ฉึบบบบบบ ฉึบบบบบบบบบบบ
ใบดาบรูปกากบาทสีฟ้าขนาดใหญ่พุ่งผ่านร่างของหมีตอบัสไปอย่างไม่มีร่อยรอยาแ ไม่มีแม้แต่เสียงะเิ หมีตอบัสระดับทองคำ ขั้นกลาง ร่างสั่นสะท้าน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ จากนั้นก็หม่นแสงลง
ร่างกายที่ไร้ิญญาค่อย ๆฉีกแยกออกเป็สี่ส่วน ตกลงบนพื้นอย่างหนักหน่วง ภายใต้ร่างทั้งสี่ที่แยกออกจากกันนั้นเออนองไปด้วยโลหิต
เคฮันเตอร์ระดับทองคำ ที่เห็นเหตุการณ์รู้ว่า หมีตอบัส ตัวนี้แข็งแกร่งกว่าทุกตัวก่อนหน้านี้แน่นอน แต่มันกลับตกตายภายใต้การโจมตีเต็มกำลังของชายหนุ่ม สิ่งที่เห็นนั้นเพียงพอที่จะบอกได้ว่าชายหนุ่มคนนี้นั้นมีความแข็งแกร่ง และน่าหวั่นเกรงเช่นไร
หลังจากที่อินแจสังหารหมีตอบัส ขั้นกลางไปแล้ว แล้ว หมีตอบัสตัวอื่น ๆ ที่เหลือก็ได้คำรามด้วยความโกรธแค้นจากนั้นได้พุ่งมาจู่โจมอินแจในทันที
หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลียุนอาที่ตื่นตะลึงอยู่นั้นพรันได้สติเป็คนแรก เธอจึงกลับมากำชับอาวุธในมือเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้
เพราะในตอนนี้นั้น หมีตอบัสอีกยี่สิบตัวกำลังพุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ลียุนอาและคังโกอึน โจมตีเข้าขากันอย่างน่าเหลือเชื่อ พวกเธอสลับสับเปลี่ยนกันจู่โจมอย่างพร้อมเพียง ทางด้านของคังยองชิกและมุนมยองก็ไม่น้อยหน้า พวกเขาทั้งสองเคยต่อสู้ร่วมกันมาก่อน ทำให้พวกเขาคุ้นชินกัยสไตส์การต่อสู้ของกันและกัน ทำให้การสังหารหมีตอบัสทีละ หนึ่งตัว ไม่ได้ยากเย็นเลย
ในอีกทิศทางหนึ่ง บนดาดฟ้าของโรงเรียนดองฉาน มีชายสองคนยืนอยู่ เขากำลังจ้องมองไปยังประตูที่สองที่อินแจกำลังต่อสู้อยู่เงียบ ๆ
“เป็ฮันเตอร์หน้าใหม่ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ” ชายวัยสี่สิบปีพูดขึ้นพร้อมััไปที่หนวดของเขาช้า
“พวกเขาจะรับมือไหวหรอครับ” ชายด้านหลังที่แต่งตัวเหมือนบอดี้การ์ด พูดขึ้น
“มีเ้าหนุ่มนั้นประตูที่สองไม่ต้องเป็ห่วงแล้วละ”ชายวัยสี่สิบปีกล่าวตอบ
“แล้วอสูรระดับบอสละครับ จะให้ผมโทรเรียกหัวหน้าหน่วยมาดีไหมครับ”
ชายวัยสี่สิบปีหันกลับมาและมองไปยังประตูดันเจี้ยน ที่ตอนนี้กำลังมีการต่อสู้ที่รุนแรงอยู่
“แค่บอสระดับ าา ตัวเดียว รองหัวหน้าหน่วย ระดับ าา 3 คนก็เกินพอแล้ว”
มองจากมุมมอง้านั้นตอนนี้ใจกลางสนามรบการต่อสู้ของสองเผ่าพันธ์กำลังดุเดือด ชิ้นส่วนอวัยวะกระจัดกระจายไปทั่วสนามรบ กองซากศพที่ล้มตายจากไป ถูกทิ้งวางไว้เป็ว่าเล่น เสียงะุ ะเิ ดังสนั่นแสงจากพลังเวท พุ่งผ่านไปมากันจนลายตา
โฮ๊กกกกกกกกกกกก
ร่างที่ใหญ่ตัวกว่าหกเมตร โผล่ออกมาจากประตู กลางหน้าผากมีก้อนผนึกแกนเวทสีแดงอยู่ ทันทีที่มันปรากฏตัวมันก็ส่งลำแสงเวทรูปกรงเล็บ ออกไปสองทิศทาง
ไม่ทันได้หลบ เคฮันเตอร์ระดับทองคำสามคนถูกสังหารในทันที
“พวกแกหลบไปให้หมดเลย” ชายร่างั์สวมชุดเกาะหนัก มือขวาถือขวานมือซ้ายถือโล่ เดินขึ้นมาสับหมีตอบัสด้านขวานในมือจากนั้นก็ถีบซากศพกระเด็นออกไป เขาจ้องมองไปยังบอสหมีตอบัสระดับ าา อย่างไม่สบอารมส์
“ยอนคัง น้อย อย่าอวดเบ่งไปหน่อยเลย”สาวร่างเล็กที่ถือค้อนที่ใหญ่เท่าตัวด้วยมือข้างเดียวะโมาจากด้านหลัง เคลื่อนไหวว่องไว
“อย่าเรียกฉันแบบนั้นนะ จียอน ไม่งั้นฉันสับเธอเเน่” ยอนคัง กระทืบเท้าและชี้ขวานใหญ่ไปหาเธอ
“กล้าก็ลองดู”จียอน กระแทกค้อนใหญ่ของเธอจนเกิดเเรงสั่นะเืขึ้น พลังเวทที่รุนแรงถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวเธอ
“พอได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามากัดกัน” จียุนซอก ชายที่ถือหอกพุ่งสังหารหมีตอบัสระดับทองคำ กว่าสามตัวก่อนจะหยุดลงด้านหน้าของทั้งสองคน เขาหันไปทางบอสหมีตอบัส ระดับาา และพูดว่า
“เ้านี่ ใช่จะธรรมดาทั่วไปซะด้วย” จียุนซอกควงหอกในมือและตั้งท่าจู่โจม “มารีบทำให้มันจบ ๆ”
พวกเขาทั้งสามคือ รองหัวหน้าหน่วย ทั้งสามคน จียุนซอก รองหัวหน้าหน่วยที่ 1 ยอนคัง รองหัวหน้าหน่วยที่ 4 จียอน รองหัวหน้าหน่วยที่ 9 ทั้ง 3 คนได้รับมอบหมายจากสภาสมาคมฮันเตอร์ให้เคลื่อนไหว เพื่อจัดการกับปัญหาครั้งนี้
“โฮ๊กกกกก”
บอสหมีตอบัสคำรามพร้อมส่งคลื่นกรงเล็บออกไป อีกครั้ง
ตูมมมมมมมมมม
ตูมมมมมมมมมม
ยองคังใช้โล่ป้องกันการโจมตีไว้ได้ “อ่อนไป”
“ค้อนสายฟ้า” จียอนะโขึ้นไปบนฟ้าก่อนหมุนตัวฟาดค้อนขนาดใหญ่พร้อมพลังเวทสายฟ้า กระแทกเข้าใส่หัวของ หมีตอบัส ระดับ าา อย่างจัง
บรึมมมมมมมมมม
บรึมมมมมมมมมม
ร่างของหมีกระเด็นไปไกลกระแทกเข้ากับกำแพงอาคารเรียนทะลุเข้าไปกว่าสองห้อง ก่อนจะหยุดลง
โฮ๊กกกกกก
เสียงคำรามด้วยความโกรธดังสนั่น ทำให้ตัวอาคารเรียนสั่นะเืจนจะถล่มลงมาให้ได้
“หลบไป”จียุนซอก บอกทั้งสองหลบ แต่ตัวเขาปลดปล่อยท่วงท่าโจมตีที่รุนแรง ปะทะคลื่นกรงเล็บที่พุ่งออกมาจากตัวอาคารถึง สองคลื่นกรงเล็บ
“หอก ที่ 1 สะบั้นนภา”
บรึมมมมมมม ม ม ม ม. มม ม ม
บรึมมมม ม ม ม ม ม ม ม ม ม
แรงะเิจากพลังทั้งสองสายปะทะกันรุนแรงอย่างมาก มันกวาดทุกสิ่งอย่างในรัศมีการะเิโดยรอบเกิดเป็หลุมลึกขนาดใหญ่ แรงะเิดังสนั่นไปไกลหลายกิโล แม้แต่อินแจยังรับรู้ได้ถึงแรงะเินี้อย่างชัดเจน
เหล่าฮันเตอร์ระดับทองคำที่เห็นพลังของเหล่า าา ทั้งสามพวกเขาก็มีแรงใจลุกขึ้นมาต่อสู้ต่อไป
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปจนการต่อสู้จบลง อินแจและทีมก็ได้ดูดซับวงแหวนิญญาจากตัวที่พวกเขาได้สังหารไป เพราะด้วยกฏของฮันเตอร์การจะดูดซับวงแหวนิญญาของผู้อื่นนั้น ต้องได้รับความยินยอมจากผู้สังหารมันได้เสียก่อน หากมีการขโมยหรือแย่งชิงเกิดขึ้น จะมีโทษถึงชีวิต
ส่วนมากเหล่าฮันเตอร์จะจดจำได้ว่าตนเองนั้นได้สังหารตัวไหนไปบ้าง เพราะจะมีร่องรอยของาแ ที่แตกต่างกันออกไป
มีจำนวนน้อยแต่เกิดเหตุการณ์ทะเลาะกันเื่ของวงแหวนิญญาเพราะพวกเขาจำไม่ได้ว่าใครเป็ผู้สังหารในเหตุการณ์แบบนี้ ทางสมาคมฮันเตอร์ให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ให้ปล่อยให้วงแหวนิญญาสลายหายไปเอง เท่ากับไม่มีใครจะได้ดูดซับมัน
หลังจากการต่อสู้จบลง กลุ่มของอินแจได้ เดินทางไปดูพื้นที่อื่น ๆ ต่อ แต่ทุกอย่างก็จบลงแล้ว เขาเห็นว่าทหารได้เข้ามาจัดการเก็บกวาดพื้นที่แล้ว
อินแจได้แยกย้ายกับเพื่อน ๆ ในกิลด์ และ เขาตรงกับไปยังบ้านพักของเขา ตอนนี้เสื้อผ้าของอินแจสวมใส่อยู่ขาดรุ่งริ่งเต็มทน ทั้งยังเปรอะเปื้อนด้วยเืของหมีตอบัส เต็มไปหมด กลิ่นเองก็ฉุนจมูก อินแจไม่สามารถอดทนที่จะอยู่ในสภาพแบบนี้ได้นาน เขาจึงรีบกลับบ้านเพื่ออาบน้ำล้างตัวเปลี่ยนไปใส่ชุดใหม่
ในค่ำคืนหลังความวุ่นวายครั้งสำคัญของเกาหลีจบลง ทางด้านของประเทศอื่น ๆ นั้นก็เกิดสถานการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นเช่นกัน มันไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกันทั้งหมดแต่มันก็เกิดขึ้นในวันเดียวกันทุกประเทศทั่วโลกตอนนี้ได้เกิดความวุ่นวายขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวฝั่งลึกไว้กับประชาชน วีดีโอมากมาย ทั้งภาพการถูกสัตว์อสูรสังหาร ภาพฮันเตอร์สู้กับสัตว์อสูร เต็มไปทั่วอินเตอร์เน็ต หัวข้อการพูดคุยที่ร้อนแรงตอนนี้เต็มไปด้วยความกลัวในการล้างปางมนุษย์ พวกเขาไม่เคยคิดว่าสิ่งมีชีวิตพวกนั้นจะสามารถเดินทางมายังโลกได้โดยไม่ผ่านสะพานเชื่อมดินแดนมรณะลึกลับ แต่พวกมันสามารถข้ามมิติออกจากดันเจี้ยนมาสู่โลกได้โดยตรง
ด้วยเหตุการณ์วุ่นวายนี้ สมาคมฮันเตอร์ของแต่ละประเทศจึงได้ติดต่อหากัน และ ทำการพูดคุยกันอย่างจริงจัง เป็ครั้งแรกของการสนทนาของสมาคมฮันเตอร์ทั่วโลก เพื่อหาแนวทางร่วมกันในสถานการณ์นี้ การติดต่อกันนี้ใช้ระบบภาพโฮโลแกรมในการเข้าร่วมประชุม ภายในคืนนั้นสมาคมฮันเตอร์ระดับสากลจึงถูกก่อตั้งขึ้น มีสหรัฐ เป็แกนนำขององค์กรนี้ ทุกประเทศตกลงกันแล้วว่าจะยุติการข้ามไปยังดินแดนมรณะเป็การชั่วคราวและต้องช่วยกันสืบค้นถึงเหตุการณ์ที่ดันเจี้ยนสามารถเปิดขึ้นโดยตรงได้ เพื่อรับมือกับหายนะที่อาจจะกำลังมาถึงในไม่ช้านี้
ในรุ่งเช้าวันถัดไป อินแจยังคงนอนหลับอยู่ เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“สวัสดี นั้นใคร” อินแจพูดโดยยังไม่ลืมตาขึ้นมอง
“สวัสดีคุณ ยู อินแจ พวกเราโทรมาจากสมาคมฮันเตอร์เกาหลีใต้” เสียงจากปลายสายเป็ชายวัยกลางคน
อินแจพลันสะท้านขึ้นทันที พร้อมลุกขึ้นมาจากเตียงและนั่งคุย ดวงตาที่ยังคงไม่อยากจะลืมได้เปิดกว้างขึ้นทอประกาย
“ครับ มีอะไรหรือป่าวครับ” อินแจไม่รู้ว่าทางสมาคมทำไมถึงติดต่อเขาโดยตรงอย่างเร่งด่วนแบบนี้
“พวกเรา้าให้คุณมาที่สำนักงานสมาคมฮันเตอร์ด่วน” เสียงจากปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงปกติ จากนั้นก็วางสายไป
อะไรกันอีกเนี่ย.......อินแจไม่เข้าใจทำไมต้องรีบด้วย เขาจึงมองไปยังโทรศัพท์และเห็นสายที่ไม่ได้รับตั้งหลายสายทำให้เขาเข้าใจ ตัวเขานั้นถูกเรียกตัวจากสมาคมั้แ่เช้าแล้ว แต่เขายังคงนอนไม่รู้สึกตัว
อินแจเงยศรีษามองออกไปยังหน้าต่างและพบว่าตอนนี้เป็เวลาสิบโมงเช้าแล้ว เขานอนหลับนานมากจริง ๆวันนี้ อินแจลุกขึ้นจากเตียงและะเริ่มอาบน้ำแต่งตัวด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้
ในห้องประชุมขนาดใหญ่ มีโต๊ะรูปตัว U ตัวใหญ่อยู่ตรงกลาง แล้ว มีเก้าอี้สามสิบสามตัว อยู่รอบโต๊ะ คนอยู่ในห้องนี้มีถึงสามสิบสองคน มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พวกเขานั่งประจำที่นั่งกันเรียบร้อย
ด้านหน้าของโต๊ะนั้น มีหนึ่งชายวัยสี่สิบปี และ สองคนยืนเคียงข้าง คนแรกคือ บอดี้การ์ดของเขา ที่ทำหน้าที่เป็ทั้งบอดี้การ์ดและเลขาส่วนตัวของชายวัยสี่สิบปี อีกคนเป็หญิงสาววัยยี่สิบสองปี
“ทำไมพวกเราไม่เริ่มกันซักที” เสียงชายคนหนึ่งยกมือและพูดขึ้น
“เรายังขาดอีกหนึ่งคนไม่เช่นนั้นการประชุมนี้จะไม่สามารถเริ่มขึ้นได้” ชายที่เป็เลขาของชายวัยสี่สิบปี กล่าวด้วยอย่างสุภาพ เขาเป็คนที่โทรตาม อินแจ เพื่อมายังที่แห่งนี้ เหตุผลที่เขาเร่งอินแจนั้น เพราะเขาพยายามติดต่ออินแจั้แ่หกโมงเช้าแล้วแต่อินแจไม่ยอมรับสาย พออินแจรับสาย เวลาการเริ่มประชุมก็ใกล้จะถึงแล้ว
“เขาเป็ใครกัน ทำไมพวกเราถึงต้องรอ” ผู้หญิงคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความหงุดหงิด
ทันใดนั้นเอง ประตูที่ปิดอยู่ได้ถูกเปิดขึ้น และ ร่างของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งก็เดินเข้ามา มือข้างขวาของเขาถือแซนวิส ปากของเขากำลังเคี้ยวมันอย่างอร่อย เปิดด้านหน้าของอินแจ คนที่แต่งตัวดูดีชุดราคาแพง พวกเขากำลังประชุมกันอยู่ และจากที่เห็น อินแจจำได้บางคน พวกเขาเป็เคฮันเตอร์ระดับแนวหน้าของเกาหลีใต้
อินแจนิ่งค้างด้วยความใ “ขอโทษด้วยครับ ผมเข้ามาผิดห้อง” อินแจโค้งตัวอย่างสุภาพ