บทที่16 คำตอบที่มิต่างจากหมอกมายา
กลิ่นอันหอมจรุ่งอบอวลไปทั่วบรรยากาศ สายลมแ่เบาที่พัดผ่านกระทบกายให้ความสดชื่นยิ่งกอปรกับผิวััที่นุ่มสบายกายปลุกให้อวิ๋นเซ่อต้องตื่นจากห้วงแห่งการสลบไสล กลิ่นแรกที่กระทบจมูกคือกลิ่นของพฤษชาติหลากชนิดที่ประดับประดาอย่างสวยงามััแรกที่กระทบกายคือที่นอนสีขาวอันนุ่มฟูและเรียบลื่น ส่วนสิ่งแรกที่ผ่านเข้ามาสู่ครองจักษุสายตาของมันก็คือใบหน้าของดรุณีสะคราญโฉมที่ไม่เป็สองรองใครในปฐี
“แม่นาง" อวิ๋นเซ่อพึมพำด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งคละเคล้ากับความแปลกใจที่เห็นดรุณีนางนี้มายืนอยู่เบื้องหน้า ทั้งดรุณีนางนี้ก็คือคนที่มันตามหาและเป็คนที่เกือบทำให้มันจบชีวิต
“ฟื้นแล้วรึหมอดูน้อย ดวงเ้าแข็งไม่เบา"น้ำเสียงอันไพเราะของซินเหยียน เป็เสียงแรกที่กระทบโสตััของมัน ทำให้มันได้สติอย่างแจ่มแจ้งคนจึงกระโจนม้วนตัวออกจากเตียงนอนอันนุ่มสบายไปยืนอีกฟากหนึ่งด้วยสภาพที่สั่นพร่าเนื่องจากอาการาเ็ที่แผ่ลามไปทั่วสรรพางค์กาย
คิกๆๆ ซินเหยียนกลับเบือนหน้าไปทางอื่นเล็กน้อยแล้วหัวเราะแ่เบาจนอวิ๋นเซ่อขมวดคิ้ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะทันได้รู้ว่าตนกำลังเปลือยเปล่าอยู่ อวิ๋นเซ่อแม้มันจะหน้าหนาแต่เมื่อต้องมายืนเปลื้องผ้าต่อหน้าดรุณีสะคราญโฉมทั้งมันยังไม่รู้จักมักคุ้นกับนางก็เกิดอาการละล่ำละลักอยู่บ้าง จึงรีบดึงเอาผ้าห่มมาสวมคลุมไว้ส่วนปากกำลังจะกล่าววาจา แต่ั์ตาพอได้สังเกตว่าทั่วร่างตนได้รับการรักษาอาการาเ็อยู่หัวคิ้วก็ขมวดด้วยความสงสัย
“ท่านช่วยข้า?”
“จะว่าใช่ก็ใช่”
อวิ๋นเซ่อหรี่ตามองนาง “ทำไม? อ้อหรือท่านเกิดจิตพิศวาสต่อข้าขึ้นมา"
ซินเหยียนรู้สึกผิดคาดกับท่าทีของอวิ๋นเซ่อทั้งที่อยู่ท่ามกลางสถานที่ที่มิทราบว่ามิตรหรือศัตรูเช่นนี้ ชายหนุ่มที่ดูจะมีดีแค่รูปร่างหน้าตาอย่างมันกลับทำจิตใจให้เย็นเยือกนิ่งสงบอยู่ได้และยิ่งเมื่อได้นึกถึงวันที่นางพบเจอมันครั้งแรก ก็ทำให้นางต้องเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อมันใหม่บุรุษผู้นี้แม้พลังลมปราณจะดูธรรมดา แต่มันไม่ธรรมดาแม้เพียงนิด ประกอบกับเมื่อผสมรวมกับเื่ราวหลายอย่างไม่คาดฝันที่ผ่านมามันก็ยิ่งดูอันตรายเป็อย่างยิ่ง
“หมอดูน้อยที่เ้ายังรอดอยู่ได้เพราะข้าเกิดข้อคำถามต่อตัวเ้าซึ่งคำตอบของเ้าจะตัดสินว่าเ้าจะอยู่ หรือตาย”
หางเสียงคำว่าตายพึ่งจบลงประกายอันคมกริบจากั์ตาของซินเหยียนก็กัดลึกเข้าไปถึงดวงจิตของอวิ๋นเซ่อจนชายหนุ่มต้องสะท้านขึ้นเฮือก นางกำลังคุกคามดวงจิตความทรงจำของมัน!
ทว่าดวงจิตที่คมกล้าแข็งแกร่งของซินเหยียนกลับมิอาจคุกคามบังคับดวงจิตของอวิ๋นเซ่อได้แววความตกตะลึงจึงไปปรากฏที่ใบหน้าของนางแทน
“เ้าเป็ใครกันแน่"
อวิ๋นเซ่อยืนหอบหายใจหนัก อาการาเ็ทางร่างกายก็สาหัสเป็ทุนเดิมอยู่แล้วนี่ยังถูกพลังจิตของดรุณีสะคราญโฉมเบื้องหน้าคุกคามอีก คนจึงรู้สึกอยากสิ้นสติไป แต่เพื่อป้องกันมิให้นางรับรู้ถึงความทรงจำที่คนอื่นมิควรรู้มันจึงกัดปลายลิ้นของตนเองเพื่อที่จะให้ตนประคองสติเอาไว้ แล้วก็กล่าววาจายียวนกวนโทสะ
“เหตุใดสตรีงดงามจึงได้พากันโหดร้ายนัก"
ซินเหยียนหมดปัญญาที่จะคุกคามดวงจิตของอวิ๋นเซ่อนางจึงดึงรั้งเคล็ดวิชาลับของนางคืนกลับ แต่ประกายตาที่แผ่จิตสังหารยังคงอยู่ และแค่จิตสังหารนี้ก็เพียงพอที่จะสังหารอวิ๋นเซ่อในพริบตา
“ข้าจะถามย้ำอีกครั้ง และคำตอบของเ้าจะเป็การตัดสินชีวิตของเ้าเองเ้าเป็ใคร และใครคือผู้ที่มอบกระบองเหล็กดำให้แก่เ้า….. เ้าคงทราบดีว่าหากโกหกจะมีชะตากรรมเช่นไร"
อวิ๋นเซ่อััรับรู้ถึงจิตสังหารที่น่าหวาดหวั่นของนางรวมไปถึงจิตสังหารที่รายล้อมอยู่เบื้องนอกห้องแห่งนี้ ทำให้มันคาดเดาว่ากลุ่มคนเหล่านี้คงจะมีความแค้นอันลึกล้ำกับบุรุษพิการซึ่งเป็เ้าของกระบองเหล็กดำผู้มีพระคุณตนแน่ครั้นตนจะกล่าวโกหกแน่นอนว่าด้วยระดับยอดฝีมือเช่นนางย่อมจับสังเกตได้แน่ ตนคงไม่วายที่จะตกตายที่นี่มิได้สานต่อความคับแค้นและปณิธานของตนแลรวมไปถึงปณิธานของบุรุษพิการนั้นด้วย แต่ถ้าตนบอกเื่ราวของบุรุษพิการใช่จะเป็การเนรคุณต่อผู้มีพระคุณที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่ตนหรือไม่อวิ๋นเซ่อบังเกิดความลังเลอย่างยิ่งยวด มันพยายามที่จะกระทำตนเป็คนเห็นแก่ตัวมาโดยตลอดแต่แท้จริงแล้วพื้นฐานจิตใจของมันกลับเป็คนที่ซื่อตรงแลประเสริฐเป็อย่างยิ่ง
“ข้าได้มันมาโดยบังเอิญ จำเป็ต้องได้มาจากใครด้วยหรือ"
ประกายตาของซินเหยียนแผ่จิตสังหารอย่างพรั่งพรู
“เ้าโกหก!”
ก่อนจิตสังหารดังกล่าวจะกลับกลายเป็พร่าพรายดั่งเช่นร่างกายของนางแล้วปรากฏขึ้นอีกทีที่เบื้องหน้าของอวิ๋นเซ่อ อวิ๋นเซ่อมิทันได้มีปฏิกิริยาด้วยซ้ำหรือต่อให้มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วแต่มันก็มิอาจที่จะต้านรับพลังลมปราณอันลึกล้ำที่แฝงไปกับปิ่นปักผมเล่มนี้!
ปิ่นปักผมพร้อมด้วยพลังลมปราณสุดลึกล้ำแทงเข้าใส่คอหอยของอวิ๋นเซ่ออย่างรวดเร็วจนอวิ๋นเซ่อได้แต่เบิกตาจ้องมองความตายที่คืบคลานเข้าใกล้อย่างทำอะไรมิได้ ทว่าขณะที่ปิ่นปักผมอยู่ห่างจากลำคอมันเพียงเส้นผมกั้นไว้สภาวะของปิ่นปักผมก็หยุดชะงัก กลับเป็ริมฝีปากอันอวบอิ่มของนางประทับจูบลงยังแก้มของชายหนุ่มแทนก่อนซินเหยียนจะหัวเราะคิกคักดังเช่นดรุณีที่ซุกซนผู้หนึ่งแล้วกล่าว
“หมอดูน้อย นอกจากเ้าจะได้จูบแรกและจูบที่สองจากข้าแล้วเ้ายังนับเป็บุรุษคนแรกในปฐีแห่งนี้ที่ข้ารู้สึกชมชอบขึ้นมาจริงๆ”
ประตูห้องถูกผลักเปิดออก เป็สตรีชรานามกัวรุ่ยหานที่ก้าวเดินเข้ามาพร้อมพินิจมองอวิ๋นเซ่อด้วยแววชื่นชมและชมชอบไม่แพ้ซินเหยียน
“สมแล้วที่มันเลือกเ้า เพราะว่ามันเลือกคนไม่ผิด"
อวิ๋นเซ่อปรากฏแววความงุนงงถึงขีดสุด จนจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อครู่นี้มันถูกคุมคามจากดรุณีนามซินเหยียนจนคิดว่าต้องตกตายไปแล้ว ทว่าเหตุการณ์กลับตาลปัตรเอาเสียดื้อๆ
“นี่มันเื่อะไรกันแน่”
กัวรุ่ยหานยกยิ้มละมุน ทั้งยังจ้องสายตามองอวิ๋นเซ่อดังเช่นมารดามองดูบุตรหลานของตนแล้วกล่าว
“เพื่อทดสอบ"
อวิ๋นเซ่อขมวดคิ้ว “ทดสอบ?”
กัวรุ่ยหานกล่าวสืบต่อ “ส่วนรายละเอียดนั้นเ้าไม่จำเป็ต้องรู้ตอนนี้ พักผ่อนให้หายดีก็พอ"
แล้วนางก็จากไปพร้อมกับแววตาที่รื้อชื้นจิตใจมีแต่ความตื่นเต้นยินดีที่มิสามารถแสดงออกมาได้ สิ่งที่นางทุกข์ใจมาตลอดเกือบสิบปีวันนี้นับว่าได้ถูกปลดเปลื้องแล้ว
“แม่นางนี่มันเื่อะไรกันแน่”อวิ๋นเซ่อยังไม่ลดละความพยายามที่จะไขข้อข้องใจให้กับตนเอง แต่ซินเหยียนนอกจากรอยยิ้มอันผุดผาดของนางแล้วก็ไม่มีสิ่งใดหลุดออกจากปากของนางอีก เมื่อรู้ว่าวันนี้ตนคงมิได้คำตอบที่กำลังสงสัยเช่นนั้นชายหนุ่มจึงเปลี่ยนคำถามเป็ประโยคที่ค้างคาใจมานับหลายวัน และคำตอบของคำถามนี้ก็อาจจะเป็ทางออกให้แก่อู๋เฉาหยุนและตัวมันได้
“หากท่านมิ้าตอบเื่ในวันนี้ก็ไม่เป็ไรแต่ข้าขอร้องท่านช่วยให้ความกระจ่างแจ้งในเื่ที่คฤหาสน์ของขุนนางเฉินคืนนั้นที"
ซินเหยียนแย้มยิ้มขึ้นด้วยแววซุกซน“เื่ที่ข้าจูบเ้าน่ะหรือ จะให้ข้ารับผิดชอบก็ได้"
อวิ๋นเซ่อยื่นใบหน้าเข้าใกล้กับใบหน้าของนางจนแทบจะหายใจรดต้นคอ
“เื่นั้นท่านมิต้องห่วง หากข้าแข็งแกร่งกว่าท่านเมื่อไหร่วันนั้นข้าจะให้ท่านรับผิดชอบทบต้นทบดอก”
“ข้าจะรอ"
กล่าวจบซินเหยียนก็เตรียมก้าวเดินออกจากห้องทันทีทว่าขายังมิทันจะก้าวไปได้แม้เพียงครึ่ง อวิ๋นเซ่อก็พลันคว้าจับข้อมือของนางทันใด สีหน้าท่าทางของชายหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็จริงจังผิดกับก่อนหน้าราวกับเป็คนละคนกัน
“ข้าขอร้อง"
“เห็นแก่เ้าที่วันนั้นช่วยให้ข้าทำงานได้ง่ายขึ้นข้าจะบอกกึ่งหนึ่ง”
อวิ๋นเซ่อมิชักช้ารีบกล่าวขึ้นทันที
“ตอนแรกข้าแค่เกิดความสงสัยในตัวท่านแต่วันนี้เมื่อได้รับทราบถึงฝีมือท่าน รวมถึงความไม่ธรรมดาของสตรีในหอนางโลม กอปรกับบุรุษผู้ที่คล้ายสตรีผู้นั้นทำให้ข้ามั่นใจแล้ว…..ท่านเป็ใคร แอบอ้างเป็นางโลมเข้าสู่คฤหาสน์ของขุนนางเฉินด้วยจุดประสงค์ใดและท่านกระทำสำเร็จตามเป้าหมายหรือไม่”
“หมอดูน้อย เ้าบอกคำถามมามากมายถึงเพียงนั้นเล่นเอาข้าจดจำแทบไม่หมด”
“โปรดชี้แจ้งแถลงไข"
ซินเหยียนเบนสายตาทอดมองผ่านม่านหน้าต่างห้องออกไป
“ข้าเป็ใครน่ะรึ….. ข้าคือบุปผาที่ไร้ตัวตน เป็สตรีที่เปรียบดั่งภาพมายาไปมาราวเมฆหมอก”ปากหยุดเล็กน้อย หางตาเหลือบมองอวิ๋นเซ่อแล้วจึงกล่าวต่อ
“ข้ามาด้วยจุดประสงค์ใด….. ข้ามาเพื่อความจริง"
อวิ๋นเซ่อได้ฟังคำตอบของนางสองประการแรกหัวคิ้วของมันก็ยิ่งขมวดเป็ปม สตรีซุกซนผู้นี้ยากที่จะได้ความจริงจากปากของนางยิ่งนักยิ่งเมื่อได้นึกถึงคำพูดของนางก่อนหน้าที่บอกว่าจะเล่าความให้ฟังเพียงกึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มยิ่งไม่รู้จะทำอย่างไรกับนางดีจึงจะสามารถเค้นเอาความจริงจากสตรีนางนี้ได้ จะบังคับก็ใช่ที่ เพราะพลังฝีมือของตนตอนนี้มิอาจเทียบเคียงนางและอาจจะไม่เทียบเคียงสตรีในหอคณิกาแห่งนี้บางคนด้วยซ้ำ ซินเหยียนยังกล่าวต่อ ซึ่งเป็คำกล่าวสุดท้ายที่อวิ๋นเซ่อตั้งใจฟังและหวังที่จะได้คำตอบที่แน่ชัดจากนาง
“ส่วนที่เ้าถามข้าว่ากระทำสำเร็จหรือไม่……ข้า………”
“พี่ซินเหยียน!"
คำตอบสุดท้ายยังมิทันหลุดจากปากของนาง ดรุณีเยาว์วัยนางหนึ่งพลันทะลึ่งพรวดเข้ามาในห้องขัดจังหวะพอดิบพอดีดรุณีเยาว์วัยนางนั้นหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย ก่อนที่จะกล่าวสืบต่อ
“ขุนนางเฉินจือหานมาตามหาท่าน"
ซินเหยียนผงกศีรษะคราหนึ่งแล้วกล่าวสืบต่อ
“มาเสียที ข้ารอมันนานแล้ว”
พอจบประโยค เท้าของนางก็ก้าวเดินจากไปทันทีทิ้งไว้เพียงประโยคคำตอบที่กำกวมเลอะเลือนยิ่งกว่าหมอกมายาให้อวิ๋นเซ่อได้ปวดเศียรเวียนเกล้าแลหมดหนทางที่จะแก้ไข
“แม่นาง!”
ดรุณีเยาว์วัยกางแขนกั้นขวางหน้าปากประตู“ท่านมิจำเป็ต้องไปคาดคั้นเอาคำตอบจากนางหรอก เพราะหมอกมายาซักวันก็ต้องควบแน่นกลายเป็หยดน้ำคำตอบที่ท่านตามหาก็เช่นกัน ฉันใดฉันนั้น"
อวิ๋นเซ่อนิ่งเงียบคิดตาม ดรุณีเยาว์วัยนางนั้นพลันกล่าวต่อ
“ท่านมิต้องนิ่งอึ้งที่เด็กอย่างข้าคิดคำกล่าวเหล่านี้มาได้หรอกนะเพราะข้าเองก็ยังมิเข้าใจความหมายในประโยคนี้ซักเท่าใด”
อวิ๋นเซ่อ“……………?”
“เพราะคำกล่าวทั้งหมดข้าจดจำมาจากพี่ซินเหยียนทั้งสิ้น"
อวิ๋นเซ่อ“……………..”
…………………………….
ณ ป่าใหญ่ ริมธารน้ำใสที่อยู่ห่างจากเมืองฉานตงไปไกลบนก้อนศิลาขนาดใหญ่ร่างของอู๋เฉาหยุนกำลังนั่งขัดสมาธิรวบรวมพลังลมปราณรักษาอาการาเ็ทั้งภายนอกภายในจนแทบทุเลาหายดีวันเวลาที่มันรักษาอาการาเ็อยู่ที่แห่งนี้ก็ย่างเข้าเกือบสองสัปดาห์แล้ว จนถึงตอนนี้มันก็ยังมิเห็นอวิ๋นเซ่อกลับมามิได้แม้กระทั่งข่าวคราวความเคลื่อนไหวใดจากชายหนุ่ม คนจึงบังเกิดจิตใจที่ร้อนลุ่มเป็กังวลขึ้นสองประการประการแรกคือความแค้นกับเฉินจือหานที่ยังมิอาจหาทางเอาคืน และประการที่สองคือความปลอดภัยของอวิ๋นเซ่อเพราะมันทราบถึงนิสัยของเฉินจือหานดี ป่านนี้มันคงสั่งการให้คนออกตามล่าตนและบุคคลลึกลับที่ช่วยเหลือตนจนแทบพลิกแผ่นดินแล้วและคงอีกในไม่ช้าที่คนของเฉินจือหานจะเสาะหามาถึงที่นี่
อู๋เฉาหยุนแม้อาการาเ็ของมันจะมิทันทุเลาหายดีแต่มันก็พร้อมที่จะออกไปเพื่อช่วยเหลืออวิ๋นเซ่อ และหาทางปิดบัญชีแค้นกับเฉินจือหานแต่ถึงแม้สมองของมันจะคิดเช่นนั้น ทว่าด้วยการที่มันเป็คนที่รักษาสัจจะ มันจึงยังตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่ตามคำบอกกล่าวของอวิ๋นเซ่อหรือจนกว่าอาการาเ็ของมันจะหายดี
“ข้ามีเวลาให้เ้าอีกสองวันเท่านั้น หากสองวันยังไม่มีข่าวคราวใดจากเ้าข้าจะออกไปสะสางบัญชีแค้นตามวิธีของข้าเอง!”
อู๋เฉาหยุนพึมพำขึ้นแ่เบา จากนั้นั์ตาของมันก็หลับพริ้มลงอีกครั้งแต่เพียงชั่วประกายไฟแลบเสียงฝีเท้าคนนับสิบพลันดังขึ้นกระทบโสตััของมัน ั์ตาคนจึงเบิกโพลงขึ้นฝีเท้าคนเหล่านี้แ่เบาแลรวดเร็วนัก เมื่อครู่ยังได้ยินจากที่ไกลห่าง ทว่าตอนนี้มันกลับพุ่งเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วทั้งทิศทางยังมุ่งมาที่นี่
ด้วยความรวดเร็วและฝีเท้าเช่นนี้ทำให้อู๋เฉาหยุนต้องปรากฏแววความยุ่งยากฉายชัดทางสีหน้าเนื่องจากอาการาเ็ที่ยังมิทันหายดี แต่มันกำลังจะได้รับมือกับยอดฝีมือถึงสิบคน!