บทที่ 13 พลังอันน่าเกรงขามปรากฏ
ที่ศิลาจารึกข้างหอดารา แสงสีทองสาดประกายสว่างไสวอาบไล้ทั่วลานกว้าง
ทุกคนต่างตะลึงมองภาพตรงหน้าพลางร้องอุทานด้วยความประหลาดใจ บางคนถึงกับต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
ในการทดสอบ หากมีแสงสีทองปรากฏออกมา นั่นหมายความว่าผู้นั้นได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดแล้ว
และก็เป็จริงดังคาด!
เมื่อแสงสีทองค่อย ๆ จางหายไป ตัวเลขที่น่าตื่นตะลึงก็ปรากฏบนศิลาจารึก - หนึ่งแสน!
"พลังหนึ่งแสนจิน นี่คือขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงสุดจริงๆ!"
"ให้ตายเถอะ เซียวอวิ๋นเพิ่งสร้างรากฐานได้ไม่นาน แต่กลับบรรลุถึงขั้นสูงสุดของขั้นหลอมกายาแล้ว นี่ต้องเป็คุณสมบัติของศิษย์เอกแน่ๆ"
"ศิษย์เอกอะไรกัน เขาคือบุตรเทวะต่างหาก เพียงแต่สละตำแหน่งนั้นด้วยความสมัครใจ"
"สมแล้วที่เป็อัจฉริยะผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังถึงเก้าครั้ง"
ผู้คนที่มุงดูต่างร้องอุทานด้วยความตกตะลึง สายตาที่มองมาทางเซียวอวิ๋นไม่มีแววเยาะเย้ยอีกต่อไป มีเพียงความชื่นชมและตะลึงงันเท่านั้น
การบรรลุขั้นสูงสุดของขอบเขตหลอมกายาทันทีหลังจากสร้างรากฐาน พร์เช่นนี้แม้แต่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นก็หาได้ยาก มีเพียงบรรดาศิษย์เอกเท่านั้นที่ทำได้
ดังนั้นพร์ของเซียวอวิ๋นจึงไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไป ไม่มีใครกล้าสงสัยในตัวเขาอีกแล้ว
"บ้าน่า เป็ไปได้อย่างไร" ไม่ไกลนัก จูผิงเงยหน้ามองตัวเลขน่าใบนแผ่นหินนั้น ใบหน้าของเขาหม่นหมองยิ่ง จิตใจยากจะเชื่อ
ข้าง ๆ เขา ฉู่จิงเซียวก็จ้องมองตัวเลขบนแผ่นหินด้วยความตกตะลึง ก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ล้อเลียนเซียวอวิ๋น แต่ไม่คิดว่าเซียวอวิ๋นจะ 'บรรลุขั้นสูงสุดในวันเดียว' ได้จริง ๆ นี่ทำให้เขาเสียหน้าอย่างใหญ่หลวง
"คิก ๆ ๆ ข้ารู้อยู่แล้วว่าศิษย์พี่เก่งที่สุด!"
หลินเสี่ยวหย่าเห็นตัวเลขบนแผ่นหินก็ร้องลั่นด้วยความตื่นเต้น นางยืนเท้าสะเอว ชี้นิ้วไปที่จูผิงและฉู่จิงเซียว แล้วเยาะเย้ยว่า "นอกจากพวกเ้าจะดูถูกผู้อื่นว่าต่ำต้อยแล้ว ยังกล้าใส่ร้ายศิษย์พี่ของข้าว่าโกงการทดสอบ ตอนนี้พวกเ้าได้เห็นความเก่งกาจของศิษย์พี่ของข้าแล้วใช่หรือไม่!"
"พวกเราไปกันเถอะ!" ใบหน้าของฉู่จิงเซียวแดงก่ำด้วยความอับอาย รู้สึกถึงสายตาของผู้คนรอบข้างที่จ้องมอง ตอนนี้เขาอยากหาหลุมซ่อนตัว ไม่กล้าเผชิญหน้ากับใครอีก
จูผิงก็หลบหนีออกไปอย่างหมดท่าพร้อมกับฉู่จิงเซียว
"ฮ่า ๆ ๆ ศิษย์พี่ ท่านดูพวกเขาสิ หนีกระเจิดกระเจิงกันไปหมดแล้ว!" หลินเสี่ยวหย่ารู้สึกสะใจ นางกอดแขนเซียวอวิ๋นพลางเขย่าไปมาด้วยความตื่นเต้น
เซียวอวิ๋นยิ้มน้อย ๆ ตอนนี้เขากำลังตรวจสอบระบบของตัวเอง เมื่อครู่เขาทำให้คนรอบข้างอุทานด้วยความตกตะลึง สร้างความฮือฮา ถือว่าทำภารกิจของระบบสำเร็จ ได้รับโอกาสในการรู้แจ้งสามครั้ง
ตอนนี้เขามีโอกาสในการรู้แจ้งเหลืออยู่ทั้งหมดเจ็ดครั้ง
‘ยังไม่พอใช้เลย การฝึกฝน 'คัมภีร์ฮุ่นตุ้น' ้าโอกาสในการรู้แจ้งมากเกินไป ข้าต้องสะสมให้ได้มากกว่านี้’ เซียวอวิ๋นคิดในใจ
ดีที่ต่อจากนี้เขาไม่ขาดภารกิจ แค่ทำตัว 'โอ้อวด' ต่อไปก็พอ
ทุกครั้งที่โอ้อวดเสร็จ ก็จะได้รับโอกาสในการรู้แจ้งสามครั้ง ช่างสุขใจเหลือเกิน
‘แต่เมื่อเช่นนี้ ข้าก็ไม่สามารถฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ ได้ ต้องหาโอกาสแสดงตัวอยู่เรื่อย ๆ สินะ!’ เซียวอวิ๋นคิดในใจ
จุดประสงค์ของการโอ้อวด คือการทำให้ผู้คนอุทานด้วยความใ ดังนั้นย่อมไม่สามารถฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ ได้ ต้องยืนอยู่ในความสนใจของผู้อื่นตลอดเวลา
ดีที่เซียวอวิ๋นไม่รังเกียจเื่นี้ เพราะเขาทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังเก้าครั้ง ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นแล้ว ต่อให้อยากอยู่เงียบ ๆ ก็เงียบไม่ได้อยู่ดี
‘ต่อไปต้องรีบทะลวงขีดจำกัด ก้าวเข้าสู่ขอบเขตต้องห้าม อย่างนี้น่าจะทำให้พวกเขาอุทานด้วยความใได้อีก!’ เซียวอวิ๋นเริ่มคิดว่าจะหาวิธีโอ้อวดอย่างไรต่อไปดี เพราะแค่โอ้อวดตนเองก็ได้รับโอกาสในการรู้แจ้งแล้ว เขาจำเป็ต้องทำเช่นนี้!
"ศิษย์พี่ ถึงคราวของพวกเราแล้ว รีบเข้าไปในหอดาราเพื่อเลือกเคล็ดวิชากันเถิด!" จู่ ๆ เสียงของหลินเสี่ยวหย่าก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
เซียวอวิ๋นเงยหน้าขึ้นมองไปยังแถวคนเบื้องหน้า พบว่าพวกเขาได้มาถึงหน้าประตูหอดาราโดยไม่รู้ตัว
ประตูใหญ่ของหอดารานั้นกว้างใหญ่มาก สามารถรองรับผู้คนเข้าไปได้ถึงสิบกว่าคนในคราวเดียว ดังนั้นการเข้าแถวจึงเป็ไปอย่างรวดเร็ว
ในทันใดนั้น เซียวอวิ๋นก็เดินเข้าไปในหอดาราพร้อมกับหลินเสี่ยวหย่า
"เหลือเชื่อ..."
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในหอดารา หลินเสี่ยวหย่าก็อุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง
เซียวอวิ๋นเองก็รู้สึกตกตะลึงไม่แพ้กัน
เพราะภายในหอดารานั้นมีพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล เบื้องบนมีดวงดาวระยิบระยับ รอบด้านมีเสาหินสูงตระหง่านทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับอยู่ ณ ขอบจักรวาล ภาพที่เห็นช่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง
สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ ดวงดาวบนท้องฟ้าเ่าั้กำลังเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็มีดาวตกลงมา ตกลงในมือของผู้คนที่อยู่รอบ ๆ แล้วเผยให้เห็นเป็ตำราโบราณเล่มหนึ่ง
‘พวกเ้าจงหลับตาลง สงบจิตใจ รอให้หอดาราเลือกเคล็ดวิชาให้พวกเ้า!’ ในฉับพลันนั้นบังเกิดเสียงกึกก้องดังขึ้นในหูของทุกคน
เซียวอวิ๋นรู้ว่านี่คือผู้แข็งแกร่งแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นที่คอยเฝ้าหอดารา ดังนั้นเขาจึงรีบหลับตาลงทันที
......
ในขณะนี้ เซียวอวิ๋นยังไม่รู้ว่าเพราะเขาแสดงพลังการฝึกฝนร่างกายขั้นสูงสุดออกมา จึงดึงดูดผู้แข็งแกร่งจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ฮุ่นตุ้นมาที่หอดาราเพื่อจับตาดูเขาแล้ว
แม้แต่อาจารย์ของเซียวอวิ๋น ผู้าุโสูงสุดตี้เทียนก็มาด้วย
ในตอนนี้ ผู้าุโสูงสุดท่านหนึ่งมองไปยังตี้เทียนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ตี้เทียน ข้าคิดว่าด้วยพร์ของเซียวอวิ๋น คราวนี้เขาคงจะได้รับเคล็ดวิชาขั้นสูงสุดจากหอดารากระมัง"
ตี้เทียนยิ้มเล็กน้อยก่อนตอบกลับมา "น่าจะเป็เช่นนั้น ในเมื่อเขาสามารถทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังถึงเก้าครั้ง หอดาราคงจะจัดเขาอยู่ในขั้นสูงสุดแล้ว"
"เฮอะ!" ไม่ไกลนัก มีเสียงตวาดเ็าดังมา ร่างเลือนรางร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ ถูกห่อหุ้มด้วยทะเลหมอก แผ่พลังน่าเกรงขามไปรอบบริเวณ
ตี้เทียนชำเลืองมองคนผู้นั้นแวบหนึ่ง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "เทียนอี เ้าไม่ใช่กำลังเก็บตัวเพื่อทะลวงขั้นขอบเขต์อยู่หรอกหรือ? ทำไมถึงออกมาแล้ว? หรือว่าเ้าล้มเหลว?"
"ครืน!"
พอตี้เทียนพูดจบ ร่างเลือนรางนั้นก็ปะทุพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมาทันที ทำให้ผู้คนที่อยู่ในที่แห่งนั้นต่างร้องอุทานด้วยความใ
"เป็ครึ่งก้าวสู่ขอบเขต์!"
"ดูเหมือนว่าเทียนอีใกล้บรรลุขอบเขต์แล้ว"
......
บรรดาผู้าุโสูงสุดและผู้าุโทั้งหลายอุทานด้วยความประหลาดใจ
สายตาของตี้เทียนก็เคร่งขรึมขึ้นมา
ร่างเลือนรางที่เรียกว่าเทียนอีแค่นเสียงเ็าว่า "ตี้เทียน แม้ว่าพลังการต่อสู้ของเ้าจะน่าใ แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขต์ได้ อีกร้อยปีก็เป็เพียงฝุ่นธุลีเท่านั้น ศิษย์ของเ้าเซียวอวิ๋นก็เช่นกัน ไม่ว่าพร์จะยิ่งใหญ่เพียงใด สุดท้ายก็เป็เพียงดาวตกดวงหนึ่ง ตรงกันข้าม ศิษย์ของข้าฉู่จิงเซียวจะเหมือนข้า ก้าวเข้าสู่ขอบเขต์ เป็ผู้ที่ทุกคนต้องให้ความเคารพยำเกรง"
ตี้เทียนแสดงสีหน้าไม่สู้ดีนัก ตอบโต้กลับไปว่า "ไม่ว่าจะพูดอย่างไร เ้าก็เป็ผู้แพ้ในมือข้า ศิษย์ของเ้าก็จะเป็ผู้แพ้ในมือศิษย์ของข้าเช่นกัน"
"ความพ่ายแพ้ชั่วคราวไม่นับเป็อะไร ข้าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขต์ อายุขัยเพิ่มขึ้นอีกพันปี ส่วนเ้าจะกลายเป็เถ้าธุลี ต่อไปผู้คนจะรู้จักแต่ข้า เทียนอี ผู้แข็งแกร่งแห่งขอบเขต์ ส่วนเ้า ตี้เทียน จะไม่มีใครรู้จักอีกต่อไป" เทียนอีกล่าวอย่างเ็า
เมื่อบรรดาผู้าุโสูงสุดและกลุ่มผู้าุโโดยรอบเห็นทั้งสองคนโต้เถียงกัน จึงรีบเกลี้ยกล่อมว่า "พวกท่านทั้งสองได้โปรดปล่อยวางเถิด พวกเราล้วนเป็คนในสำนักเดียวกัน ควรร่วมแรงร่วมใจกันดีกว่า!"
ในขณะนั้นเอง ภายในหอดาราเบื้องล่าง ดาวดวงหนึ่งที่มืดสลัวกำลังร่วงหล่นลงมาสู่มือของเซียวอวิ๋น
ผู้คนทั้งหลายสังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ ทันใดนั้นก็ตะลึงงัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
"นี่... นี่เป็เคล็ดวิชาขั้นสามัญหรือ?" ผู้าุโคนหนึ่งจ้องมองด้วยสายตาเหม่อลอย ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นี่คืออัจฉริยะที่ทำให้ระฆังฮุ่นตุ้นดังถึงเก้าครั้งมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงได้รับเคล็ดวิชาที่มีระดับชั้นต่ำสุดจากหอดาราเล่า?