บทที่ 2 โจรขมังเวทย์
กลับมายังโลกเดิมของนิน ศพของเขาถูกทำพิธีอย่างเหมาะสมยังดีที่แม่เด็กคนนั้นเป็คนมีเงินจึงจัดงานศพให้เขาโทรศัพท์ของเขาพังเพราะโดนรถทับยังดีที่กระเป๋าเงินของเขาไม่เป็ไรพวกเขาจึงรู้ชื่อและตามหาญาติทว่านินเป็เด็กกำพร้าจึงไม่มีใครมางานของเขาทว่าพวงหรีดจากบุคคลนิรนามเรียงเป็แถวยาวเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามเขาไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว กลับมายังมิติที่นินทะลุมา เขายังคงนั่งพูดคุยกับทองและท่านเ้าคุณอยู่นั่นเอง ท่านเ้าคุณถามขึ้น
” แล้วเอ็งไปใครมาจากไหนเล่า “นินจึงเล่าเื่เ้าของร่างเดิมให้ฟัง
นิน” ผมหรือ “นินเล่าเื่อขงเขาให้ฟังเื่มีอยู่ว่านินคนนี้พ่อแม่ตายั้แ่ยังเล็กจึงโตมากับวัดหลวงตาบัวเลี้ยงเขามาหลวงตาบัวคนนี้ไม่ธรรมดาเขามีความรู้มากทั้งวิชาเวทย์และคาถาอาคมแถมยังรู้วิชารักษาคนด้วยที่น่าแปลกเขารู้ภาษาเยอะมากๆ หลวงตาบัวได้สอนวิชาให้เขามากมายและนินเป็ฉลาดเรียนรู้ได้เร็วเขาแทบจะคัดลอกหลวงตาบัวมาได้ทั้งหมดแต่ด้วยความเป็เด็กเขาเรียนแบบขอไปทีวิชาอาคมหรือตำราเวทย์เรียนครึ่งๆ กลางไม่สุดสักทางทำให้เขาโดนหลวงตาบัวไล่ตีเสมอจนหลวงตาบัวตายไปเขาจึงไม่ค่อยอยู่ในหมู่บ้านมากนักมักจะเข้าป่าอยู่เสมอ ชาวบ้านเรียกเขาว่าคนบ้าเพราะเขาชอบพูดจะเพ้อเจ้อเกี่ยวกับของแปลกๆ นั่นเพราะนินนั่งสมาธิแล้วได้เห็นโลกคู่ขนานที่เป็โลกของนินอีกคนทำให้เขาจึงชอบพูดจาแปลกๆ แม้หน้าตาเขาจะดีแต่คนบ้าสาวที่ไหนจะไปชอบจนตอนนี้อายุเขายี่สิบแล้วจึงยังไม่มีคู่ครองนั่นเอง ตอนนี้เขาทำอาชีพเป็นายพรานอยู่ในป่าเป็เดือนๆ สุดท้ายก็มาตายโง่ๆ จนนินคนใหม่เข้ามาและพบพวกของเ้าพระยาเรืองนี่แหละ ทั้งสองได้ฟังเื่ราวของนินก็ประหลาดใจไม่คิดว่าจะเป็แค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นทว่าวิชาการต่อสู้นั้นร้ายกาจอย่างยิ่งแน่นอนว่านินไม่ได้เล่าละเอียดถึงขึ้นว่าเรียนอะไรมาบ้างหรอกเพราะตอนนี้เขาจำไม่ค่อยได้
นิน “ก็แบบนี้แหละผมโดนงูกัดสลบไปหลายวันทำให้ความจำผมขาดๆ หายๆ แต่คงกลับมาไม่นานแล้วพวกท่านเป็ใครกัน” นินพูดพร้อมพลิกปลาที่ย่างไปด้วย
เ้าพระยาเรือง” เรามาจากเมืองหลวงมาทำภารกิจลับนะเราพบว่าพวกอังวะได้ซื้ออาวุธจากพวกฝรั่งจำนวนมากหมายจะก่อาระหว่างทางกลับไม่คิดว่าพวกมันจะรู้ตัวก่อนจึงเป็เช่นนี้ “นินพยักหน้า
นิน” แบบนี้นี่เอง “เขาถูมือ
นิล” แบบนี้หมายความว่าผมช่วยพวกท่านไว้จะมีรางวัลด้วยไหม “เ้าพระยาเรืองในตากลอกไปมาแล้วคิดแผนได้
” แน่นอนหากว่าเ้าพาเราสามคนกลับไปเมืองหลวงได้ข้าจะให้เงินเอ็งหีบเท่านี้เลยเป็อย่างไรและจะยกลูกสาวคนโตให้เอ็งด้วย” ขนาดของเขาที่ทำมือไม่น้อยเลยหีบเงินทำให้เขาไม่สนใจประโยคหลังของเ้าพระยาเรืองนินตบเขาดังฉาด
นิน “ชายชาติทหารลั่นวาจาสามอาชามิอาจตามขึ้นนะครับ” เ้าพระยาเรืองยิ้มออกมาคำพูดเ้าหนุ่มนี่คมคายไม่เบา
เ้าพระยาเรือง “แน่นอนเมื่อข้าลั่นวาจาแล้วก็ไม่อาจคืนคำเ้าก็เหมือนกันถ้าตอบตกลงก็ห้ามกลับคำเป็ไง” นินยกมือสาบาน
นิน “ผมลูกผู้ชายชื่อนินไม่เคยผิดคำสัญญากับใครจะต้องพาพวกท่านไปส่งที่เมืองหลวงทำตามสัญญาแน่นอน” ซึ่งตอนนี้ทองกำลังอ้าปากค้างอยู่เพราะเ้าพระยาจะยกลูกสาวคนโตให้ชายไร้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้แต่นินขมวดคิ้ว
นิน” แต่พี่ชายคนนี้รอดยากมากอาการของเขาหนักที่สุดแถมแผลติดเชื้ออีกเกรงว่าจะไม่รอด “ทั้งสองขมวดคิ้วมิน่าทำไมเขายังไม่ฟื้น
ทอง” ดูเหมือนว่าจะมีไข้ด้วย “นินพยักหน้า
นิน” ผมได้เตรียมสมุนไพรแล้วถ้าไข้เขาลดลงก็รอดถ้าไม่ผมเองก็จนใจ “หลังจากที่ทั้งสามคนกินปลาจนอิ่มแล้วป้อนยาที่ต้มให้แสนดื่ม จากนั้นนินก็สำรวจดาบและอาวุธของพวกเขาพบว่ามันไม่ใช่ดาบไทยที่เขารู้จักแต่มันเป็ดาบคล้ายของชาวจีนและชาวญี่ปุ่นผสมผสานกันจนเป็แบบของตัวเอง
นิน” ดาบนี่ใครคิดค้นขึ้นหรือครับสวยมากและคงสำคัญมากขนาดพวกลุงสลบยังกำมันแน่นขนาดนี้ “ทองกล่าวขึ้น
” ตระกูลดาบของท่านหลวงไกรน่ะสิพวกเขาได้ไปเรียนตีดาบจากต่างประเทศมาน่ะแล้วเอามาผสานกันดาบพวกนี้ไม่ใช่ธรรมดาเป็ดาบที่ใช้สังหารคนที่มีวิชาเวทมนตร์ได้” นินตกตะลึง
นิน “นี่มันยุคไหนวะเนี่ยมีไปเรียนต่างประเทศด้วยวิชาอาคมเวทย์อะไรกัน” นินถามออกมา
นิน “แล้วผู้ปกครองไทยตนนี้เป็ใครหรือ” ทั้งสองมองหน้ากันแต่นึกถึงที่ว่านินเองความจำยังไม่สมบูรณ์ก็บอกออกมา
“ขุนหลวง” เขาบอกชื่อออกไปทำเอานินมืดแปดด้านตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเข้าทะลุมิติเข้ามายังประเทศไทยในโลกคู่ขนานที่ไม่เหมือนไทยที่เขารู้จักแต่มีความคล้ายและแตกต่างกันในบ้าเื่นั่นเองเขานึกถึงคำขอก่อนตายของเขาก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกข้อได้เปรียบของการรู้อนาคตไม่มีอีกแล้ว
นิน “แบบนี้ต้องเกาะพวกนี้เข้าเมืองหลวงแล้วหาธุรกิจทำรวยแบบเงียบๆ ดีกว่า” เขาฟังดูเหมือนว่าไทยยุคนี้เปิดกว้างกว่าที่คิดจากนั้นนินก็ทำท่าให้ทั้งสองเงียบเสียง
นิน “พวกมันตามมาแล้ว” ทั้งสองตั้งใจฟังแต่ไม่ได้ยินเสียง
ทอง” ข้าไม่เห็นได้ยิน “นินหันไปมองเ้าพระยาเขาเองก็ส่ายหน้า
นิน” คงเป็ความสามารถของคนข้ามมิติสินะ “เขามองไปที่ทั้งสองคนแล้วก็แบกแสนขึ้นหลัง
นิน “ตามผมมา” เขาพาทุกคนออกไป
นิน “จริงสิเราต้องเดินทางไปทางไหน” ทั้งสองคนกลอกตาแล้วเอ็งจะเดินนำเพื่อ
ทอง “งั้นตามข้ามา” ทั้งสามคนเดินออกไป ร่างกายของแสนยังไม่ค่อยฟื้นตัวการเดินทางจึงช้ามากส่วนนินที่เดินตามหลังนั้นทำการลบร่องรอยการเดินของพวกเขา หลังจากเดินมาครึ่งวันนินก็ให้ทุกคนพักก่อนเพื่อดุอาการของแสน
นิล “จริงสิพวกท่านชื่ออะไรกันบ้าง” ทองจึงแนะนำ
“ข้าทองคนที่เอ็งแบกคือแสนส่วนท่านหัวหน้าชื่อ” เ้าพระยารีบบอกชื่อตัวเอง
“ข้าชื่อเรืองเ้าเรียกข้าว่าพี่เรืองก็ได้ “นินหน้ากระตุกชายคนนี้อายุประมาณห้าสิบแต่จะให้เรียกพี่แล้วอีกสองคนเข้าจะเรียกอย่างไร
นิน” ผมเพิ่งจะยี่สิบจะเรียกว่าพี่ได้อย่างไรอย่างน้อยต้องเรียกลุงเรืองถึงจะถูก “เ้าพระยาหน้ากระตุกบัดซบเขายังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้เรียกพี่ไม่ได้รึก็ใช่ที่เขาอายุห้าสิบแล้วแต่ก็ไว้หน้ากันหน่อยไม่ได้หรือทองยิ้มออกมา
นิน “เอาล่ะผมจะเอายาให้พี่แสนดื่มก่อน “เขาตรวจดูว่าไข้ลดลงแล้วก็โล่งใจแล้วออกเดินทางกันต่อ ส่วนพวกมังรามันาเ็ไม่น้อยลูกธนูนั้นสกปรกแผลเขาจึงติดเชื้อเขาจึงต้องกลับไปยังอักวะเพื่อรักษาตัวมันเจ็บใจนักแต่ส่งลูกน้องมาตามหาพวกของนินแทน
มังรา” บัดซบมันเป็ใครกันข้าเกือบจะฆ่าไอ้เรืองได้แล้ว “เขาโกรธจัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เขารู้ดีว่าครั้งนี้พลาดที่จะสังหารคนแล้ว
มังรา” ถ้าอีกสองวันไม่เจอมันถอนกำลังทันทีไม่งั้นเมื่อทหารไทยรู้ตัวแผนของเราอาจเสีย “ทหารนายหนึ่งรับคำสั่งแล้ววิ่งออกไป
สองวันต่อมาพวกของมังราไม่พบตัวของทั้งสี่คนจึงต้องถอนกำลังตามคำสั่งส่วนพวกของนินก็เขาเขตเมืองของไทยได้สำเร็จนินมองดูก็พบว่ามันเจริญกว่าที่เขาคิดมาก ถนนปูพื้นด้วยอิฐแล้วนี่ขนาดเป็เมืองชายแดนนะ เขาจำได้ว่าหมู่บ้านบางเพลงของเจาก็ค้าขายที่นี่เช่นกันเขายังเคยเอาสัตว์มาขายที่นี่เลย
นิน” พวกท่านมีเงินไหมผมว่าเราควรเปลี่ยนชุดให้มันดูเป็ผู้เป็คนกว่านี้แล้วต้องพาพี่แสนไปหาหมอด้วย “ทั้งสองพยักหน้า
เ้าพระยาเรือง” มีสิเขาล้วงไปในเสื้อพอมีเงินอยู่หลายบาทอยู่” สำหรับค่าเงินไทยในโลกแห่งนี้นั้นไม่ต่างจากโลกที่นินจากมาเลยทว่ามันไม่มีธนบัตรแต่เป็เหรียญ ที่มีน้ำหนักเบาทำจากแร่พิเศษที่ออกโดยกรมพระราชวังเท่านั้นโดยแบ่งเป็ เหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ1000 บาท เหมือนปัจจุบันเลยดังนั้นจึงทำให้นิลปรับตัวง่ายราคาของที่นี่ก็เหมือนว่าเขาจะพอจำได้บ้างแล้ว
นิล “แบบนั้นก็เยี่ยมเลยก่อนอื่นเราไปหาที่พักกันก่อนเถอะ “ทั้งสี่คนจึงไปหาที่พักพบว่าคืนละสามร้อยบาท
ทอง” เขตชายแดนยังแพงขนาดนี้ “นินแปลกใจสามร้อยแพงมากเลยหรือวัดจากราคาข้าวหนึ่งจานนั้นราคาสิบบาทสามร้อยจึงถือว่าแพงมากจริงๆ ตอนนี้นินเริ่มเข้าใจแล้วว่าค่าเงินของไทยยุคนี้ค่อนข้างแข็งตัวเลยทีเดียว หลังจากได้ที่พักทั้งสามก็พาแสนไปโรงหมอเมื่อถึงมือหมอแล้วก็ไม่มีอะไรน่าห่วงทั้งสามจึงไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ นินพบว่าเสื้อผ้าของที่นี่ชุดผู้ชายค่อนข้างผสมสานจากทั้งไทย ญี่ปุ่นและจีนผสมกันส่วนชุดของสตรียังคงเป็เอกลักษณ์เกือบจะดังเดิมของไทยเลยทีเดียว
ทั้งสามเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก็ดูดีขึ้น ชุดที่นินในนั้นเขาใส่กางเกงที่คล้ายกางเกงทหารมากที่สุดส่วนเสื้อเหมือนเสื้อโจรสลัดแล้วสามเสื่อคลุมแบบฮากามะไว้ใช้ตอนกลางคืนเวลาอากาศหนาวจะได้อุ่นหน่อยอีกทีทั้งหมดนี้ไทยได้เอามาประยุกต์ใช้หมดแล้วนอนสงสัยมากว่านี่เขาทะลุมาในที่แบบไหนกันแน่ถึงมีชุดที่หลากหลายแบบนี้ ที่นินเลือกใช่ชุดแบบนี้เพราะเน้นความคล่องตัวเป็หลัก
ทอง” เ้าเป็อะไรทำไมเดินแบบนั้น “ปกติเขาใส่ชุดทหารและกางเกงยีนเป็หลักสวมชุดแบบนี้เขาก็แปลกอยู่เหมือนกัน
นิน” คือมันยังไม่ชินนะ “ทั้งสองหัวเราะออกมา
” เ้าสวมชุดพรานมานานย่อมไม่ชินชุดสบายๆ แบบนี้ทำไมเอ็งไม่เอาชุดที่ประยุกต์จากจีนเล่า “นินยิ้มแห้งๆ นั่นยิ่งกว่าอีกไม่ใช่หรือไง
นิล” ผมไม่เคยมีประสบการณ์ซื้อของแพงๆ แบบนี้จึงเลือกไม่เป็น่ะสิ “ทั้งสองยิ้มออกมาจากนั้นทั้งสามก็ไปหาข้าวกินกันแล้วคุยเื่ทั่วๆ ไป
ทอง” นินนายอยากเป็ทหารหรือไม่ “นินรีบส่ายหน้าทันที
นิน” ไม่…ผมชอบการค้ามากกว่า “เ้าพระยาเรืองขมวดคิ้ว
” ทำไมล่ะเ้ามีฝีมือขนาดนี้ “ให้ตายเถอะเขาตายมาแล้วครั้งหนึ่งนะจะไปหาเื่ตายอีกเพื่อ
นิน” ก็อาศัยความกล้าและทีเผลอนั่นแหละไม่งั้นผมจะไปสู้ไหวได้อย่างไร “แน่นอนว่าหลอกสองคนนี้ไม่ได้หรอกแต่ทั้งสองไม่พูดออกมาเ้าพระยาเรืองมีตำแหน่งขนาดนี้มีหรือจะมองคนไม่ออกว่านินเป็คนที่รักอิสระชอบทำอะไรตามใจตัวเองแต่มีคุณธรรมไม่งั้นคงไม่ช่วยพวกเขาหรอก
ทอง “งั้นเอ็งจะไปทำงานอะไรที่เมืองหลวงเล่า” นินยิ้มประจบ
นิน “อันดับแรกก็เกาะลุงเรืองไปก่อนไง “ทั้งสองหัวเราะ
เ้าพระยาเรือง” ก็ได้ข้าจะมอบเรือนให้เอ็งหลังหนึ่งเลยเอ็งสามารถอยู่นั่นได้ตลอดเลยไม่เสียค่าไฟด้วย “นินตาโตแต่ก็จับประเด็นได้บางอย่าง
นิน” ค่าไฟหมายความว่าไงครับเนี่ย “ทั้งสองหัวเราะ
ทอง” ไม่แปลกที่เอ็งไม่รู้เพราะมีแต่พระนครเท่านั้นถึงมีไฟฟ้าใช้ “นินถึงกับตื่นเต้นขึ้นมาบางทียุคนี้ก็ไม่เลวนะมีไฟฟ้าแบบนี้เขาสามารถพัฒนาธุรกิจได้ง่ายขึ้น
นิน “งั้นก็เยี่ยมเลยพี่ชาย” จากนั้นทั้งสามก็กลับมาที่ห้องพักนินคิดเื่ต่างๆ ทว่าเมื่อเขาปวดท้องหนักขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาจะพัฒนาคือชักโครกก่อนเลยที่นี่ยังขุดหลุมอยู่เลยน่าอนาถจริงๆ จากที่เขาเห็นกำแพงเมืองก็รู้แล้วว่าปูนซีเมนต์ได้มีมานานแล้วดังนั้นห้องน้ำจึงเป็สิ่งที่เขาจะพัฒนาต่อไป
นิน “ว่าแต่ข้าไม่มีนิ้วทองคำเหมือนพวกทะลุมิติมาหรอกหรือไง” เขาเริ่มเพ้อถึงเื่กลุ่มคนข้ามมิติอีกแล้วส้วมว่าหนักแล้วตอนเช็ดก้นนี่หลักกว่าที่นี่ใช้เปลือกข้าวโพดเช็ดก้นนินจะบ้าตายถ้ามีที่ฉีดก้นคงจะดี เขากลับขึ้นห้องพักไปนอนแล้วตัดสินใจว่าจะศึกษาโลกนี้อย่างจริงจังก่อนค่อยตั้งตัวหลังจากที่ทั้งสี่คนพักอยู่หลายสามวันอาการของแสนก็ดีขึ้น พวกเขาจึงตัดสินใจออกเดินทาง
นิน “พวกท่านแน่ใจนะว่าจะเดินทางเลยแผลพวกท่านยังไม่หายดีเลย” ทองยิ้มออกมา
ทอง “ไม่เป็ไรงานของเราสำคัญกว่าต้องส่งเอกสารลับนี้ด่วนที่สุด” เ้าพระยาพยักหน้า
เ้าพระยาเรือง “ใช่เอกสารนี้สำคัญมากไม่สามารถฝากใครส่งได้เราจึงต้องส่งด้วยตัวเอง” นินไม่ได้ห้ามอีกพวกเขาซื้อรถม้าแล้วออกเดินทางทันที
นิน “คนพวกนี้ต้องรวยมากแน่ๆ จ่ายเงินเป็พันๆ ไม่กะพริบตาเลยขาใหญ่แบบนี้ต้องเกาะ” รถม้าออกเดินทาง
ทอง “จริงสิเ้าไม่ต้องลาคนในหมู่บ้านเลยหรือ” นินคิดสักพัก
นิน “เหมือนว่าผมไม่ต้องลาใครนะหลวงตาท่านก็เสียไปเมื่อปีก่อนแล้วส่วนครอบครัวข้าก็ตายไปจนหมดั้แ่ผมยังเด็กๆ พวกลุงๆ ป้าๆ ในหมู่บ้านก็ไม่ได้สนิทกับใครเป็พิเศษน่ะ” ทั้งสองคนพยักหน้า
นิน “แล้วพี่ชายล่ะมีเมียกันหรือยัง” ทองหัวเราะ
ทอง “ข้าสามสิบกว่าแล้วจะไม่มีได้อย่างไรมีลูกสาวและลูกชายอย่างละคนอายุสิบสี่กับสิบขวบ” นินพยักหน้า
นิน “แล้วลุงล่ะ” เ้าพระยาเรืองยิ้ม
เ้าพระยาเรือง “ข้ามีลูกสี่คนน่ะไว้เ้าไปถึงข้าจะแนะนำให้รู้จัก” นินพยักหน้า
ทั้งสามคนคุยเื่ครอบครัวส่วนแสนนอนอยู่ในรถม้านินต้องใกับรถม้าคันนี้มากมันเป็รถม้าทว่าล้อของมันกลับมียากหุ้มแถมมีระบบกันะเือีกกล่าวได้ว่าเทคโนโลยีในสมัยนี้กำลังพัฒนาได้ดีเลยขาดเพียงหากเปลี่ยนระบบกันะเืเป็แบบโช๊คอัพสปริงจะนิ่มกว่านี้และยางเปลี่ยนเป็แบบเติมลมจะสุดกว่านี้
นิน” แล้วพี่แสนเล่ามีครอบครัวหรือไม่ “ทองพยักหน้า
ทอง” มีสิเมียมันสวยใช่เล่นเลยนามีลูกชายอายุห้าขวบ “นิลพยักหน้า
นิล” ต้องใช้เวลาเท่าไรจึงจะถึงเมืองหลวงหรือ” ทองเริ่มคำนวณ
ทอง “น่าจะราวๆ หนึ่งเดือนเป็อย่างช้าด้วยความเร็วนี้” นินหน้ากระตุกนั่นนานไปแล้วมั้งยังดีที่อากาศที่ไทยของยุคนี้เย็นสบายแต่ตอนกลางคืนหนาวจนต้องห่มผ้าหนาๆ นินคิดว่านี่คือข้อดีของไทยโลกนี้ไม่งั้นการเดินทางที่ยาวนานแบบนี้ถ้าอากาศร้อนเขาคงบ้าแน่ๆ และพอนึกถึงว่าไม่มีมือถือและอินเทอร์เน็ตเล่นมือถือระหว่างเดินทางเขาเหมือนโดนโจมตีเข้าจุดอ่อนจิตใจห่อเหี่ยวทันทีทองเห็นนินที่เปลี่ยนสีหน้ารวดเร็วก็ถาม
ทอง “เป็อะไรรึหรือว่าคิดถึงบ้าน” นินส่ายหน้า
นิน “ไม่มีอะไรหรอกผมแค่คิดว่าวิถีชีวิตอาจต้องเปลี่ยนไปคงจะต้องปรับตัวยากน่ะ “ทองและเ้าพระยาตบไหล่เขา
เ้าพระยาเรือง” มีข้าอยู่เอ็งจะต้องกังวลอะไร “นินจึงยิ้มขึ้นมา
นิน” ถ้างั้นผมไม่เกรงใจนะครับลุง “ทั้งสองชินกับการพูดจาแปลกๆ ของนินแล้วเมืองไทยได้เปิดประเทศแล้วมีต่างชาติเข้ามาค้าขายมากมายพวกเขาได้ยินภาษาและสำเนียงแปลกๆ มากมายจนชินแล้ว
นิน” ว่าแต่ศัตรูของไทยมีแต่อังวะหรือยังมีเมืองอืนอีกไหม “ทองจึงอธิบายให้เขาฟัง
ทอง” มีสิคือขอมอย่างไรเล่า “นินใขอมหรือเขาจำไม่ได้เลยว่าขอมกับไทยเคยรบกันนี่มันผิดเพี้ยนไปหมดแล้วถ้างั้นแผนที่ประเทศจะเหมือนเดิมหรือไม่และขอมและอังวะจะยังอยู่ตำแหน่งเดิมของโลกไหม
นิล” งั้นสองเมืองนี้ถือเป็ศัตรูของเราสินะ “หลังจากเขาได้ยินเื่ราวแล้วพบว่าตอนนี้ไทยเป็ประเทศที่ใหญ่มากๆ หมายถึงอยู่ในกลุ่มผู้นำในแทบเอเชียได้เลยทว่าขอมและอังวะก็ไม่ด้อยไปกว่ากันเลยพวกเขา้ากลืนไทยเพราะเทคโนโลยีของไทยล้ำสมัยมากหากปล่อยไว้นานพวกเขาอาจตามไม่ทันดังนั้นพวกเขาจึงพยายามก่อาขึ้นมานั่นเอง ส่วนจีนและญี่ปุ่นในยุคนี้ยังมีการต่อสู้กันภายในอยู่เพื่อร่วมแผ่นดินขุนหลวงคนปัจจุบันมองเห็นการไกลกับจีนมากจึงให้ความช่วยเหลือพวกเขาและทำการค้ากันและส่งคนไทยไปเรียนรู้เกี่ยวกับงานฝีมือต่างๆ กลับมา ดังนั้นเสื้อผ้าและอุปกรณ์ต่างๆ ของไทยจึงเปลี่ยนไปมากยกเว้นแต่ชุดของสตรีที่ยังคงรูปแบบเดิมไว้ให้มากที่สุด
นิน” แบบนี้ก็แจ๋วถ้าอย่างนั้นอาวุธแบบจีนมีขายไหม” ทองประหลาดใจ
ทอง “เ้าใช้เป็หรือ” นินที่เป็โอตาคุเขาได้เรียนการต่อสู้ของจีน ญี่ปุ่น เพราะชอบดูหนังจีนกำลังภายในและการ์ตูนซามูไรจนขึ้นสมองจนต้องไปเรียนกระบี่และดาบซามูไร เขาเป็สายลับดังนั้นเงินของเขาย่อมมีมากเขาเรียนจริงจังมากอยู่จีนเป็ปีๆ เลยทีเดียวสุดท้ายเขาก็เอามันมาใช้งานผสมผสานกับการต่อสู้ทางทหารได้จริง ส่วนมวยไทยเขาต้องเรียนอยู่แล้วตอนสมัยเป็ทหารคนไทยเกิดมาก็ต่อยแบบมวยไทยเป็แล้วร่างกายมันซึมซับจากการดูมวยนั่นเอง
นิน “พอไหวครับ” ทั้งสองมองหน้ากัน
เ้าพระยาเรือง “เ้านี่มันรอบรู้ไปหมดถ้าหลวงตาของเอ็งจากไปเสียไปก่อนไม่งั้นข้าต้องอยากพบเขาสักครั้ง” นินยิ้มออกมา
นิน “เอาจริงๆ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหลวงตาเป็ใครกันแน่ถึงรู้ไปทุกเรืองแบบนี้” ทั้งสองหัวเราะ การเดินทางของพวกเขาไม่ได้ราบรื่นเสมอไปตลอดทางมีพวกอังวะดักฆ่าพวกเขาตลอดทางมังราได้ส่งข่าวให้คนของมันที่แฝงตัวในไทยลงมือกับพวกเขา สำหรับเส้นทางนั้นในยุคนี้กล่าวได้ว่าลำบากมากมันไม่ได้มีบ้านคนตลอดทางเหมือนสมัยนี้และไม่มีไฟทางด้วย ตลอดสองข้างทางเป็ป่าทึบไม่มีบ้านคนให้เห็นเลย จะเห็นหมู่บ้านอีกทีก็น่าจะใกล้ถึงเมืองใหญ่ๆ นั่นแหละเพราะจะได้มีทหารคอยตรวจตรา แม้ประเทศไทยจะรวมแผ่นดินได้แล้วแต่ไม่ใช่ว่าทุกที่จะเจริญทั้งหมดดังนั้นย่อมมีโจรูเาเต็มไปหมดแถมโจรพวกนี้ก็มีเื้ัไม่ธรรมดาเลย ส่วนถนนก็ไม่ได้ดีนักเพราะเป็ถนนดินยกเว้นว่ามันจะเข้าใกล้เขตเมืองใหญ่ถึงจะปูด้วยอิฐพวกเขาต้องเดินทางจากล้านนาถ้าเจาะจงหน่อยในโลกเดิมของเขาคงเป็แม่สายของจังหวัดเชียงรายมายังภาคกลางจำต้องผ่านเมืองสองแควก่อนที่นั่นก็ถือเป็เมืองที่เจริญไม่แพ้พระนครเลย ทว่าไม่ง่ายขนาดนั้นเพราะพวกเขาโดนล้อมโดยกลุ่มโจรโพกผ้าแดงเข้าให้แล้ว
นิน “โจรพวกนี้มัน้าอะไรเราไม่ใช่ขบวนพ่อค้านะ “ทองกัดฟันกรอด
ทอง” ไอ้นินเอ็งแกล้งโง่หรือไงไม่ใช่มีแต่มังราหรอกนะที่ขัดขวางเราไม่ให้กลับเมือง “นินทำหน้างง
นิน” หมายความว่า “แสนพยักหน้า
แสน” อย่าที่คิดนั่นแหละศัตรูของท่านเ้าคุณมีมากมีทั้งในและต่างประเทศ “นินถึงกับหน้ากระตุก
นิน” ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าตามลุงไปจะดีไหมเนี่ย “เ้าพระยาเรืองกลอกตา
” เอ็งสาบานแล้วเปลี่ยนใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว
นิน “นั่นก็จริงแล้วเอาไงต่อเราฝ่าออกไปไม่ไหวหรอก” เ้าพระยาเรืองพนมมือแล้วท่องบทสวด ครืนนน หมอกก็เข้าปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
เ้าพระยา” ไป “พวกเขาควบรถม้าพุ่งฝ่าออกไปพวกมันไม่เห็นทางแต่พวกเขาเห็นทางดังนั้นพวกเขาจึงฝ่าออกไปทางหนึ่งแล้วสังหารคนที่ขวางทางจึงหลุดออกไปได้เกิดความโกลหลขึ้นทันที หัวหน้าโจรที่ชื่อแดงแสยะยิ้มออกมา
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าแกมีวิชาอาคมแต่ข้าเองก็มิใช่ศิษย์ไร้ครู” มันหยิบดินปั้นออกมาแล้วบริกรรมคาถาก่อนที่จะปาออกไป ตูมมมม ควายตัวใหญ่ปรากฏขึ้นนี่คือควายธนู ถึงจะบอกว่าควายแต่มันคล้ายกระทิงมากกว่าตัวเป็สีดำสนิทมีควันสีดำปกคลุมไปทั่วร่างดวงตามันเป็สีแดงน่ากลัวร่างใหญ่เท่ารถหกล้อ
นิน “เชี่ยนี่มันอะไรวะเนี่ย” ทองหน้าซีด
ทอง “เวรแล้วนี่ควายธนูต่อให้เสกหมอกมามันก็รู้ตำแหน่งเราอยู่ดี” ควายธนูวิ่งควบมาด้วยความเร็วสูง
นิน “บอกผมทีว่านี่มันอะไรวะเนี่ย” แสนลอกตา
แสน “หลวงตาไม่ได้สอนวิชาแบบนี้ให้เอ็งหรือไง” นินนึกถึงความทรงจำ
นิน “ก็สอนแต่ตอนนั้นผมมันเด็กเสกออกมาเป็หมาแมวตัวเล็กนินเดียวแล้วก็แค่ให้มันวิ่งเล่นเท่านั้นไม่คิดว่าจะเอามาใช้แบบนี้ได้” ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก
ทอง “ต่อให้อาจารย์เก่งแค่ไหนแต่ศิษย์โง่ก็ทำอะไรไม่ได้จริงๆ” นินถึงกับหลอกตา
นิน” ลุงทำอะไรสักอย่างสิ “เ้าพระยาเรืองกำมือขึ้นมาบริกรรมคาถาแล้วะโไปที่ม้าก่อนจะลูบไปที่คอของมัน ม้าส่งเสียงร้องออกมาตาของมันส่องประกายสีเขียวความเร็วของมันเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
นิน” โคตรเจ๋งเลยลุง “ท่านเ้าคุณกลอกตา
” เจ๋งคืออะไรวะช่างเถอะนี่ใช่เวลาไหม” เสียงม้าควบไล่หลังพวกเขามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ควายธนูพุ่งกระโจนเข้ามาด้วยความเร็ว ตูมมมม เขาของมันเกี่ยวท้ายรถม้าจนลอยออกไป
นิน “เชี่ยแล้ว” ร่างเขากระเด็นออกไปทว่ามือของทองคว้าเสื้อของเขาไว้ได้ ตึง!!! ยังดีที่รถม้ากลับลงมาทรงตัวได้แล้ววิ่งต่อไป
ทอง “ไอ้นินมีสติหน่อย “นินกลอกตา
นิน” สติน่ะมีแต่สิ่งที่เจอมันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว” ควายธนูพุ่งมาอีกครั้งมันะโแล้วโจมตีลงมา ท่านเ้าคุณรีบบังคับม้าหักเลี้ยวทันที ตูมมมมม ควายธนูกระแทกลงมาบนพื้นอย่างแรงจนเกิดการสั่นะเืขึ้น
นิน” เกือบไปแล้ว “จากนั้นลูกศรก็พุ่งมาทางพวกเขาไม่หยุด
แสน” แม่งเอ๊ยหมอกหนาขนาดนี้ยังยิงมาถูกพวกเราอีก “ทั้งสี่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอย่างยิ่งเขาเจอจอมโจรขมังเวทย์เข้าให้แล้วทั้งสี่มองหน้ากันต่างก็ขมวดคิ้ว…