บทที่ 14 ข้อตกลง
“ลุงรอง อย่าไป!” ฉู่อวิ๋นรู้ดีว่าตราบใดที่ฉู่อู๋โจมตีฉู่เฟยจริงๆเขาก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ตระกูลฉู่มีกฎว่าหากสมาชิกตระกูลคนใดลงมือต่อสู้กับทายาทของตระกูลหลักโดยไม่ได้รับความยินยอมเขาจะถูกสังหารทันทีอย่างไร้ซึ่งความเมตตา
ก่อนหน้านี้ หากกระบี่ของฉู่อวิ๋นโจมตีโดนฉู่เฟยจริงๆแม้ว่าเขาจะไม่ได้ถูกฉู่เฟยฆ่า แต่ก็คงจะถูกไล่ล่าทั้งตระกูลเห็นได้ชัดว่าฉู่อู๋กันเขาอออกห่างจากฉู่เฟยในตอนนั้น เพราะคิดช่วยเขาไว้
“ลุงรอง!” ฉู่อวิ๋นอยากรีบเข้าไปห้ามเขาแต่ลมหมัดของฉู่อู๋นั้นรุนแรงเกินไป ด้วยขอบเขตควบแน่นพลังปราณระดับสามของฉู่อวิ๋นเขาจึงไม่สามารถเข้าใกล้อีกฝ่ายได้เลย!
ตอนนี้ฉู่อู๋ใช้หมัดทั้งสองโจมตีร่างกายอันบอบบางของฉู่เฟย!
“นางชั่ว! ดูกระบวนท่า! เสือทลายูเา!”
"ตึง--"
เงาเสือดุร้ายปกคลุมหมัดของฉู่อู๋มันทรงพลังราวกับสายรุ้ง ปล่อยพลังคำรามออกมาเพื่อบุกทะลวงูเาส่งแรงโจมตีไปข้างหน้า! หมัดเต็มกำลังของนักรบขอบเขตควบแน่นพลังปราณระดับเจ็ดไม่อาจดูแคลนได้!
"ตึง--"
หมัดเดียว! กระทบกับใบหน้าสวยของฉู่เฟย!
ทุกคนอ้าปากค้างและกังวลอย่างมากหากหมัดนี้โจมตีโดนเข้าจริง ฉู่เฟยคงตายไม่ก็าเ็แน่นอน
ในกลุ่มผู้ชม เด็กหญิงตัวเล็กๆรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อของนางถึงสู้กับฉู่เฟยแต่เมื่อเห็นว่าฉู่อู๋ดูเหมือนจะโจมตีฉู่เฟย นางจึงเพียงะโอย่างไร้เดียงสา "ท่านพ่อ! เก่งมากเ้าค่ะ!"
ทว่าในไม่ช้า "ฉู่เฟย" ก็กลายเป็ควันและหายไป
“หึ! หลบตาซ่อนิญญา! อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพร์ทางิญญายุทธ์ของเ้าคืออะไรนะ” ฉู่อู๋ตะคอกอย่างโกรธเคืองแล้วหันกลับมาต่อยกลับหมัดเสือดุคำรามออกมาทันที!
"ตึง--"
แน่นอนว่าร่างของฉู่เฟยปรากฏขึ้นด้านหลังฉู่อู๋จริงแต่หมัดที่ทรงพลังนี้กลับกระทบเพียงมีดยาวโค้งในมือของฉู่เฟยเท่านั้น
“ััอาวุธผู้อื่นมั่วซั่วเช่นนี้ อันตรายนะ” ใบหน้าสวยของฉู่เฟยมีรอยยิ้มเย็นเย้ยนางรวบรวมพลังปราณและถ่ายเทเข้าสู่มีดยาวทันที ทันใดนั้นมีดยาวทั้งเล่มก็ะเิเป็เปลวไฟสีเขียว!
"พรึบ!"
เปลวไฟสีเขียวดูคล้ายมีความคิดมันพันรอบหมัดของฉู่อู๋และลุกเป็ไฟอย่างรวดเร็ว!
เพราะอุณหภูมิสูงทำให้กำปั้นเกิดไฟลุกและมีควันออกมา!
ฉู่อู๋ระดมพลังปราณเพื่อปกป้องมือทันทีเขาใช้เวลาสักพักในการระงับไฟทว่ากำปั้นของเขาถูกเผาเสียหายจนสูญเสียพลังการต่อสู้ไป
มือเขายังคงสั่นไม่อาจฝืนแสดงกระบวนท่าได้อีก
เมื่อเห็นฉู่อู๋เหงื่อไหลด้วยความเ็ปฉู่เฟยก็ยกคางขึ้นและพูดอย่างถือตัวว่า "นี่คือช่องว่างของความสามารถ ิญญายุทธ์ระดับหนึ่ง เสือทลายูเากล้าที่จะเทียบกับข้าิญญายุทธ์ระดับหก นางแอ่นเพลิงมรกต?”
“ผู้าุโแล้วอย่างไร? หากข้า้าเอาชนะท่าน กระบวนท่าเดียวก็เพียงพอแล้ว”
ทุกคนในตอนนี้ต่างประหลาดใจพวกเขาไม่คิดเลยว่า แม้ระดับพลังยุทธ์ของฉู่อู่และฉู่เฟยจะอยู่ในระดับเดียวกันแต่กลับมีช่องว่างระหว่างกันมากถึงเพียงนี้
เพียงกระบวนท่าเดียวฉู่เฟยก็ทำให้ฉู่อู๋สูญเสียความสามารถในการต่อสู้ของเขาไปแล้ว
ระดับของิญญายุทธ์สามารถส่งผลต่อสถานการณ์การต่อสู้ได้สิ่งนี้สำคัญมาก
ฉู่เจี้ยนเหรินที่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้จากข้างสนามก็ตกตะลึงเช่นกันเดิมทีเขาไม่มั่นใจเื่ฉู่เฟยอยู่บ้างแต่ตอนนี้เมื่อเห็นฉู่เฟยเอาชนะฉู่อู๋ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดายเขาจึงเชื่อมั่นขึ้นมา
ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่เจี้ยนเหรินยิ่งรู้สึกละอายใจและอับอายมากยิ่งขึ้นเมื่อเขาคิดว่าตนพ่ายแพ้ให้กับฉู่อวิ๋น เป็ที่รู้กันว่าพลังยุทธ์ของฉู่อวิ๋นนั้นนั้นต่ำกว่าเขาหนึ่งระดับและสิ่งที่ถูกปลุกให้ตื่นนั้นเป็เพียงิญญายุทธ์พิการเท่านั้น ซ้ำยังดูเหมือนว่าเขาไม่มีพร์ของิญญายุทธ์เลย
“ลุงรอง! หยุดได้แล้ว!”
บนลานฝึกยุทธ์ฉู่อวิ๋นยังคงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหยุดฉู่อู๋
เขาเกลียด!
เกลียดที่ตนเองมีพลังเพียงระดับสามของขอบเขตควบแน่นพลังปราณและความแข็งแกร่งยังห่างไกลจากฉู่เฟยนัก! หากความแข็งแกร่งถึงระดับสี่ของขอบเขตควบแน่นพลังปราณเล่า? ปกตินักรบขอบเขตควบแน่นพลังปราณระดับเจ็ดก็มีความแข็งแกร่งมหาศาลถึงสี่พันจินแล้ว!
เขาเศร้า!
หากเห็นลุงรองต่อสู้นองเืต่อหน้าต่อตาเขาจะไม่เศร้าได้อย่างไร? แม้ว่าอีกฝ่ายจะเกลียดเขาแต่เพื่อสถานการณ์โดยรวมและเพื่อการแก้แค้นทั้งยังฝากลูกสาวคนเดียวไว้กับเขาและยอมเสี่ยงตาย!
“หยุดนะ หยุดสู้กันได้แล้ว!”
ความโกรธของฉู่อวิ๋นสั่นะเืท้องฟ้า!
เมื่อเห็นฉู่อวิ๋นคำรามอย่างดุเดือดดวงตาของฉู่อู๋ก็ฉายแววซับซ้อนขั้น ปรากฏรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากของเขาพลางพึมพำกับตัวเองว่า "ผู้คนในตระกูลฉู่ ต้องกระทำอย่างเปิดเผยและถือว่าการทำอันตรายต่อคนธรรมดาเป็เื่น่าละอาย... "
“เมื่อวงญาติเดือดร้อน ต้องให้ความช่วยเหลือไม่อาจใช้ชีวิตอย่างไรศักดิ์ศรี…”
สิ่งที่ฉู่อู๋พูดคือคำสอนของบรรพบุรุษตระกูลฉู่ แต่ในขณะนี้ คำพูดเหล่านี้กลับทรงพลังนัก
“ฉู่อวิ๋น...เมื่อก่อนเป็ลุงรองที่ผิดต่อเ้า! จำไว้ ดูแลเสี่ยวถง ลูกสาวของข้าให้ดี…”
ฉู่อู๋คำรามอย่างดุเดือดทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เป็ประกาย เขาแผดเผาวาระสุดท้ายของชีวิตและปล่อยพลังปราณทั้งหมดในร่างกายลงในหมัดที่ไหม้เกรียมเงาเสือปรากฏขึ้นอีกครั้ง!
“พยัคฆ์...ทลายจันทร์!”
"ตึง--"
ฉู่อู๋ใช้หมัดทั้งสองโจมตีฉู่เฟยอย่างสุดกำลัง!
ฉู่เฟยยิ้มอย่างเ็านางยกมีดยาวขึ้น เปลวไฟสีเขียวปรากฏขึ้นอีกครั้งนาง้าผ่าฉู่อู๋ออกเป็สองท่อน
“ไม่—!” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเบิกกว้างหัวใจของเขาสั่นไหว เขารีบวิ่งออกไป!
"ตูม--"
ตอนที่ฉู่อู๋กำลังจะโจมตีฉู่เฟยทันใดนั้นเงาฝ่ามือกัมปนาทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นระหว่างความว่างเปล่า!
"ตูม!"
ฝ่ามือขนาดั์จากพลังปราณกระแทกฉู่อู๋เข้าอย่างจังทำให้เขากระเด็นไปข้างหลังราวกับถูกฟ้าผ่า ล้มลงกับพื้นอย่างน่าสังเวชเสียชีวิตเกือบทันที และยังมีกระแสไฟฟ้าเล็กๆ บางส่วนที่เต้นอยู่รอบๆ ตัวเขา
เมื่อเห็นเช่นนี้ฉู่เฟยก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง มองไปในระยะไกล จากนั้นก็ยกยิ้ม ดึงดาบยาวกลับแล้วะโกลับขึ้นไปบนลานฝึกยุทธ์
เด็กหญิงที่ชื่อเสี่ยวถงเห็นฉู่อู๋ล้มลงกับพื้นจึงวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วนางเอาแต่ะโทั้งน้ำตา "ท่านพ่อ...ท่านพ่อ! ท่านเป็อะไร? ตอบข้าสิ... ฮือฮือ..."
แต่เสี่ยวถงยังเด็กนักและไม่รู้เื่พลังยุทธ์ดังนั้น นางจึงไม่อาจััได้ถึงพลังของไฟฟ้าเ่าั้นาง้าเข้าไปหาฉู่อู่ที่กำลังจะตายอยู่บนพื้น
"ไม่ได้!"
ฉู่อวิ๋นทั้งเศร้าและโกรธเขาคำรามแล้วก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว อ้อมไปทางด้านหลังเสี่ยวถง แล้วอุ้มนางออกไปให้ห่างจากส่วนที่ถูกไฟฟ้าโจมตีอย่างรุนแรง จากนั้นมองดูฉู่อู๋บนพื้นดวงตาของเขาซับซ้อนเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ฉู่อู๋เคยทรยศตระกูลย่อยและเข้าร่วมตระกูลหลัก ตอนนี้ต้องมาลงเอยเช่นนี้ทว่าไม่คิดเลยว่าเขาไม่รู้เื่เกี่ยวกับภายในตระกูลย่อยเลยสักนิด
หากเขาเชื่อใจฉู่อวิ๋นในตอนนั้นจุดจบในวันนี้อาจไม่เกิดขึ้น
ฉู่อู๋ที่ยังมีชีวิตอยู่เหลือบมองฉู่อวิ๋นด้วยสายตาที่พร่ามัวจากนั้นจ้องมองเสี่ยวถงที่กำลังร้องไห้ทั้งน้ำตารอยยิ้มโล่งใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็จากไปโดยไร้สิ่งใดให้ห่วงหาอีก...
"ท่านพ่อ...ท่านพ่อ! ฮือ ฮือ..." เสี่ยวถงนั่งยองๆอยู่บนพื้นด้วยความรู้สึกสูญเสีย นางทำได้แค่ร้องไห้เท่านั้น
ฉู่อวิ๋นหายใจเข้ายาวๆดวงตาของเขาเพ่งไปยังจุดเดียวพลางคิดกับตัวเอง "ลุงรอง...ไม่ต้องกังวล สักวันหนึ่งบุญคุณความแค้นทั้งเก่าและใหม่ ข้าจะสะสางมันให้สิ้น!"
ยามนี้หัวใจของฉู่อวิ๋นหนักอึ้งราวมีเหล็กถ่วงความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป!
ในโลกแห่งพลังยุทธ์ความแข็งแกร่งได้รับการเคารพ และผู้อ่อนแอมีเพียงแค่ถูกรังแก! เช่นเดียวกับฉู่อู๋ที่อยู่ตรงหน้าเขา แม้ว่าเขามีใจแก้แค้นแต่ก็ทำได้เพียงทำลายตัวเองเท่านั้น
"ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น!"
ใบหน้าของฉู่อวิ๋นเ็าเขากำด้ามกระบี่และค่อยๆ ระงับความโกรธลงทันทีที่หันกลับมาก็เห็นชายร่างสูงวัยกลางคนเดินมือไพล่หลังเข้ามาช้าๆ จากไกลๆ มาจนถึงลานฝึกยุทธ์
ฝ่ามือกัมปนาทขนาดใหญ่เมื่อครู่นี้มาจากบุคคลนี้
“ที่แท้ทั้งพ่อทั้งลูกสาว พอเห็นคนทะเลาะกัน ต่างก็แอบช่วยเหลือกันต่ำช้าที่สุด!” ฉู่อวิ๋นตะคอกอย่างเ็า
บนแท่นชมลานฝึกยุทธ์เมื่อผู้าุโทุกคนเห็นชายวัยกลางคนผู้นั้นพวกเขาทั้งหมดก็ลุกขึ้นโค้งคำนับและทำความเคารพ คนทุนต่างให้ความเคารพอย่างมาก ยกเว้นผู้าุโหก
ศิษย์ของตระกูลคนอื่นๆก็ไม่กล้าที่จะละเลย พวกเขาทั้งหมดประสานมือขึ้นโค้งคำนับดวงตาเต็มไปด้วยความเคารพอย่างยำเกรง และส่งเสียงทักทายชายวัยกลางคนพร้อมกัน "คารวะท่านผู้นำ!"
"ตึง--"
การทักทายดังสนั่นราวฟ้าร้องทำให้ทั้งลานฝึกยุทธ์สั่นะเื
ในลานฝึกยุทธ์มีเพียงฉู่อวิ๋น ฉู่เฟยและเสี่ยวถงที่ล้มลงไปเท่านั้นที่ไม่แสดงความเคารพ
เมื่อมองดูชายวัยกลางคนที่ดูไม่เดือดไม่ร้อนฉู่อวิ๋นก็ะโด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ฉู่เจิ้นหนาน!"
ชายวัยกลางคนคนนี้เป็ผู้ริเริ่มใส่ร้ายฉู่อวิ๋นหัวหน้าตระกูลฉู่แห่งเมืองไป๋หยาง ฉู่เจิ้นหนาน
ฉู่เจิ้นหนานกวาดสายตาเ็าไปทั่วผู้ชมอย่างหงุดหงิดนั่งลงตรงกลางแท่นชมลานและพูดอย่างช้าๆ ว่า "เช้ามาข้าก็เห็นคนโจมตีลูกสาวข้า มีใครจะอธิบายเื่นี้ได้บ้าง?”
น้ำเสียงที่ค่อนข้างไม่แยแสของฉู่เจิ้นหนานทำให้ผู้าุโที่โต๊ะสั่นกลัว พวกเขารีบบอกทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟังทั้งยังแจ้งเป็พิเศษว่าฉู่เฟยยอมรับว่านางเป็คนผิดของเหตุการณ์ตระกูลย่อยแล้ว
“แค่นั้นหรือ?” ฉู่เจิ้นหนานถามอย่างสบายๆ
เหล่าผู้าุโพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“อืม…” ฉู่เจินหนานหรี่ตาลงเล็กน้อยและจ้องมองที่ฉู่อวิ๋นที่อยู่ใต้แท่นชม
บนลานฝึกยุทธ์ศิษย์ทุกคนในตระกูลฉู่กลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียง รอคำพูดของผู้นำตระกูลฉู่เจิ้นหนาน
พวกเขาทุกคนอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉู่อวิ๋นสร้างความยุ่งยากครั้งใหญ่ให้ตระกูลหลักในวันนี้
ผ่านไปนานในที่สุดฉู่เจิ้นหนานก็ละสายตาไป มองหาฉู่เฟยและถามด้วยความห่วงใย "เฟยเอ๋อร์ คนเมื่อกี้ไม่ได้ทำร้ายเ้าใช่หรือไม่?"
ฉู่เฟยยิ้มอย่างภาคภูมิใจพลางเอ่ยเบาๆ "ท่านพ่อ! ถ้าท่านไม่ฆ่าเขาเสียก่อนเฟยเอ๋อร์คงตัดเ้าแก่งอกง่อยผู้เนรคุณจากตระกูลย่อยนั่นเป็สองท่อนได้แน่"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่เจิ้นหนานก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจจากนั้นมองไปที่ฉู่อวิ๋นอีกครั้งและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "เศษเดนตระกูลย่อย ตอนนี้เ้าเข้าใจแล้วหรือยังว่าเหตุใดพวกเราถึงเป็ตระกูลหลักแล้วพวกเ้าถึงเป็ตระกูลย่อย? เหตุผลก็คือสายเืของเ้าแย่เกินไป”
ฉู่เจิ้นหนานชี้ไปที่ร่างของฉู่อู๋แล้วพูดต่อ "ดูสิ ลุงรองของเ้าอยู่ในระดับเจ็ดของขอบเขตควบแน่นพลังปราณแต่ต่อหน้าลูกสาวข้า เขาก็ยังคงอ่อนแอไร้ทางสู้ นี่คือความแตกต่างทางสายเื"
“ไม่ว่าเ้าจะยอมรับมันหรือไม่ก็ตาม ถ้าฉู่อู๋้าฆ่าลูกสาวข้าข้าก็จะฆ่าเขา เื่ก็ง่ายดายแค่นี้ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ก็เป็กฎของตระกูลด้วยใครก็ตามที่วางแผนชั่วร้ายต่อทายาทตระกูลหลัก ก็สังหารได้ทันที”
“ฮะ...ฮ่า...ฮ่า!!” ในลานฝึกยุทธ์ฉู่อวิ๋นหัวเราะด้วยความโมโห เขาเดินไปที่กลางลานและยืนอย่างภาคภูมิ!
“กฎของตระกูลหรือ? เ้าพูดถึงกฎของตระกูลหรือ!? ย้อนกลับไปตอนนั้น คนของตระกูลข้าต่อสู้เพื่อช่วยให้ลูกสาวเ้าหนีรอดแล้วท้ายที่สุดเ้าปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไร!”
"ตามกฎของตระกูล พวกเขาควรถูกฝังไว้ในสุสานปราณัเพลิดเพลินไปกับการอาบพลังิญญา และได้รับการเซ่นไหว้จากลูกหลานนับไม่ถ้วน!"
“แล้วนี่อะไร! ศพส่วนใหญ่อยู่ในส่วนลึกของป่าสนธยาถูกสัตว์ปีศาจนับหมื่นรุมทึ้ง! ศพบางส่วนก็ยังอยู่ในลานตะวันออกตายตาไม่หลับ!”
“การเสียสละครั้งนี้ได้อะไรจากเ้าบ้าง? ความเมตตาของเ้า? หรือความชิงชังของเ้า?!”
ทันทีที่คำดุด่าถูกพ่นออกมาทุกคนในลานก็เบิกตาโตอย่างตกตะลึง ฉู่อวิ๋นคนนี้ขวัญกล้าเทียมฟ้าเขากล้าที่จะด่าฉู่เจิ้นหนานที่อยู่ห่างไปต่อหน้าสมาชิกทุกคนในตระกูลหลัก!
เขาไม่รักชีวิตแล้วจริงๆ หรือ?