ท่านสามี อย่าโอหัง

    ตอนที่ 46 หาเรื่อง

    ตอนที่ 46 หาเรื่อง

     

            หลิงซานฉิงทนไม่ไหวอีกต่อไป นางยืดตัวขึ้นตบโต๊ะด้วยท่าทางโกรธจัด “ไอ้คนซื่อบื้อ ข้ากำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรบ้านก็ต้องปรับปรุงใหม่!”

     

            ฉาจื่ออันกลายเป็นคนมีเหตุผลที่หาได้ยากขึ้นมา เขาเองก็ตบโต๊ะเผชิญหน้ากับหลิงซานฉิงเช่นกัน “เหตุใดผู้หญิงอย่างเจ้าไม่รู้จักหมั่นเพียรมัธยัสถ์ครองเรือนบ้างนะ บ้านก็ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้ เรื่องปรับปรุงบ้านใหม่ค่อยคุยกันคราวหน้า!”

     

            หลิงซานฉิงหัวเราะเยาะ “บ้านนี้ข้าเป็นใหญ่หรือเจ้าเป็นใหญ่กันแน่?”

     

            ประโยคนี้เหมือนเป็นการดูถูก ดวงตาของฉาจื่ออันแดงก่ำ ขณะที่เขากำลังจะพูดว่าผู้ชายแข็งแร่งอย่างเขานี่แหละเป็นใหญ่ จู่ ๆ เจี่ยนเจี่ยนก็ดึงแขนเสื้อเขา ท่าทางเช่นนั้นราวกับจะบอกว่ายอมให้ท่านแม่เถอะ

     

            ขนาดเด็กเล็กยังรู้จักถ่อมตัวต่อผู้หญิง หากเขาไม่รู้จักคล้อยตาม เขาจะไม่ด้อยกว่าเด็กรึไง?

     

            ทันใดนั้นเขาก็หยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง พลางคิดอย่างเป็นกลางครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ทุกคนล้วนไม่ว่าง และไม่น่าจะมีใครมาช่วยเราปรับปรุงบ้านใหม่ได้ อีกอย่างใกล้จะถึงปลายฤดูฝน การปรับปรุงบ้านคงจะล่าช้า ดังนั้นเรื่องนี้รอไปก่อน รอทำในตอนเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าก็ยังไม่สาย”

            ไม่แน่ว่าเมื่อถึงตอนนั้นนางอาจะลืมเรื่องการปรับปรุงบ้านใหม่ไป ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติ

     

            ฉาจื่ออันสงบอารมณ์ลง หลิงซานฉิงที่โมโหก็สงบลงเช่นกัน พลางคิดตามในสิ่งที่เขาพูด “ก็ได้ แต่ถึงปีหน้าเมื่อไหร่ เจ้าอย่ามาอ้างนู่นอ้างนี่อีกนะ”

     

            แค่มองดูบ้านทรุดโทรมที่มีหญ้าขึ้นก็เดาได้แล้วว่า หากบ้านหลังนี้รอดผ่านฤดูใบไม้ร่วงไปได้คงเป็นบ้านที่โชคดีมาก

     

            เรื่องบ้านก็จบลงตรงนี้ หลิงซานฉิงอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก นางเชิดหน้าโดยไม่คำนึงถึงภาพลักษณ์ใด ๆ  “ไหน ๆ ก็พูดมาแล้ว พรุ่งนี้เจ้ามีแผนจะทำอะไรหรือไม่?”

     

            “แผน?” ฉาจื่ออันคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ระยะนี้ไม่มีงานแข่งขันบทกวีให้เข้าร่วม ครอบครัวเราก็ไม่มีผลผลิตอะไรให้ต้องเก็บเกี่ยว ก็ไม่มีอะไรทำแล้ว เจ้าถามเรื่องนี้ทำไมรึ?”

     

            หลิงซานฉิงเหล่ตามองเขา “พรุ่งนี้จะไปเดินซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พวกเจ้า เจ้าไม่ควรมีเสื้อผ้าชุดเดียวสำหรับเข้าร่วมงานแข่งขันบทกวี หากใส่มากไปจะทำให้คนหัวเราะเยาะได้ เจี่ยนเจี่ยนก็ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่นานแล้ว ข้าคิดไปคิดมาแล้วก็มีแค่สองเรื่องนี้แหละ”

     

            ตอนนี้ในบ้านไม่มีแม้แต่ของว่าง ช่วยซื้อผลไม้แช่อิ่มมาให้นางหน่อยแล้วกัน

     

            ก่อนหน้านี้ฉาจื่ออันยังไม่รู้สึกอะไร แต่หลังจากถูกนางเตือนเข้า เขาถึงตระหนักได้ว่าเสื้อผ้าบนร่างกายเขาดูเหมือนจะถูกสวมใส่สำหรับเข้าร่วมงานแข่งขันบทกวีมาหลายครั้งแล้ว หากสวมมันอีกไม่เพียงแต่จะเสียหน้า แต่ยังดูไม่สุภาพอีกด้วย

     

            ฉาจื่ออันไม่คัดค้าน เรื่องนี้ก็เป็นอันตกลงตามนี้

     

            วันที่สอง พวกเขารีบขับรถม้าออกไป โดยปล่อยให้สวีอิงเอ๋อร์เฝ้าบ้าน ก่อนจะออกเดินทางก็กำชับนางหลายครั้งว่า ไม่ว่าใครจะมาเคาะประตูก็ห้ามเปิดเด็ดขาด เพราะหากพวกเขากลับมาจะเรียกนางเป็นปกติอยู่แล้ว

     

            ระหว่างทาง ฉาจื่ออันที่ขับรถม้าอยู่ได้คลำเงินที่อยู่ตรงหน้าอก “ซานฉิง ข้าขอพูดกับเจ้า เมื่อถึงในตัวอำเภอแล้ว จะซื้อของอะไรต้องฟังข้า เนื้อผ้าไม่จำเป็นต้องเอาที่มันดีมาก เจี่ยนเจี่ยนยังเด็ก แค่ซื้อเสื้อผ้าดี ๆ ให้เขาสวมก็พอแล้ว”

     

            “อีกอย่าง ในอำเภอยังมีพันธมิตรทางการค้าของเจ้าอยู่ เจ้าจะใช้โอกาสนี้ไปดูพวกเขาหรือไม่ ไม่เช่นนั้นมันคงไม่ดีหากเขารู้ว่าเจ้ามาและไม่ไปหาพวกเขา”

     

            “แล้วก็อีกอย่าง…”

     

            “ก็ได้ก็ได้” หลิงซานฉิงโบกมืออย่างรำคาญ “พูดไปก็ไร้ประโยชน์ หนทางยังอีกยาวไกล เจ้าไม่กลัวกระหายน้ำรึ” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความจนใจเล็กน้อย

     

            นางแค่ไปเดินซื้อเสื้อตัวหนึ่งก็เท่านั้น และอยากค่อย ๆ เดินเล่นไป จะไปพบพันธมิตรทางการค้าทำไม มีความจำเป็นด้วยรึ

     

            ดูเหมือนเจี่ยนเจี่ยนที่โตถึงเพียงนี้จะไม่เคยมาในอำเภอเลย เห็นทุกอย่างดูแปลกใหม่ไปเสียหมด ดวงตาลุกวาว มีแต่ของที่น่าสนใจมากมาย เขาดูจนไม่หวาดไม่ไหวเลย

     

            จู่ ๆ เด็กน้อยก็เห็นแผงลอยเล็ก ๆ ที่น่าสนใจอยู่ริมถนน เขายื่นคอและกะพริบตาเพ่งมอง มือเล็กดึงแขนเสื้อหลิงซานฉิงไว้

     

            ยังไม่ถึงร้านขายผ้า รอบ ๆ ก็ไม่อะไรน่าดู นางไม่ได้สนใจรอบข้าง แต่มองตามสายตาของเจี่ยนเจี่ยนไป

     

            ที่แท้ก็เป็นแผงเล็ก ๆ ที่ขายขนมน้ำตาลปั้น พ่อค้าหาบเร่กำลังปั้นน้ำตาลพร้อมตะโกนเรียกลูกค้า เด็ก ๆ ต่างก็สนใจขนมนี้ แม้แต่เจี่ยนเจี่ยนเองก็ไม่เว้น “นี่ เจ้าคนซื่อบื้อ เจี่ยนเจี่ยนอยากกินขนมน้ำตาลปั้น ข้ากับลูกจะไปซื้อสองอัน”

     

            ฉาจื่ออันมองนางอย่างไม่เข้าใจ “เจี่ยนเจี่ยนอยากกินก็ซื้ออันเดียวก็พอแล้วไม่ใช่รึ ซื้อสองอันทำไม เขาเด็กขนาดนี้กินสองอันไม่หมดหรอก” เขาพูดไปด้วยขับรถม้าเข้าไปด้วย

     

            หลิงซานฉิงตอบอย่างหนักแน่น “เจี่ยนเจี่ยนหนึ่งอัน ข้าหนึ่งอัน ก็ครบพอดี” นางยังจับมือเล็ก ๆ ของเจี่ยนเจี่ยนไว้ และทำให้เขาคล้อยตามตัวเอง

     

            ฉาจื่ออันพึมพำคำว่าสุรุ่ยสุร่ายออกมา แต่กลับมีความสุขอย่างอธิบายไม่ได้ คล้ายกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาซื้อของ ดังนั้นควรจะมีความทรงจำดี ๆ เก็บเอาไว้

     

            ตอนแรกเขาคิดอย่างไร้เดียงสา

     

            ทว่าหลังจากซื้อขนมน้ำตาลปั้นแล้ว ก็ถือว่าได้ปิดปากคนใหญ่คนหนึ่งและเด็กเล็กคนหนึ่งไว้ และไม่นึกเลยว่าหลิงซานฉิงจะรีบวิ่งไปที่ร้านขายผลไม้แช่อิ่มอย่างรวดเร็ว

     

            “ซานฉิง พวกเราไม่ได้มาซื้อผ้ากันหรอกรึ ของพวกนี้ปล่อยเอาไว้ก่อน ซื้อผ้าเสร็จเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน” หากไม่ใช่เพราะการกระชากลากจูงบนถนนใหญ่มันจะดูเสียภาพลักษณ์ เขาคงลากนางตรงไปที่ร้านตัดเสื้อแล้ว

     

            ขณะที่ทั้งสองขับรถม้าอยู่ หลิงซานฉิงไม่สนใจที่จะโต้เถียงกับเขา นางถือผลไม้แช่อิ่มไปวางไว้บนรถด้วยความรู้สึกพอใจอย่างมาก “เสร็จแล้ว ตอนนี้พวกเราไปร้านตัดเสื้อกัน แต่ผ้าข้างนอกก็ไม่ได้แย่ไปกว่าผ้าในร้านตัดเสื้อ ไม่สู้พวกเราซื้อข้างนอกไม่ดีกว่ารึ”

     

            สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผ้าในร้านตัดเสื้อมีราคาแพง แม้นางจะพกเงินจำนวนมากออกมา แต่ก็ไม่อยากให้คนอื่นได้กำไรไปโดยไม่ต้องลงทุน

     

            เมื่อฉาจื่ออันได้ยินเช่นนี้ก็แปลกใจเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ใช้ชีวิตเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แถมยังรู้ว่าข้างนอกก็ไม่ได้แย่ไปกว่าร้านตัดเสื้อ

     

            เขาจึงอดรู้สึกชื่นชมขึ้นมาไม่ได้ และเดินไปที่แผงขายผ้า “ร่างกายเจี่ยนเจี่ยนเติบโตไปตามอายุ เปลี่ยนไปวันต่อวัน หากเจ้าซื้อผ้าดีเกินไปก็คงใส่ได้ไม่นาน มิหนำซ้ำยังสิ้นเปลืองอีก ไม่สู้ซื้อเนื้อผ้าระดับกลาง ๆ ดีกว่า และนำกลับไปเป็นชุดสวมไปพลาง ๆ ก่อน”

     

            หลิงซานฉิงเหลือบมองเขา “นี่ ใช้ชีวิตเป็นอะไรกัน เขาเรียกว่าวางแผนอย่างรอบคอบ” คำพูดนี้คลับคล้ายคับคลาเหน็บแนมคนเซ่อซ่าอย่างเขา

     

            ฉาจื่ออันแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจสิ่งที่นางพูด และพาเดินไปที่แผงขายผ้า

     

            “ขออภัย ไม่ทราบว่าท่านคือ...ฉาจื่ออัน? ท่านคือฉาจื่ออันหรือไม่”

     

            ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ฉาจื่ออันคล้ายกับได้ยินใครบางคนเรียกตัวเองก็หันกลับไป เขาเห็นชายที่มีอายุบรรลุนิติภาวะคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเป็นฉาจื่ออันจริง ๆ ก็มีท่าทางเคารพมากขึ้น

     

            “ท่านคือฉาจื่ออันจริง ๆ ข้าน้อยเคยเห็นท่านที่งานแข่งขันบทกวีครั้งก่อน ท่านคือคนที่ใช้พู่กันขนห่านวาดภาพ หลังจากที่กลับไป ข้าน้อยก็ไปซื้อพู่กันขนห่านมา และอยากจะเป็นจิตรกรที่โดดเด่นเช่นท่าน” น้ำเสียงของชายคนนั้นซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ไม่มิด

     

            ดูเหมือนเขาจะเป็นผู้ที่ติดตามฉาจื่ออัน หลิงซานฉิงเลิกคิ้วมองเขา จากนั้นก็หันกลับไปเลือกผ้า

     

            ฉาจื่ออันมีสีหน้านอบน้อม “ท่านชมเกินไปแล้ว การวาดภาพด้วยพู่กันขนห่านไม่ได้มีตรงไหนยาก ตราบใดที่ท่านฝึกฝนมาก ๆ ทุกคนก็สามารถทำได้ ข้าก็ไม่ได้มีอะไรดีไปกว่าคนอื่นหรอก แต่ข้าแค่ฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งก็เท่านั้น”


            ขณะนั้นเอง ชายคนนั้นก็มองไปด้านข้างฉาจื่ออันแล้วทักขึ้นว่า “แม่นางหลิง ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นคนทำพู่กันขนห่านขึ้นมาด้วยตัวเอง ท่านได้แนวคิดนี้มาได้อย่างไร?”

     

            ท่าทางเขาดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเห็นฉาจื่ออันเมื่อครู่อีก

     

            ที่แท้คนผู้นี้ไม่ได้มาหาฉาจื่ออันเพื่อขอคำชี้แนะงั้นหรือ เช่นนั้นท่าทางเมื่อครู่ของฉาจื่ออันคงดูซื่อบื้อเป็นพิเศษหรือเปล่า?

     

            หลิงซานฉิงอดหัวเราะออกมาเบา ๆ ไม่ได้ นางกระแอมเบา ๆ ครู่หนึ่ง แล้วมองไปที่ชายคนนั้น “ถูกต้อง ข้าคือคนทำพู่กันขนห่านจริง จริง ๆ แล้วก็ทำไม่ยากกว่าที่คิดไว้ ไม่สู้ซื้อเพิ่มอีกสักสองสามด้ามนำกลับไปลองศึกษาดู”

     

            ขณะที่นางพูดก็ขยับไม้ขยับมือไม่หยุด เพราะเลือกผ้าอยู่ตรงแผงขาย

     

            เมื่อชายคนนั้นเห็นว่านางกำลังยุ่งอยู่ จึงทักทายอีกสองสามประโยคก็ขอตัวกลับไป

     

            หลิงซานฉิงชายตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มของนางเพื่อมองดูฉาจื่ออัน ก่อนจะยื่นมือไปทุบแขนของเขา “พ่อหนุ่มน้อย ไม่ต้องท้อใจไป เจ้าเป็นแรงผลักดันให้มีกระแสพู่กันขนห่านขึ้นมา ความดีความชอบส่วนใหญ่เป็นของเจ้า” น้ำเสียงกลั้นขำอย่างชัดเจน

     

            ประโยคนี้ไม่ต้องพูดยังจะดีเสียกว่า ฉาจื่ออันยิ่งรู้สึกอับอายมากขึ้น พลันเปลี่ยนแววตาเป็นหยิ่งยโส

     

            “ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนช่างดีจริง ๆ นายหญิงรีบมาดูผ้าผืนใหม่นี้สิ เหมาะกับบุคลิกคุณชายผู้นี้พอดี” พ่อค้าใช้สถานการณ์นี้ให้เกิดประโยชน์

     

            และเวลานี้หลิงซานฉิงก็เตรียมเลือกผ้าอย่างจริงจังพอดี นางหันสายตาไป ลองสัมผัสผ้าในมือของพ่อค้า “เนื้อผ้านี้สัมผัสดูแล้วไม่เลวเลย”

     

            เข้าสู่ช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ผ้าฝ้ายชนิดนี้เหมาะกับการทำเสื้อผ้าใส่ฤดูหนาวพอดี

     

            สีหน้าพึงพอใจของหลิงซานฉิงทำให้พ่อค้ายิ่งพึงพอใจมากขึ้น และพยักหน้ารัว ๆ “ใช่แล้วล่ะ เนื้อผ้านี้ใส่ได้ทั้งฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง หนึ่งปีสี่ฤดูสีก็ไม่ซีด นายหญิง นี่เป็นสินค้ามาใหม่ หากท่านซื้อจำนวนมาก ข้าจะลดราคาให้ดีหรือไม่?"

     

            “ถึงลดราคานางก็ซื้อไม่ไหวหรอก เจ้าดูท่าทางยากจนของพวกเขาสิ” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย็นชาเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา หลิงซานฉิงเอียงหัว เลิกคิ้วขึ้น นี่ไม่ใช่ชุยเยี่ยนพี่สะใภ้ใหญ่ที่น่ารำคาญของนางหรอกรึ

     

            ชุยเยี่ยนค่อย ๆ เดินบิดกายเข้ามาด้วยท่าทางที่แฝงไปด้วยความรังเกียจและเหยียดหยาม ราวกับกำลังมองสิ่งของบางอย่างที่ไม่เข้าตา เมื่อเดินเข้ามาก็เอ่ยว่า “ทำไม ได้ยินว่าช่วงนี้พวกเจ้าหาเงินได้ เพิ่งหาเงินได้ก็เอามาใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยแล้ว ไม่กลัวว่าจะไม่มีเงินใช้ในอนาคตรึ”

     

            แม้จะพูดเช่นนี้ แต่สีหน้าส่วนนั้นเต็มไปด้วยความริษยา

     

            นางย่อมรู้ดีว่าพี่สะใภ้ของนางมีนิสัยอย่างไร เมื่อได้ยินคำพูดนี้ นางก็แค่ทำเป็นหูทวนลม “ที่พี่สะใภ้ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะหาเงินไม่ได้หรอกรึ หาเงินได้ไม่เอาไปใช่จ่าย จะเก็บมันเอาไว้ให้ขึ้นรารึไง?”

     

            เป็นความจริงที่ชุยเยี่ยนแต่งเข้ามาในครอบครัวหลิงโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารหรือเสื้อผ้า แต่นางก็ไม่มีรายได้ หากไม่ใช่เพราะพี่ชายคนโตของนางพอมีความสามารถอยู่บ้าง ท่านพ่อของนางคงไม่ยอมให้พวกเขากินอยู่อย่างสุขสบายหรอก

     

            ชุยเยี่ยนมีสีหน้าแดงก่ำ นางกลอกตาสายไปมา เก็บสีหน้าของคนที่อยู่รอบ ๆ ไว้ในสายตา “นังผู้หญิงต่ำช้าอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร ผู้หญิงที่ไหนจะออกมาลอยหน้าลอยตากัน เจ้าทำการค้าทั้งวันไม่กลัวคนหัวเราะเยาะรึ” พูดจบ นางก็เหลือบมองฉาจื่ออันตั้งแต่หัวจรดเท้า “มีความสามารถแล้วอย่างไร ไอ้ผู้ชายเกาะผู้หญิงกิน!”

     

            จริงอยู่ที่ฉาจื่ออันพึ่งพาหลิงซานฉิงในตอนแรก แต่ตอนนี้ภาพวาดของเขาก็มีราคาสูงแล้ว ครั้นถูกนางพูดเช่นนี้ใส่ จึงรู้สึกไม่สบอารมณ์เล็กน้อย

     

            หลิงซานฉิงหยิบผ้าที่เลือกมาสองผืนวางไว้บนรถม้า แล้วล้วงเศษเงินสองสามเหรียญออกมาจากแขนเสื้อมาวางไว้บนแผงขาย “พี่สะใภ้คงยังไม่รู้ พู่กันขนห่านนี้ฉาจื่ออันเป็นคนปลุกกระแสขึ้นมา ดั่งสุภาษิตกล่าวไว้จริง ๆ บุรุษสตรีทำงานร่วมกันย่อมไม่เหนื่อย หรือพี่สะใภ้คิดว่าคำโบราณเหล่านี้ไม่ถูกต้องรึ?"

     

            บุรุษสตรีทำงานร่วมกันย่อมไม่เหนื่อย ดีที่นางสามารถใช้พูดคำเหล่านี้ออกมาต่อหน้าธารกำนัลได้

     

            สีหน้าของชุยเยี่ยนยิ่งแดงก่ำขึ้น น้ำเสียงสูงขึ้นไปแปดระดับ "เจ้า เจ้าพูดบ้าอะไร แม้ว่าคนของเจ้าจะมีชื่อเสียง เจ้าก็ไม่ควรพูดเช่นนี้บนถนนใหญ่ได้ เจ้ายังมีความละอายอยู่หรือเปล่า!"

     

            ทันใดนั้น คนมากมายที่อยู่รอบ ๆ ก็พากันหยุดซื้อของ และทยอยเข้ามาล้อมรอบ


    คล้ายกับเรื่องท่านสามี อย่าโอหัง ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    เทพมังกรเหนือปฐพี

    เทพมังกรเหนือปฐพี

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    741K 474
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852