานโครงการใหญ่ที่ต่างจังหวัด พอเขากลับมาก็พบว่าแทนพงษ์ลาออกไปแล้ว ราเชนทร์ได้แต่คอตกและนั่งเศร้า จากนั้นสามเดือนต่อมาเขากับณิชาก็ถอนหมั้นด้วยความยินยอมทั้งสองฝ่าย แต่...เขาก็หาตัวแทนพงษ์ไม่เจอ
“เชนทร์เป็อะไรไปอีก? คิดถึงคนนั้นอีกแล้วเหรอ?” ธเนศมองสีหน้าเศร้าสร้อยของเพื่อนแล้วพอจะเดาได้
“เออ วันนี้มีคนนามสกุลเดียวกับเขาเอาของเก่ามาขาย กูก็เลยคิดถึงเขาอีก อุตส่าห์เลิกสนใจแล้วแต่โชคชะตาก็เล่นตลกจนได้” พูดจบเ้าตัวก็ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดก
“มึงก็เคยไปตามหาเขาแล้วไม่ใช่เหรอ? เขามีลูกมีเมียไปแล้ว มึงจะไม่เลิกอาลัยอาวรณ์อีก”
ราเชนทร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กูก็อยากจะลืมนะ แต่ใจกูนี่สิ มันไม่เป็ของกูเอาซะเลย”
หลังจากถอนหมั้นได้พักใหญ่ ราเชนทร์จ้างนักสืบสืบหาตัวแทนพงษ์จนรู้ว่าเขากลับไปอยู่ที่ราชบุรี ราเชนทร์จึงแอบไปดูโดยไม่ได้บอกใคร แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน แทนพงษ์อุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินมาพร้อมหญิงสาวหน้าตาสะสวย ราเชนทร์พยายามปลอบใจตนเองว่าอาจจะเป็เื่ไม่จริง แต่คำทักทายที่เ้าของร้านกาแฟเอ่ยออกมาทำให้แขนขาของเขาแทบหมดแรง
‘มาพร้อมหน้าครอบครัวเลยนะคะ น้องแสนรักหน้าเหมือนทั้งคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ’
ประโยคนั้นคล้ายกับฟ้าที่ผ่าลงมากลางศีรษะของราเชนทร์ เขาต้องนั่งทำใจอยู่พักใหญ่ค่อยมีกำลังขับรถกลับกรุงเทพฯ
“อย่าบอกนะว่ามึงไปจ้างนักสืบให้ไปสืบเื่เขาอีก”
“มึงทำไมรู้?”
“คนอย่างมึง พอบอกว่าลืมไม่ได้ก็คงมีทางเดียว รู้ให้เจ็บยิ่งกว่าเดิมจะได้เลิกบ้าซะที”
ราเชนทร์ถอนหายใจ รินเหล้าฝรั่งขวดนั้นลงในแก้ว “เออ กูคงต้องเจ็บให้ถึงที่สุด เดี๋ยวกูก็หยุดเอง”
“เออ มีอะไรจะระบายกับกูก็เล่ามาได้เลยนะ กูพร้อมรับฟัง”
“มึงล่ะ สีหน้าเบิกบานแบบนี้ คู่นอนคนใหม่คงถูกใจมึงมากสินะ”
ธเนศยิ้ม “อืม...ก็ดี” เขาไม่ยอมบอกกับราเชนทร์ว่าจ่ายเงินให้กับพรรษาไปแล้วสองล้านเพราะมีแผนจะยื้อให้เธออยู่กับเขานานกว่านั้น
“ไม่ใช่แค่ก็ดีแน่ สายตามึงมันฟ้อง”
“ตบตามึงไม่ได้จริงๆ เขาทั้งสวย ทั้งถูกใจกูเหมือนที่มึงว่า น่าเสียดายที่เขาหวังแค่มาหาเงินจากกู”
“มึงก็ชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ถ้าผู้หญิงคนไหนคิดอยากเป็เมีย กูเห็นมึงเขี่ยเขาทิ้งทุกราย แต่จะว่าไปมึงพารายนี้ไปคอนโด กูว่ามึงคงชอบเป็พิเศษ”
ธเนศหัวเราะร่วน เขากลัวการผูกมัดจึงไม่ค่อยหลับนอนกับผู้หญิงคนไหนนาน “มึงรู้อีกล่ะ กูรู้ว่ารายนี้ไม่อยากได้กู ท่าทางเขามาเพื่อหาประโยชน์จากกูจริงๆ มึงดูสิ ระหว่างวันที่นัดเจอกัน เขาไม่เคยโทรหรือส่งข้อความหากูเลยสักครั้ง ไม่เหมือนคนอื่นที่แค่นอนด้วยครั้งแรกก็ติดต่อมาถี่ยิบ”
“ระวังตัวระวังใจมึงไว้ให้ดีเถอะเนศ อย่าเผลอไปหลงรักเหยื่อเข้าเชียว แล้วจะเสียใจไม่รู้ตัว”
“ไม่มีทาง เสืออย่างกู อย่าหวังว่าเหยื่อรายไหนจะกินได้”
ราเชนทร์ยกแก้วเหล้าขึ้นชู “ดี! ขอให้มึงเป็เสือตัวจริงต่อไปนะเพื่อน”
วิษณุมองเ้านายที่นั่งจ้องปฏิทินตั้งโต๊ะด้วยความประหลาดใจ “มีเื่อะไรเหรอครับบอส?”
“เมื่อไหร่จะวันศุกร์ซะที?” ธเนศถอนหายใจ
“พรุ่งนี้ครับ” วิษณุตอบแบบงงๆ
ธเนศเงยหน้าขึ้นมองเลขานุการหนุ่ม “รู้แล้ว! ฉันพูดกับตัวเอง”
“อ้าว! ขออภัยครับบอส ผมนึกว่าบอสถามผมซะอีก”
“วันเสาร์อย่าจัดประชุมหรือนัดหมายสำคัญมานะ ฉันอาจจะมาทำงานสาย” พูดถึงคำว่า ‘สาย’ ธเนศก็เผลอยิ้มออกมา
วิษณุได้ยินว่าเ้านายบอกอาจจะมาสาย เขาใมาก
“มาสายเหรอครับ? แต่บอสไม่เคย...”
แม้ธเนศจะขึ้นว่าเป็เพลย์บอยแต่เขาไม่เคยขาดหรือลางานเลยั้แ่รับตำแหน่งประธานบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจแทนพี่ชายฝาแฝดที่แยกตัวไปปั้นบริษัทกาแฟสำเร็จรูป
“เอาน่า...ฉันบอกไว้ก่อน ช่วยจัดการให้ด้วยล่ะ”
“ออ ครับบอส ผมจะเคลียร์ตารางงานของบอสให้ใสๆ เลยครับ”
ตอนตีห้าวันจันทร์ที่ผ่านมา วิษณุได้รับข้อความลางานจากธเนศ เขาก็ใแทบแย่นึกว่าเ้านายเกิดอุบัติเหตุหรือไม่ก็ป่วยหนัก แต่พอส่งข้อความกลับไป ธเนศกลับตอบมาว่ามีธุระด่วน นั่นทำให้เขาใแทบแย่
แต่...พอทบทวนไปมา คืนวันศุกร์ที่บอสค้างคืนกับพรรษาเป็คืนแรก ่เช้าวันเสาร์ก็มีอาการแปลกๆ ค่ำวันเสาร์ก็ต้องอยู่กับผู้หญิงคนนั้นอีก ส่วนวันอาทิตย์บอสก็ไม่ได้ออกจากคอนโดมิเนียม บางที...คราวนี้ เสือหนุ่มอาจจะถูกเสือสาวสยบไว้ใต้ฝ่าเท้าแล้วก็เป็ได้
**************

